LOGIN“ใบหน้าของพวกเจ้าจะงดงามหรือไม่นั้น ก็อยู่ที่ความตั้งมั่นของพวกเจ้าเอง จงตั้งจิตให้แน่วแน่คิดถึงรูปโฉมที่ต้องการให้ชัดเจน แล้วขณะอัญเชิญพลังแห่งการข้ามภพ รูปลักษณ์ของพวกเจ้าจะถูกกำหนดตามนั้น!”
สิ้นเสียงขององค์มหาเทพ บรรยากาศรอบข้างเหมือนถูกเติมเต็มด้วยพลังงานมหาศาล พื้นที่ลานพิพากษาเริ่มส่องแสงวิบวับราวกับดาวนับหมื่นดวงมาเรียงราย เจ๊ปูกับตี้ตี้ยืนตัวตรงใจเต้นไม่เป็นส่ำ
“ตี้ ตั้งสมาธิเร็ว! นึกถึงหน้าที่เราชอบ!”
เจ๊ปูรีบบอก
“ค่ะเจ๊…!”
ตี้ตี้หลับตาแน่น ในหัวเธอปรากฏใบหน้าของนางเอกซีรีส์จีนอันดับหนึ่งที่แสนงดงาม ผมยาวสลวย ผิวขาวผ่อง ตาคม ปากนิดจมูกหน่อย ส่วนเจ๊ปูเองกลับนึกถึง…นางร้ายสุดเซ็กซี่ในนิยายแฟนตาซีที่เธอเคยอ่าน เธอชอบคาแรกเตอร์ร้าย ๆ ที่โดดเด่นทุกครั้งที่ปรากฏตัว
ดวงจิตของเจ๊ปูมุ่งมั่นยิ่งกว่าครั้งใด ความปรารถนาอันแรงกล้าในการมีรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวสวยดุจเทพเซียนผู้เลอโฉม ฉับพลันนั้นพลังงานรอบข้างก็โคจรรอบตัวเจ๊ปูและตี้ตี้ เป็นเกลียวแสงหลากสีสันส่องประกายระยิบระยับ
พรึ่บ!
ลำแสงใหญ่สายหนึ่งพุ่งลงมาจากเบื้องบน ใจกลางเป็นแสงสีทองเจิดจ้า จนสองสาวรู้สึกเหมือนมีพายุหมุนอยู่รอบตัว จิตวิญญาณทั้งสองบังเกิดความปั่นป่วน ความรู้สึกเหมือนถูกฉุดให้หมุนคว้างไปทั่วห้วงอวกาศ
ในจังหวะสุดท้ายก่อนสติเลือนเจ๊ปูลืมตาโพลง พบว่าแสงสว่างนั้นกำลังพุ่งเข้ามาหาเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมเสียงวูบวาบในโสตประสาท ขนกายลุกซู่ไปทั้งตัว
ก่อนจะรู้สึกเหมือนคนจมน้ำแล้วถูกดึงขึ้นสู่ผิวน้ำ เสี้ยววินาทีนั้นเองทุกสิ่งคล้ายหยุดนิ่ง ร่างของสองสาวหายวับไปจากลานพิพากษาสีขาว ทิ้งไว้แต่ความเงียบและร่องรอยแห่งพลังงานที่ยังสั่นไหวจาง ๆ
เหล่าเทพเซียนมองสบตากันเล็กน้อย บ้างก็เผยรอยยิ้มอ่อนโยน บ้างก็มองอย่างครุ่นคิดว่า
‘พวกมนุษย์ที่ได้ข้อยกเว้นพิเศษเช่นนี้ จะไปก่อเรื่องอะไรในดินแดนนั้นหรือไม่?…’
แต่ในขณะนั้นเอง...หลุมอากาศกลับทับซ้อนกัน
“นั่น....พวกนางถูกส่งไปยังอีกที่!”
“เฮือก!”
