Beranda / รักโบราณ / หวนชะตาลิขิตรัก / ถุงหอมควรมีดอกไม้แห้ง

Share

ถุงหอมควรมีดอกไม้แห้ง

last update Tanggal publikasi: 2026-05-03 18:20:10

คุณหนูสองคนใช้เวลาอยู่ด้วยกันถึงสองชั่วยามเยี่ยนหรงนั่งเย็บถุงหอมไปด้วยนางสอนให้เยี่ยนหรานหัดเย็บดีกว่าออกเที่ยวเล่นข้างนอก ความสดใสของเยี่ยนหรานเป็นที่รักของบิดามารดาและบ่าวไพร่ในจวนต่างจากนางที่พวกเขาอยากอยู่ให้ห่าง เยี่ยนหรงรู้ดีแต่นางก็มิได้ใส่ใจดีเสียอีกไม่ต้องมีใครมายุ่งหรือขัดขวางยามนางต้องการทำตามใจ

หวงหรงผิงไม่พบเยี่ยนหราน บุตรสาวของนางหายไปนานแล้วนางเริ่มเป็นห่วงจึงให้บ่าวรับใช้ออกตามหา

"คุณหนูรองอยู่ที่เรือนคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ"

แววตาของฮูหยินฉายแววกังวลขึ้นมาทันที ทุกคนก็รู้ว่าเยี่ยนหรงไม่ชอบน้องสาว เยี่ยนหรานยังเล็กและใสซื่อ หากโดนรังแกหรือหมางเมินจะทำอย่างไร

"คุณหนูทั้งสองทำอะไรกันรึ"

นางพยามยามข่มความวิตกถามบ่าวรับใช้

"เรียนฮูหยิน คุณหนูใหญ่กำลังสอนให้คุณหนูรองเย็บถุงหอมเจ้าค่ะ"

ฟังจากการรายงานทั้งคู่เข้ากันได้ดีและยังกินขนมด้วยกัน นี่มันเกิดอะไรขึ้นถึงกระนั้นนางก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี เยี่ยนหรงคาดเดาอารมณ์ได้ยากนักไม่กล้าวางใจว่าเยี่ยนหรานจะไม่โดนนางกระทำ บุตรสาวของนางเป็นเพียงเด็กสาวที่มีจิตใจอ่อนโยนและลืมความเจ็บปวดง่ายถูกกระทำซ้ำๆ ไม่นานนางก็ลืม

"เจ้าคอยดูแลคุณหนูให้ดี หากมีเรื่องเกิดขึ้นให้รีบมารายงานข้า"

"เจ้าค่ะ"

บ่าวรับใช้รับคำสั่งแล้วเดินมุ่งตรงไปที่เรือนของเยี่ยนหรง

ถุงหอมสองใบเย็บเสร็จเรียบร้อย เยี่ยนหรงตรวจดูความเรียบร้อยช่วยเยี่ยนหราน

"ตัวแค่นี้แต่ฝีมือของเจ้าค่อนข้างละเอียด ฝึกเย็บบ่อยๆ ต้องสวยขึ้นแน่นอน'

นางชมน้องสาวยิ้มพึงพอใจกับผลงาน

"จริงหรือเจ้าคะพี่หญิงใหญ่ ข้าตั้งใจมาก"

เยี่ยนหรานยิ้มแก้มปริดีใจที่พี่สาวมีใจชื่นชมนาง

"ใช่แล้วข้าไม่โกหกแน่นอน"

"ถ้าอย่างนั้นข้าจะเอาไปให้ท่านแม่"

เยี่ยนหรานก็เป็นเช่นนี้ นางมักจะนึกถึงมารดาอยู่เสมอ สิ่งใดที่เป็นเรื่องดีนางไม่เคยลืมร่วมแบ่งปัน เยี่ยนหรงจึงแนะนำนางอย่างหนึ่ง

"ถุงหอมหากมีดอกเหมยแห้งใส่เอาไว้จะดีมาก เช่นนั้นถุงหอมมีกลิ่นหอมดอกไม้จะดูเป็นถุงหอมจริงๆ"

เยี่ยนหรานเงยหน้ามองเยี่ยนหรงเอ่ยถามขึ้น

"พี่หญิงใหญ่ เราจะหาดอกเหมยมาจากที่ใดเจ้าคะ"

"หากข้าเจอจะเอามาฝาก"

