تسجيل الدخول“อ้ายราม...ทำไมปิดไฟ แก้มหอมมองอะไรไม่เห็นเลย”
เสียงประตูห้องน้ำเปิด พร้อมกับเสียงหวานๆ ที่ดังขึ้น ทำให้คนที่นั่งเฝ้ารออยู่หน้าห้องน้ำ ยิ้มกริ่ม ก่อนจะเดินตรงไปรวบตัวจันดาลีเข้ามาในอ้อมแขน เธอตกใจจนตัวแข็งเมื่อเจ้าบ่าวทำแบบนั้น
โอ...
อ้ายราม
ทำไมร้อนแรงแบบนี้กันนะ
ทำไมหอมแบบนี้กัน กลิ่นกายของเขาหอมอวลจรุงใจเมื่อกอดเธอไว้แน่นแบบนี้ เอ...เขาไปฉีดน้ำหอมกลิ่นนี้ตอนไหนกันนะ ตอนที่เข้าใกล้เขาแรกๆ เขาไม่ได้มีกลิ่นแบบนี้นี่นา
ริมฝีปากของเขาประกบลงมาบนกลีบปากอิ่ม แล้วบรรจงจูบเธอ จันดาลีหลับตาพริ้ม เธอไม่ซักถามใดๆ อีกแล้ว ร่างงามถูกตระกองกอด ไม่มีคำพูดจากใดๆ จากเขา มีเพียงอ้อมแขน และสัมผัสแรงร้อน ที่ทำให้เธอแทบจะละลายไปกับบทเรียนแรกของคืนวิวาห์
ธงลักษณ์วางร่างงามลงบนเตียงนุ่ม ระวังไม่ให้อารมณ์ทำให้ตนเองเผลอพูดอะไรออกไป เขาประโคมจูบไปตามเรือนร่างแน่งน้อยยั่วใจ หอมกรุ่นของอีกฝ่าย จันดาลีสะท้อนสะท้านยามเขาพรมจุมพิตไปตามผิวสล้าง ขัดหูนักยามได้ยินชื่อพี่ชาย แต่เอาเถิด...เขายอมให้แค่คืนนี้ ธงลักษณ์บอกตนเอง แล้วจุมพิตที่ปากอิ่มอีกหน
“อื้อ...”
เสียงหวานครางครวญ เมื่อมือและปากของเขา เคลื่อนไปตามเรือนร่าง สร้างความหฤหรรษ์ที่จันดาลีไม่เคยรู้จัก จุดไฟกำหนัดให้กระพือโหม ก่อนจะครอบครองเธอด้วยเรือนกายแกร่งกำยำนั่น ร่างสาวสะดุ้งเมื่อถูกบุกรุกชำแรก เสียงทุ้มแผ่วปร่าพึมพำปลอบข้างหู วินาทีที่ความซ่านรัญจวนครอบคลุมสติ จันดาลีไม่ได้สังเกตว่าเสียงปลอบนั้นไม่ใช่เสียงของธงราม เธอน้ำตาเอ่อ อยู่ในอ้อมแขนอุ่น เมื่อกายผนึกแน่นรวมกัน
เขาจูบเธออีกหน แล้วเลื่อนมือกอบกุมความนิ่มนุ่มของทรวงงาม แตะไล้ คลึงเคล้า ปลุกเร้าให้เธอเลือนความเจ็บจากการเสียพรหมจรรย์ ก่อนจะเคลื่อนขยับ พาเธอไปยังจุดหมาย ณ ปลายทางดวงดาว
“แก้มหอม...ของพี่”
เสียงทุ้มนั้นกระซิบกระซาบ เมื่อกอดแนบกัน ยามเมื่อลงมาแตะพื้นโลกอีกครั้ง จุมพิตแผ่วที่ข้างแก้มนวลเหมือนจะบอกย้ำกับคำพูด
ว่าต่อนี้ไป
เธอจะเป็นของเขา...
..........................................................................................................................................................................
จันดาลีปรือตาขึ้นมา เธอรู้สึกปวดหน่วงตรงบริเวณบางแห่ง หากมันเป็นความเจ็บปวดที่เปี่ยมไปด้วยความสุขสม ยิ่งคิดถึงเรื่องเมื่อคืน...
ตายแล้ว...
