Share

หวนคืนอีกคราไม่ขอมีท่านเป็นสามีอีก
หวนคืนอีกคราไม่ขอมีท่านเป็นสามีอีก
Penulis: วอลจู

บทนำ

Penulis: วอลจู
last update Tanggal publikasi: 2025-11-10 22:34:37

ปัง! ปัง!...ปัง!!

ซ่า…าาา!

ปังๆๆ

“นายท่านเจ้าค่ะ!”

ยามค่ำคืนของราตรีที่มืดมิดสนิท พายุฝนตกกระหน่ำโหมอย่างรุนแรง เสียงท้องฟ้าคำรามดังก้องพร้อมกับอัสนีบาตฟาดผ่าอยู่กลางอากาศราวกับกำลังโกรธเคือง

ในขณะเดียวกันนั้น มีร่างของสาวใช้ยืนตัวสั่นยืนเปียกปอนอยู่หน้าประตูเรือน นางออกแรงเคาะบานประตูครั้งแล้วครั้งเล่าพร้อมทั้งร้องเรียกตะโกนจนน้ำเสียงแหบพร่ากลืนหายไปกับเสียงฝนตกกระหน่ำ

“นายท่านเปิดประตูเถิดเจ้าค่ะ!”

ปัง! ปัง!

ปัง…

บานประตูยังคงปิดสนิท ไร้เสียงเคลื่อนไหวจากข้างใน

ปัง!...ปัง

ซ่า...!

นางจึงออกแรงทุบอย่างแรงอีกครั้ง ฝนยังคงตกกระหน่ำโปรยปรายลงมาไม่หยุดพลันสาดกระทบเรือนของนางจนอาภรณ์เปียกชุ่มไปทั่วทั้งร่าง

“นายท่านเจ้าคะ!...แย่แล้วเจ้าค่ะ”

ทันใดนั้น…

บานประตูก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง

มู่เซี่ยนหยางปรากฏตัวอยู่ในสภาพไม่ค่อยจะเรียบร้อยนัก ท่อนบนเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์เผยให้เห็นแผงอกกำยำและเม็ดหยาดเหงื่อไหลทั่วทั้งร่างจนเปียกชุ่มราวกับว่าเพิ่งผ่านพ้นค่ำคืนอันหนักหน่วงมา

หัวคิ้วของเขาพลางขมวดมุ่นฉายแววความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน สายตาคมกริบดูเย็นยะเยือก

“มีผู้ใดตายหรืออย่างไร”

น้ำเสียงทุ้มเอ่ยออกมาด้วยความรำคาญ

สาวใช้สะดุ้งเฮือกถอยหลังไปสองก้าว มือเล็กประสานกันแน่น นางพลันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนเอ่ยขึ้นเสียงสั่นเครือ “ฮูหยิน...ฮูหยินแย่แล้วเจ้าค่ะ!”

พอมู่เซี่ยหยางได้ยินแล้วกลับหัวเราะเยาะเย้ยหยัน

สตรีผู้นี้คิดจะเรียกร้องความสนใจจากเขาอีกแล้วหรือ?

เขาไม่มีทางโง่งมหลงเชื่อนางอีกแน่!

ริมฝีปากหนาหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเย็นชา “หากนางตายแล้วค่อยมาแจ้งข้า” เรื่องเช่นนี้มู่เซี่ยหยางรู้สึกเบื่อหน้ายิ่งนัก พอกล่าวจบเขาก็หมุนตัวกลับหมายจะปิดประตูทันทีทว่ากลับถูกสาวใช้เอ่ยห้ามเอาไว้เสียงก่อน

ไฉนนายท่านถึงไม่สนใจไยดีฮูหยินเลย เกรงว่าหากได้ยินเรื่องนี้แล้วก็คงเป็นห่วงเร่งรีบไปหาฮูหยินเป็นแน่ “ฮูหยินตกเลือดเจ้าค่ะ!”

