INICIAR SESIÓNเอาจริงหรือพี่หวาน
เอาจริงสิ แผนกำจัดหนนี้จะต้องเด็ดขาดนะ
ถ้าป้าตวงรู้เข้านี่...
ก็อย่าให้รู้สิ
หูย...แล้วถ้าเกิดว่า
ไม่มีอะไรเกิดหรอกน่า
สองพี่น้องแอบส่งข้อความหากัน ลอบมองตากัน นาวินทำหน้ายุ่ง ขณะที่พี่สาวทำหน้าเจ้าเล่ห์ เอาเถอะ ถึงจะเป็นแผนที่แรงไปนิด แต่ผลของมันก็น่าจะทำให้เขาเข็ดหลาบ และยกก้นออกไปจากรีสอร์ตของเธอ ขืนอยู่ไปก็ทำให้คนอื่นเค้าปั่นป่วนวุ่นวายเสียเปล่าๆ
ต้องเชือด!
แนะ...
อย่าว่าหวานใจโหดนะ
“นาวิน ไปถ่ายรูปให้หน่อย”
สร้อยสายตะโกนเรียก พร้อมกับโบกไม้โบกมือ อีกมือถือยาดมติดไว้ตลอด คอยดมคอยสูดตลอด เธอเดินพยายามเว้นระยะให้ห่างจากขวัญใจของเธอเล็กน้อย เพราะขืนใกล้เขามากๆ เธอจะตื่นเต้นจนพานเป็นลมเอา ตอนนี้ธงรามเดินเลี่ยงไปขอตัวเข้าห้องน้ำ เธอได้โอกาสกลับเป็นตัวของตัวเอง เลิกแข้งขาสั่น หัวใจเต้นรัวเสียที
“ครับผม”
นาวินละมือจากโทรศัพท์ แล้วหันมายักไหล่ให้พี่สาว เขาเดินแกมวิ่งไปหาขวัญใจของตนเอง หวานใจท้าวคาง มองดูนาวินกับสร้อยสาย นึกสงสารปนขำน้องชาย ที่ไม่กล้าเอ่ยความนัยกับสาวที่ชอบเสียที เพราะตอนเด็กๆ สนิทกันมาก แถมมีวีรกรรมร่วมกันไว้มากนั่นเอง
แอบรักเพื่อนวัยเด็ก
มันก็น่าปวดหัวอยู่นะ
หวานใจถอนใจ ความรักอะไรนี่ ก็ดีหรอกนะ แต่บางทีก็เหมือนกับเหรียญสองด้าน เพราะมันก็ปะปนมาด้วยความทุกข์ และจะทุกข์หนักเสียด้วยสิ ทุกข์มากกว่าสุขหรือเปล่า? หวานใจไม่อยากตัดสิน แต่ดูจากท่าทางของน้องชาย มันก็กำลังจะเป็นไปตามนั้น ดูเอาเถอะ ต้องทนมาหวานอมขมกลืน เฝ้ามองหญิงที่รักแอบปลื้มผู้ชายอื่น เธอเองไม่เคยเฉียดใกล้กับคำว่าความรัก อ้อ...เคยมีบ้างรักแรก แต่ก็เป็นเหมือนรักแบบเด็กๆ ชื่นชมอีกฝ่ายเสียมากกว่า เหมือนชอบดาราขวัญใจอะไรแบบนี้
ไม่มีแฟนกับเค้าสักที ก็เพราะว่าความสูงที่เหนือกว่ามาตรฐานสาวไทย ที่มักจะตัวเล็กน่าถนอมนั่นข้อหนึ่ง มันกลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้หนุ่มๆ ไม่ค่อยกล้ามาจีบเธอ ข้อที่สองเพราะความหวงของพ่อเพลิงของเธอ ที่หมั่นเช็ค หมั่นตามลูกสาวเหลือเกิน ทั้งที่เรียนคนล่ะจังหวัด เธอโตขนาดไหนพ่อก็ยังไม่เลิกเช็ค หวานใจเลยรำคาญ ก็เลยเลือกที่จะไม่มีเอาเสียเลย เวลาเรียนก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียนนี่แหละ ข้อที่สามยังไม่เคยมีหนุ่มสเปคของเธอมาเข้าตา ทำให้หวานใจอยากจะสานสัมพันธ์ด้วย
สเปค
สเปคของเธอเป็นแบบไหนหว่า?