เธอกับเขา
เธอซุกหน้างุดกับอะไรบางอย่าง สิ่งนั้นกระหวัดรัดเธอเข้าไปแน่นกว่าเดิม สำนึกว่ามันคืออ้อมอกอุ่นๆ ของ...ของสามีของเธอ หญิงสาวเรียกเขาได้เต็มปากว่าอย่างนั้นในตอนนี้ จันดาลีซุกมุดกับผิวเนื้อแน่นๆ นั่น กลิ่นหอมกรุ่นของกายเขา กำจายโอบล้อมเธอ กลิ่นของเขาช่างคล้าย...
เอ...
มือร้อนๆ ของเขาเริ่มลูบไล้ไปตามโค้งสะโพก เขาบีบมันแรงๆ เหมือนจะแกล้งให้คนที่ซุกอยู่กับอกเขาสะดุ้ง เสียงหัวเราะหึๆ ดังขึ้น เมื่อจันดาลีสะดุ้งจริงๆแถมยังซุกหน้างุดลงมากกว่าเดิม
หนนี้เขาตีมันเบาๆ ทำให้จันดาลีครางอ่อย ทำไมมือของเขาหนักแบบนี้กันนะ
“อ้ายราม”
เสียงหวานพึมพำอู้อี้กับอกเขา มือหนาร้อนนั่นชะงักเมื่อได้ยินชื่อนั้น เขาหัวเราะหึน้ำเสียงเหมือนประชด ก่อนจะลูบไล้ผิวเนื้อนั้นไปมาเหมือนจับแล้วหยุดสัมผัสไม่ได้ ตอนนี้มันลูบไล้ตรงบริเวณรอยแยก แทรกเข้าไปอย่างซุกซน
“อุ๊ย!”
เธออุทานเมื่อมือนั้นแทรกเข้าไปบริเวณรอยแยก จนต้องยุดมือเขาไว้ ในที่สุดจันดาลีก็แสร้งแกล้งว่าหลับต่อไปไม่ไหว เมื่อเงยหน้าขึ้น มองสบกับนัยน์คมกริบสีเข้มนั้น เธอก็เบิกตาโต เลือดในกายเหมือนหยุดไหลเพราะความช็อค
“อ้าย...อ้ายลักษณ์”
“อืม...”
เขายิ้มรับชื่อของตนเอง ในที่สุด คนที่เขากอดมาทั้งคืน ปรนเปรอเธอด้วยความเสน่หามากล้น ก็เรียกชื่อเขาถูกต้องอย่างที่เขาต้องการเสียที
“ทำไม ทำไมเป็นอ้ายลักษณ์”
เธอเริ่มดิ้นรนเพื่อให้หลุดออกจากอ้อมแขนนั้น ทุบตีเขาไปด้วยความโมโห ลืมไปว่าตนเองอยู่ในสภาพไหน เขาอยู่ในสภาพไหน จันดาลีร้องกรี๊ดเมื่อสายตาปะทะเข้ากับอะไรบางอย่าง ที่มันผงาดแข็งขึงอย่างจะสู้สายตาเธอ
“แล้วทำไมเป็นพี่ไม่ได้ล่ะ”
เขาตอกกลับอย่างยียวน นั่งกอดอก ปล่อยให้อะไรๆ มันค้ำชันให้เธอมองเล่น จันดาลีพยายามดึงเอาผ้าห่มมาคลุมร่างกาย แล้วกระโดดลงจากเตียงอย่างทุลักทุเลหนีเขาไปยืนข้างล่าง ควบคุมสายตาให้มองเพียงหน้าเขาไม่มองต่ำลงไปจากนั้น
“มันจะเป็นจั่งซี้ (แบบนี้)บ่ได้”
“มันเป็นไปแล้ว”
“โอ๊ย...มันเป็นไปบ่ได้”
“ก็เป็นไปแล้ว”
“อ้ายลักษณ์ นี่จะกวนกันให้สูน (โกรธ) ใช่ไหมนะ”
จันดาลีเริ่มกรี๊ด เธอหันรีหันขวาง มองหาอะไรที่จะเอาปาไปตรงคนที่นั่งต่อปากต่อคำยียวนกวนกันบนเตียงสักที ปาตรงไหนดีนะ
มือน้อยนั่นคว้าหมับเข้าที่แจกันขนาดเล็ก ธงลักษณ์หรี่ตา ก่อนจะส่งเสียงทุ้มปราม
“ห้ามนะน้องแก้มหอม ห้ามทำร้ายร่างกายสามี”
ฟิ้ววว