"หรานเอ๋อร์ขอบคุณพี่หญิงใหญ่"

เยี่ยนหรานลุกขึ้นย่อตัวคารวะนางแล้วเดินออกไปตั้งใจจะนำถุงหอมนี้ไปให้หวงหรงผิง นางเดินไปด้วยใบหน้าเบิกบานจนถึงเรือนหลัก พบหวงหรงผิงกำลังนั่งดื่มชาพอดี

"ท่านแม่"

หวงหรงผิงหันมาตามเสียงเรียก ยิ้มอ่อนโยนให้บุตรสาวที่รักยื่นมือมาจับตัวนางเอาไว้

"ไปเถลไถลที่ไหนมา เหตุใดไม่ขออนุญาตแม่"

"หรานเอ๋อร์ผิดไปแล้วพร้อมรับการลงโทษจากท่านแม่เจ้าค่ะ"

นางยิ้มเอ็นดูความน่ารักของบุตรสาวที่มีสีหน้าสำนึกผิด

"ไม่เป็นไร ถ้าอย่างนั้นเล่าให้แม่ฟังได้หรือไม่ว่าไปอยู่ที่ใดมา"

นางให้เยี่ยนหรานเล่าเรื่องราวแทนการลงโทษ เยี่ยนหรานเล่าเรื่องตั้งแต่ต้นแววตาฉายประกายความสุขออกมาชัดเจนหวงหรงผิงจึงแน่ใจได้ว่าบุตรสาวของนางมิได้โกหกเพื่อปกป้องคนอื่น

ได้ฟังเช่นนี้ฮูหยินก็เบาใจอย่างน้อยวันนี้เยี่ยนหรานก็มีความสุขและได้เรียนรู้สิ่งใหม่

"หรานเอ๋อร์เย็บถุงหอมมาฝากท่านแม่เจ้าค่ะอาจจะไม่ค่อยสวยเพราะเป็นชิ้นแรก เอาไว้ลูกฝึกฝีมือแล้วจะเย็บให้ใหม่สวยกว่านี้เจ้าค่ะ"

หวงหรงผิงเลิกคิ้วตามด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนยกมือลูบหัวบุตรสาวสุดที่รัก

"เหตุใดไม่เก็บไว้ใช้เอง พี่หญิงใหญ่อุตส่าห์สอนให้มิใช่รึ"

เยี่ยนหรานยิ้มจริงใจเอ่ยขึ้น

"เพราะเป็นของชิ้นแรกลูกจึงอยากมอบให้ท่านแม่เจ้าค่ะ"

หวงหรงผิงขยับกอดเยี่ยนหรานเอาไว้เด็กคนนี้มักจะน่ารักกับผู้อื่นอยู่เสมอ แม้แต่ของที่นางหัดทำชิ้นแรกยังเสียสละยกให้มารดา

"พี่หญิงใหญ่บอกว่าถุงหอมควรมีดอกไม้แห้ง หากเป็นดอกเหมยจะดีมากเจ้าค่ะ"

"และยังบอกอีกว่าถ้าได้ดอกเหมยมาจะแบ่งให้ลูก"

หวงหรงผิงยิ้มบางไม่น่าเชื่อว่าเยี่ยนหรงจะใจดีกับเยี่ยนหรานขึ้นมาได้

ภายในเรือนหลังเยี่ยนหรงยังคงเย็บถุงหอมต่อไป การที่นางทำดีและใส่ใจเยี่ยนหรานไม่ได้แอบแฝงสิ่งใด เพียงอยากชดใช้ให้เมื่อชาติก่อน รู้แล้วว่าเยี่ยนหรานต้องพบเจอชะตากรรมที่เลวร้ายจากการกระทำของนาง เยี่ยนหรานมิได้มีชีวิตยืนยาวนางต้องพบเจอความตายในท้ายที่สุด ทั้งหมดทั้งมวลเพราะเยี่ยนหรงเป็นคนก่อขึ้น

เยี่ยนซูอยากเห็นเยี่ยนหรงรู้ความมากกว่านี้จึงจ้างอาจารย์มาสอนมารยาทให้แก่นางก่อนหน้านี้นางได้เรียนหนังสือไปแล้ว ในอดีตเยี่ยนหรงไม่ยินยอมเรียนมารยาทเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อ ครานี้นางไม่ขัดข้องยินดีทำตามคำสั่งของบิดา 

ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ทั้งยังได้วางตัวเป็นกุลสตรีเต็มตัวไม่รู้ชาติก่อนนางคิดสิ่งใดอยู่จึงไม่ยอมเรียน คงเพราะอยากเอาชนะบิดาจึงทำตัวดื้อรั้นไม่เชื่อฟัง

ช่วงเวลานี้นางมีเรียนกับอาจารย์ที่จวนทุกวันไม่ได้ออกไปเตร็ดเตร่ที่ไหน ความจริงตั้งแต่ย้อนเวลากลับมานางก็ยังไม่เคยได้ออกไปไหนยังอยากพักผ่อนอยู่ในจวนเสียก่อนพอดีกับที่เยี่ยนซูจ้างอาจารย์มาสอนนางจึงมีเรื่องให้ทำทุกวัน

"หรงเอ๋อร์ การเรียนของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง"

เยี่ยนซูถามนางระหว่างรับประทานอาหารมื้อค่ำในวันหยุด

"ลูกชอบมากเจ้าค่ะท่านพ่อ อาจารย์มีความสามารถสอนเข้าใจง่ายเจ้าค่ะ"

น้ำเสียงของนางอ่อนน้อมกว่าเมื่อก่อน การวางตัวก็ดูเปลี่ยนไป ทั้งสีหน้าแววตาก็ดูมีชีวิตชีวา แสดงว่าอาจารย์ท่านนี้มีความสามารถจริงๆ

เยี่ยนซูพยักหน้า เขาพึงพอใจกับความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นอย่างมาก

"อืมดีแล้ว เจ้าก็ถึงวัยออกเรือนต่อไปตระกูลดีๆ จะได้มาทาบทามแน่นอน พ่อเตรียมการไว้เพื่อเจ้าในวันข้างหน้า"

เยี่ยนซูพูดน้ำเสียงจริงจังเขาสะสางงานใกล้เสร็จแล้วต่อไปคงไม่พ้นเรื่องของเยี่ยนหรง

"เจ้าค่ะท่านพ่อ"

พูดถึงการแต่งงานแล้วนางนึกหวาดหวั่นขึ้นมา พยายามข่มกลั้นความรู้สึกเอาไว้ทำตัวให้นิ่งสงบ

"พ่อจะหารือกับท่านแม่ของเจ้าต่อ เจ้าสองคนกลับไปพักผ่อนได้"

เขาเอ่ยขึ้นหลังเสร็จสิ้นเวลาอาหารค่ำ

ทั้งคู่ทำความเคารพแล้วเดินออกไป เยี่ยนหรงยิ้มบางให้หวงหรงผิงแล้วหมุนตัวเดินกลับสร้างความแปลกใจเป็นอย่างมาก นางยิ้มตอบท่ามกลางความสงสัยในใจต่อมาก็แทนที่ด้วยความปีติยินดี อย่างน้อยนางกับเยี่ยนหรงก็น่าจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น

นางไม่อยากแต่งงานหากเป็นไปได้อยากใช้ชีวิตเงียบสงบอยู่ในจวนดีกว่า ชีวิตคู่ในชาติก่อนทำให้นางหวาดระแวงแต่หากเลือกไม่ได้นางก็ขอเลือกสามีด้วยตนเองจะดีกว่า เป็นคนที่มีชีวิตเรียบง่ายอยู่กันอย่างสงบสุขน่าจะเพียงพอแล้ว

เวลาหนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วการเรียนของเยี่ยนหรงเสร็จสิ้นลง ตอนนี้ยังไม่ได้ข่าวคราวเรื่องแต่งงานของนางและเป็นวันครบรอบที่มารดาจากไปพอดี นางอยากไปวัดสวดมนต์ระลึกถึงมารดาผู้ล่วงลับคิดว่าถ้าเยี่ยนซูกลับมาจะขออนุญาตไปนอนที่นั่นสักเจ็ดวัน

ในครั้งก่อนนางไปที่วัดประจำเมืองหลวงทุกปีเป็นความสุขเดียวที่นางมีอยู่ยามได้ไปสวดมนต์ไหว้พระ ช่วยให้นางผ่อนคลายและได้ระลึกถึงมารดา นางใช้เวลาแต่ละครั้งไม่เคยต่ำกว่าเจ็ดวันบิดาของนางก็อนุญาตทุกครั้ง สำหรับเรื่องนี้เขาไม่เคยขัดข้องเพราะเห็นว่าเป็นสถานที่เงียบสงบและปลอดภัยอีกทั้งยังช่วยให้นางสงบนิ่งได้

ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันนางขอไปอยู่ที่นั่นเจ็ดวันหรือไม่ก็อยู่ยาวสิบวัน ถึงกลับมาที่จวนนางก็ไม่ค่อยมีเรื่องให้ทำอยู่แล้วสู้สงบจิตใจสักพักคงดี

 

 

 

​

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หวนชะตาลิขิตรัก   ตอนจบ

    จวนกั๋วกงเซี่ยกั๋วกงและองค์หญิงหลินเฟยให้การยอมรับในตัวเยี่ยนหรงมากขึ้น ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ต่างอดทนแบกรับความเสี่ยงร่วมกับฮูหยินน้อยผู้นี้ทว่าในตอนนี้ความรอบคอบของนางสร้างความประทับใจให้จวนกั๋วกงเป็นอย่างมาก นอกจากนางจะวางแผนเหตุการณ์ล่วงหน้าแล้วยังช่วยเหลือชาวบ้านที่ตกทุกข์ได้ยากมากกว่าขุนนางและเศรษฐีเสียอีก นับว่าเยี่ยนหรงคือเซี่ยฮูหยินของซื่อจื่อแห่งจวนกั่วกงอย่างแท้จริงเซี่ยอิ้งเฟยได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นขุนนางตำแหน่งราชเลขาของฮ่องเต้ที่ทรงมีพระวรกายไม่ค่อยแข็งแรงนักเพราะผลจากโรคระบาดที่ผ่านมานับเป็นความก้าวหน้าที่เหนือกว่าทุกคน เยี่ยนหรงส่งต่อกิจการค้าให้กับซ่งฉีรับดูแลต่อไปเพราะนางต้องทำหน้าที่ฮูหยินโดยสมบูรณ์ มีบ้างบางครั้งที่ซ่งฉีเชิญนางไปช่วยสอนการดูชนิดสมุนไพรและสรรพคุณแต่ละชนิดในการรักษาโรค นางอยู่ที่นั่นอย่างมากไม่เกินช่วงบ่ายก็เดินทางกลับจวนแล้วหลังโรคระบาดจบลงทางวังหลวงมีผู้สอบเป็นหมอหลวงได้อันดับที่หนึ่งก็คือหยางชิงเซียน ถือว่าเป็นหมออายุน้อยที่สุดและเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับการยอมรับในความสามารถ ก่อนหน้านี้นางเริ่มมีชื่อเสียงจากการรักษาผู้ป่วยรอบนอกเมืองมาก่อนจึงเอาประ

  • หวนชะตาลิขิตรัก   ลบล้างความผิด

    อาการของชินอ๋องทรุดลงเรื่อยๆ ไม่ว่าจะจัดยาฤทธิ์แรงขนาดไหนดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผลรวมถึงสตรีในจวนของเขาหลายคนก็มีอาการเช่นเดียวกัน ตอนนี้เริ่มลุกลามไปถึงนางกำนัลประจำตัวของเขาและบ่าวรับใช้ สตรีแต่ละคนมีอาการรุนแรงบ้าง บางคนที่สุขภาพดีอาการไม่หนักมากภายในตำหนักของชินอ๋องเริ่มไม่ปลอดภัย บ่าวรับใช้และทหารต่างหวาดกลัวการแพร่ระบาดของโรคนี้นอกจากนั้นพวกเขายังได้ข่าวว่ามีบางคนกลับไปเยี่ยมครอบครัวและคนในครอบครัวของพวกนางก็ติดโรคเหล่านี้ด้วยเช่นกัน"อะไรนะ ชินอ๋องป่วยหนักอย่างนั้นรึ"ฮ่องเต้ตกพระทัยเป็นอย่างยิ่งที่อาการของชินอ๋องทรุดลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วัน พระองค์เสด็จไปเยี่ยมเขาที่ตำหนักทันที"เกิดอะไรขึ้นเหตุใดเจ้าถึงเป็นเช่นนี้"พระองค์ทอดพระเนตรพระอนุชาที่นอนหายใจหอบอยู่บนเตียงสายตาของเขาตอนนี้ทั้งพร่ามัวและรางเลือนข่าวอาการป่วยของชินอ๋องแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว สร้างความหวั่นกลัวให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก อีกทั้งสตรีในจวนของเขาและครอบครัวก็ติดโรคระบาดนี้ไปด้วย พวกนางทั้งหมดถูกขับไล่ออกจากตำหนักพร้อมด้วยนางกำนัลทั้งหมดจึงเดินทางกลับไปหาครอบครัวตนเองทว่ากลับถูกผลักไสเพราะ