สาวแสบย่นจมูกน้อยๆ เอาแค่สูงกว่าเธอ ก็หายากแล้วล่ะ อีกข้อคือสู้กับพ่อเพลิงของเธอได้ พิชิตใจพ่อของเธออันนี้สำคัญ แค่เป็นคนดี รักหมารักแมว เข้าใจเธอเวลาเธอไปทำกิจกรรมรักษ์โลก ที่เธอกับนาวินมักจะแวบไปทำกันบ่อยๆ กับกลุ่มของเธอที่รวมตัวกัน จัดกิจกรรมเก็บขยะบ้าง ทำถุงผ้าแจก รณรงค์นั่นนี่ตามประสาของเธอบ้างก็พอแล้ว
ส่วนเรื่องหน้าตา...
ร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่ง กำลังเดินดุ่มมายังเธอ นัยน์ตาคมหวานมองไปยังเขาอย่างเผลอๆ สูงกว่าเธอ? ใช่...ตาธงรามนี่สูงมาก น่าจะเกือบร้อยเก้าสิบกระมัง ขนาดเธอสูงร้อยเจ็ดสิบยังดูตัวเล็กไปเลยเมื่อเขานั่งซ้อนรถเธอเมื่อวาน เดินไปไหนด้วยกันดูเด่นมาก เมื่อวานตอนเดินพาเขาไปตลาดถึงมีแต่คนมองเพราะความโดดเด่นเรื่องความสูง แถมยังด้วยหน้าตา...
เขาหล่อมาก...
ตาคมกริบ จมูกเรียวได้รูป ปากสวย หน้าเรียว ผมยาวของเขารวบไว้เป็นจุกสูง ด้วยหนังยางมัดผมสีดำ เขาสวมเสื้อผ้าฝ้ายมัดย้อมสีน้ำเงินขาว กางเกงเลสีแดงเลือดหมู รองเท้าแตะหูคีบ เดินด้วยท่วงท่าเฉพาะตัว มันมีจังหวะเอื่อยๆ แต่มั่นใจ หลังไหล่ตรง ออร่าเสน่ห์ของเขาแผ่กำจาย แม้จะอยู่ในสภาพแบบไหน เสื้อผ้าแบบไหน ก็ทำให้มันกลายเป็นเหมือนเสื้อผ้าที่ตัดเย็บมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ
คนอะไร ชวนตะลึงทุกหนที่เจอหน้า
“เอ่อ...ขอโทษด้วยนะครับที่ช้า”
เขาเกาศีรษะ มองสบตาเธอแล้วยิ้มนิดๆ อ้าวๆ แล้วหน้าแดง...หรือนั่น เพราะผิวเขาขาวก็เลยเห็นว่าเขาหลบตาเธอแล้วหน้าแดง คนเผลอมองจ้องเขาอย่างหวานใจ ก็หน้าแดงตามเขาไปอย่างไม่รู้ตัว ทำไมจะต้องทำท่าอะไรแบบนั้นด้วยนะนั่น
โอ๊ย...
คนอะไร(อีกที)
ทำไมถึงได้หล่อ ดูธรรมชาติ แล้วก็น่ารักจัง
เอ๊ะ...
ยัยหวาน นี่หล่อนจะเป็นแฟนคลับตานี่ไปอีกคนล่ะเรอะ!