มือของมู่เซี่ยหยางชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ “แล้วอย่างไร”

หมายความว่าอย่างไรกัน

สาวใช้เงยหน้าขึ้นมองผ่านทั้งม่านน้ำตา หากฮูหยินได้ยินแล้วจะเสียใจเจ็บป่วยมากเพียงใดกันก่อนที่ จู่ๆ หยาดน้ำตาเม็ดใสจะไหลอาบแก้ม “ฮูหยินกำลังรอนายท่านอยู่นะเจ้าคะ…”

ได้โปรดเถอะเจ้าค่ะ…

นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ฮูหยินจะเอาแต่ใจเช่นนี้

มู่เซี่ยหยางได้ยินประโยคเช่นนี้แล้วปรายตามองแวบหนึ่ง สายตาคมกริบฉายแววความรู้สึกบางอย่างออกมาก่อนจะเลือนรางหายไปเป็นความเย็นชาทันที

สตรีผู้นั้นมีนิสัยเป็นอย่างไรเขาย่อมรู้ดี

เขากล่าวออกมาก่อนจะปิดประตูลงไปอย่างไม่ใส่ใจทันที “หากนางสิ้นใจแล้ว…ข้าถึงจะไปดูให้เห็นกับตา”

“นายท่านเจ้าค่ะ!!” เสียงร้องตกใจของสาวใช้ดังขึ้นพลางพุ่งตัวเข้าไปเคาะประตูอีกครั้ง แม้ว่าการกระทำในครั้งนี้จะถูกลง โทษได้นางได้สนใจเพราะนี้คือสิ่งสุดท้ายที่นางทำเพื่อฮูหยินได้

เปรี้ยงง…! เปรี้ยงง!

ซ่า..าา ซ่า!

ความรู้สึกของคนใกล้ตายเป็นเช่นนี้เองหรือ…

จู้ซูเหยียนนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ลมหายใจของนางรวยรินแผ่วเบาลงเรื่อยๆ คล้ายคนกำลังจะหมดแรง ใบหน้าคนงามซีดเผือดและริมฝีปากแห้งแตก

ไม่ว่านางจะพยายามฝืนอดทนเพียงใดแต่ทว่าร่างกายกลับอ่อนแอลงทุกครา

นางเหนื่อยเหลือเกิน…

นัยน์ตาเมล็ดซิ่งพร่ามัวจ้องมองไปยังบานประตู

เขายังไม่มางั้นรึ…?

แม้แต่ในห้วงสุดท้ายของลมหายใจบุรุษผู้นั้นก็ไม่เคยสนใจมองนางบ้างหรือไม่…เคยเห็นนางป็นภรรยาของเขาหรือเปล่า

“ฮูหยินอดทนไว้นะเจ้าค่ะ…!” สาวใช้ผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น ในขณะที่คนอื่นๆ ก็พลางสวดภาวนาของให้ฮูหยินปลอดภัยผ่านพ้นค่ำคืนนี้ไปให้ได้…ขอสวรรค์โปรดเมตตา

เกรงว่าสวรรค์นั้นคงใจร้ายกลั่นแกล้งฮูหยินของพวกนางเกินไปแล้วกระมัง ตั้งแต่พลบค่ำจนกระทั่งเข้าสู่วันใหม่กำลังจะถึงยามรุ่งสางแล้ว

เหตุใดอาการของผู้นายหญิงถึงไม่ดีขึ้นเอาเสียเลย

ว่ากันตามตรงแล้วนั้นแม้แต่ท่านหมอยังส่ายหน้ากล่าวให้ทำใจเสียอย่างไรก็ยื้อไว้ไม่ได้แล้ว

เหล่าสาวใช้พลันร้องไห้สะอื้นด้วยความเสียใจ…

“ข้าอดทนมามากพอแล้ว” นางหัวเราะออกมาเบาๆ

ใบหน้าคนงามระบายยิ้มออกมาจางๆ นัยน์ตาเมล็ดซิ่งร้อนผ่าวขึ้นสีแดงระเรื่อ ที่ผ่านมานางอดทนไปไม่น้อยพอมาถึงยามนี้นั้นจู้ซูเหยียนรู้สึกอยากพักเหลือเกิน

