Masukหญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความอิ่มเอม โดยไม่รู้เรื่องเลยว่าปัญหากำลังเดินทางมาหาตนเอง
เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จก็มานอนเล่นอย่างสบายอารมณ์ ในยุคนี้ไม่มีอะไรทำมากนัก นอกจากฝึกศาสตร์ต่าง ๆ แล้ว ก็ไม่มีอะไรทำอีก ซึ่งนางจึงเลือกที่จะนอน มากกว่าจะฝึกฝนศาสตร์เหล่านั้น
ในขณะที่นางกำลังนอนพักผ่อนอยู่นั้น อิงอิงก็เดินเข้ามาแจ้งถึงการมาของคนที่นางคาดไม่ถึง
“คุณหนูเจ้าคะ นายท่านผู้เฒ่าหานมาหาเจ้าค่ะ”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ!! ท่านตามาหาข้าหรือ” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างตกใจ พร้อมกับดีดตัวขึ้นจากที่นอนทันที ท่านตาไม่เคยมาหานางที่จวน มีแต่นางที่เดินทางไปหา หรือว่าสองคนนี้จะไปเล่าอะไรให้ท่านฟัง เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็หันไปถามอิงอิงที่นั่งก้มหน้าอยู่ ด้วยสายตาจับผิด “เจ้าไปเล่าอันใดให้ท่านตาของข้าฟังหรือไม่”
“บ่าวไม่ได้เล่าอันใดเลยเจ้าค่ะ บางที่นายท่านผู้เฒ่าอาจจะเป็นห่วงสุขภาพคุณหนูก็ได้นะเจ้าค่ะ” นางเลือกที่จะโกหกออกไป เพราะหากคุณหนูรู้อาจจะไม่ยอมให้นางคอยอยู่รับใช้ข้างกายต่อ เช่นนั้นจะยิ่งไม่แย่ไปกันใหญ่หรือ
“เช่นนั้นก็แล้วไป อย่าให้ข้ารู้เชียวว่าเจ้าไปพูดเรื่องนี้ให้ท่านตาฟัง” หญิงสาวพูดขึ้นอย่างคาดโทษ จากนั้นก็ลุกขึ้นเพื่อเตรียมออกไปพบท่านตาที่รออยู่
“อิ่งเอ๋อร์คารวะท่านตาเจ้าค่ะ” เดิมทีจะต้องเป็นนางที่ออกไปหาท่านตา แต่ตอนนี้นางกำลังรับบทเป็นคนป่วยอยู่ จึงต้องเป็นท่านตาที่เข้ามาหานางในห้อง
“อิ่งเอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง” หานเฟยเจี้ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง จากนั้นก็มองสำรวจหลานสาวอย่างละเอียด แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร จึงได้เอ่ยต่อ “ตาเห็นว่าเจ้าเกิดไม่สบายอีก จึงได้พาท่านหมอมาตรวจเจ้าอย่างละเอียด”
“ข้าไม่เป็นอันใดแล้วเจ้าค่ะ ท่านตาอย่าได้ห่วง” นางบอกอย่างรีบร้อน หากให้หมอตรวจต้องรู้แน่เลยว่านางโกหก
“ให้หมอตรวจดูหน่อยเถิด เพื่อความสบายใจของตา” เขายังคงหว่านล้อมให้นางยอมตรวจร่างกายอย่างละเอียด แล้วเขาก็ยังสังเกตเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของนาง นางเป็นหลานที่เขารักที่สุด นางแปลกไปเพียงนิดเดียว เขาก็สามารถรู้ได้
“เจ้าค่ะ” นางตอบอย่างไม่อาจปฏิเสธได้
“ดี ดี เช่นนั้นท่านหมอเชิญตรวจเถิด” เขาพูดขึ้นอย่างดีใจ หมอที่เขาเชิญมานั้นเป็นหมอที่เก่งกาจที่สุด รักษาคนที่เป็นเช่นหลานสาวของเขาหายมาหลายคนแล้ว เขาถึงขั้นไปขอร้องด้วยตนเอง ท่านหมอจึงยอมมาตรวจอาการให้
หมอตรวจดูอาการของหลัวอี๋อิ่งอยู่นานพอสมควร แต่ก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ สภาพจิตใจและร่างกายของนางก็ปกติดี