เสียงสูดอากาศเฮือกใหญ่ดังสะท้อนไปทั่วบริเวณสายน้ำกว้าง ร่างบางของหญิงสาวผู้หนึ่งดีดตัวขึ้นเหนือน้ำอย่างแรง เธอกอบโกยอากาศเข้าปอดราวกับอดหายใจมานาน ผมดำยาวพลิ้วสะบัดน้ำกระเซ็นจนเกิดเป็นวงเล็ก ๆ รอบตัว
“แค่ก ๆ ๆ …”
หญิงสาวสำลักน้ำจนเจ็บคอ ต้องใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าจะทรงตัวพาตัวเองมายืนบนฝั่งริมแม่น้ำได้ ในตอนนี้ผิวกายและชุดของเธอเปียกชุ่มไปหมด แต่เมื่อกวาดสายตามองชุดของตัวเอง กลับต้องตื่นตะลึงยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
ชุดที่เธอสวมคือชุดฮั่นฝูสีแดงสลับดำ ปักลวดลายร้อยเรียงสวยงามประณีต เนื้อผ้าไหมเนียนลื่นพริ้วตามตัว สิ่งนี้ทำให้เธอใจเต้นโครมครามด้วยความแปลกใจและตื่นเต้นผสมปนเป
“นี่มันชุดที่ฉันเห็นในนิยาย ของคุณนักเขียนหลินหลินนี่? อ๊าย! ฮ่า ๆ ๆ!”
เสียงกรี๊ดดีใจดังลั่น มือเรียวลูบจับใบหน้าของตัวเองไปมา พยายามจะหากระจกเพื่อส่องดูว่าหน้าตาเธอเปลี่ยนไปหรือไม่ ทันใดนั้น เธอก็นึกถึงเรื่องที่เทพเซียนบนลานพิพากษาเคยบอกว่า ทุกอย่างจากโลกเก่าสามารถเรียกใช้ได้ในมิติจิตของตน
‘กระจก!’
เธอเปล่งเสียงในใจ เพียงครู่เดียวก็มีกระจกบานหนึ่งปรากฏขึ้นในมือราวกับเสกมาได้เอง คราวนี้เธออ้าปากค้างด้วยความทึ่ง ก่อนจะรีบส่องใบหน้าตัวเอง
ใบหน้าที่สะท้อนอยู่ในกระจกนั้นงดงามเกินกว่าจะเป็นจริง ดวงตาคมเฉี่ยวที่ดูเหมือนจะสะกดสายตาทุกผู้คนที่สบมอง สะท้อนถึงความมั่นใจและอำนาจที่ซ่อนอยู่ในความเงียบ แก้มได้รูปเนียนละมุนไร้ที่ติ ราวกับสวรรค์ได้วาดลวดลายความงามด้วยพู่กันที่ปราณีตที่สุด
ผิวขาวกระจ่างไร้ที่ติ เนียนละเอียดจนดูราวกับผ้าซาตินที่ลูบไล้ไม่มีจุดตำหนิแม้เพียงเล็กน้อย ริมฝีปากอวบอิ่มที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีชมพูระเรื่อ ราวกับดอกไม้แรกแย้มชวนให้หลงใหล ทุกเส้นสายทุกส่วนของใบหน้าเหมือนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำลายหัวใจของผู้คนที่พบเห็น
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นใบหน้าของนางร้ายในนิยาย ผู้ที่มีทั้งเสน่ห์เย้ายวนและความแข็งแกร่งในคราวเดียวกัน ชวนให้ทั้งหลงใหลและหวาดกลัวไปพร้อมกัน แม้กระทั่งตัวเธอเองเมื่อมองเห็นก็อดไม่ได้ที่จะตื่นตะลึงในความงามที่ราวกับมีพลังดึงดูดทุกสายตาบนโลกใบนี้
“โอ้ว… สวรรค์ นี่มันสวยกระชากใจเกินไปแล้ว!”
เธอแทบยกมือขึ้นพนมขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง ความทรงจำบางอย่างก็ถาโถมเข้ามาในสมองเหมือนสายน้ำไหลบ่า ร่างนี้มีชื่อหวังเมิ่งเหยา ลูกสาวท่านแม่ทัพใหญ่ของแคว้น นางมีคู่หมั้นหมายตั้งแต่เด็กคือแม่ทัพจ้าว จื่อฮ่าว
แต่แท้จริงแล้วแม่ทัพผู้นั้นมีคนรักอยู่แล้ว เรื่องราวที่ได้รับรู้มันไปตรงกับในนิยาย แม่ทัพพ่ายรักที่เธอเคยอ่าน ข้อความอวยพรแปลก ๆจากนักเขียนผุดขึ้นเต็มหัวของเธอ
เจ๊ปูบัดนี้ที่สวมร่าง หวัง เมิ่งเหยา ตัวร้ายในนิยายจีนโบราณที่อ่านยังไม่จบ และในพล็อตดั้งเดิมตัวร้ายคนนี้จะตายไปตั้งแต่ต้นเรื่องเพราะรถม้าตกหน้าผา!