แจกันถูกขว้างมาทันที เขาเอียงตัวหลบ มันร่วงตกลงบนเตียง เชื่อฟังกันเหลือเกินนะ ธงลักษณ์คำรามฮึ่มฮั่มในลำคอ แล้วลุกขึ้นยืน เดินอาดๆ เข้าหาแมวน้อยที่เริ่มขู่ฟ่อ เมื่อในมือหมดอาวุธ ได้แต่ถอยกรูจนหลังชนฝา
“ปล่อยแก้มหอมนะ แก้มหอมจะกลับบ้าน”
“พี่จะกลับด้วย ถ้าแก้มหอมจะไปเวียงจันทร์ จะลางาน ถือว่าฮันนีมูน”
“ไผจะไปฮันนีมูนกับเจ้า ข้อยบ่มีทางไป”
“ก็แก้มหอมไง แก้มหอมเป็นเมียพี่ เมื่อคืนนี้”
เขาว่า ท้าวแขนกับฝาผนัง กักตัวเธอไว้ในอ้อมแขนกลายๆ จันดาลีที่ปุกปุยอยู่ในกองผ้านวมที่เอาไปห่อตัวไว้ หน้าแดงก่ำ เธอกัดริมฝีปาก เธอจะทำยังไงกับตาบ้านี่ดี เขากล้าดียังไงมาเข้าหอแทนอ้ายรามของเธอ!
“แก้มหอมบ่...บ่...ใช่เมียอ้ายลักษณ์ เรื่องเมื่อคืนก็ถือกว่าหมามันเลีย”
“โอ้โห....”
ธงลักษณ์หัวเราะ หากนัยน์ตาของเขาคมกริบเปล่งประกายดุดันยามมองจ้องตาเธอ จนจันดาลีขนลุก
“อืม...หมาเลีย อืม...งั้นก็ดี งั้นหมาตัวนี้จะเลียอีกสักทีสองที”
“อย่านะ อย่า...”
เธอร้องกรี๊ด เมื่อถูกรวบร่างทั้งผ้าห่ม ไปโยนโครมลงบนเตียงกว้าง ร่างสูงหนาหนักนั่นตามลงทาบทับ เธอดิ้นรนอยู่กับผิวเนื้อเปลือยเปล่าของเขา จนหอบน้อยๆ ธงลักษณ์หัวเราะ คงจะสิ้นฤทธิ์แล้วสินะยัยตัวแสบ เขาก้มลง หมายจะจูบปากหวานๆ ที่ช่างพูดทำร้ายจิตใจเขานั่นสักที แต่แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นว่านัยน์ตากลมหวาน กำลังเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา
ให้ตายเถอะ!
เสียงกระซิกดังขึ้น น้ำตาที่เอ่อไหลรินลงมา หล่อนหลับตาพริ้ม เม้มริมฝีปาก ตัวสั่นจนเขารู้สึก ดูเอาเถอะ เมื่อคืนนี้เขาจะจับจะจูบตรงไหน ก็เต็มใจยินดีรับเขา ตอนนี้ทำราวกับเขาเป็นผู้ร้ายจ้องจะข่มขืน เขาไม่เคยอยากข่มขืนใจเธอเลยแม้แต่น้อย เขาจะค่อยพาเธอไต่บันไดแห่งความสุขไปพร้อมๆ กันต่างหาก
“แก้มหอม...” มือเขาแตะไล้น้ำตาให้ พร้อมกับถอนใจหนักๆ
“จะ...จะทำอะไร...ก็...ทำ”
โธ่...ใครจะไปทำลง
เขากอดเธอกระชับอก ปล่อยให้เธอร้องไห้กับอกเขา อย่างอ่อนอกอ่อนใจ
เชือกปมที่เขาผูกไว้มันเริ่มกระชับแน่น เขาจะคลี่คลายปมนี้อย่างไรดีหนอ นายลักษณ์ ริผูกแล้ว ก็ต้องแก้ด้วยตนเองล่ะทีนี้