“ไม่มีอะไรต้องน่าเป็นห่วง พักผ่อนสองสามวันก็หายแล้วขอรับ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“เช่นนั้นก็ดี ข้าจะได้วางใจ” เขาตอบพร้อมกับมองหน้าหมออย่างสื่อความหมาย ก่อนเข้ามาที่นี่เขาได้เล่าถึงอาการของหลานสาวให้หมอได้ฟังแล้ว หลานสาวของเขาไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้ เขาก็จะแสร้งทำเป็นไม่รู้ แล้วเดี๋ยวพวกเขาค่อยออกคุยกันที่ด้านนอกอีกที
ก่อนที่จะได้พูดอะไรกันไปมากกว่านี้ ฮูหยินใหญ่ของจวนราชครูก็เดินนำคนผู้หนึ่งเข้ามา
“ท่านพ่อ องค์รัชทายาทรู้ข่าวว่าอาการของอิ่งเอ๋อร์ไม่ใคร่จะดีจึงได้ส่งหมอหลวงมาตรวจดูอาการให้เจ้าค่ะ” นางพูดขึ้นอย่างดีใจ หมอหลวงไม่ใช่ว่าใครก็จะสามารถเชิญมาได้
“เป็นโชคของอิ่งเอ๋อร์ยิ่งนัก”
“โชคดีที่ท่านพี่มีความสัมพันธ์อันดีกับองค์รัชทายาท เมื่อพระองค์เห็นว่าบุตรสาวของเขาป่วย จึงได้ส่งหมอหลวงมารักษา” นางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงปลื้มปีติ
สองพ่อลูกพูดคุยกันด้วยความยินดี ระหว่างรอหมอหลวงทำการตรวจร่างกายของหลัวอี๋อิ่ง
ต่างจากหญิงสาวที่นอนให้หมอตรวจคนแล้วคนเล่า นี่มันเรื่องอันใดกัน เหตุใดจึงมีแต่คนพาหมอมาตรวจมากมายเช่นนี้ แล้วเรื่องที่นางจะแกล้งป่วยต่ออีกสักพักก็ไม่สามารถทำได้แล้วใช่หรือไม่ นางได้แต่คิดอย่างขุ่นเคือง
เมื่อเห็นว่าหมอหลวงตรวจอาการของบุตรสาวเสร็จเรียบร้อยแล้ว หานเจียหนิงก็รีบถามขึ้น นางอยากรู้ว่าบุตรสาวเป็นอะไรกันแน่ เหตุใดอาการป่วยถึงได้กลับมาอีก ทั้ง ๆ ที่ในตอนแรกก็ดีขึ้นแล้วแท้ ๆ
“อาการของบุตรสาวข้าเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”
“ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง พักผ่อนอีกสองสามวันก็ดีขึ้นแล้วขอรับ”
สรุปผลการตรวจร่างกายของหลัวอี๋อิ่งไม่มีอะไรผิดปกติ เหมือนกันทั้งสองคน ซึ่งทำให้คนในจวนต่างแปลกใจเป็นอย่างมาก
เมื่อเห็นว่าหมอทั้งสองพูดเหมือนกันว่าไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง พวกเขาก็เริ่มเบาใจอยู่หลายส่วน ก่อนจะรีบเอ่ยขอบคุณ หลังจากนั้นก็หันไปสั่งให้พ่อบ้านไปส่งหมอทั้งสองที่หน้าจวน
หานเฟยเจี้ยเดินเข้าไปหาหลานสาว กล่าวอย่างอ่อนโยนว่า “เจ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว วันนี้ตาได้พาสาวใช้มาให้เจ้าอีกสามคน”
หญิงสาวเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เพราะนางจะได้มีคนคอยสอดส่องดูแลเพิ่ม นางรีบเอ่ยขอบคุณท่านตา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้น จนลืมรักษาท่าทีของหลัวอี๋อิ่งคนเก่า