เจ๊ปูรีบนึกย้อนถึงบทในนิยาย ชุดที่นางร้ายสวมวันนี้ตรงกับวันที่รถม้าตกหน้าผา!
“แสดงว่า หลังจากนี้ฉันจะต้องเป็นผู้ตัดสินใจเดินเรื่องเองถูกไหม?!”
แต่ยังไม่ทันได้คิดต่อ เสียงฝีเท้าของม้าจำนวนมากก็ดังใกล้เข้ามาทางหน้าผาเบื้องบน สัญชาตญาณร้องเตือนเธอทันที
‘อย่าให้ใครพบตัวในตอนนี้!’
“เข้ามิติ!”
ร่างบางเลือนหายไปในฉับพลัน ทิ้งเพียงริ้วน้ำที่หยดใกล้ขอบแม่น้ำ
กองทหารม้าหลายสิบนายกระจายกำลังค้นหา หลังจากรถม้า ของคุณหนูหวัง เมิ่งเหยาตกลงไปด้านล่าง เพราะม้าพยศสบัดตัวรถม้าออกตรงหน้าผา พวกเขาพยายามค้นหาร่างของนางมาทั้งคืน แต่กลับไม่พบแม้แต่เงา
บุรุษหนุ่มรูปงามผิวขาวแต่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งการเป็นนักรบ กำลังกุมสายบังเหียนม้า ดวงตาคมเฉียบแม้ยามเหนื่อยล้า เขาคือ จ้าว จื่อฮ่าว แม่ทัพหนุ่มแห่งแคว้น ผู้เป็นคู่หมั้นของคุณหนูหวัง เมิ่งเหยา โดยพันธะสัญญาระหว่างตระกูล
“ท่านแม่ทัพขอรับ พวกเราพบร่องรอยว่ารถม้าแตกหักบริเวณนี้ แต่ว่า…”
ทหารลูกน้องรายงานด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ เพราะค้นหามาทั้งคืนก็ไร้วี่แววคุณหนูเมิ่งเหยา ทว่าแม่ทัพจ้าว จื่อฮ่าว กลับกดเสียงสั่งเฉียบขาด
“ค้นหาต่อไป!เรามีเวลาแค่เย็นนี้ก่อนกลับเข้าเมืองหลวงไปรายงาน ยังไงต้องหานางให้เจอให้ได้!”
เสียงสั่งดังสะท้อนความเดือดดาลในใจ เขายิ่งเคร่งเครียด เพราะถึงจะไม่ได้สนิท ไม่ได้รักนาง แต่ในฐานะคู่หมั้นหากปล่อยให้นางตายไปโดยไม่มีแม้แต่ศพ…มันจะกลายเป็นตราบาปติดตัวและส่งผลถึงความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลด้วย
‘ใครจะไปรู้…นางอาจยังไม่ตายจริง ๆ ก็ได้’
เจ๊ปูในร่างเมิ่งเหยากะพริบตาปริบ ๆ อีกครั้ง เมื่อพบว่าตัวเองอยู่ในบ้านหลังใหญ่ในยุคของนางอย่างน่าอัศจรรย์
‘ไม่ผิดแน่นี่คือ มิติจิตที่เราสามารถพกพาทุกอย่างเข้ามาได้’
เมื่อเธอกวาดสายตาสำรวจ ก็รู้สึกว่าบ้านหลังนี้จะถูกดัดแปลงมาจากบ้านของเธอในโลกปัจจุบัน เพียงแต่เพิ่มการตกแต่งให้เป็นกลิ่นอายจีนโบราณ
มีสวนเล็ก ๆ สระบัวอยู่ตรงกลาง อากาศปลอดโปร่ง นอกจากนี้ยังมีตลาดขนาดย่อม ๆ เรียงรายเป็นเรือนไม้จีนอยู่มุมหนึ่งของบริเวณ ซึ่งคงเป็นการปรับเปลี่ยนมูลค่าและรูปแบบจากตลาดเดิม
“นี่ฉันสามารถ เริ่มต้นกิจการค้าขายได้ไม่ยากเลยนะเนี้ย!”
