Home / รักโบราณ / หวนชะตาลิขิตรัก / พบคนที่ไม่ควรพบ

Share

พบคนที่ไม่ควรพบ

last update publish date: 2026-05-03 18:20:53

ถึงวันออกเดินทางเยี่ยนซูจ้างรถม้าให้นางเหมือนเคยนางให้หรูลี่ตามไปเพียงคนเดียวเพื่อความสะดวก หรูลี่เก็บสัมภาระเรียบร้อยทั้งคู่ก็ออกเดินทาง

เส้นทางจากเมืองหลวงไปยังวัดฉีชุนไม่ไกลมากเดินทางแต่เช้ายามบ่ายก็ไปถึง เส้นทางค่อนข้างราบเรียบจึงสะดวกและง่าย สำหรับนางที่มาทุกปีก็คุ้นชินกับเส้นทางนี้แล้ว

ภายในวัดฉีชุนวันนี้ค่อนข้างเงียบสงบเยี่ยนหรงเลือกเวลาที่คนน้อยที่สุดจึงจะมีสมาธิ

"คุณหนูเจ้าคะ นั่นรถม้าของจวนกั๋วกงเจ้าค่ะมีผู้ติดตามมากแล้วยังมีองครักษ์อีกหลายคน"

หรูลี่รู้จักรถม้าจากจวนกั๋วกง นางเคยติดตามรับใช้ฮูหยินสามครั้งเคยเห็นมาก่อนจึงจำได้ ผู้ที่ชอบมาสวดมนต์ไหว้พระมิใช่คนอื่นแต่เป็นองค์หญิงหลินเฟย ฮูหยินของท่านเซี่ยกั๋วกงที่มาเป็นประจำ

เยี่ยนหรงทำตัวนิ่งสงบที่สุดนางไม่ได้อยากพบเจอคนของจวนกั๋วกงแม้แต่คนเดียวจึงชวนหรูลี่เลี่ยงไปอีกทาง

ขณะที่ยืนรอเณรน้อยนำทางไปยังห้องพักสายตาของนางสะดุดเข้ากับบุรุษงามสง่าผู้หนึ่ง

เซี่ยอิ้งเฟย

เหตุใดจึงพบเขาที่นี่! คาดว่าคงมาส่งมารดากระมัง บุคลลที่นางไม่อยากเจอมากที่สุดก็คือเซี่ยอิ้งเฟย 

ถึงนางจะเคยอยู่กับเขาช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันก็ไม่มีอะไรน่าจดจำ

ที่สำคัญเขาเดินมาทางที่นางยืนอยู่

"เซี่ยซื่อจื่อ"

เสียงสวรรค์ดังขัดจังหวะขึ้นเขาผินหน้าไปมองแล้วเดินเบี่ยงไปด้านนั้น ก่อนเลี่ยงออกไปเขาหันมามองนาง ดวงตาสองคู่สบประสานโดยไม่ตั้งใจ นางเห็นสายตาคู่นั้นทำให้รู้สึกชาวาบไปทั้งตัว หลบสายตาในทันทีโดยไม่รู้ตัว พอดีกับเณรน้อยเดินมาถึง

"คุณหนูเยี่ยนเชิญทางนี้"

นางทำความเคารพแล้วจับมือหรูลี่เดินตามไป หรูลี่เองก็แปลกใจไม่น้อยที่คุณหนูของนางหมู่นี้มีท่าทางแปลกๆ เมื่อก่อนชอบข่มเหงนางเดี๋ยวนี้กลับอ่อนโยนและทำดีกับนางเหมือนมิใช่บ่าวรับใช้จนน่าเกรงใจ

หรูลี่จัดห้องให้นางเสร็จแล้วไปบอกรถม้าให้กลับไปก่อนอีกเจ็ดวันค่อยมารับ

อากาศหนาวเย็นและค่ำเร็วเยี่ยนหรงออกไปกินอาหารเย็นพบกับคนที่ไม่คุ้นเคยค่อยทำให้สบายใจขึ้น นางกินจนอิ่มแล้วกลับเข้าไปพักผ่อน