จันดาลีนั่งอยู่ในรถ ยังไม่ได้ขับออกมา เพราะเธอกำลังคุยโทรศัพท์ติดพันกับลูกค้า และเมื่อวางสาย เธอก็เห็นข้อความเฟซบุ๊คเด้งแจ้งเตือนอะไรบางอย่าง จึงกดเข้าไปดู แล้วก็ยิ้มกริ่มชอบใจ คนคู่นั้นคงจะตกลงกันได้แล้วสินะ เธอนึกดีใจที่เพื่อนรักจะได้มีคนรู้ใจเสียทีออกมาหรือยังครับออกมาแล้วเจ้าพี่มีข่าวดีจะบอกด้วยล่ะข่าวอิหยังไว้มาถึงร้านค่อยบอก พี่น่าจะถึงก่อนเธอย่นจมูกน้อยๆ เธอเองก็มีข่าวดีจะบอกเขาเหมือนกัน และเพิ่งแน่ใจกับข่าวดีของตนเองเมื่อเช้านี้ มือของเธอทาบไว้ที่หน้าท้องที่แบนเรียบของตนเอง แล้วยิ้มบางไม่รู้ว่าข่าวของใครจะทำให้เซอร์ไพรส์กว่ากันล่ะวันนี้..........................................................................................................................................................................“จริงบ่เจ้า”“อืม...เห็นนายรามบอกมากับพ่อแม่ หึๆ ให้ไปจัดการให้ แต่ก็คงหมั้นกันก่อน”ธงลักษณ์อดขำไม่ได้ เมื่อนึกภาพตามที่พี่ชายเล่าและส่งภาพมาให้ดู ตอนนี้ธงรามเข้าโรงพยาบาล เพราะถูกว่าที่เจ้าสาวพาหนี จนมุมโดนว่าที่พ่อตาจับได้ หวานใจพาธงรามควบมอเตอร์ไซค์ทิ้งโค้งห
“เย็นนี้ไปกินข้าวที่ฝั่งไทย กับเฮากับอ้ายลักษณ์นะยัยสา”จันดาลีเอ่ยชวน ตอนนี้ธงลักษณ์ย้ายมาอยู่ที่หนองคาย เพื่อคุมกิจการทางนี้ เขาไม่ต้องวิ่งรอกไปมาหลายที่อีก เพราะส่วนอื่นมีคนลงไปรับผิดชอบแทน สิ่งที่เขาหอบหิ้วตามมาคือเลขานุการคู่ใจอย่างวิรงรองเพียงเท่านั้น หลังๆ มาหล่อนสนิทสนมกับจันดาลีมากชนิดที่พากันหนีเขาไปช้อปปิ้งกันที่ฝั่งไทยบ้าง ฝั่งลาวบ้าง ไปกันแบบสาวๆ โดยทิ้งเจ้านายไว้เฝ้าออฟฟิศก็เคยระยะทางไม่ถึงห้าสิบกิโลเมตร ของชายแดนทั้งสองฝั่ง ทำให้เขาและจันดาลีสะดวกกับการใช้ชีวิต และมีเวลาให้กันมากยิ่งขึ้น เธออยู่ฝั่งไทย เวลาทำงานก็ข้ามไปฝั่งลาว ขับรถไปกลับได้อย่างสะดวกสบาย“ไม่ว่างน่ะสิ” ริสาว่า เธอกำลังกางตัวอย่างแคตตาล็อกเครื่องสำอางที่สั่งทำออกตรวจ จันดาลีอมยิ้ม มองหน้าเพื่อนรักแล้วกระเซ้าเสียงหวาน“แนะ...มีเดตเหรอ อ้ายรบชวนดินเนอร์ล่ะสิเสี่ยว”“ก็...” ริสายกแคตตาล็อกขึ้นมาบังหน้า แล้วเสเอ่ยเรื่องอื่น“สีตรงนี้มันเข้มไปไหมนะยัยแก้มหอม สั่งลดสีหน่อยดีไหม มันทำให้รูปนางแบบดูดำไปน่ะ”“อย่ามาไขสือน่าเสี่ยว ผู้บ่าวชวนแม่นบ่ เฮาแอบส่องเฟซ เห็นหมดล่ะ ว่าวันนี้อ้ายรบจะพาเสี่ยวไปกินข้า