เธอพึมพำพร้อมรอยยิ้มเมื่อมองไปก็ยิ่งฮึกเหิม เพราะอย่างน้อยก็คงไม่อดตาย แต่คงจะต้องใช้เวลาตั้งหลักสักพัก
“อ๊ะ! โทรศัพท์ฉันล่ะ?”
เจ๊ปูล้วงในแขนเสื้อก็พบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรู สภาพยังใหม่เอี่ยม แต่พอเปิดเครื่องดูกลับขึ้นว่าไม่มีสัญญาณ
แน่นอน เธอมาอยู่ในโลกจีนโบราณ จะมีเสาสัญญาณได้อย่างไร! ทว่าในเครื่องยังปรากฏข้อความล่าสุดจากนักเขียนหลินหลิน ก่อนที่จะโดนดูดข้ามภพ
“ได้… เจ๊จะใช้ชีวิตของหวัง เมิ่งเหยาต่อเอง…แต่ไม่ใช่แบบตัวร้ายโง่ ๆ หลงรักพระเอกแน่นอน!”
ดินแดนเหนือซึ่งเคยถูกปกคลุมด้วยหิมะหนาทึบและความแร้นแค้น บัดนี้กลับกลายเป็นดินแดนทองคำที่ผู้คนต่างแย่งชิงอยากเข้ามาใช้ชีวิตอาคารโรงเรือนเพาะปลูกขยายตัวไปอีกนับสิบเรือน ท้องทุ่งที่เคยถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งยามฤดูหนาว บัดนี้กลับอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธัญญาหารเมล็ดพันธุ์ที่พระชายานำมาในตอนแรกถูกชาวบ้านมองว่าเป็นเพียงความฝัน แต่ในวันนี้พวกเขากำลังเก็บเกี่ยวพืชผลด้วยรอยยิ้มเสียงหัวเราะดังทั่วท้องตลาด แม่ค้าต่างส่งเสียงเรียกขานลูกค้ากันอย่างคึกคัก ขณะที่แรงงานของทางการนั่งล้อมวงกอดเงินก้อนแรกของตนเองไว้แน่น รอยยิ้มเปื้อนน้ำตาแสดงถึงความปลื้มปิติ"ฮือ...ข้ามีเงินแล้ว!" ชายวัยกลางคนคนหนึ่งสะอื้นออกมา สายตาของเขาเปล่งประกาย"โชคดีเหลือเกิน ที่วันนั้นพวกเขาทิ้งเรามาให้นายหญิง!"หญิงชราคนหนึ่งพึมพำ พร้อมยกแขนเสื้อซับน้ำตา"สวรรค์ ขอบคุณท่านที่ส่งพระชายามาให้พวกเรา!"เสียงพูดคุยดังเซ็งแซ่ไปทั่วลานกว้าง ทุกคนรู้ดีว่าครั้งหนึ่งพวกเขาเคยถูกทอดทิ้ง ให้มองเป็นเพียงแรงงานที่ไร้ค่าของครอบครัว แต่ตอนนี้พวกเขากลับกลายเป็นผู้มีชีวิตที่มั่นคง ได้รับค่าแรงอย่างเป็นธรรม ไม่มีผู้ใดกล้าหยามหมิ่นพวกเขาอีกต่อไปแ
ข่าวการตั้งครรภ์ของพระชายาดังกระฉ่อนไปทั่วแดนเหนือเร็วยิ่งกว่าลมหนาว ชาวบ้านพากันออกมาโค้งคำนับขอบคุณสวรรค์กันที่หน้าประตูเรือนเสียงสวดอวยพรดังกระหึ่ม บ้างก็ตื่นเต้นเสียจนเผลอจุดประทัดน้อย ๆ ฉลองกันเองโดยไม่ต้องรอประกาศจากวังเมิ่งเหยาถูกดูแลประคบประหงมราวกับไข่ทองคำที่พร้อมจะแตกได้ทุกเมื่อ หัวจะโขกโต๊ะหน่อยก็มีมือมารับ ผ้าห่มหล่นจากไหล่ก็มีคนพร้อมจะเข้ามาคลุมให้เหนื่อยหน่อยก็มีหมอนนุ่มวางให้พิงอย่างกับราชินี แม้แต่น้ำชาในถ้วยก็ยังมีคนทดสอบอุณหภูมิให้ก่อนดื่ม! และที่สำคัญที่สุด