  • หวนชะตาลิขิตรัก   เกิดเหตุครั้งใหญ่

    การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดเสียงกระบี่กระทบกันดังสนั่นไปทั่วตำหนักชินอ๋อง บ่าวรับใช้นางกำนัลกรีดร้องวิ่งหนีเอาตัวรอดส่วนชินอ๋องยืนดูการต่อสู้ที่เข้มข้นต่อไปองครักษ์ของตำหนักชินอ๋องได้รับบาดเจ็บล้มตายต่อหน้าเขา คนที่เหลือสองสามคนล่าถอยเพราะบาดเจ็บเริ่มสู้ไม่ไหว"ท่านจำเอาไว้ว่าอย่าได้คิดเข้าใกล้จวนกั๋วกงอีก ไม่เช่นนั้นตำหนักชินอ๋องไม่เหลือแน่""เซี่ยอิ้งเฟย โอหังนัก! ข้าคือใครเจ้าควรสำนึกบ้าง""ท่านต่างหากที่ควรต้องสำนึก ก่อเรื่องเอาไว้มากระวังตัวให้ดีว่าวันหนึ่งข้าจะเปิดโปงท่าน""เจ้ากล้าขู่ข้ารึ""ไม่ใช่แค่ขู่ หากข้าต้องการเอาชีวิตของท่านมันง่ายนิดเดียว""เจ้า!"ชินอ๋องชี้หน้าเซี่ยอิ้งเฟยพูดไม่ออกดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความโมโหสุดขีด เขาจ้องหน้าชินอ๋องกลับกระตุกยิ้มมุมปากก่อนเดินออกไป"กลับจวน"ทั้งสามคนออกไปจากตำหนัก ปล่อยให้เขาโมโหบันดาลโทสะระบายอารมณ์กับบ่าวรับใช้ต่อไปเซี่ยอิ้งเฟยกลับมาทำงานของตนเองต่อหลังจากกลับจากตำหนักชินอ๋อง ก่อนทำงานเขาตรวจดูความเรียบร้อยของจวนกั๋วกงว่ามีสิ่งใดเสียหายหรือไม่ เรื่องที่ฮ่องเต้สั่งให้ทหารมาควบคุมเอาไว้น่าจะเป็นฝีมือของชินอ๋อง เมื่อเซี่ยกั๋วกงจ

  • หวนชะตาลิขิตรัก   เข้าวังหลวง

    เซี่ยอิ้งเฟยยังคงนั่งอยู่ท่าเดิมดูหน้าเขาไม่ได้ทุกข์ร้อนแต่อย่างใด เวลานี้องครักษ์ลับกำลังไปสืบเรื่องในจวนกั๋วกง เขาเพียงนั่งรอจดหมายหากมีเรื่องไม่ชอบมาพากลก็สั่งการได้ทันทีเสียงฝีเท้าหนักที่คุ้นเคยเดินผ่านห้องขังช้าๆ จนกระทั่งมาหยุดยืนที่ประตูคุมขังของเขาจากนั้นทหารก็ปลดกุญแจเสียงฝีเท้านั้นเริ่มเดินเข้ามาใกล้เซี่ยอิ้งเฟยลืมตาขึ้นเขาต้องตะลึงอย่างคาดไม่ถึงเมื่อเห็นเซี่ยกั๋วกงยืนยิ้มบางอยู่ตรงหน้า"ท่านพ่อ!"เขาเดินเข้ามาตบบ่าของบุตรชายเบาๆยามที่ต้องการให้กำลังใจเซี่ยอิ้งเฟย ท่านกั๋วกงมักทำเช่นนี้ประจำ"เป็นอย่างไรไอ้ลูกชายรสชาติของการเป็นนักโทษ ดูหน้าเจ้าสิไม่ได้อมทุกข์เลยสักนิด""เพราะลูกจดจำคำสั่งสอนของท่านพ่อเอาไว้ตลอดเวลาขอรับ เราเป็นบุรุษทำผิดก็ต้องยอมรับแต่ไม่ทิ้งอุดมการณ์""พ่อเข้าใจเจ้าไปเถอะกลับจวนกัน"เซี่ยอิ้งเฟยเลิกคิ้วเมื่อเห็นบิดากำลังเดินนำหน้าออกไปที่ประตู"เหตุใดเป็นเช่นนี้เล่าขอรับ""ผิดถูกอย่างไรก็ไปรอที่จวน เจ้าสนุกนักหรือไรที่มานั่งเล่นนอนเล่นในคุกหลวงเช่นนี้ พ่อจะบอกให้ว่าตอนนี้เจ้าตัวเหม็นมากควรรีบกลับไปอาบน้ำได้แล้ว"เมื่อเห็นเซี่ยอิ้งเฟยทำท่าต่อต้านท่านกั๋วก