หานเจียหนิงเมื่อเห็นว่าบุตรสาวร่าเริงขึ้นก็ได้เบาใจอยู่หลายส่วน แตกต่างจากผู้เป็นตาที่ได้แต่มองดูด้วยความหนักใจ แต่ก่อนเขาพยายามมอบสาวใช้เหล่านี้ให้กับหลานสาวหลายต่อหลายครั้ง แต่นางก็เอาแต่ปฏิเสธและไม่ยอมรับเลยสักครั้ง แต่มาวันนี้นางกับดีใจที่ได้สาวใช้เพิ่ม แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็สามารถเบาใจได้อยู่หลายส่วนเช่นกัน ก่อนที่เขาจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีธุระที่ต้องไปทำ จึงได้เอ่ยขอตัวออกไปทำธุระต่อ เขามองหลานสาวด้วยความเป็นห่วงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเดินออกไป
ตอนพิเศษ 3“วันนี้เหนื่อยหรือไม่เพคะ ฝ่าบาท” หลัวอี๋อิ่งที่เห็นสีหน้าของพระสวามีไม่สู้นัก จึงได้เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง“ก็นิดหน่อย แต่ยามเมื่อได้เห็นหน้าเจ้า ข้าก็หายเหนื่อยแล้วล่ะ” เขาหยอดคำหวาน จนนางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบา ๆเมื่อสองปีก่อน ฮ่องเต้เซี่ยจินเซียว ที่เห็นว่าตัวเองนั้นควรพักผ่อนเสียทีจึงได้สละราชสมบัติให้องค์รัชทายาทได้ขึ้นครองราชย์แทนต่อจากเขา พร้อมกับให้เห็นผลว่าตัวเองนั้นแก่แล้วจึงอยากจะใช้เวลาที่เหลือออกไปท่องเที่ยวกับพระชายาคู่ทุกข์คู่ยากกันสองคน ส่วนหน้าที่ต่อจากนี้ก็ปล่อยให้ลูกหลานได้ดูแลกันต่อไปในวันที่เขาได้ขึ้นครองราชย์ นางก็ได้ขึ้นรับตำแหน่งเป็นฮองเฮามารดาของแผ่นดิน เหล่าขุนนางต่างพากันเสนอชื่อบุตรสาวของตัวเองแต่งเข้าวังสนม ทำให้นางปวดหัวเสียหลายวัน แต่ถึงแม้จะมีสนมเต็มวัง แต่เขากลับไม่ไปนอนค้างตำหนักไหน ในทุก ๆ วันเขาจะต้องมานอนกับนาง เกือบรุ่งสางก็จะกลับตำหนักของตัวเอง มีหลายครั้งที่เขาแทบไม่ได้พักผ่อน เพราะต้องเร่งตรวจฎีกาตลอดทั้งคืน
ตอนพิเศษ 2สามเดือนต่อมาในที่สุดนางก็ตั้งครรภ์อีกครั้ง และครั้งนี้นางกับแพ้ท้องอย่างหนัก และที่แย่ที่สุดเมื่อผู้เป็นสามีเข้าใกล้นางเพียงนิดเดียว นางก็อาเจียนจนแทบหมดแรง เดือดร้อนหมอหลวงที่ต้องรีบเร่งมาดูอาการของนาง หมอหลวงตรวจดูอาการอยู่พักหนึ่ง ก็ได้ข้อสรุปมาว่า นางแพ้กลิ่นของผู้เป็นสามี ดังนั้นเขาจึงถูกให้อยู่ห่างจากนาง จนกว่าอาการแพ้ท้องจะหายไป แม้เขาจะไม่ยินยอมในตอนแรก แต่เมื่อเห็นอาการที่หนักหนาอยู่พอสมควร เขาจึงต้องจำใจอยู่ห่างจากนางด้วยความไม่เต็มใจนักท้องนี้เหมือนจะรุนแรงกว่าทุกครั้ง โชคยังดีที่นางมีอิงอิง และลั่วลั่วติดตามมาคอยดูแลนาง สองคนนี้อยู่กับนางมานาน ย่อมรู้ใจกันดี ใช่ว่านางกำนัลคนอื่น ๆ จะไม่ดีนะ นางเพียงแค่คุ้นชินกับคนเดิม ๆ เสียมากกว่า“พระชายาเพคะ หม่อมฉันต้มน้ำขิงร้อน ๆ มาให้พระนางดื่มแก้กระหายเพคะ” อิงอิงยื่นถ้วยน้ำขิงส่งให้นาง“อืม... ขอบใจเจ้ามาก น้ำขิงนี้ดียิ่ง”“พระชายาเพคะ หม่อมฉันคิดว่าท้องนี้ล้วนหนักหนานัก หม่อมฉันดูแล้ว จะต้อง