สองมือเย็นเฉียบพลางลูบหน้าท้องผ่านอาภรณ์ที่เปียกชุ่มไปด้วยเลือดสีสด

ภายในใจเอาแต่พร่ำพูดขอโทษทารกน้อยในครรภ์ที่ไม่อาจรักษาชีวิตและปกป้องเอาไว้ได้ เกรงว่าสวรรค์คงลิขิตให้นางได้เพียงแค่อุ้มท้องไม่สามารถเลี้ยงดูเชิดชูได้กระมัง

สาวใช้หลั่งน้ำตาออกมาอย่างกลั้นเอาไว้ไม่อยู่

“ฮูหยินเจ้าค่ะ…อึก!”

จู้ซูเหยียนเสียใจแต่ทว่านางเจ็บปวดจนเกินกว่าจะร้องไห้หลั่งน้ำตาออกมาได้ ใบหน้าคนงามระบายยิ้มจางๆ ก่อนที่ในจังหวะนั้นเสียงบานประตูก็ถูกผลักเข้ามา

จู่ๆ หัวใจของนางก็เต้นกระหน่ำ ดวงตาเบิกโพลงกว้าง

มู่เซี่ยหยางใช่หรือไม่…?

แต่แล้ว…

นางกลับต้องผิดหวังทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้วในใจ

สาวใช้ตัวสั่นเทิ้มสะอื้นไห้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ฮูหยินเจ้าค่ะ…นายท่าน”

นางสงสารและเห็นใจฮูหยินมากจริงๆ

จู้ซูเหยียนปรือดวงตาลงก่อนส่ายหน้า “ข้ารู้คำตอบแล้ว”

ตั้งแต่ต้นจนกระทั่งถึงยามนี้เป็นนางที่ฝืนโชคชะตา

หากวันนั้น...นางมิได้ร่วมกราบไหว้ฟ้าดินกับมู่เซี่ยหยาง

บางที...นางอาจได้พบกับความสุขและคงมิจำต้องตายอย่างอนาถเช่นนี้

ยามนี้…นางเหนื่อยเหลือเกิน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หวนคืนอีกคราไม่ขอมีท่านเป็นสามีอีก   ๓๐ สวรรค์กำหนดไว้แล้ว

    ราวกับว่าสวรรค์ได้กำหนดโชคชะตาของนางเอาไว้แล้วพอเวลาผ่านพ้นไปได้ไม่นานหลังจากนั้น จู้ซูเหยียนก็เกิดตั้งครรภ์ขึ้นมา…นางกำลังจะได้เป็นมารดาอีกครั้ง ร่างอวบอิ่มของนางก้าวเดินออกจากเรือนอย่างเชื่องช้า มือหนึ่งประคองหน้าท้องไว้ด้วยความทะนุถนอม รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้าคนงาม“สายปานนี้แล้วไฉนยังอยู่ที่เรือนอีกเล่า” น้ำเสียงหวานเอ่ยถามด้วยความงุนงงช่วงนี้นางขี้เซายิ่งนัก แม้จะได้พักผ่อนเต็มอิ่มไม่มีผู้ใดรบกวนแต่ก็พลันเกียจคร้านจะลืมตาตื่นขึ้นมาและกว่าจะแต่งกายทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็เกือบเที่ยงวันแล้ว ไร้โอกาสพูดคุยกับ มู่เซี่ยหยางที่ออกไปดูแลกิจการตั้งแต่เช้าตรู่ทว่าไฉนวันนี้กลับเห็นเขายังอยู่ในจวนอีกเล่าจู้ซูเหยียนก้าวเดินช้าๆ มีเหล่าสาวใช้คอยประคองอยู่ข้างกายไม่ห่าง เกรงว่านางจะก้าวพลาดแล้วเกิดเหตุไม่คาดฝันได้ภายในใจล้วนเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดต่อลูกน้อยในชาติที่แล้วยังไม่มีโอกาสได้ลืมตาดูโลก กลับต้องดับสิ้นไปตั้งแต่ยังเป็นเพียงก้อนเลือด...ดังนั้น...ครรภ์นี้นางจึงทะนุถนอมยิ่งกว่าชีวิตมู่เซี่ยหยางพอเห็นร่างออกมาจากเรือนเสียที ใบหน้าขเขาก็พลันระบายยิ้มออกมาด้วยความอ่อนโยน สายตาคม

