LOGIN"ความผิดของท่านพี่มิใช่ความผิดของข้า ทำไมข้าจะต้องมารับเคราะห์แทนนางด้วย เรื่องจริงหรือไม่ท่านมั่นใจได้อย่างไร? ข้าเชื่อว่าท่านพี่ปรากฏตัวในสักวันหนึ่ง เมื่อนั้นท่านต้องสืบสาวราวเรื่องหาข้อเท็จจริงเสียก่อน เป็นถึงท่านแม่ทัพก็ต้องมีความยุติธรรม ไม่ใช่อยุติธรรม หากเป็นเช่นดั่งที่ว่าไว้ ข้าน้อยยินดีรับผิดแทนท่านพี่แต่โดยดี" อะไรทำให้ฉันพูดอย่างนี้ออกไปนะ เสี่ยวเยา รนหาที่ตายแท้ๆ "ได้! ในเมื่อเจ้ากล้าพูดเช่นนี้กับข้า..." นิ้วชี้ที่เรียวยาวของท่านแม่ทัพจับลำคอขาวนวลของนาง ไว้ แม้จะไม่ออกแรงใดๆ แต่เหมือนจะบอกเป็นในว่า 'หัวเจ้าจะหลุดออกจากบ่าแน่นอน' ท่านแม่ทัพผู้นี้เปลือกนอกงดงามดั่งกว่าบุรุษทั้งหมดในใต้หล้า น่าเสียดายที่ถูกจารึกไว้ซึ่ความโหดเหี้ยมของเขาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์
View Moreเจิ้งเจี๋ยความทรงจำในอดีตย้อนเข้ามาในห้วงความจำราวกับเครื่องบันทึกที่ชำรุดแล้วได้กลับมาเริ่มทำงานใหม่อีกครั้ง จนผมไม่อาจนิ่งนอนใจได้อีกต่อไป สตรีนางหนึ่งในชุดฮั่นฝูจีนโบราณสีขาวสลับชมพูเข้มสดใสราวกับดอกเหมยฮวาแรกแย้มบานสะพรั่งไปทั่วท้องนภา อีกทั้งท่วงท่า กิริยา วาจาดั่งพญาหงส์ของเธอทำให้ผมอดที่ยิ้มออกมาเสียไม่ได้ สตรีงดงามผู้นี้คือใครกันช่วงแรกในห้วงความฝันอันไม่ปะติดปะต่อไม่อาจรู้ได้เลยว่าเธอผู้นี้เป็นใคร แต่ทว่าผมกลับหลงรักเธอได้อย่างง่ายดายราวกับมีด้ายแดงเชื่อมสัมพันธ์กันมาเนิ่นนาน อีกทั้งผมยังคงเชื่อมั่นเสมอว่าเราต้องได้เจอกันในสักวันหนึ่งเป็นเพราะด้ายแดงที่ผูกเราไว้ด้วยกันจากอดีตจนถึงปัจจุบันนั้นไม่เคยขาดสะบั้นลง เพียงเพราะผมสิ้นใจตายก่อนเธอ ทุกๆ ความรู้สึกอันแสนเจ็บปวดของเธอมันบีบเคยหัวใจของผมเองให้ทุกข์ทรมานไม่แพ้กันและวันนี้ที่รอคอยก็มาถึง วันที่ผมจำเรื่องราวในอดีตได้ทั้งหมด ว่าผมเคยเป็นใคร ใช้ชีวิตอย่างไรและรักเธอผู้นี้มากเพียงใด ความรู้สึกมากมายหลั่งไหลกันเข้ามาราวกับว่าเธอคืออากาศรอบตัวหากไม่มีมันผมย่อมตายได้ทุกเมื่อ"อยากกอดเธอเหลือเกิน...." ผมมองหญิงสาวในพิพิธภัณฑ์ของตนเ
ทุกอย่างกลับมายังจุดเริ่มต้นอีกครั้ง ท่ามกลางผู้คนที่แสนจะวุ่นวายบนท้องถนนเดินวนไปวนมาในตัวเมืองไร้ความสงบ เป็นสัญญาณการกลับมายังยุคเดิมของใครผู้หนึ่งภายใต้ความสงสัยใคร่รู้ว่าเรื่องราวระหว่างพวกเขามันจบลงเพียงเท่านี้จริงๆ หรือ? "นี้ๆเหยา เสี่ยวเหยา" เสียงใสที่คุ้นเคยดังขึ้น"เอ๊ะ!"