องค์หญิงหลินเฟยก็มาสวดมนต์บ่อยครั้งเพียงแต่เยี่ยนหรงไม่เคยพบ ไม่ต้องพูดถึงคนที่มาส่งนางยิ่งไม่เคยพบหน้าเขามาก่อน ชาติก่อนนางรู้จักเขาก็หลังจากโดนจับแล้ว เคยได้ยินเพียงว่าเซี่ยซื่อจื่อผู้นี้เก่งทั้งด้านบู๊และบุ๋น ทั้งวางแผนเก่งรอบคอบและมีวรยุทธสูงส่ง องครักษ์ของเขาก็เช่นเดียวกัน แต่ละคนที่อยู่ข้างกายซื่อจื่อล้วนเก่งกาจเพราะเขาเลือกมาเองกับมือ

นางประเมินดูแล้วเซี่ยอิ้งเฟยคนนี้หน้าตาดูดีกว่าเซี่ยอี้เฉินน้องชายของเขาอีกทั้งยังเก่งกว่ามีความสุขุมแล้วยัง...เจ้าเล่ห์ไม่เบา

เซี่ยอี้เฉินยังเด็กนักเพียงร่ำเรียนเตรียมสอบเป็นขุนนางในวังเช่นเดียวกับพี่ชายแต่เขายังอ่อนประสบการณ์เทียบกับเซี่ยอิ้งเฟยแล้วนับว่ายังห่างไกล

กล่าวกันว่าความสามารถของเซี่ยซื่อจื่อเป็นที่ประจักษ์ สอบได้อันดับหนึ่งแล้วยังเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว มีความรับผิดชอบมากมายเป็นความภูมิใจของจวนกั๋วกง

เป็นขุนนางเชื้อพระวงศ์เคียงข้างกายฮ่องเต้ทว่าจิตสำนึกของนางบอกว่าคนผู้นี้ไม่ควรเข้าใกล้ ตอนที่เขามองมานางพยามยามข่มกลั้นความตื่นกลัวจนสุดความสามารถ หากไม่มีเสียงเรียกขานก็ยังไม่รู้ว่าจะรับมือเช่นไร

เยี่ยนหรงสวดมนต์ทำสมาธิก่อนนอนกำจัดความฟุ้งซ่านออกไปจากจิตใจถึงอย่างไรนางก็อยู่ที่นี่อีกหลายวัน ไม่แน่ว่าใครคนนั้นคงแค่มาส่งอาจจะกลับไปแล้วก็ได้

ตอนเช้านางกับหรูลี่เข้าไปสวดมนต์ทำสมาธิ นางทำอย่างนี้ทั้งวันและทุกวันโดยไม่ได้พบเจอฮูหยินจวนกั๋วกงอีกค่อยรู้สึกสบายใจขึ้น

ครบเจ็ดวันอย่างรวดเร็วรถม้าของจวนตระกูลเยี่ยนก็ยังมาไม่ถึงในขณะที่ทุกคนขึ้นรถม้าของตนเองหมดแล้ว

จนกระทั่งคันสุดท้ายเป็นขบวนใหญ่ของจวนกั๋วกง สตรีงดงามท่วงงามสง่าเดินเข้ามาหาเยี่ยนหรง

"แม่นางผู้นี้ รอรถม้าหรือ"

องค์หญิงหลินเฟยเดินเข้ามาถามนาง เมื่อก่อนช่วงเวลานี้นางยังไม่รู้จักคนในจวนกั๋วกง ในเมื่อไม่รู้จักนางก็ต้องนอบน้อมและแสดงละครเล็กน้อย

"เจ้าค่ะ นัดมารับวันนี้อีกหน่อยก็คงมา"

"คงไม่มาแล้วกระมัง หากช้ากว่านี้ต้องเดินทางลำบากเส้นทางแม้จะราบรื่นแต่ยังอันตราย"