  • หวนคืนอีกคราไม่ขอมีท่านเป็นสามีอีก   ๒๙ สามีภรรยา

    มู่เซี่ยหยางปรายสายตามองจู้ซูเหยียนนิ่งๆ ไม่พูดอันใดออกมาราวหนึ่งก้านธูป ฝ่ามือหนาพลางยกขึ้นลูบไล้เรือนผมนางด้วยความอ่อนโยน “ยังไม่ตื่นอีกหรือ”จู้ซูเหยียนส่ายหน้าก่อนจะซุกไซร้เข้าไปในอ้อมกอดของอีกฝ่ายอย่างเอาแต่ใจ“ไม่” น้ำเสียงหวานเอ่ยออกมางัวเงียเขาแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ มุมปากหนาโค้งยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยพูดออกมา “หากเป็นเช่นนี้เกรงว่ากิจการของสกุลมู่คงขาดทุนเสียแล้ว”เหตุใดสตรีผู้นี้ถึงได้ขี้เซ้าเพียงนี้ ทั้งที่นอนหลับไปหลายชั่ว“สกุลมู่มีเพียงท่านทำงานอยู่ผู้เดียวหรือไร” นางพึมพำพูดเสียงอู้อี้อย่างเกียจคร้านไม่คิดจะลืมตาตื่นจากที่นอนพอจัดการสะสางเรื่องทุกอย่างแล้วสิ้นนั้นคล้ายกับว่าความรู้สึกหนักอึ้งในใจที่เสมือนถูกก้อนหินทับเอาไว้ถูกยกออกเสียที ยามนี้นางไม่มีเรื่องอันใดให้ต้องระแวงและกังวลใจอีกแล้วจากนี้นางขอใช้ชีวิตไปวันๆ อย่างเกียจคร้านไม่ต้องมีเรื่องอันใดให้ต้องคิดหนักใจหน่อยเถอะนิ้วมือเรียวยาวพลันยกขึ้นมาเกลี่ยแก้มนวลของนางแผ่วเบาราวกับกำลังหยอกล้อ สายตาของมู่เซี่ยหยางที่มองนางล้วนเต็มไปด้วยความเอ็นดูไม่น้อยเหตุใดถึงคล้ายลูกแมวน้อยขี้เซ้านัก“อื้ออ…” จู้ซูเหยียนครางอ