ธงลักษณ์มีครอบครัวแล้วตอนนี้ ก็ควรจะมีเวลามีชีวิตของตนเอง “ก็ทำงานให้น้อยลงสิ จะได้มีเวลา ส่วนงานของยัยแก้มหอมน่ะ ทางบี๋ว่าจะคุยกับลูกสาวให้ อยากจะให้เบามือเพลาลง เพราะแต่งงานแต่งการแล้ว แม่ว่าจะให้เราไปคุมงานที่หนองคายยาวๆ ไป ส่วนงานทางนี้เดี๋ยวแม่หาคนมาจัดการทำ แกจะว่ายังไงหืม...ตาลักษณ์”“ครับ...” เขาไม่คาดว่าจะได้ยินอะไรแบบนี้จากมารดา ท่านหัวเราะมาตามสาย“ดูทำเสียงเข้า ไปคุมงานทางโน้นอะไรจะได้ง่ายๆ บ้านที่หนองคายทางบี๋ยกให้เป็นเรือนหอของแกกับแก้มหอม แกจะว่ายังไงล่ะตาลักษณ์ แม่จะยกกิจการที่นั่นให้แกไปเลย จะทำให้เจ๊ง หรือจะทำให้รวย ก็เรื่องของแก ไม่ต้องเอามาเข้ากงสี”“ขอบคุณมากครับแม่” “มีหลานให้แม่ไวๆ ล่ะ อำนวยความสะดวกให้ขนาดนี้ล่ะ ส่วนพี่แก แม่จะต้องคุยจริงจัง ให้เลิกเอ้อระเหยกับงานที่มันรักนักหนา มาช่วยกิจการครอบครัวเสียบ้าง แล้ว...หึๆ คอยดูนะหนนี้แม่จะจับคู่ให้นายรามได้แต่งตามแกไปแน่ๆ”“แม่คงไม่ต้องจับคู่ให้แล้วล่ะครับ นายรามมีสาวของตัวเองแล้วล่ะ”ธงลักษณ์ว่า เขาค่อนข้างจะแน่ใจเลยล่ะ ว่าพี่ชายของเขา ชักจะยังไงๆ กับสาวที่ไปร่วมชะตากรรมมาด้วยแน่ๆ “หืม...”“หึๆ แค่นี้ก่อ
ธงลักษณ์โผเข้าหาพี่ชาย เมื่อเจ้าหน้าที่ช่วยคนทั้งสองออกมาได้ ธงรามนอนอยู่ในเปล เขาถูกขนย้ายมาทางเฮลิคอปเตอร์มายังจุดที่พักเจ้าหน้าที่ ขาของเขาเข้าเฝือกไว้“นายราม”“ยังไม่ตาย”พี่ชายตอบ พร้อมกับชูสองนิ้วให้ จันดาลีเองก็วิ่งตามสามีมาติดๆ เธอเห็นสภาพของธงรามแล้วก็หน้าซีด เธอยืนนิ่งอยู่ข้างๆ สามี ธงรามมองมายังเธอ แล้วเอ่ยทักเสียงแหบ“น้องแก้มหอม มาด้วยหรือครับ แหะๆ พี่ต้องขอโทษหลายๆ เรื่องเลย”“ค่ะ” เธอตอบเพียงแค่นั้น แล้วยิ้มแหยส่งให้เขา “พ่ออย่าไปหาเรื่องอะไรพี่รามเข้าล่ะ เค้าช่วยหวานจนขาเจ็บ”เสียงใสๆ ดังขึ้น ร่างเพรียวชะลูดถูกห่อพันไว้ด้วยผ้าห่มไปครึ่งตัว เขาเห็นเพียงเสี้ยวหน้าของหล่อนที่โผล่พ้นชายผ้าห่มออกมา “แล้วใครล่ะพาหวานไปเจ็บตัว”ผู้เป็นบิดาเอ่ยสวน นั่นแหละเขาถึงได้เห็น ‘เด็กจอมซน’ เข้าเต็มๆ ตา เมื่อหล่อนดึงผ้าห่มออก แล้วเถียงบิดาฉอดอย่างจะปกป้องธงราม“หวานนี่แหละ พาเค้าไปเจ็บตัว ถ้าไม่ได้พี่รามนะ ไม่รู้หวานจะเป็นไงบ้าง”ใบหน้านั้นแม้จะมอมแมม แต่ก็ยังสวย...หล่อนเป็นลูกครึ่งแน่นอน นัยน์ตาคมกริบวาวหวาน จมูกโด่งเป็นสันสวย ปากอิ่มเอิบมีเสน่ห์ อื้อหือ...พี่ชายเขานี่ ตาแหลม