องค์หญิงยิ้มแย้มดูมีเมตตา เยี่ยนหรงก้มหน้าลงเอ่ยขึ้น

"รออีกไม่นานคงมาถึงเจ้าค่ะ"

นางพูดทั้งที่แววตาซ่อนความกังวลไม่มิดซึ่งองค์หญิงรับรู้ได้

"มาเถิดเดินทางด้วยกัน รถม้าอีกคันยังมีพื้นที่ว่างคงพอนั่งได้อีกสองคน"

"เอ่อ...คือ..."

คันที่นางชี้มือไปเป็นของคนที่มารับและคนที่เดินลงมาก็คือเซี่ยอิ้งเฟย

เยี่ยนหรงคาดไม่ถึงเขาทั้งมารับมาส่งแล้วตอนนี้รถม้าของเขายังว่างอยู่

'ซวยแล้วเยี่ยนหรง'

"อิ้งเฟย ให้แม่นางน้อยสองคนนี้นั่งคันนั้นเถิด"

เขาผายมือเชิญใบหน้าไม่ยิ้มไม่หน้าบึ้งแต่ไม่เย็นชา

"เชิญคุณหนู"

เมื่อเชิญขนาดนี้นางมิอาจปฏิเสธได้จับมือหรูลี่คารวะคนทั้งสองแล้วขึ้นรถม้า

เยี่ยนหรงและหรูลี่นั่งฝั่งตรงข้ามเยื้องกับเซี่ยอิ้งเฟย นางลืมตัวจับมือหรูลี่เอาไว้แน่นพลางนิ่งสงบ อาการเช่นนี้เซี่ยอิ้งเฟยสังเกตเห็น เขาคิดว่าสตรีคงไม่คุ้นเคยกับคนแปลกหน้าอาจจะตื่นกลัวจึงเอ่ยขึ้น

"คุณหนูตามสบายไม่ต้องเกรงใจ"

นางเพียงยิ้มบางแล้วมองออกไปด้านนอกแทน บุรุษผู้นี้นอกจากหน้าตาดีโดดเด่น น้ำเสียงเขายังฟังไพเราะอบอุ่นชวนเคลิบเคลิ้ม ทว่านางได้สัมผัสมาแล้วว่าเสียงนี้ก็เป็นเพียงการล่อลวงผู้อื่น

ขบวนรถม้าแล่นไปเรื่อยๆ ช้าบ้างเร็วบ้างแต่ก็มาถึงอย่างปลอดภัย ระหว่างทางเซี่ยอิ้งเฟยจึงเอ่ยถามขึ้น

"ไม่ทราบคุณหนูพักจวนตระกูลใด รถม้าจะได้ไปส่ง"

"จวนตระกูลเยี่ยนเจ้าค่ะ"

"อ้อ อยู่ไม่ไกลมาก"

รถม้าขององค์หญิงหลินเฟยแยกกลับจวนส่วนเซี่ยอิ้งเฟยมาส่งนางที่หน้าจวนรอจนกระทั่งนางเข้าไปด้านในจึงเลี้ยวกลับออกไป

เขาไม่ได้คิดอะไรมากเพียงมาส่งผู้ร่วมทางเท่านั้นนอกนั้นเขาก็มิได้สนใจหรือคิดเรื่องของนาง

กลับมาถึงช่วงหัวค่ำนางจึงไปพบบิดาและฮูหยิน ทั้งสามพูดคุยกันเล็กน้อยก็ปล่อยให้นางไปพักผ่อน โดยไม่ได้ถามอะไรมากเห็นว่านางคงเหนื่อยล้าจากการเดินทาง นางก็ไม่ได้แจ้งเรื่องรถม้าไม่ไปรับ ในเมื่อมาถึงอย่างปลอดภัยก็ไม่อยากคิดมากกับเรื่องนี้