  • หวนคืนอีกคราไม่ขอมีท่านเป็นสามีอีก   ๒๘ สะสางเรื่องที่ยังค้างคา

    เมื่อมู่เซี่ยหยางเอ่ยวาจาเช่นนั้นออกมา จู้ซูเหยียนพลันชะงักไปเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาคมกริบของเขาโดยไม่อาจหลบเลี่ยง สีหน้าของนางฉายแววครุ่นคิดอย่างชัดเจน ราวกับกำลังชั่งใจว่าควรเชื่อคำพูดของบุรุษตรงหน้าหรือไม่“…”มู่เซี่ยหยางเพียงจ้องมองนางนิ่งๆ ไม่บุ่มบ่ามหรือทำอันใดให้นางต้องรู้สึกไม่ดีสายตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่งาม เห็นได้ชัดว่ายามนี่นางกำลังสับสนและลังเลไม่น้อย เขาเอ่ยออกมาเสียงเรียบ “ดึกเพียงนี้แล้วดับตะเกียงนอนเถอะ”จู้ซูเหยียนขยับริมฝีปากพูด “มู่เซี่ยหยาง…” นางถอนพลางหายใจเฮือกใหญ่ออกมา“หื้ม?”“ท่านและไป๋เจียวเหม่ยนั้น…” นางเงียบไปครู่หนึ่ง ชั่งใจว่าควรจะเอ่ยถามออกมาหรือไม่ มือทั้งสองข้างกำแน่นก่อนจะรู้สึกว่ามีฝ่ามือหนาของเขามากอบกุมเอาไว้มู่เซี่ยหยางระบายยิ้มจางๆ เขาเข้าใจได้ว่านางกำลังจะพูดสิ่งใดออกมา “คุณหนูไป๋และข้าได้มีความสัมพันธ์อันใดกันทั้งสิ้น” หากไม่ใช่เพราะคุณหนูผู้นั้นเป็นสหายกับจู้ซูเหยียนมานาน เขาเองก็ไม่คิดจะข้องเกี่ยวมีเรื่องสตรีให้นางต้องรู้สึกลำบากใจเห็นได้ชัดว่าสายตาของจู้ซูเหยียนฉายแววความลังเลอย่างไรในอดีตคนทั้งคู่ก็เคยมีความสัม

  • หวนคืนอีกคราไม่ขอมีท่านเป็นสามีอีก   ๒๗ เส้นด้ายแดงยังคงอยู่

    หานเฟิ่งยกน้ำชาขึ้นมาจิบพลางเหลือบสายตามองบุรุษตรงหน้าก่อนจะวางจอกน้ำชาลงพลางถอนหายใจออกมาแทน ท่าทางกลัดกลุ้มใจเช่นนี้ ไม่ว่าผู้ใดมองเห็นแล้วก็คงคิดว่าคนผู้นี้ทะเลาะกับภรรยามาเป็นแน่“เปลี่ยนจากโรงเตี๊ยมเป็นหอคณิกาดีหรือไม่” หานเฟิ่งเลิกคิ้วเอ่ยถาม ดูแล้วบรรยากาศเช่นนี้คงไม่เหมาะที่จะดื่มชานัก มิสู้เปลี่ยนเป็นสุราแรงคงจะดีไม่น้อย“ก่อนหน้านี้ข้าทำอันใดให้นางไม่พอใจกัน” จู่ๆ มู่เซี่ยหยางที่เอาแต่นั่งเงียบอยู่จึงพูดขึ้น ใบหน้าของเขาขมวดคิ้วท่าทางครุ่นคิดหนักเหตุใดนางถึงไม่เชื่อใจเขา…เช่นนี้แล้วเขาควรทำอย่างไรดีมู่เซี่ยหยางอดย้อนคิดกลับไปไม่ได้ว่าแท้จริงแล้ว มีสิ่งใดที่เขาทำลงไปโดยไม่รู้ตัวไม่นึกถึงความรู้สึกของนางหรือไม่แน่นอนว่าย่อมมี! ทว่าเหตุการณ์เหล่านั้นล้วนเกิดก่อนที่เขาจะร่วมกราบไหว้ฟ้าดินกับนางทั้งสิ้น“…”“ต้องทำอย่างไรนางถึงจะคุยกับข้า”น้ำเสียงทุ้มของมู่เซี่ยหยางที่เอ่ยออกมาแผ่วเบาราวกับกำลังพึมพำพูดอยู่ในความคิดของตัวเอง ถ้อยคำที่นางเอ่ยออกมาเมื่อวานนี้ยังคงดังก้องวนเวียนอยู่ในความคิดของเขาซ้ำๆ“พูดกับข้าหรือ…?” หานเฟิ่งเลิกคิ้วถามกลับ“ตรงนี้ยังมีผู้ใดอีกนอกจากเจ้า” ม