เสียงสติแวบเตือน ทำให้หวานใจสะบัดหน้าน้อยๆ แล้วลุกขึ้นยืน พลางเอ่ยบอกกับเขาโดยไม่มองหน้า
“งั้นก็ไปต่อกันได้เลยค่ะคุณลูกค้า”
ก่อนจะตะโกนเรียกนาวินและสร้อยสาย ที่กำลังถ่ายรูปกันในดงดอกบานชื่นที่ปลูกไว้หลากสีอย่างเพลินๆ ซึ่งเมื่อสร้อยสายเห็นเข้ากับธงราม หล่อนก็เขินจนเดินบิดไปบิดมา ยิ้มอายอยู่คนเดียว คนมองอย่างนาวินและหวานใจ รู้สึกตรงกันเลยว่าหมั่นไส้กับอาการของเจ้าหล่อนมาก คนหนึ่งหมั่นไส้ปนขม อีกคนหมั่นไส้และพานหมั่นไส้ไปต่อถึงอีกคนด้วย
นาวินสะกิดพี่สาวพลางขยิบตา ดูหน้าตาก็รู้แล้วล่ะว่าหนนี้ไม่มีห้ามอีกแล้วกับแผนการส่งแขกของเธอ ขณะที่หวานใจเอง แอบคิดแว้บหนึ่งว่าจะเลิกดีไหมนะ แต่เมื่อน้องชายสนับสนุน งานนี้ก็ต้องสนองสินะ
พวกเขาสี่คนนั่งรถพ่วงขับต่อเข้าไปในสวน ซึ่งมีผลไม้หลากหลาย เน้นปลูกส้ม ลำไย ฝรั่งสีทอง ที่นี่เป็นสวนอีกสาขาหนึ่งของสวนส้มตะวันฉาย ที่เพลิงซื้อต่อมาจากเจ้าของเดิม ยังไม่ได้เปิดเป็นทางการอะไร และก็ไม่ได้คิดว่าจะทำเป็นรีสอร์ตเพิ่มเหมือนสวนส้มตะวันฉาย ทั้งที่เจ้าของคนเก่าน่าจะมีโปรเจ็กต์ว่าจะทำ เพราะเริ่มมีการต่อเติมก่อสร้างบ้างแล้ว ในส่วนของการปลูกดอกไม้ ปลูกไม้ประดับ จัดพื้นที่ แต่แล้วก็กลับมาขายต่อให้เพลิง ในราคาถูกอย่างเหลือเชื่อสำหรับสวนผลไม้ที่มีเนื้อที่กว่าร้อยไร่ เขารับซื้อต่อมาจากการแนะนำของเพื่อนคนหนึ่ง ซื้อมาเกือบปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เข้ามาจัดการอะไรมาก เพราะเพลิงยังยุ่งอยู่กับงานประจำของตนเองที่สวนส้มตะวันฉาย และโครงการต่างๆ ที่เขาไปมีส่วนร่วม
หวานใจเลือกมาที่นี่ก็เพราะมีสถานที่บางแห่ง ที่เหมาะมากกับการไล่แขก เธอกับนาวิน ประสบเหตุกับสถานที่นี่มาแล้ว เลยเลือกที่จะต้อนเหยื่อมาแถวๆ นี้
หึๆ
แอบชำเลืองมองเขาเพราะเธอนั่งติดกับเขา สร้อยสายไปนั่งติดกับนาวิน แอบมองหน้าของธงรามไปก็จิกมือกับต้นขาของตัวเองไป ดูแม่เพื่อนรักของเธอเอาเถิด อาการหนักจริงๆ เธอมองหน้านาวินแล้วยักคิ้ว เป็นสัญญาณที่ส่งให้กันว่า...เริ่มแผนได้แล้ว
“พี่สร้อย เอ่อ...ลงกับผมตรงสวนฝรั่งหน่อยสิ”
“เอ๋...ทำไมเหรอ”
“ช่วยผมเก็บฝรั่งไปฝากป้าแพนเค้กหน่อย แล้วเดี๋ยวเราค่อยเดินตามไปสมทบพี่หวานกับคุณลูกค้าเค้า” เขาแอบกระซิบสร้อยสายเบาๆ
