INICIAR SESIÓNธงรามมองไปรอบๆ สวนส้มนี้ไม่เหมือนสวนส้มตะวันฉาย ที่ปลูกส้มเพียงอย่างเดียวและแซมด้วยการปลูกผักยกร่องไว้ต่างหาก มีผลไม้หลายอย่างปลูกแซมไว้ แต่มีวัชพืชขึ้นปกคลุมบ้าง เห็นได้ชัดว่ากำลังทำอะไรถึงตรงไหน เพราะส่วนที่ยังไม่ได้รับการแผ้วถางดูแล ก็จะยังมีวัชพืชขึ้นสูง ต้นส้มบางต้นโทรมเพราะถูกวัชพืชขึ้นปกคลุมสูง อะไรหนอที่ไกด์นำเที่ยวของเขาบอกว่าเด็ด เขาเห็นแต่หญ้ารกไปหมด แต่ก็...เห็นอะไรเขียวๆ ก็รื่นตาดี ธงรามก้มลงมองพื้นโดยบังเอิญ เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นเศษพลาสติก ติดอยู่บนยอดหญ้า มือใหญ่คว้ามันหยิบขึ้นมาอย่างเคยตัว คนข้างๆ ที่กำลังจับสังเกตเขาอยู่แล้วเลิกคิ้วกับสิ่งที่เขาทำ
เขาถือมันเอาไว้ แล้วก็เดินตามเธอ ไม่ได้ซักถามอะไร หวานใจเองก็ไม่ได้เอ่ยอธิบายอะไร ว่ากำลังจะพาเขาไปไหน ถ้าจำไม่ผิด ข้ามท้องร่องนี้ไป ก็จะถึง...อาณาจักร เธอเรียกมันแบบนั้น อาณาจักรต้องห้าม ที่เธอกับนาวินเจอกันจังๆ ไปเมื่อมาเที่ยวสวนนี้กับเพลิงหนก่อน
มีเสียงหึ่งๆ ให้ได้ยิน มีแมลงบางชนิดเริ่มบินมาให้เห็น ธงรามย่นคิ้วน้อยๆ เมื่อเห็นจำนวนของมัน ที่นี่...ที่ไหนกันนะ ขณะที่คนพามาก็เริ่มมองหาทางหนีทีไล่ให้กับตนเองไปด้วย หนก่อนเธอกับนาวินวิ่งซ่อนกันในท้องร่องนี่ล่ะ มุดโคลนกันทั้งตัว เพราะน้องชายตัวแสบชวนหายิงมะม่วงเปรี้ยวไปรับประทานกันแท้ๆ เธอก็คะนองซนไปกับเขาด้วย พอลุงมั่นคนเฝ้าสวนบอกว่ามีต้นมะม่วงขึ้นอยู่แถวๆ ส่วนของสวนลำไย สองพี่น้องก็เปรี้ยวปากหาหนังสติ๊กกับลูกกระสุน เดินกันมาในดงลำไยนี่ หูดับเสียชั่วคราวไม่ได้ยินว่าลุงมั่นเตือนอะไรไว้ ว่านอกจากต้นลำไยที่มีเกือบร้อยต้นแล้ว ยังมีอะไรอยู่ด้วย
เมื่อข้ามท้องร่องขนาดใหญ่ที่ต้องมีสะพานให้ข้ามไปแล้ว ต้นลำไยที่กำลังออกดอกพราวก็ปรากฏแก่สายตา ธงรามและหวานใจเริ่มถูกแมลงบางอย่างบินมารบกวน ซึ่งจะตบมันก็ไม่ได้เสียด้วย หวานใจคลำไปที่กระเป๋าหลัง สิ่งนี้จะยิ่งดึงดูดความสนใจของเจ้าพวกนี้
เธอจับมันไว้แน่น ก่อนจะค่อยๆ เขยิบเข้าไปใกล้เป้าหมาย พร้อมกับหันมาคุยกับเขาด้วยสีหน้ารื่นเริง มือหนึ่งล้วงกระเป๋า มือหนึ่งผายออก
“ยินดีต้อนรับสู่อีเว้นท์พิเศษ พาตะลุยรังผึ้งแล้วก็ตีผึ้งค่า”
“หืม...ตีผึ้ง”
“ใช่แล้ว นี่คือผึ้งมิ้ม”
เธอบอกอธิบายแล้วก็เริ่มโบกมือไปมา เพราะตอนนี้เจ้าพวกผึ้งเหมือนจะรู้ว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในระยะรังของมัน จึงบินมาตอมทั้งเธอและธงราม