ธงลักษณ์ขับรถควงคนเดียวยาวจนถึงเชียงใหม่ เพราะหาไฟล์ทบินไม่ได้ในเวลากะทันหันแบบนี้ จันดาลีกระโดดตามเขาขึ้นรถมาด้วย เธอพยายามพูดปลอบโยนเขาตลอดทาง ขณะที่เขานิ่งเงียบเพราะเครียดเรื่องความปลอดภัยของพี่ชายเขาไม่ได้นอนเลยทั้งคืน กว่าจะถึงเชียงใหม่ บริเวณที่เจ้าหน้าที่กำลังทยอยกำลังกันเดินเท้าเข้าไปตามหาธงราม ก็เกือบเก้าโมงเช้า จันดาลีเกาะอยู่ข้างๆ สามี อย่างเป็นห่วง เธอเองก็แค่งีบๆ ไปในรถเพราะเพลียจัด แต่ก็ยังได้พัก ส่วนธงลักษณ์นั้นไม่ได้พักเลย“กี่ชั่วโมงแล้วครับ ที่พี่ชายผมติดอยู่ที่นั่น” “ก็...เกือบสิบห้าชั่วโมงแล้วครับ แต่เรากำลังตามรอยกันอยู่ เจ้าหน้าที่ติดต่อมาว่า พบเห็นรอยเท้าแล้วก็ร่องรอยของคนทั้งคู่แล้วบ้างครับ”“ผมพอจะช่วยอะไรได้ไหมครับ”ธงลักษณ์ว่า จันดาลีมองหน้าสามี ตาของเขาแดงก่ำ เพราะอดนอน เธอเอ่ยแทรกเสียงเบา“อ้ายลักษณ์ไปพักก่อนบ่เจ้า บ่ได้นอนทั้งคืนเลย ทางนี้ก็ปล่อยเจ้าหน้าที่เผิ่นทำงานก่อนเนาะ”“พี่ห่วงนายราม คงจะพักไม่ได้ หลับไม่ลงหรอก”“ไปพักก่อน” จันดาลีพยายามเกลี้ยกล่อม “นอนสักนิด หาอิหยังกินสักหน่อยก่อน แก้มหอมขอนะ แก้มหอมกลัวอ้ายลักษณ์บ่ซำบาย” เธอไม่เคยเอ่
ดูเหมือนว่าการลงรูปการรับประทานอาหารของพวกเธอทั้งสี่คน จะทำให้ข่าวเรื่องเลสเบี้ยนระหว่างเธอกับริสาเปลี่ยนไป ตอนนี้คนกำลังเริ่มจับตาและเชียร์อัพนักรบและริสา ถึงกับมีการสร้างเพจลุ้นรักนักรบขึ้น ให้กำลังใจชายหนุ่มเอาชนะใจริสาให้สำเร็จอืม...กระแสในโซเชียลนี่ ก็มาไวไปไวดีเหลือเกิน แต่ก็ยังเหลือคอมเมนต์ และยังมีบางเพจ มาเล่นข่าวปลอมๆ ทำโจมตีเธออยู่ไม่เลิก เห็นแล้วก็พานนึกเพลีย จันดาลีถอนใจน้อยๆ ถ้าเกิดว่าไม่ได้ทำงานใดๆ ที่ต้องเกี่ยวข้องกับสื่อนี่ เธอก็ว่าจะเลิกเล่นโซเชียลสักพักล่ะ คนพวกนี้คิดอะไรอยู่นะ กับการเล่นเรื่องเสียหายทำให้คนอื่นเค้าเดือดร้อนนี่ สนุก? หรือว่าอะไร ริสาบอกว่าอาจจะเป็นคู่แข่งทางการค้าดิสเครดิตหรือเปล่า แต่...ใครจะเล่นสกปรกกันได้ขนาดนี้กันคิดไม่ออกจริงๆ จันดาลีเลยได้แต่ถอนใจ เธอกำลังนั่งดูโทรศัพท์อยู่ ข้อความแชทของริสาก็เด้งขึ้นมา ทำให้เธออมยิ้ม ขณะที่พิมพ์ข้อความลงไปไงคะ?อะไรยะอิอิอิขำอะไรยัยแก้มหอมขำคนกำลังจะดังแทนเฮาไม่ชอบเลย นี่แทบจะไม่อยากเล่นเฟซ เล่นไอจีล่ะ ลงรูปอะไรก็มีแต่คนเมนต์นั่นนี่เยอะแยะชอบหรือซัง (ชัง)ตอบไปทางนั้นเงียบกริบ จันดาล






![พอหย่าจากคนเลว ผู้ชายทุกคนก็อยากได้ฉัน แม้แต่ผัวเลว [nc 35+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