  • หวนชะตาลิขิตรัก   หย่าเสียเถิด

    ชินอ๋องเดินทางมาที่จวนกั๋วกงพบกับทหารหน้าจวนยืนขวางเอาไว้"แม้แต่กับข้ายังต้องเข้มงวดรึ""ฮ่องเต้รับสั่งเอาไว้ว่าไม่เว้นแม้แต่คนเดียวพะย่ะค่ะ""ดีจริงๆ เลย ข้าคือชินอ๋องตัวแทนฮ่องเต้มาพบเซี่ยกั๋วกงเปิดทางให้ด้วย"ชินอ๋องใช้น้ำเสียงคมเข้มข่มขู่ทหาร ทั้งสองคนลังเลมองหน้ากันจากนั้นจึงปล่อยให้เขาเข้าไปในจวนกั๋วกงได้ ทว่าเมื่อพ้นเขตของทหารไปแล้วเขากลับตรงไปที่เรือนหลังของเยี่ยนหรงแทน"คารวะชินอ๋องไม่ทราบว่ามีธุระใดเพคะ"หรูลี่ทำความเคารพและถามถึงธุระของเขา"เหอะ ข้ามาพบเซี่ยฮูหยินเหตุใดต้องมีธุระด้วยเล่า เพียงแต่อยากมาเยี่ยมนางเท่านั้น""ตอนนี้ฮูหยินคงไม่สะดวกเพคะเพราะไม่สบายอยู่""ไม่สบายเป็นอะไรหรือ อย่างนั้นยิ่งต้องเข้าไปดูถอยออกไป""ไม่ได้เพคะ"เมื่อถูกขัดขวางชินอ๋องเอื้อมมือผลักไหล่ของหรูลี่เบาๆ แล้วเปิดประตูเข้าไปเยี่ยนหรงที่กำลังนั่งอ่านตำราเห็นคนกำลังเดินเข้ามานางอึ้งไปชั่วขณะ ในใจรู้สึกตื่นตระหนกทว่าพยายามนิ่งสงบควบคุมสติเขาถือวิสาสะเดินเข้ามาใกล้ยกหลังมืออังที่หน้าผากของนาง เยี่ยนหรงสะดุ้งลุกขึ้นยืนให้ห่าง"เห็นว่าเจ้าไม่สบายตัวก็ไม่ร้อน""สบายดีเพคะ""ฮูหยินดูหน้าเจ้าสิหม่นหมอ