“เราจะได้ช่วยกันเตรียมอาหารกลางวันอร่อยๆ ให้คุณรามไงล่ะพี่สร้อย ในโรงเรือนน่ะ พี่หวานสั่งให้คนมาเตรียมของไว้แล้ว”
“ได้สิ”
สร้อยสายยิ้มกว้างเลยล่ะ ดีใจที่จะได้แสดงฝีมือให้กับคนโปรดของตัวเอง นาวินกับหวานใจขยิบตาให้แก่กัน เป็นอันว่าแผนสำเร็จ ลุงมั่นคนขับรถจอดรถที่หน้าโรงเรือน ที่เป็นที่สำหรับจัดการเกี่ยวกับผลผลิต ซึ่งพักนี้เพลิงยังไม่ได้ให้เก็บเกี่ยวหรือตัดอะไรออกขาย เพราะอยู่ในระหว่างฟื้นฟูดูแล ก็จะร้างๆ คนงานนิดหน่อย ยังไม่ได้เกณฑ์คนงานมาทำงานอะไรที่นี่มากนัก วันนี้เขาเองก็ไม่อยู่ไม่ได้เข้ามาที่สวน ถ้ารู้ว่าลูกสาวตัวดีกำลังจะทำอะไรล่ะก็...คนอย่างเพลิงอาจจะชอบใจก็ได้
“คุณเดินไปได้ไหม จะได้ดูธรรมชาติไปด้วยเพลินๆ”
เธอหันไปคุยกับธงราม ที่ลงมาสูดอากาศ หน้าตาของเขาสดชื่น ยามมองสีเขียวรอบๆ ตัว
“ได้ครับ”
“เดี๋ยวฉันจะพาไปดูอะไรเด็ดๆ ของสวนนี้”
หล่อนหยิบอะไรบางอย่างใส่กระเป๋าหลัง หวังว่ามันจะได้ผลนะ...แม่ตัวแสบคิดในใจ
หนก่อนเธอกับนาวินวิ่งหนีกันขาแทบขวิด
หนนี้เธอจะให้คุณลูกค้าวิ่งหนีให้สนุกไปเลย ประทับใจสุด แล้วคงจะโกรธ จนแล่นออกไปจากสวนส้มของเธอแทบไม่ทัน!
กลิ่นหอมที่กรุ่นเข้าจมูก ปลุกให้ธงรามตื่นจากนิทราอันแสนสุข เขารู้สึกว่ากำลังกอดอะไรบางอย่างไว้ ที่ไม่ใช่หมอนข้างแน่ๆ จึงก้มลงมอง ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าเจ้าของกลิ่นหอมคือหวานใจ ภรรยาของเขาที่นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนเขานั่นเองอา...เขาหลับไปสินะหลับสนิทเลยด้วยสิเฮ้อ...ความตั้งใจที่จะให้คืนวิวาห์หวานฉ่ำ พังไปเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไร เขาจะแก้ตัว...“อื้อ...อืม...”ริมฝีปากรุ่มร้อน แตะแต้มไปทั่วใบหน้าเนียน มือของเขาปลดนั่น ดึงนี่เพียงครู่เดียวคนในอ้อมแขนก็เปลือยเปล่า หวานใจลืมตาขึ้นมา เธอตกใจในตอนแรก แต่เมื่อรับรู้ว่าคนที่กำลังสัมผัส กอดจูบเธอคือสามี เธอก็โอนอ่อน แล้วเผยอปากรับจูบจากเขา“พี่ขอโทษที่พี่หลับไป” ธงรามเอ่ย“อา...พี่ราม” เสียงหวานนั้นครางออกมา เมื่อมือร้อนของเขากำลังเคล้นเคล้าความอวบนุ่ม“แต่พี่จะแก้ตัว...