ท่านอ๋องไท่เฟิงก็ประกบติดนางราวเงา มีดวงตาคมกริบจับจ้องไม่ให้คลาดสายตา เหมือนกับว่าตัวเองเป็นนักโทษชั้นสูง ในเรือนจำแดนเหนือเสียจริง ๆนางเข้าใจอยู่หรอกว่าสามีรักมาก แต่จะเฝ้าไม่ให้ห่างถึงขนาดนี้มันมากไปไหม!? แค่เดินไปล้างหน้าล้างตา นางก็ต้องถูกพยุงขึ้นลงราวกับเป็นเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ของโลกนี้! ดีที่นางมีมิติเป็นที่หลบภัยเวลาจะถ่ายหนัก! คิดแล้วก็สะท้านใจ ถ้านางไม่มีมิติต้องแย่แน่ ๆ ! แค่คิดว่าจะต้องนั่งปลดทุกข์โดยมีคนหล่อเฝ้ามองอยู่ข้าง ๆ นางก็อยากกลั้นไปจนชาติหน้าแล้ว!หากเป็นเช่นนั้น สักวันนางคงได้เป็นโรคริ
แดนเหนือยามนี้ถูกปกคลุมด้วยม่านหิมะขาวโพลน อุณหภูมิที่หนาวเหน็บทำให้บรรยากาศรอบด้านดูเงียบสงบ ราวกับทั้งเมืองต้องมนตร์ในฤดูหนาวแต่ปีนี้นั้นแตกต่างออกไป ชาวบ้านทุกครัวเรือนได้รับของแจกจากพระชายาแห่งแดนเหนือ ทุกคนต่างซาบซึ้งในพระเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ ผ้าห่มผืนใหญ่หนานุ่มที่แต่เดิมมีเพียงขุนนางหรือคนร่ำรวยเท่านั้นที่สามารถครอบครอง บัดนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่ทุกครอบครัวได้รับ ชาวบ้านที่เคยต้องอดทนต่ออากาศหนาวกัดกระดูก ยามนี้สามารถหลับตาลงอย่างอบอุ่นภายในเรือนของตนเองแม้พระชายาจะยังไม่ได้เข้าพิธีสมรสอย่างเป็นทางการ แต่ไม่มีผู้ใดกล้าเรียกนางเป็นอื่นไปได้นอกจากพระชายาหรือนายหญิง ทุกคำเรียกขานเต็มไปด้วยความเคารพและสำนึกในบุญคุณในตำหนักของท่านอ๋องแห่งแดนเหนือ ไฟในเตาผิงลุกโชนให้ความอบอุ่น เมิ่งเหยานั่งเอนกายพิงอกแกร่งของไท่เฟิง ขณะที่ดวงตาคู่งามจับจ้องจดหมายในมือ นางอ่านข้อความของบิดาอย่างตั้งใจ[เหยาเอ๋อร์ลูกรัก ลูกเป็นเช่นไรบ้าง สบายดีหรือไม่ พ่อสบายดี เจ้าไม่ต้องกังวล พ่ออยากขอบคุณลูกนับร้อยนับพันครั้ง วันที่ลูกบอกกับพ่อวันนั้นพ่อยังไม่เข้าใจ แต่วันนี้พ่อได้เข้าใจแล้ว พ่อได้พบนางแล้ว แม
เมิ่งเหยาตั้งตารอคอยการกลับมาของไท่เฟิงมาถึงเจ็ดวันแล้ว แต่เขากลับไร้ซึ่งข่าวคราว นางที่เริ่มกระวนกระวายจึงไม่อาจรอได้อีกต่อไป"ฉีคัง รายงานมาเดี๋ยวนี้" นางเอ่ยเสียงเย็น สายตาจับจ้ององครักษ์หนุ่มที่ยืนตรงหน้าอย่างเคร่งขรึม ฉีคังก้มศีรษะก่อนตอบ"นายหญิง พวกเราไม่ได้รับการติดต่อจากท่านอ๋องเลยขอรับ เมื่อสองวันก่อนข้าส่งคนไปแล้ว วันนี้น่าจะได้ข่าวแน่ขอรับ""ที่ที่เขาไปนั้น ไกลมากหรือไม่?"