  • หวนคืนอีกคราไม่ขอมีท่านเป็นสามีอีก   ๒๖ เขาทำเพื่อนาง

    ความรู้สึกของผู้อื่นหรือจะสำคัญเท่าภรรยา…หากนางทำผิดเขาก็จะหลับตาข้างหนึ่งเสแสร้งตาบอดมองไม่เห็นคิดว่าเป็นเรื่องถูกต้องมู่เซี่ยหยางยังคงยืนแน่นิ่งอยู่ที่เดิม ในขณะที่จู้ซูเหยียรเดินไปล้มตัวนอนบนเตียงคลุมผ้าห่มปกปิดทั่วทั้งร่างทันทีเขามองเห็นแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาก่อนจะโบกมือไล่สาวใช้ในเรือนให้ออกไปก่อนจะปิดประตูลงทันที ยามนี้จึงเหลือเพียงแค่เขาและนางเท่านั้น…มู่เซี่ยหยางเดินไปนั่งอยู่ข้างเตียง น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามออก มาอย่างอ่อนโยน “เป็นอันใดไปหรือ” “อย่ามายุ่งกับข้า!”“จู้ซูเหยียน…” เขากดเสียงทุ้มต่ำก่อนจะยื่นมือไปเลิกผ้าห่มออกแต่ทว่ากลับถูกอีกฝ่ายชักดึงกลับทันที มู่เซี่ยหยางไม่เข้าใจว่าเหตุใดจู่ๆ สตรีผู้นี้ถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้จู้ซูเหยียนพูดเสียงอู้อี้ “ออกไปให้พ้น!”“เมื่อครู่ยังดีๆ อยู่มิใช่หรือ” มู่เซี่ยหยางถามอย่างใจเย็น สายตามคมกริบมองก้อนผ้าห่มตรงหน้านิ่งๆจู้ซูเหยียนไม่มีทางยอมโผล่หน้าออกไปคุยกับบุรุษผู้นี้แน่ เดิมทีนั้นไม่ว่านางจะผิดถูกหรือไม่ มู่เซี่ยหยางไม่เคยถามไถ่เหตุผลว่าเพราะเหตุใดและทำไม เขาเอาแต่ด่าทอนางด้วยถ้อยคำที่ฟังแล้วรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจทั้ง

  • หวนคืนอีกคราไม่ขอมีท่านเป็นสามีอีก   ๒๕ ความจริงกระจ่างแจ้ง

    พอเห็นท่าทางของสตรีตรงหน้าผู้นี้โมโหเดือดดาลมิต่างจากน้ำต้มในกา ไป๋เจียวเหม่ยพลางยกมือปิดปากหัวเราะเยาะ สายตาปรายมองสตรีตรงหน้าอย่างดูแคลน นึกไม่ถึงว่าเรื่องเช่นนี้จะนำมาข่มขู่จู้ซูเหยียนได้“แท้จริงแล้วเจ้าต้องการอันใดกันแน่ไป๋เจียวเหม่ย”จู้ซูเหยียนขมวดคิ้วมุ่นปรายสายตามองอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจ…แท้จริงแล้วไป๋เจียวเหม่ยต้องการอันใดจากนางกันแน่หรือเพียงเพราะต้องการยั่วยวนโทสะเท่านั้นไป๋เจียวเหม่ยยังหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี นางพลางโบกมือส่ายหน้าไปมาท่าทางเหนื่อยหน่าย“ข้าเพียงนำข่าวลือในวังหลวงมาแจ้งให้เจ้าทราบเท่านั้น”จู้ซูเหยียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาด้วยความรำคาญ ข่าวลือจากวังหลวงหรือข่าวลือจากลมปากของสตรีผู้นี้กันแน่ มีหรือนางจะเชื่อ… “เจ้าคิดว่าข้าเป็นเด็กสามขวบที่โง่งมจนเชื่อคำพูดของเจ้าเช่นนั้นหรือไป๋เจียวเหม่ย”ไป๋เจียวเหม่ยเลิกคิ้วถาม “เคยเชื่อมิใช่หรือ”คราวก่อนนั้นหากนางบอกว่าไปซ้าย...จู้ซูเหยียนก็เชื่อฟังเดินไปทางซ้ายโดยไร้ข้องกังหาและหากนางบอกว่าไปขวาแล้วจะดี มีหรือว่าสตรีโง่เขลาผู้นี้จะไม่หลงเชื่อ“ไป๋เจียวเหม่ย!” จู้ซูเหยียนกัดฟันกรอด ถลึงตามองด้วยความโกรธ ไม่ว่าจะเ