นางกลับเรือนอาบน้ำผลัดเสื้อผ้าเตรียมตัวเข้านอน วันนี้นั่งเกร็งมาทั้งวันบนรถม้ารู้สึกเมื่อยไปทั้งตัวแล้ว

เซี่ยอิ้งเฟยกลับจวนเขาก็ไปทำงานที่ห้องหนังสือ มารดาก็เข้านอนแล้วนางคงอ่อนเพลียจึงมิได้พูดคุยกัน

"ตระกูลเยี่ยนหรือ"

เขาพึมพำออกมา อยู่ๆ ใบหน้างดงามก็ลอยเข้ามาทำลายสมาธิในการทำงานจึงวางทุกอย่างลงแล้วเข้าพักผ่อนเช่นเดียวกัน

เช้าวันต่อมา...

"เรื่องเมื่อวานเรียบร้อยดีหรือไม่"

"เรียบร้อยขอรับท่านแม่"

องค์หญิงเอ่ยถามขณะที่ทั้งคู่รับประทานอาหารร่วมกัน

"นางอยู่จวนไหนรึ"

"จวนตระกูลเยี่ยนขอรับ"

เมื่อได้ฟังองค์หญิงหลินเฟยถึงกับร้อง 'หึ'ในลำคอ แววตาทอประกายเมื่อครู่จางหายไปอย่างรวดเร็ว คุณหนูรูปโฉมงดงามคนนั้นที่แท้ก็แค่บุตรสาวขุนนางขั้นสี่ ไม่เหมาะสมกับซื่อจื่อด้วยประการทั้งปวง

นางเข้าใจไปเองว่าสตรีมารยาทงามดูเป็นกุลสตรีคนนี้คงเป็นบุตรสาวตระกูลขุนนางชั้นสูงจึงถือโอกาสนี้ให้เซี่ยอิ้งเฟยกับนางได้พบปะกัน หากทั้งคู่ถูกใจกันนางจะได้เริ่มทำตามธรรมเนียม เซี่ยซื่อจื่อวันๆ เอาแต่ทำงานเรื่องนี้จึงเป็นนางคอยจัดการให้

"ท่านแม่ มีเรื่องใดหรือขอรับ"

เขาถามมารดาขึ้นเมื่อเห็นนางเงียบไปนาน

"ไม่มีเรื่องใดต้องเป็นกังวล แม่นางคนนั้นถึงจวนอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว"

"ขอรับ"

เซี่ยอิ้งเฟยไม่ถามให้มากความคนอย่างเขาเหตุใดจะมองไม่ออกว่ามารดาคิดทำสิ่งใด นางตอบอย่างนี้แสดงว่าเรื่องนี้ก็จบลง

หมายความว่าคูณหนูเยี่ยนไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับเขาก็เท่านั้นเอง

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนชะตาลิขิตรัก   ตอนจบ

    จวนกั๋วกงเซี่ยกั๋วกงและองค์หญิงหลินเฟยให้การยอมรับในตัวเยี่ยนหรงมากขึ้น ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ต่างอดทนแบกรับความเสี่ยงร่วมกับฮูหยินน้อยผู้นี้ทว่าในตอนนี้ความรอบคอบของนางสร้างความประทับใจให้จวนกั๋วกงเป็นอย่างมาก นอกจากนางจะวางแผนเหตุการณ์ล่วงหน้าแล้วยังช่วยเหลือชาวบ้านที่ตกทุกข์ได้ยากมากกว่าขุนนางและเศรษฐีเสียอีก นับว่าเยี่ยนหรงคือเซี่ยฮูหยินของซื่อจื่อแห่งจวนกั่วกงอย่างแท้จริงเซี่ยอิ้งเฟยได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นขุนนางตำแหน่งราชเลขาของฮ่องเต้ที่ทรงมีพระวรกายไม่ค่อยแข็งแรงนักเพราะผลจากโรคระบาดที่ผ่านมานับเป็นความก้าวหน้าที่เหนือกว่าทุกคน เยี่ยนหรงส่งต่อกิจการค้าให้กับซ่งฉีรับดูแลต่อไปเพราะนางต้องทำหน้าที่ฮูหยินโดยสมบูรณ์ มีบ้างบางครั้งที่ซ่งฉีเชิญนางไปช่วยสอนการดูชนิดสมุนไพรและสรรพคุณแต่ละชนิดในการรักษาโรค นางอยู่ที่นั่นอย่างมากไม่เกินช่วงบ่ายก็เดินทางกลับจวนแล้วหลังโรคระบาดจบลงทางวังหลวงมีผู้สอบเป็นหมอหลวงได้อันดับที่หนึ่งก็คือหยางชิงเซียน ถือว่าเป็นหมออายุน้อยที่สุดและเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับการยอมรับในความสามารถ ก่อนหน้านี้นางเริ่มมีชื่อเสียงจากการรักษาผู้ป่วยรอบนอกเมืองมาก่อนจึงเอาประ