“มันน่าสนใจตรงไหนกันครับ”
ธงรามว่าเสียงเรียบๆ ก่อนจะย่นจมูกน้อยๆ กิจกรรมของเธอฟังดูแล้วน่าอันตรายเหลือเกินอีกต่างหาก
“แหม...ก็นึกว่าจะชอบ เฮ้อ...คอแห้งจัง”
เธอแสร้งบ่น ตามองกล่องเลี้ยงผึ้งกล่องแรกที่ถูกเถาวัลย์และวัชพืชขึ้นคลุมจนถ้าไม่สังเกตก็คงไม่เห็น มันอยู่ใกล้กับเขามาก ได้เวลาลงมือ
เธอล้วงเอาน้ำผึ้งขวดเล็กออกมาจากกระเป๋าหลัง เปิดมันออกแล้วแสร้งเซเข้าหาเขา ทำน้ำผึ้งหกรดเขา ธงรามอุทานอย่างตกใจ หวานใจเอามือปิดปากแล้วแสร้งทำตาโต
“ขอโทษค่ะ ฉันซุ่มซ่ามจัง”
“น้ำอะไรน่ะครับ ทำไมมันเหนียวๆ”
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ผึ้งมิ้มบินมาดังหึ่งๆเหมือนจะเพิ่มจำนวนขึ้น หวานใจได้โอกาส เธอผลักเขาอย่างสุดแรงเกิด หวังจะให้เขาเซล้มไปชนกล่องเลี้ยงผึ้ง หากทว่ามือใหญ่นั่นกลับคว้าแขนเธอลงไปด้วย
ปัง!
ทั้งเธอและเขาชนอย่างจังเข้ากับกล่องเลี้ยงผึ้ง ผึ้งจำนวนมหาศาลแตกกรูกันออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ธงรามลุกขึ้นได้ ก็อุ้มเธอขึ้นมาแล้ววิ่งอ้าวอย่างไม่คิดชีวิต
หวานใจตกใจเหนี่ยวคอเขาไว้แน่น เขาก็ไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมหาศาลนั่นมาจากไหน พาเธอวิ่งเตลิดกลับมายังบริเวณโรงเรือน ปากก็ตะโกนนำมาด้วยอย่างตกใจ
“ช่วยด้วยครับ ช่วยด้วย ผึ้งครับ ผึ้ง”
“เหวอ อะไรกันล่ะนั่น” ลุงมั่นได้ยินแบบนั้น ก็เร่งมองซ้ายมองขวา สติของแกดีมาก แกคว้าเอากาบมะพร้าวที่ใช้มีกองสุมไว้ตรงมุมหนึ่งเพื่อใช้ทำขุยมะพร้าวเพาะต้นไม้ มาจุดไฟควันของมันขึ้นโขมง แล้ววิ่งไปทางต้นเสียงที่ได้ยิน ปากร้องตะโกนบอกให้นาวินที่ยืนหันรีหันขวางเมื่อได้ยินเสียงของธงราม จุดไฟกาบมะพร้าวให้มีควันเยอะๆ แล้ววิ่งตามแกมา
ชุลมุนกันอยู่พัก เหตุการณ์ก็สงบ ผึ้งมิ้มยอมล่าถอยกลับไปยังอาณาจักรของมัน ทิ้งร่องรอยเกรี้ยวกราดไว้ที่ตัวของธงรามหลายจุด หวานใจคนก่อเหตุลอบมองคนที่ช่วยเหลือเธอด้วยสายตาสำนึกผิดขึ้นมาวูบ
“พี่หวานเป็นอะไรหรือเปล่า บอกแล้วว่าไม่ให้ทำ”
“นาวิน! ชูว์”
“ทำอะไรอะ นี่วางแผนอะไรกันหรือเปล่า”
สร้อยสายที่ชักจะทะแม่งๆ กับสองพี่น้องนี่ รีบเอ่ยขึ้นมาเสียงเขียว เจ้าหล่อนท้าวเอว มองหน้าหวานใจสลับกับหน้าของนาวิน ที่ก้มลงหลบตาหล่อนกันทั้งคู่ ก่อนจะเดินตรงไปหาธงราม ที่สูดปากน้อยๆ เมื่อถูกลุงมั่นใช้กุญแจกดเอาเหล็กในผึ้งออกให้
“เรื่องนี้ต้องถึงหูป้าตวง!”