“เสด็จพ่อ เสด็จแม่ พวกข้าสองคนลงความคิดเห็นว่า พวกเราอยากจะมีน้องสาวเพิ่มอีกหนึ่งหรือสองคนพ่ะย่ะค่ะ ยามที่ข้ากับน้องไปเรียน ก็จะเห็นเพื่อน ๆ ต่างพากันพูดถึงน้องสาวด้วยความปลื้มปีติ ข้าสงสัยจึงได้ถามพวกเขาว่า มีน้องสาวแล้วดีอย่างไร แล้วคำตอบที่ได้ คือความสุข เพราะเด็กผู้หญิงมักอ่อนแอ และพี่ชายก็จะมีหน้าที่ปกป้องนางสาวจากอันตรายพ่ะย่ะค่ะ” เซี่ยจงซี อธิบายอย่างยืดยาวให้พวกท่านได้ฟังอย่างละเอียด หลังจากนั้นได้กล่าวต่อว่า “เสด็จแม่มีน้องสาวให้พวกข้าเถิดพ่ะย่ะค่ะ”.หลัวอี๋อิ่งที่กำลังนั่งดื่มช้า เมื่อบุตรชายพูดจบประโยคนางก็ถึงกับสำลักน้ำชาไอดัง แค่ก แค่ก จนผู้เป็นสามีต้องลูบหลังนางเบา ๆ“จงซี เจ้าก็มีน้องสาวอยู่แล้ว ใยถึงอยากมีอีก เจ้ามิรักเซียนเอ๋อร์น้อยแล้วหรือ” เด็กผู้หญิงที่นางกล่าวถึงนั้น เป็นบุตรสาวของลู่ชิง ซึ่งโดยปกติแล้ว พวกเขามักจะมาเล่นด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง มีเพียงช่วงหลังมานี้ ที่โอรสของนางทั้งสองคนต้องเข้ารับการศึกษา ทำให้ไม่เวลาไปเล่นกับฟางเซียนน้อย อีกทั้งน้องสาวของนางก็กำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง จึงไม่ได้มานั่งจิบน้ำชากับนางเ
ตอนพิเศษ 1หลัวอี๋อิ่งหลังจากที่แต่งงานได้เพียงไม่นาน นางก็ตั้งครรภ์บุตรคนแรกเป็นองค์ชายน้อย เซี่ยจงซี.... หลังจากนั้นอีกหนึ่งปีให้หลัง นางก็ต้องครรภ์องค์ชายน้อย คนที่สอง เซี่ยเว่ยซวง... เรียกได้ว่าเขานั้นเอาแต่คิดจะมีลูกกับนาง อีกหลาย ๆ คน“ท่านไม่คิดจะให้ข้าได้พักผ่อนบ้างเลยหรือ? เอะอะจะพาเข้าแต่ห้อง แบบนี้ร่างกายของข้าจะมิแย่เอาหรือเพคะ” หญิงสาวโอดครวญ หากรู้ว่าเขาจะมีนิสัยแบบนี้ มิสู้แต่งกับคนอื่นยังดีเสียกว่า“เสี่ยวอิ่ง... โบราณเขาบอกว่า การมีลูกเยอะ ย่อมเป็นเรื่องที่ดียิ่ง เจ้ามิเห็นด้วยกับข้าหรือ?”“ไม่...ข้ามิเห็นด้วย หากท่านยังไม่ยอมให้ข้าได้พักผ่อน ข้าจะไม่ให้ท่านมานอนที่ตำหนักของข้าอย่างเด็ดขาด” นางปฏิเสธเสียงแข็ง ดูเอาเถิด ขนาดร่างกายของนางแทบจะไม่ไหวแล้ว เขาก็ยังพยายามที่จะมีลูกกับนางอีกให้ได้“เสี่ยวอิ่ง” เขาทำเสียงเว้าวอน แต่นางก็ยังคงยืนยันคำเดิมว่าจะเว้นระยะห่างไปอีกสองปี เขาคงมิรู้หรอกว่า เวลาที่นางเจ็บท้องมันทรมานขนาดไหน
บทส่งท้ายหลังจากงานแต่งของหลัวลู่ชิงไม่นาน ทั้งหลัวเหวินซานและไป่ตงเล่อก็ได้เข้าทำงานในราชสำนักหลัวเหวินซานเลือกที่จะเข้ากองทัพกับสกุลหาน และเดินทางไปปกป้องชายแดน ร่วมกับญาติผู้พี่ไป่ตงเล่อสอบได้ตำแหน่งในกรมพระคลัง กรมเดียวกับที่บิดาเขาเป็นเสนาบดีอยู่ เขาตั้งใจจะทำงานต่อจากบิดา และแบ่งเบาภาระหน้าที่ของบิดาส่วนถางอีเฟยทำเรื่องขอไปดูแลงานราชการที่ต่างเมือง เขาอยากหายออกไปจากเมืองหลวงสักพัก เขาทำใจได้เมื่อไหร่ เขาค่อยเดินทางกลับมาใช้ชีวิตที่เมืองหลวงอีกครั้งและงานสำคัญที่ทุกคนรอรอคอยก็มาถึง งานสมรสระหว่างองค์รัชทายาทและหลัวอี๋อิ่งงานนี้คนที่ตั้งตารอมากที่สุดก็คือองค์รัชทายาทเซี่ยเจี้ยนจื้อ เขานับวันรออย่างใจจดใจจอ เขาแทบจะนอนไม่หลับ และตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อจะออกไปรับตัวเจ้าสาวทางด้านหลัวอี๋อิ่งก็ตื่นขึ้นมาแต่เช้าเช่นกัน นางต้องตื่นมาแต่งตัว โดยมีกูกูจากวังหลวงจัดการให้ทุกอย่างตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา นางต้องฝึกมารยาทภายในวัง โดยมีกูกูมาสั่งสอน และนางต้