เมิ่งเหยาถามต่อ"ใช้ม้าเดินทางหนึ่งวันขอรับ"เมิ่งเหยาพยักหน้าแม้ใจจะยังร้อนรุ่ม แต่ความเชื่อมั่นในตัวเขายังไม่เสื่อมคลายบ่ายวันนั้นคนของฉีคังก็กลับมาพร้อมข่าวดี"นายหญิง ท่านอ๋องเสด็จมาถึงแล้วขอรับ"ดวงตาของเมิ่งเหยาฉายแววโล่งใจ นางยกยิ้มบางก่อนจะรีบสาวเท้าออกไปยังลานหน้าตำหนัก ทว่าเมื่อขบวนของไท่เฟิงมาถึง นางกลับต้องชะงัก‘สตรีนางนั้นเป็นใคร?’ดวงตาคมของนางจับจ้องไปยังร่างบอบบางที่ก้าวลงมาจากรถม้า‘นี่สินะ...เหตุผลที่ทำให้เขาต้องกลับมาช้า’ไท่เฟิงลงจากหลังม้าและเดินตรงเข้ามาหานางทันที แขนแกร่งคว้าร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดอย่างแน่นหนา ราวกับต้องการปลอบโยนนางให้คลายกังวล“พี่คิดถึงเจ้ายิ่งนัก”เมิ่งเหยาเอง
รถม้าของเมิ่งเหยาวิ่งเข้าไปภายในวังหลวงอย่างราบรื่น ด้านข้างมีทหารรักษาการณ์ที่เฝ้าดูอยู่ตลอดทาง ไม่มีใครกล้าหยุดรถม้าที่ประทับตราสัญลักษณ์ของไท่เฟิงล้อรถหมุนอย่างมั่นคง ตรงไปยังเขตชั้นกลางของวังหลวง จุดที่สูงศักดิ์เพียงพอให้ขุนนางระดับสูงเข้าถึงได้ แต่ไม่สามารถเข้าไปถึงเขตชั้นในซึ่งเป็นที่พำนักขององค์จักรพรรดิเมิ่งเหยาลงจากรถม้าด้วยท่วงท่าสง่างาม แม้ในใจจะร้อนรนแต่นางยังคงรักษาความสงบไว้ดั่งเดิมเมื่อเท้าแตะพื้น หญิงสาวก้าวเดินไปยังตำหนักฮองเฮาโดยไม่หยุดชะงัก องครักษ์และนางกำนัลที่เฝ้าตำหนักต่างก้มหัวคำนับทันทีที่เห็นเมิ่งเหยาเข้ามา"เหยาเอ๋อร์ ทำไมกลับมาไว?"เสียงหวานของตานชิงดังขึ้น ก่อนที่ร่างของฮองเฮาผู้สูงศักดิ์จะเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าประหลาดใจ เมิ่งเหยาไม่รอช้าเข้าไปจับมือนางแน่น ดวงตาฉายแววจดจ่อและหนักแน่น"ชิงชิง ข้ามีเรื่องต้องแจ้งเจ้า"น้ำเสียงของนางจริงจังจนตานชิงชะงักไปรอยยิ้มจางลง ก่อนจะพยักหน้าแล้วดึงเมิ่งเหยาเข้าไปด้านในนางเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมด ตั้งแต่ที่นางพบเด็กขอทาน คำโกหกของเถ้าแก่ร้านขายข้าว และกระท่อมเก่าของปู่หลานที่แทบไม่มีข้าวกรอกหม้อนางบอกเล่าถึงสายต
เด็กน้อยกอดถุงข้าวแน่นจนมือน้อย ๆ เกร็งขึ้น เขาวิ่งตรงไปที่ท้ายประตูเมืองทางทิศตะวันตก ราวกับกลัวว่าหากช้ากว่านี้ สิ่งที่อยู่ในอ้อมแขนจะสูญหายไปสายตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวล ทุกย่างก้าวรีบเร่งขาเล็กเล็กที่ผอมแห้งแทบจะไม่มีแรงพยุงร่าง แต่เขากลับไม่หยุด เด็กน้อยหลบเลี้ยวหายเข้าไปในซอกกำแพงแคบแคบ จนร่างเล็ก ๆ ของเขากลืนหายไปกับเงามืดเมิ่งเหยามองตามร่างนั้นด้วยสายตาครุ่นคิด ความสงสัยในใจนางทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับมีเงื่อนงำบางอย่างถูกซ่อนไว้ นางไม่ลังเลที่จะก้าวตามเข้าไปมุมหลืบเล็ก ๆ นี้ ดูเหมือนจะเป็นเพียงทางตัน แต่จากท่าทางเร่งรีบของเด็กน้อย นางมั่นใจว่าต้องมีเส้นทางลับบางอย่างอาเปี่ยวรับรู้ความต้องการของนายหญิงโดยไม่ต้องเอ่ยคำ เขาตรวจสอบบริเวณรอบรอบอย่างละเอียด ก่อนจะพบช่องลับเล็ก ๆ ทางหมารอด ที่เด็กน้อยมุดออกไปนอกกำแพงเมือง เมิ่งเหยาพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต เอวบางของนางถูกโอบประคองโดยองครักษ์หนุ่ม ก่อนที่ร่างทั้งสองจะทะยานข้ามกำแพงเมืองไปอย่างรวดเร็วทันทีที่เท้าของพวกเขาสัมผัสพื้นด้านนอก สายลมเย็นยะเยือกจากป่ารกชัฏกรีดผ่านผิวกาย บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัด มีเพียงเสียงใบไม้เสียดสีกั
สองชั่วยามต่อมา"ไปเอารถม้ามาที่นี่"เสียงทุ้มสั่งการอย่างเฉียบขาด ฉีคังที่ยืนรออยู่ด้านนอกสะดุ้ง รีบโค้งตัวรับคำสั่งเมื่อรถม้ามาเทียบหน้ากระโจมเรียบร้อย ร่างบางที่สลบไหลด้วยความอ่อนแรงถูกอุ้มขึ้นแนบอก ไท่เฟิงกวาดตามองรอบ ๆ อย่างเย็นชา สายตาคมตรวจสอบทุกซอกทุกมุมเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีผู้ใดบังอาจแอบม
ย้อนกลับไปเมื่อหลายวันก่อนในวันแรกที่ตี้ตี้ลืมตาตื่นขึ้นในร่างใหม่แล้วเจอกับบุรุษที่น่ากลัว นางรีบตั้งหลักทันที ตี้ตี้เริ่มประมวลปรับตัวกับชีวิตใหม่ในร่างของหลินตานชิงฮองเฮาผู้เลอโฉม น่าแปลกที่ความทรงจำของนางนั้นไม่ปะติดปะต่อ เธอจึงต้องสอบถามหลี่หยู นางกำนันคนสนิทเกี่ยวกับตัวตนของนางเพิ่มเติมเมื่อ
ณ ตลาดบางปี อาณาจักรค้าขายที่เปรียบดังไข่มุกแห่งท้องทะเล ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศพากันหลั่งไหลมาจับจ่ายใช้สอย ทั้งเสียงเรียกของแม่ค้าพ่อค้า เสียงเจรจาต่อรองและกลิ่นหอมของอาหารร้อน ๆ ที่ลอยมาปะทะจมูก ทำให้ตลาดแห่งนี้เต็มไปด้วยชีวิตชีวา หากที่ใดมีตลาดที่นั่นย่อมมีเจ๊ปู!เจ๊ปู บางปลา ณ ตลาดบางปี คือชื่อท
🖤 คำเตือน: อ่านตรงนี้ก่อนนะคร้าาา 🖤สวัสดีนักอ่านที่รักทุกท่าน วันนี้ "ไรต์หลินหลิน" แวะมาเปิดเรื่องใหม่พร้อมหน้าพร้อมตา! ก่อนจะไปลุยกัน ไรต์ขอชี้แจงแถลงไขให้ฟังกันนิดนึงน้า เนื่องจากไรต์ยังเป็นนักเขียนมือใหม่ และเรื่องนี้ก็เป็นนิยายลำดับที่ 4 ของไรต์ค่ะนิยายเรื่อง "หวังเมิ่งเหยา ตัวร้ายสายแซ่บ"