“สร้อย/พี่สร้อย”
สองพี่น้องขานชื่อของเธอขึ้นพร้อมกัน นาวินรีบไหว้ชายหนุ่มปะหลกๆ พร้อมกับเอ่ยพึมพำว่าขอโทษๆ ส่วนหวานใจเองหน้าถอดสี เธอกะพริบตาปริบๆ มองสบตากับธงราม ที่เลิกคิ้วมองมายังเธอ หน้าตาของเขาตอนนี้มีรอยผึ้งต่อยที่จมูกจนมันบวมโต แต่...
คนบ้าอะไรขนาดนี้ยังหล่อ
“ทำไมครับ?” ถามเสียงซื่อๆ ฟังแล้วก็...ชักจะรู้สึกผิดขึ้นมานิดหนึ่งล่ะวุ้ย
“เอ่อ...ทำไมต้องแกล้งกันขนาดนี้ด้วย ผมทำอะไรให้ไม่พอใจหรือครับคุณหวาน”
“คือ...”
หวานใจกัดริมฝีปาก พลางยิ้มแหย
งานนี้คอขาดแน่แล้วไอ้หวานใจเอ๋ย...
กลิ่นหอมที่กรุ่นเข้าจมูก ปลุกให้ธงรามตื่นจากนิทราอันแสนสุข เขารู้สึกว่ากำลังกอดอะไรบางอย่างไว้ ที่ไม่ใช่หมอนข้างแน่ๆ จึงก้มลงมอง ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าเจ้าของกลิ่นหอมคือหวานใจ ภรรยาของเขาที่นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนเขานั่นเองอา...เขาหลับไปสินะหลับสนิทเลยด้วยสิเฮ้อ...ความตั้งใจที่จะให้คืนวิวาห์หวานฉ่ำ พังไปเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไร เขาจะแก้ตัว...“อื้อ...อืม...”ริมฝีปากรุ่มร้อน แตะแต้มไปทั่วใบหน้าเนียน มือของเขาปลดนั่น ดึงนี่เพียงครู่เดียวคนในอ้อมแขนก็เปลือยเปล่า หวานใจลืมตาขึ้นมา เธอตกใจในตอนแรก แต่เมื่อรับรู้ว่าคนที่กำลังสัมผัส กอดจูบเธอคือสามี เธอก็โอนอ่อน แล้วเผยอปากรับจูบจากเขา“พี่ขอโทษที่พี่หลับไป” ธงรามเอ่ย“อา...พี่ราม” เสียงหวานนั้นครางออกมา เมื่อมือร้อนของเขากำลังเคล้นเคล้าความอวบนุ่ม“แต่พี่จะแก้ตัว...หวานจ๋า...น่ารักเหลือเกิน”เขาก้มลงจูบ ดูดดื่มกับบัวแฝด มือน้อยจิกบ่าเขาแน่น เธอหลับตาพริ้ม ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด ผีเสื้อนับพันกำลังกรีดปีก อยู่ที่ท้องน้อยของเธอ...เขาจูบฟัดบัวแฝดจนหนำใจ อิ่มเอม ก็จูบไล้ไล่ต่ำลง หวานใจอุทานอย่างตกใจ เมื่อถูกแยกเรียวขาออก เธอหลั
เสียงปรบมือเกรียวกราวจากคนที่มาแอบมุงอยู่ห่างๆ ดังขึ้น โดยการนำของสร้อยสาย ทำเอาสองหนุ่มสาวผละออกจากกันแทบไม่ทัน พ่อกับแม่ของพัดชา ถึงกับโผเข้ากอดนาวินกันเลยล่ะ คุณจามรอาการหนักกว่าภรรยา ถึงกับร้องห่มร้องไห้ แล้วจะจับนาวินเข้าหอกับพัดชาเสียตั้งแต่คืนนี้ ไม่ต้องแต่งกันล่ะ ยกข้ามตอนไปเลย เพราะกลัวลูกสาวจะเปลี่ยนใจ รักอลวนของนาวินและสาวทอม ก็จบลงด้วยคำว่ารัก...ที่พาให้คนทั้งสองข้ามผ่านได้ทุกสิ่ง...บทส่งท้าย...เวลานี้เป็นเวลาที่เพลิงยังไม่อยากให้มาถึงเลย...พ่อเสือเฒ่าแอบถอนใจ มองภาพบนเวทีแล้วต้องกลั้นน้ำตาไว้จนสุดความสามารถ มันทั้งอาลัย ทั้งตื้นตัน และทั้งยินดี ที่ลูกสาวจะได้เติบโตไปอีกก้าว ที่ลูกสาวเขาจะได้ไปอยู่ในมือของผู้ชาย....ที่เขาพอจะวางใจได้ให้ดูแลน่ะ...ยอมรับล่ะว่าธงรามเป็นคนดีจริงๆ และเขาก็คงจะสบายใจถ้าปล่อยหวานใจไว้ในอ้อมอกแกร่งนั่น แต่ด้วยมาดของพ่อเสือ ก็ต้องตีหน้าดุ ชักสีหน้าใส่ลูกเขย...จะให้มาทำดีรวดเร็ว ก็คงไม่ใช่เขาสิก็หมอนี่พรากแก้วตาดวงใจเขาไปกอดไปเป็นของตัวเองนี่...เฮ้อ...ว่าไปงั้นแหละว่าพราก ก็มาขอดีๆ นั่นแหละ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ทำตามเงื่อนไขทุกอย่
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว จะพาไปไหนน่ะ เฮ้!”พัดชาออกแรงขืนตัวไว้ เธอถูกเพื่อนสนิท...เอาน่ะ...เธอเรียกผู้ชายคนนี้เป็นกรณีพิเศษว่าเพื่อนสนิท ลากออกมาจากงานเลี้ยงของครอบครัว ท่ามกลางสายตางุนงง ตกใจ ของคนสำคัญของเธอที่จู่ๆ ลูกสาวสุดห้าว ที่พวกท่านถอดใจไปแล้วล่ะว่าคงจะไม่มีวันที่จะได้ลูกสาวจริงๆ เพราะพัดชาทำให้พวกท่านยอมรับในตัวเธอ ที่เป็นแบบนี้ได้แล้ว แต่กับมาถูกผู้ชายที่ทั้งล่ำ ทั้งบึก ลากออกมาแบบนั้น ‘ผมชอบลูกสาวพ่อกับแม่คร้าบบบบ ขอพาไปเคลียร์นะคร้าบบบ’นั่นคือประโยคแรก ที่พ่อยอดชายนาวินประกาศ ก่อนจะพาพัดชาออกมา!“คุยกันตรงนี้ละกัน”นาวินว่าเสียงห้วนๆ ทำไมจะต้องเล่นบทหนุ่มซาดิสม์ กระชากลากถูขนาดนี้ก็ไม่รู้ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันวุ้ย“จะคุยอะไร”พัดชาช้อนตามอง ‘เพื่อน’ แน่ล่ะ เธอสนิทกับนาวินมากตั้งแต่วันนั้น ยอมรับว่าสนิทมากจนเกินขั้นของคำว่าเพื่อนก็ได้ แก้มของเธอแดงขึ้นนิดๆ เมื่อมองสบตานาวิน แต่ก็แสร้งทำหน้าขึงขัง ไอ้ความลับของเขานั้น...เธอรู้มาพักใหญ่แล้ว แต่ดูสิว่า เขาจะหลอกเธอไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?“เรื่องที่เรา เอ่อ...อะแฮ่ม” แล้วเขาก็กระชากเธอเข้ามากอดไว้ รัดจนแน่น จนพัดชาแทบ