หวานจ๋า...น่ารักเหลือเกิน”เขาก้มลงจูบ ดูดดื่มกับบัวแฝด มือน้อยจิกบ่าเขาแน่น เธอหลับตาพริ้ม ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด ผีเสื้อนับพันกำลังกรีดปีก อยู่ที่ท้องน้อยของเธอ...เขาจูบฟัดบัวแฝดจนหนำใจ อิ่มเอม ก็จูบไล้ไล่ต่ำลง หวานใจอุทานอย่างตกใจ เมื่อถูกแยกเรียวขาออก เธอหลั
เสียงปรบมือเกรียวกราวจากคนที่มาแอบมุงอยู่ห่างๆ ดังขึ้น โดยการนำของสร้อยสาย ทำเอาสองหนุ่มสาวผละออกจากกันแทบไม่ทัน พ่อกับแม่ของพัดชา ถึงกับโผเข้ากอดนาวินกันเลยล่ะ คุณจามรอาการหนักกว่าภรรยา ถึงกับร้องห่มร้องไห้ แล้วจะจับนาวินเข้าหอกับพัดชาเสียตั้งแต่คืนนี้ ไม่ต้องแต่งกันล่ะ ยกข้ามตอนไปเลย เพราะกลัวลูกสาวจะเปลี่ยนใจ รักอลวนของนาวินและสาวทอม ก็จบลงด้วยคำว่ารัก...ที่พาให้คนทั้งสองข้ามผ่านได้ทุกสิ่ง...บทส่งท้าย...เวลานี้เป็นเวลาที่เพลิงยังไม่อยากให้มาถึงเลย...พ่อเสือเฒ่าแอบถอนใจ มองภาพบนเวทีแล้วต้องกลั้นน้ำตาไว้จนสุดความสามารถ มันทั้งอาลัย ทั้งตื้นตัน และทั้งยินดี ที่ลูกสาวจะได้เติบโตไปอีกก้าว ที่ลูกสาวเขาจะได้ไปอยู่ในมือของผู้ชาย....ที่เขาพอจะวางใจได้ให้ดูแลน่ะ...ยอมรับล่ะว่าธงรามเป็นคนดีจริงๆ และเขาก็คงจะสบายใจถ้าปล่อยหวานใจไว้ในอ้อมอกแกร่งนั่น แต่ด้วยมาดของพ่อเสือ ก็ต้องตีหน้าดุ ชักสีหน้าใส่ลูกเขย...จะให้มาทำดีรวดเร็ว ก็คงไม่ใช่เขาสิก็หมอนี่พรากแก้วตาดวงใจเขาไปกอดไปเป็นของตัวเองนี่...เฮ้อ...ว่าไปงั้นแหละว่าพราก ก็มาขอดีๆ นั่นแหละ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ทำตามเงื่อนไขทุกอย่
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว จะพาไปไหนน่ะ เฮ้!”พัดชาออกแรงขืนตัวไว้ เธอถูกเพื่อนสนิท...เอาน่ะ...เธอเรียกผู้ชายคนนี้เป็นกรณีพิเศษว่าเพื่อนสนิท ลากออกมาจากงานเลี้ยงของครอบครัว ท่ามกลางสายตางุนงง ตกใจ ของคนสำคัญของเธอที่จู่ๆ ลูกสาวสุดห้าว ที่พวกท่านถอดใจไปแล้วล่ะว่าคงจะไม่มีวันที่จะได้ลูกสาวจริงๆ เพราะพัดชาทำให้พวกท่านยอมรับในตัวเธอ ที่เป็นแบบนี้ได้แล้ว แต่กับมาถูกผู้ชายที่ทั้งล่ำ ทั้งบึก ลากออกมาแบบนั้น ‘ผมชอบลูกสาวพ่อกับแม่คร้าบบบบ ขอพาไปเคลียร์นะคร้าบบบ’นั่นคือประโยคแรก ที่พ่อยอดชายนาวินประกาศ ก่อนจะพาพัดชาออกมา!