  • หวนคืนอีกคราไม่ขอมีท่านเป็นสามีอีก   ๑๔ ฟ้าดินเป็นพยาน

    บรรดาแขกเหรื่อจวนสกุลมู่ต่างแตกตื่นไม่น้อยเมื่อได้รับข่าวมาว่าขบวนเกี้ยวเจ้าสาวของคุณหนูสกุลจู้ถูกดักปล้นสินสอดระหว่างทาง มิหนำซ้ำจู่ๆ เจ้าสาวที่นั่งอยู่ในเกี้ยวดันหายตัวไปเหลือเพียงแค่ผ้าคลุมหน้าทิ้งไว้เท่านั้นช่วงชิงทรัพย์ไปแล้วยังจับตัวเจ้าสาวไปอีกงั้นหรือ…?เรื่องเช่นนี้ย่อมไม่เคยเกิดขึ้นในเมื

  • หวนคืนอีกคราไม่ขอมีท่านเป็นสามีอีก   ๑๓ เปลี่ยนแปลงชะตากรรม

    หลายวันผ่านไป…จู้ซูเหยียนนั่งเหยียดหลังตรงอยู่ภายในเกี้ยวสีแดงอันโอ่อ่าแปดคนหาม นางสวมผ้าคลุมหน้าสีแดงปกปิดใบหน้าเอาไว้แต่ทว่าภายใต้ผ้าคลุมนั้นดวงตาคู่นี้กลับดูนิ่งเฉยไร้อารมณ์ใดๆ สองมือบีบเข้าหากันแน่น ในขณะที่หัวใจเต้นกระหน่ำรุนแรงราวกับจะทะลุออกจากอกเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง…จู้

  • หวนคืนอีกคราไม่ขอมีท่านเป็นสามีอีก   ๑๒ วางแผนหลบหนี

    จู้ซูเหยียนนอนหลับอย่างไม่เป็นสุขตลอดทั้งคืน นางเอาแต่สะดุ้งตื่นคราแล้วคราเล่าจากฝันร้าย สุดท้ายแล้ว…ก็ไม่มีวันหลีกหนีโชคชะตาได้เลยหรือ…?‘แม้เจ้าจะอยู่ปรโลก…ข้าก็จะตามไป’ประโยคนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหูของนาง…หวนให้นึกถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตชาตินี้…นางไม่ปรารถนาจะพบเจอมู่เซี่ยหยางอีกแล้ว

  • หวนคืนอีกคราไม่ขอมีท่านเป็นสามีอีก   ๘ ตัดปัญหาตั้งแต่เริ่ม

    นางอยู่กินร่วมกับมู่เซี่ยหยางมานานหลายปี ไฉนจะไม่รู้ว่าในยามนี้บุรุษผู้นี้อยู่ที่ใดจู้ซูเหยียนเดินเข้ามาภายในโรงเตี๊ยมก่อนจะเงยหน้ามองไปยังมุมหนึ่งบนชั้นสองแล้วถอนหายใจออกมา นางหวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ต้องมาที่นี่อีก“คุณหนูจู้มาพบนายท่านหรือขอรับ” จู่ๆ ในจังหวะเดียว กันนั้นก็มีคนงานในโรงเต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status