  • หวนชะตาลิขิตรัก   ลบล้างความผิด

    อาการของชินอ๋องทรุดลงเรื่อยๆ ไม่ว่าจะจัดยาฤทธิ์แรงขนาดไหนดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผลรวมถึงสตรีในจวนของเขาหลายคนก็มีอาการเช่นเดียวกัน ตอนนี้เริ่มลุกลามไปถึงนางกำนัลประจำตัวของเขาและบ่าวรับใช้ สตรีแต่ละคนมีอาการรุนแรงบ้าง บางคนที่สุขภาพดีอาการไม่หนักมากภายในตำหนักของชินอ๋องเริ่มไม่ปลอดภัย บ่าวรับใช้และทหารต่างหวาดกลัวการแพร่ระบาดของโรคนี้นอกจากนั้นพวกเขายังได้ข่าวว่ามีบางคนกลับไปเยี่ยมครอบครัวและคนในครอบครัวของพวกนางก็ติดโรคเหล่านี้ด้วยเช่นกัน"อะไรนะ ชินอ๋องป่วยหนักอย่างนั้นรึ"ฮ่องเต้ตกพระทัยเป็นอย่างยิ่งที่อาการของชินอ๋องทรุดลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วัน พระองค์เสด็จไปเยี่ยมเขาที่ตำหนักทันที"เกิดอะไรขึ้นเหตุใดเจ้าถึงเป็นเช่นนี้"พระองค์ทอดพระเนตรพระอนุชาที่นอนหายใจหอบอยู่บนเตียงสายตาของเขาตอนนี้ทั้งพร่ามัวและรางเลือนข่าวอาการป่วยของชินอ๋องแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว สร้างความหวั่นกลัวให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก อีกทั้งสตรีในจวนของเขาและครอบครัวก็ติดโรคระบาดนี้ไปด้วย พวกนางทั้งหมดถูกขับไล่ออกจากตำหนักพร้อมด้วยนางกำนัลทั้งหมดจึงเดินทางกลับไปหาครอบครัวตนเองทว่ากลับถูกผลักไสเพราะ