ดวงตากลมโตพองโตด้วยความสับสนและหวาดหวั่น เมื่อพบว่าตนเองยังคงยืนจ้องมองภาพวาดพู่กันแต่ทว่าสองเท้าผงะถอยหลังเล็กน้อย เมื่อภาพวาดพู่กันใบนั้นกลับกลายเป็นภาพวาดพระราชวังอันว่างเปล่าไม่มีสิ่งอื่นใด แม้กระทั่งบุคคลที่ยิ่งใหญ่ดั่งเช่นองค์จักรพรรดิไท่จู่ หรือนี่คือตอนจบที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงพร้อมเขาผู้ที่หลับใหลภายใต้อ้อมแขนเธอไปตลอดกาล"อึก!" น้ำใสเอ่อล้นตรงขอบตาเรียวราวกับว่าโดนของมีคมทิ่มแทงใจเธอตลอดเวลา"เป็นอะไรไปเสี่ยวเหยา ฉันเรียกเธออยู่ตั้งนาน สติหายไปเนี่ย...""เอ๊ะ! ปะ...เปล่าแค่คิดอะไรเพลินไปหน่อยน่ะ!" เธอฝืนยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนสาวเสียงพร่ำบ่นของอิงอิงทำให้รู้ตัวทันทีว่าตนได้กลับมายังปัจจุบันแล้ว ในเมื่อภาพวาดใบนั้นเปลี่ยนเช่นนั้น...ร่างบางไม่รอช้าวิ่งสุดกำลังด้วยใจที่ร้อนรนไปยังแผ่นจารึกหน้า
ร่างบางภายใต้ชุดทหารก้าวเท้าไปยังกล่องสีทองก่อนเปิดมันออกด้วยใจตื่นตระหนกเล็กน้อย ดวงตาเรียวเบิกกว้างเมื่อพบว่าในกล่องใบนั้นมีแต่ความว่างเปล่าไร้ซึ่งสิ่งใดน่าอัศจรรย์ใจกล่องที่ท่านแม่ทัพเจิ้งเจี๋ยหวงแหนนักราวกับไข่ในหินทว่าบัดนี้กลับไม่มีสิ่งใดมันว่างเปล่าอย่างน่าเห็นใจ หากเขาฟื้นขึ้นจะเป็นอย่างไรต่อไป ใครกันที่กล้าล้วงคอหมาป่าเช่นเขา"เป็นเช่นนี้แล้ว...ภาพวาดใบนั้นอยู่ใดกัน?" น้ำเสียงอันแผ่วเบาเอ่ยขึ้นอย่างผิดหวังก่อนจะพินหลังมองลี่ซานที่ตกตะลึงไม่แพ้นาง"ข้าไม่รู้จริง ๆ ข้าไปต้มยาให้ท่านแม่ทัพทานก่อน" ร่างสูงรีบวิ่งออกจากที่นี่อย่างว่องไวดุจสายลมเพราะถึงอย่างไรตนก็ไม่สามารถหาคำอธิบายมาให้นางได้ เสี่ยวเหยานั่งลงเบื้องหน้าผู้ที่นอนอย่างสงบด้วยแววตาอย่างหวาดหวั่นเพราะร่างกายที่นอนแน่นิ่งอย่างอิดโรยสัมผัสได้ถึงลมหายใจอันแผ่วบางมันช่างทรมานใจนางเหลือเกิน"ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรฉันจะช่วยคุณให้ได้!" คำพูดอันหนักแน่นของสตรีผู้ที่มาจากยุคปัจจุบันทำให้คิ้วข้างหนึ่งกระตุกขึ้นเหมือนจะรับรู้ความคิดของนางทว่านางพินหลังจากไปโดยไม่ได้สังเกตเห็นแม้แต่น้อยก่อนจะสั่งให้ทหารเฝ้ายามจวนแม่ทัพไว้อย่าง
ร่างสูงสวมเสื้อผ้าสีขาวบางเส้นผมยุ่งเหยิงไร้ความสง่าผ่าเผยดังเช่นก่อนมือหนาคู่นั้นเคยทุบตีทำร้ายผู้อ่อนแออย่างไร้ความปรานีบัดนี้ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนเพื่อตอกย้ำความเลวทรามที่ตนเป็นผู้ก่อ ร่างสูงย่างก้าวไปพร้อมองครักษ์ซ้ายขวาแต่ทว่าไม่ใช่องครักษ์ที่เฝ้าอารักขาเขาดั่งเช่นก่อนมุ่งหน้าไปสู่ลานประหารเพื่อให้เหล่าราษฎรทั้งหลายรับรู้ถึงการกระทำชั่วอันมีโทษถึงตายดังเช่นการก่อกบฏโดยหมายจะปลิดชีพฮ่องเต้ผู้เที่ยงธรรมอีกทั้งยังเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดอย่างไร้ความสำนึกผิดชอบชั่วดี ทุกอย่างที่วางแผนไว้จบสิ้นเพียงเพราะเฮ่ออี้ทนต่อพิษบาดแผลไม่ไหวจึงยอมเปิดปากเผยความจริงจนหมดสิ้น"ข้าแค่ทำตามคำสั่งของท่านอ๋อง สั่งการให้ข้าหาวิธีทำให้ท่านแม่ทัพเข้าใจผิดว่านางทรยศต่อท่าน! ข้าจะได้ทองคำเป็นสิ่งตอบแทน"" เพียงเพราะต้องการทองคำเจ้าถึงกับทำร้ายสตรีเช่นนี้ยังเป็นบุรุษอยู่หรือไม่! " ริมฝีปากของเขาเม้มแน่นด้วยความพยายามกลั้นความรู้สึกอันโทสะไว้ในใจ"ชะ..ใช่! ข้าไม่สมควรเกิดมาเป็นบุรุษท่านแม่ทัพโปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยเถอะ ขะ..ข้า..สาบานว่าจะไม่ทำเยี่ยงนี้กับผู้ใดอีก""อย่างนั้นเหรอ ฮึ! " เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย'
แสงสว่างจากดวงจันทราสาดส่องเพียงพอให้นางมองเห็นสภาพภายในจวน เสี่ยวเยาต้องแปลกใจปนความสงสัย เมื่อพบว่ามันช่างว่างเปล่า ไร้ซึ่งสิ่งของมีค่าอย่างที่ผู้คนต่างร่ำลือไว้ มีเพียงโต๊ะไม้เก่าๆ ไว้ดื่มชา กับเตียงนอนเรียบง่ายที่ไม่อลังการ พร้อมแกะสลักลวดลายหมาป่าที่น่าเกรงขามไว้เท่านั้น ไม่สมกับเป็นเชื้อสายพร
"บังอาจ! กล้าใส่ความท่านอ๋อง สมควรตาย องครักษ์จับนายทหารผู้นี้"ข้ารับใช้คนสนิทของจี๋ชงเอ่ยขึ้นด้วยแววตาขุ่นเคือง "ไม่เป็นไรๆ เจ้าเด็กน้อย ช่างฉลาดยิ่ง นามว่าอะไร " ฝ่าบาทจ้องมองนาง ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู เป็นครั้งแรกที่เห็นเขาทั้งคู่ทะเลาะกันเพียง เพราะทหารคนเดียว ตั้งแต่ทะลุมิติมาที่วังหล
"จะ..เจ้า..!" ".........."เสี่ยวเยาประคองนางกำนัลผู้ไร้เรี่ยวแรง แม้จะลุกขึ้นยืน เพื่อความปลอดภัยของนาง อย่างไรเสียก็ต้องออกจากจวนแห่งนี้อย่างเร็วที่สุด "ฮ่า ฮ่า ฮ่า เยี่ยม! เยี่ยม! ข้าเริ่มสนใจนายทหารผู้นี้แล้วซิ! มาอยู่กับข้าดีไหม? "ไม่เพียงแต่พูด ท่านอ๋องผู้นี้ได้มุ่งตรงมายังเสี่ยวเยา ด้วยท่า
เจิ้งเจี๋ยมองใบหน้าขาวซีด ที่หมดสติภายใต้ออมแขนของตน พร้อมความสับสนวุ่นวายใจ ด้วยเหตุใดกัน ตัวเขาถึงเลือกที่ทิ้งกระบี่มังกรคู่ใจ เพียงเพื่อรับร่างไร้สติของทหารอ่อนแอผู้นี้ได้ ดวงตาเข้มยังคงพินิจพิจารณาทุกส่วนของใบหน้า ขนตาที่เรียวยาว ปากชมพูอันอวบอิ่ม แก้มแดงราวกับมะเขือเทศ มันช่างดูงดงามราวกับสตรี












reviewsMore