“องค์รัชทายาทคงไม่รอให้นานขนาดนั้น” ดูก็รู้ว่าองค์รัชทายาทอยากอยู่กับพี่สาวของนางให้เร็วที่สุด เขาไม่ปล่อยเวลาไปนานดอก“มารอดูกันว่าผู้ใดจะได้ออกเรือนก่อนกัน” เมื่อสิ้นคำพูดของหลัวอี๋อิ่ง สองพี่น้องก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน ทั้งสองพูดคุยกันอีกครู่หนึ่ง ก็แยกย้ายกันเข้าเรือนผ่านไปเพียงไม่กี่วัน จวนสกุลไป่ก็นำขบวนของหมั้นมาที่จวนสกุลหลัว ของถูกนำมาหมั้นยาวสุดลูกหูลูกตา สกุลไป่แม้จะเป็นขุนนาง แต่พวกเขาก็มีกิจการค้าขายไม่น้อย นอกจากตำแหน่งขุนนางแล้ว พวกเขายังมีตำแหน่งเป็นคหบดีที่ร่ำรวยอันดับต้น ๆ ของเมืองหลวงด้วยการเจรจาจบไปด้วยดี เหลือก็เพียงแต่รอให้ไป่ตงเล่อจบออกมา แล้วมาทำการแต่งงานเท่านั้นสมรสพระราชทานระหว่างองค์รัชทายาทเซี่ยเจี้ยจื้อและหลัวอี๋อิ่งถูกกำหนดแล้วในอีกหกเดือนข้างหน้างานแต่งของหลัวอี๋อิ่งจะถูกจัดขึ้นหลังจากงานแต่งของน้องสาวเพียงสามเดือนเท่านั้นองค์รัชทายาทไม่พอใจเป็นอย่างมากที่งานสมรสของเขาต้องรออีกหกเดือน เขาเข้าไปขอร้องบิดาหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะงานสมรสครั
บทที่ 20ข่าวการถอนหมั้นของหลัวอี๋อิ่งและถางอีเฟยแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะหลายคนต่างจับจ้อง เพราะทั้งสองต่างเป็นคู่บุรุษมากความสามารถ สตรีรูปโฉมงดงาม ผู้คนต่างพูดคุยเรื่องนี้กันอย่างหนาหู ต่างก็เห็นใจทั้งสองคนที่ไม่อาจคู่กันได้แม
จวนสกุลหลัวต้องวุ่นวายอีกครั้ง เมื่อบุตรสาวคนรองได้ล้มป่วยลงอีกครั้ง หลังจากที่ออกไปเลี้ยงส่งพี่ชาย เรื่องนี้ทำให้ทุกคนที่ไปงานเลี้ยงต่างพากันโทษตัวเอง ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้หญิงสาวต้องล้มป่วยลงองค์รัชทายาทที่ไปร่วมงานเลี้ยงนี้ด้วย จึงได้ส่งหมอหลวงมาตรวจดูอาการของนางอีกครั้ง แต่ก็เหมือนเดิ
บทที่ 16หลัวอี๋อิ่งหลับตาฟังรายงานอย่างสบายอารมณ์ พลางเคาะนิ้วลงที่วางแขนอย่างผ่อนคลายเมื่ออาจิงรายงานจบ นางก็ลืมตาแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ช่างรักกันดียิ่งนัก”“เราจะปล่อยไปแบบนี้ จะดีหรือเจ้าคะ” อิงอิงถ
เมื่อตระเตรียมทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลัวอี๋อิ่งก็เดินนำเหล่าสาวใช้ถืออาหารไปที่เรือนของตนทันที“พวกเจ้ารอด้านนอกก่อน” ทันทีที่ถึงห้องนั่งเล่น หญิงสาวก็สั่งให้สาวใช้รออยู่ข้างนอก สาวใช้ที่ได้ยินดังนั้นก็พากันตอบรับ แม้จะไม่เข้าใจจุดประสงค์ของคุณหนู“เจ้าค่ะ&rdq