  • หวนชะตาลิขิตรัก   เกิดเหตุครั้งใหญ่

    การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดเสียงกระบี่กระทบกันดังสนั่นไปทั่วตำหนักชินอ๋อง บ่าวรับใช้นางกำนัลกรีดร้องวิ่งหนีเอาตัวรอดส่วนชินอ๋องยืนดูการต่อสู้ที่เข้มข้นต่อไปองครักษ์ของตำหนักชินอ๋องได้รับบาดเจ็บล้มตายต่อหน้าเขา คนที่เหลือสองสามคนล่าถอยเพราะบาดเจ็บเริ่มสู้ไม่ไหว"ท่านจำเอาไว้ว่าอย่าได้คิดเข้าใกล้จวนกั๋วกงอีก ไม่เช่นนั้นตำหนักชินอ๋องไม่เหลือแน่""เซี่ยอิ้งเฟย โอหังนัก! ข้าคือใครเจ้าควรสำนึกบ้าง""ท่านต่างหากที่ควรต้องสำนึก ก่อเรื่องเอาไว้มากระวังตัวให้ดีว่าวันหนึ่งข้าจะเปิดโปงท่าน""เจ้ากล้าขู่ข้ารึ""ไม่ใช่แค่ขู่ หากข้าต้องการเอาชีวิตของท่านมันง่ายนิดเดียว""เจ้า!"ชินอ๋องชี้หน้าเซี่ยอิ้งเฟยพูดไม่ออกดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความโมโหสุดขีด เขาจ้องหน้าชินอ๋องกลับกระตุกยิ้มมุมปากก่อนเดินออกไป"กลับจวน"ทั้งสามคนออกไปจากตำหนัก ปล่อยให้เขาโมโหบันดาลโทสะระบายอารมณ์กับบ่าวรับใช้ต่อไปเซี่ยอิ้งเฟยกลับมาทำงานของตนเองต่อหลังจากกลับจากตำหนักชินอ๋อง ก่อนทำงานเขาตรวจดูความเรียบร้อยของจวนกั๋วกงว่ามีสิ่งใดเสียหายหรือไม่ เรื่องที่ฮ่องเต้สั่งให้ทหารมาควบคุมเอาไว้น่าจะเป็นฝีมือของชินอ๋อง เมื่อเซี่ยกั๋วกงจ

  • หวนชะตาลิขิตรัก   เข้าวังหลวง

    เซี่ยอิ้งเฟยยังคงนั่งอยู่ท่าเดิมดูหน้าเขาไม่ได้ทุกข์ร้อนแต่อย่างใด เวลานี้องครักษ์ลับกำลังไปสืบเรื่องในจวนกั๋วกง เขาเพียงนั่งรอจดหมายหากมีเรื่องไม่ชอบมาพากลก็สั่งการได้ทันทีเสียงฝีเท้าหนักที่คุ้นเคยเดินผ่านห้องขังช้าๆ จนกระทั่งมาหยุดยืนที่ประตูคุมขังของเขาจากนั้นทหารก็ปลดกุญแจเสียงฝีเท้านั้นเริ่มเดินเข้ามาใกล้เซี่ยอิ้งเฟยลืมตาขึ้นเขาต้องตะลึงอย่างคาดไม่ถึงเมื่อเห็นเซี่ยกั๋วกงยืนยิ้มบางอยู่ตรงหน้า"ท่านพ่อ!"เขาเดินเข้ามาตบบ่าของบุตรชายเบาๆยามที่ต้องการให้กำลังใจเซี่ยอิ้งเฟย ท่านกั๋วกงมักทำเช่นนี้ประจำ"เป็นอย่างไรไอ้ลูกชายรสชาติของการเป็นนักโทษ ดูหน้าเจ้าสิไม่ได้อมทุกข์เลยสักนิด""เพราะลูกจดจำคำสั่งสอนของท่านพ่อเอาไว้ตลอดเวลาขอรับ เราเป็นบุรุษทำผิดก็ต้องยอมรับแต่ไม่ทิ้งอุดมการณ์""พ่อเข้าใจเจ้าไปเถอะกลับจวนกัน"เซี่ยอิ้งเฟยเลิกคิ้วเมื่อเห็นบิดากำลังเดินนำหน้าออกไปที่ประตู"เหตุใดเป็นเช่นนี้เล่าขอรับ""ผิดถูกอย่างไรก็ไปรอที่จวน เจ้าสนุกนักหรือไรที่มานั่งเล่นนอนเล่นในคุกหลวงเช่นนี้ พ่อจะบอกให้ว่าตอนนี้เจ้าตัวเหม็นมากควรรีบกลับไปอาบน้ำได้แล้ว"เมื่อเห็นเซี่ยอิ้งเฟยทำท่าต่อต้านท่านกั๋วก