“คุยกันตรงนี้ละกัน”นาวินว่าเสียงห้วนๆ ทำไมจะต้องเล่นบทหนุ่มซาดิสม์ กระชากลากถูขนาดนี้ก็ไม่รู้ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันวุ้ย“จะคุยอะไร”พัดชาช้อนตามอง ‘เพื่อน’ แน่ล่ะ เธอสนิทกับนาวินมากตั้งแต่วันนั้น ยอมรับว่าสนิทมากจนเกินขั้นของคำว่าเพื่อนก็ได้ แก้มของเธอแดงขึ้นนิดๆ เมื่อมองสบตานาวิน แต่ก็แสร้งทำหน้าขึงขัง ไอ้ความลับของเขานั้น...เธอรู้มาพักใหญ่แล้ว แต่ดูสิว่า เขาจะหลอกเธอไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?“เรื่องที่เรา เอ่อ...อะแฮ่ม” แล้วเขาก็กระชากเธอเข้ามากอดไว้ รัดจนแน่น จนพัดชาแทบ
“ใครเอาเหล้ามอมพี่รามกันคะนี่?”หวานใจถาม เมื่อพาเขามายังชั้นสอง ที่เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ถ้าเธอแอบนึกดีใจที่ไฟไหม้ลามมาถึงสวนจนพ่อเพลิงต้องเร่งบินด่วนนี่ จะบาปไหมหนอนั่น มันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้...อยู่กับธงรามแบบสองต่อสองแบบนี้“หึ หึ”ธงรามเพียงแค่หัวเราะ เขานอนหงายลงบนโซฟาตัวนุ่มที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ของหวานใจ แล้วเอามือก่ายหน้าผาก พลางทำท่าจะหลับ หากหวานใจฉุดให้เขาลุกขึ้นยืน “ไปนอนบนเตียงค่ะ จะได้สบายหน่อย”“ครับ” เขาค่อยๆ โซเซลุกอย่างว่าง่าย แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง หวานใจทรุดลงนั่งข้างเขา เธอใจเต้นตึกๆ ก่อนจะทำใจกล้า นอนข้างเขา ธงรามยังคงปิดตาแน่น หายใจสม่ำเสมอ มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือจางมากับลมหายใจของเขา มือนิ่มไล้แก้มเขาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานสั่นเล็กน้อย “พี่ราม พี่รามขา” มีเพียงเสียงหายใจที่ตอบเธอมา หวานใจตบแก้มเขาเบาๆ “พี่ราม หลับจริงๆ หรือเปล่านะ?”“...”“เดี๋ยวก็ลักหลับเสียหรอก”ยัยตัวยุ่งว่า พลางเขยิบเข้าใกล้เธอ เธอประคองใบหน้าเขาไว้ในมือ มองเขา...อย่างพินิจ ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นเขา ในตอนนี้เป็นทุกสิ่งที่เธอจะดูแลและรัก...ไปจนกว่าเธอจะสิ้นลมเธอรักเขาเหลือเกิน..