  • หวนชะตาลิขิตรัก   เยี่ยมนักโทษ

    "ข้าไม่นึกเลยว่าพี่อิ้งเฟยจะลุ่มหลงนางได้ขนาดนี้ นางมีดีอะไรข้ายังมองไม่เห็น นางมีอะไรเทียบข้าได้บ้างท่านถึงไม่มองข้าเลย"ไป๋เซียนพรั่งพรูความในใจที่เก็บกดมาเนิ่นนาน นางรักเขามานานเพียงใดเขาก็รู้ดีมาตลอด นางพูดจาดูหมิ่นเยี่ยนหรงต่อหน้าเซี่ยอิ้งเฟย ดวงตาสีนิลมองนางฉายแววเย็นเยียบ เขาลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้จนนางต้องถอยร่นออกไป "เพราะนางไม่เหมือนใครข้าถึงรักนางมาก นางมีในสิ่งที่เจ้าไม่เคยมีนางไม่มีนิสัยเยี่ยงเจ้า ความรักจากข้าที่มีต่อนางมันมากเกินกว่าจะมีให้คนอื่นแล้ว กลับไปเถอะองค์หญิง เรื่องของเราไม่มีทางเป็นไปได้ข้าจะอยู่หรือตายก็ไม่มีวันรักเจ้า"พูดจบเขาก็หมุนกายยืนกอดอกหันหลังให้นาง ไป๋เซียนทั้งโกรธทั้งอับอาย ตั้งแต่เกิดมานางไม่เคยถูกผู้ใดด่าทอมาก่อนยิ่งเป็นคำพูดที่ออกจากปากของเซี่ยอิ้งเฟยนางยิ่งนึกไม่ถึง ความเจ็บปวดแล่นพล่านทั่วร่างกายราวกับถูกเข็มเป็นพันเล่มทิ่มแทง หัวใจของนางแหลกสลายดั่งสูญสิ้นซึ่งความหวังที่เคยวาดระบายเอาไว้ในจินตนาการ ทั้งหมดทั้งมวลแตกสลายลงตรงหน้าไม่มีชิ้นดี ไป๋เซียนรู้สึกร้อนผ่าวทั่วใบหน้าดวงตามีน้ำใสๆ เอ่อล้นขึ้นมามองเซี่ยอิ้งเฟยไม่อยากเชื่อสายตา"ท่านมันเลือ

  • หวนชะตาลิขิตรัก   คู่แข่ง

    เถ้าแก่หลิ่วออกเดินทางมาได้เกือบครึ่งเดือนแล้วครั้งนี้เขาไปต่อรองราคากับชาวบ้านเพราะต้องการสั่งเป็นจำนวนมาก เมื่อลดต้นทุนแล้วเขาจะไปเอากำไรจากลูกค้ามากขึ้นเนื่องจากสืบได้ว่าการค้าขายยาสมุนไพรดูคึกคักในช่วงนี้"ขายดีเช่นนี้ต้องมีการขึ้นราคาเสียหน่อย"เยี่ยนหรงและซ่งฉีออกเดินทางไปที่หมู่บ้านเช่นเดียว

  • หวนชะตาลิขิตรัก   ออกไปหาเงินครั้งแรกก็ซวยแล้ว

    นางเก็บตั๋วเงินใส่ลงในกล่องไม้สักสีน้ำตาลเข้มซ่อนไว้ชั้นลึกที่สุดในตู้ เงินห้าพันตำลึงเกรงว่าจะไม่พอควรหารายได้เพิ่มอีกสักทางหนึ่ง เยี่ยนหรงแต่งกายด้วยชุดบุรุษอีกครั้ง คราวนี้นางจะออกไปหาเงินด้วยตัวเอง นำตั๋วเงินติดตัวไปด้วยห้าร้อยตำลึง ระหว่างที่กำลังคิดหาทางนางก็เห็นบุรุษหลายคนเข้าไปในสถานที่แห่

  • หวนชะตาลิขิตรัก   สำรวจตลาดเสียก่อน

    เช้าวันนี้อากาศเย็นลงอีกเยี่ยนหรงไม่ได้วางแผนเพิ่มเติมนางจึงนั่งเย็บถุงหอมไปพลางๆจวนกั๋วกงเซี่ยอิ้งเฟยกำลังทำงานยู่ในห้องหนังสือ เขาเป็นคนเอาจริงเอาจังมีความรับผิดชอบสูง เป็นบุรุษรูปงามจนเป็นที่กล่าวขวัญว่าผู้สืบทอดแห่งจวนกั๋วกงรูปงามราวเทพบุตรทว่านิสัยใจคอนิ่งขรึมสุขุมและจิตใจกล้าหาญไม่เกรงกลัวอ

  • หวนชะตาลิขิตรัก   ผิดที่ผิดเวลา

    รถม้ารับจ้างที่นัดเอาไว้หายไปแล้วเยี่ยนหรงให้หรูลี่ออกไปสอบถามก็ไม่พบสักแห่งทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาทำงานในเมืองหลวงหลายปี เมื่อก่อนช่วงเวลานี้ไม่ปรากฏและคนขับรถม้าก็ไม่ได้หายไปในเมื่อตามสืบไม่ได้นางก็ปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป บางทีเขาอาจย้ายกะทันหันก็เป็นได้ อยู่ในจวนนานๆ ก็น่าเบื่อเยี่ยนหรงจึงชวนหรูลี่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status