  • หวนชะตาลิขิตรัก   หย่าเสียเถิด

    ชินอ๋องเดินทางมาที่จวนกั๋วกงพบกับทหารหน้าจวนยืนขวางเอาไว้"แม้แต่กับข้ายังต้องเข้มงวดรึ""ฮ่องเต้รับสั่งเอาไว้ว่าไม่เว้นแม้แต่คนเดียวพะย่ะค่ะ""ดีจริงๆ เลย ข้าคือชินอ๋องตัวแทนฮ่องเต้มาพบเซี่ยกั๋วกงเปิดทางให้ด้วย"ชินอ๋องใช้น้ำเสียงคมเข้มข่มขู่ทหาร ทั้งสองคนลังเลมองหน้ากันจากนั้นจึงปล่อยให้เขาเข้าไปในจวนกั๋วกงได้ ทว่าเมื่อพ้นเขตของทหารไปแล้วเขากลับตรงไปที่เรือนหลังของเยี่ยนหรงแทน"คารวะชินอ๋องไม่ทราบว่ามีธุระใดเพคะ"หรูลี่ทำความเคารพและถามถึงธุระของเขา"เหอะ ข้ามาพบเซี่ยฮูหยินเหตุใดต้องมีธุระด้วยเล่า เพียงแต่อยากมาเยี่ยมนางเท่านั้น""ตอนนี้ฮูหยินคงไม่สะดวกเพคะเพราะไม่สบายอยู่""ไม่สบายเป็นอะไรหรือ อย่างนั้นยิ่งต้องเข้าไปดูถอยออกไป""ไม่ได้เพคะ"เมื่อถูกขัดขวางชินอ๋องเอื้อมมือผลักไหล่ของหรูลี่เบาๆ แล้วเปิดประตูเข้าไปเยี่ยนหรงที่กำลังนั่งอ่านตำราเห็นคนกำลังเดินเข้ามานางอึ้งไปชั่วขณะ ในใจรู้สึกตื่นตระหนกทว่าพยายามนิ่งสงบควบคุมสติเขาถือวิสาสะเดินเข้ามาใกล้ยกหลังมืออังที่หน้าผากของนาง เยี่ยนหรงสะดุ้งลุกขึ้นยืนให้ห่าง"เห็นว่าเจ้าไม่สบายตัวก็ไม่ร้อน""สบายดีเพคะ""ฮูหยินดูหน้าเจ้าสิหม่นหมอ

  • หวนชะตาลิขิตรัก   เยี่ยมนักโทษ

    "ข้าไม่นึกเลยว่าพี่อิ้งเฟยจะลุ่มหลงนางได้ขนาดนี้ นางมีดีอะไรข้ายังมองไม่เห็น นางมีอะไรเทียบข้าได้บ้างท่านถึงไม่มองข้าเลย"ไป๋เซียนพรั่งพรูความในใจที่เก็บกดมาเนิ่นนาน นางรักเขามานานเพียงใดเขาก็รู้ดีมาตลอด นางพูดจาดูหมิ่นเยี่ยนหรงต่อหน้าเซี่ยอิ้งเฟย ดวงตาสีนิลมองนางฉายแววเย็นเยียบ เขาลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้จนนางต้องถอยร่นออกไป "เพราะนางไม่เหมือนใครข้าถึงรักนางมาก นางมีในสิ่งที่เจ้าไม่เคยมีนางไม่มีนิสัยเยี่ยงเจ้า ความรักจากข้าที่มีต่อนางมันมากเกินกว่าจะมีให้คนอื่นแล้ว กลับไปเถอะองค์หญิง เรื่องของเราไม่มีทางเป็นไปได้ข้าจะอยู่หรือตายก็ไม่มีวันรักเจ้า"พูดจบเขาก็หมุนกายยืนกอดอกหันหลังให้นาง ไป๋เซียนทั้งโกรธทั้งอับอาย ตั้งแต่เกิดมานางไม่เคยถูกผู้ใดด่าทอมาก่อนยิ่งเป็นคำพูดที่ออกจากปากของเซี่ยอิ้งเฟยนางยิ่งนึกไม่ถึง ความเจ็บปวดแล่นพล่านทั่วร่างกายราวกับถูกเข็มเป็นพันเล่มทิ่มแทง หัวใจของนางแหลกสลายดั่งสูญสิ้นซึ่งความหวังที่เคยวาดระบายเอาไว้ในจินตนาการ ทั้งหมดทั้งมวลแตกสลายลงตรงหน้าไม่มีชิ้นดี ไป๋เซียนรู้สึกร้อนผ่าวทั่วใบหน้าดวงตามีน้ำใสๆ เอ่อล้นขึ้นมามองเซี่ยอิ้งเฟยไม่อยากเชื่อสายตา"ท่านมันเลือ