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ ลูกสาวของแม่ เรียกได้เต็มปากล่ะ”คุณสีดาเอ่ย ขณะที่มอบซองและกล่องของขวัญแสดงความยินดีให้กับหวานใจ ที่ยิ้มรับอายๆ และพนมมือไหว้ท่าน “ขอบคุณมากค่ะ คุณแม่”“แต่งแล้วก็รีบมีหลานให้แม่เลยล่ะ เอามาให้แม่เลี้ยงนะ” คุณสีดาว่า ธงรามที่นั่งอยู่ตรงนั้น รีบเอ่ยขัดขึ้นทันที“ยังหรอกครับแม่ ผมขอเวลาอยู่กันสักพักก่อนเถอะครับ เรื่องหลาน แม่ก็เลี้ยงเจ้าแฝดของนายลักษณ์แล้วนี่ครับ”“แหม...มาให้ย่าชื่นใจแป๊บๆ ก็กลับไปฝั่งโน้น แม่ได้เลี้ยงที่ไหน แม่แก้มหอมเค้าเลี้ยงของเค้าเอง ตาลักษณ์ก็กลัวแม่ตามใจหลาน ทำลูกเสียคน ก็พวกแกน่ะแม่ก็เลี้ยงมาเอง เสียคนที่ไหนกัน” ท่านบ่นอุบอิบ ค้อนเลยไปถึงบุตรชายคนเล็กด้วย ที่ตอนนี้กำลังสาละวนกับการจับลูกสาวฝาแฝด ที่อยู่ในวัยกำลังซน วิ่งเล่นกรี๊ดๆ อยู่กับแพนเค้กคนหนึ่ง ส่วนอีกคนกำลังวิ่งซนไปรอบๆ งานปาร์ตี้ “เดี๋ยวเค้ามี เค้าเลี้ยงกันไม่ไหว เราก็ได้มาเลี้ยงเองล่ะ” เสียงสามีเอ่ยแทรกขึ้นนิ่มๆ ตามแบบของท่าน “ตารามมีโปรเจ็กต์ที่จะทำกับหนูหวานอยู่นี่ เรื่องเดินทางรอบโลกรักษ์โลกอะไรนั่น เกิดท้องกลางทางโปรเจ็กต์ไม่เสร็จ เราก็ได้เลี้ยงกันล่ะ”“คุณราช”“หึๆ ตา
“ยินดีด้วยนะหวาน จบแล้วจะแต่งงานเลยอะอิจฉาจัง”“อยากลาออกกลางครันไปแต่งก่อนแล้วกลับมาเรียนด้วยซ้ำ กลัวพลาดกับเจ้าบ่าว”หวานใจหัวเราะคิก แล้วเอ่ยแหย่คนที่มาทักเธอ เพื่อนสาวของเธอเลยหัวเราะชอบใจ พลางเหลือบมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ของหวานใจ ที่มีกำหนดการแต่งงานกันในอาทิตย์หน้า เรียกว่าหลังรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองที่น่ายินดีของเธอแล้ว ก็มีข่าวดีต่อไปเลย“อะแฮ่ม”คนยืนข้างๆ กระแอม หน้าของเขาแดงนิดๆ หวานใจย่นจมูกให้เขาอย่างล้อๆ มองทรงผมใหม่ของธงรามที่ตัดสั้นเรียบร้อย แล้วอดบ่นเบาๆ ไม่ได้“นี่ไปตัดผมมาจริงๆ น่ะเหรอคะ พี่ราม ทำตามใจพ่อทำไมก็ไม่รู้ พี่รามเอาใจพ่อจ๋าจนเหลิงไปหมดล่ะ”ธงรามหัวเราะเบาๆ แล้วเสยผมของตัวเองที่ตัดสั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไว้ผมสั้นขนาดนี้ แค่เพลิงเปรย ตอนที่เขาเข้าไปให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายดูความเรียบร้อยของการ์ดแต่งงาน ว่าไม่ชอบทรงผมของธงราม ขัดหูขัดตา เล่นเอาพากันตะลึงไปหมด แล้วก็มองหน้าธงรามด้วยสายตากวนๆ ถามว่าถ้าจะให้ตัดจะตัดไหม ธงรามแค่ยิ้มและรับคำสั้นๆ ว่าครับ...แล้วเขาก็ไปตัดมาจริงๆ คุณสีดาถึงกับค้อนบุตรชาย แล้วเอ่ยแขวะว่าทีแม่บอกให้ตัดไม่เคยทำ ทีพ