  • หวนชะตาลิขิตรัก   โดนอาญา

    รอยยิ้มโค้งน่าดึงดูดมองนางไปทั้งตัว เยี่ยนหรงรู้สึกตัวได้นางจึงค่อยๆ ลุกขึ้นย่นจมูกเล็กน้อย"เจ็บหรือ"นางก้มหน้าลงเมื่อได้ยินคำถามตรงๆ รู้สึกอายเป็นอย่างมากแต่ยังพยักหน้าเล็กน้อย"ข้าเผลอรุนแรงไปหน่อย ต้องขอโทษฮูหยิน"เขาพูดพลางเอื้อมมือเขี่ยปอยผมที่ปรกหน้าของนางออก"ท่าน...เอ่อ...ข้า"นางหลุบตาลง

  • หวนชะตาลิขิตรัก   คู่แข่ง

    เถ้าแก่หลิ่วออกเดินทางมาได้เกือบครึ่งเดือนแล้วครั้งนี้เขาไปต่อรองราคากับชาวบ้านเพราะต้องการสั่งเป็นจำนวนมาก เมื่อลดต้นทุนแล้วเขาจะไปเอากำไรจากลูกค้ามากขึ้นเนื่องจากสืบได้ว่าการค้าขายยาสมุนไพรดูคึกคักในช่วงนี้"ขายดีเช่นนี้ต้องมีการขึ้นราคาเสียหน่อย"เยี่ยนหรงและซ่งฉีออกเดินทางไปที่หมู่บ้านเช่นเดียว

  • หวนชะตาลิขิตรัก   ต้องการบุรุษผู้นี้เป็นคู่ครอง

    ครบกำหนดกลับเมืองหลวงทั้งสองขบวนก็มารวมตัวกันเหมือนเดิม ครั้งนี้เซี่ยอิ้งเฟยปล่อยให้เยี่ยนหรงได้นั่งกับหรูลี่ หลังจากคืนนั้นเขาก็มิได้ใกล้ชิดหรือพบนางอีกจนกระทั่งวันออกเดินทาง อีกอย่างเขาต้องการอ่านตำราเงียบๆ และทำงานบนรถม้าไปด้วย หากนางนั่งอยู่ด้วยเกรงว่าตัวเองจะหมดสมาธิในการทำงาน เยี่ยนหรงจึงได้น

  • หวนชะตาลิขิตรัก   งานเลี้ยงในวังหลวง(ต่อ)

    เซี่ยอิ้งเฟยพยายามสุดแรงว่ายเข้าไปคว้าตัวเยี่ยนหรงเอาไว้ได้ก่อนศีรษะจมลงไป พานางลอยตัวขึ้นฝั่งโดยไม่เกรงกลัวความเย็นยะเยือกจากอากาศแต่อย่างใด ท่ามกลางเสียงร้องโหวกเหวกของคนบนฝั่งรอบตัวทั้งสองคนมีองครักษ์ของเขาช่วยพยุงอีกทอดหนึ่งเยี่ยนหรงทั้งสำลักน้ำทั้งตัวสั่น นางกำนัลจึงพาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status