“ใครเอาเหล้ามอมพี่รามกันคะนี่?”หวานใจถาม เมื่อพาเขามายังชั้นสอง ที่เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ถ้าเธอแอบนึกดีใจที่ไฟไหม้ลามมาถึงสวนจนพ่อเพลิงต้องเร่งบินด่วนนี่ จะบาปไหมหนอนั่น มันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้...อยู่กับธงรามแบบสองต่อสองแบบนี้“หึ หึ”ธงรามเพียงแค่หัวเราะ เขานอนหงายลงบนโซฟาตัวนุ่มที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ของหวานใจ แล้วเอามือก่ายหน้าผาก พลางทำท่าจะหลับ หากหวานใจฉุดให้เขาลุกขึ้นยืน “ไปนอนบนเตียงค่ะ จะได้สบายหน่อย”“ครับ” เขาค่อยๆ โซเซลุกอย่างว่าง่าย แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง หวานใจทรุดลงนั่งข้างเขา เธอใจเต้นตึกๆ ก่อนจะทำใจกล้า นอนข้างเขา ธงรามยังคงปิดตาแน่น หายใจสม่ำเสมอ มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือจางมากับลมหายใจของเขา มือนิ่มไล้แก้มเขาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานสั่นเล็กน้อย “พี่ราม พี่รามขา” มีเพียงเสียงหายใจที่ตอบเธอมา หวานใจตบแก้มเขาเบาๆ “พี่ราม หลับจริงๆ หรือเปล่านะ?”“...”“เดี๋ยวก็ลักหลับเสียหรอก”ยัยตัวยุ่งว่า พลางเขยิบเข้าใกล้เธอ เธอประคองใบหน้าเขาไว้ในมือ มองเขา...อย่างพินิจ ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นเขา ในตอนนี้เป็นทุกสิ่งที่เธอจะดูแลและรัก...ไปจนกว่าเธอจะสิ้นลมเธอรักเขาเหลือเกิน..
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ ลูกสาวของแม่ เรียกได้เต็มปากล่ะ”คุณสีดาเอ่ย ขณะที่มอบซองและกล่องของขวัญแสดงความยินดีให้กับหวานใจ ที่ยิ้มรับอายๆ และพนมมือไหว้ท่าน “ขอบคุณมากค่ะ คุณแม่”“แต่งแล้วก็รีบมีหลานให้แม่เลยล่ะ เอามาให้แม่เลี้ยงนะ” คุณสีดาว่า ธงรามที่นั่งอยู่ตรงนั้น รีบเอ่ยขัดขึ้นทันที“ยังหรอกครับแม่ ผมขอเวลาอยู่กันสักพักก่อนเถอะครับ เรื่องหลาน แม่ก็เลี้ยงเจ้าแฝดของนายลักษณ์แล้วนี่ครับ”“แหม...มาให้ย่าชื่นใจแป๊บๆ ก็กลับไปฝั่งโน้น แม่ได้เลี้ยงที่ไหน แม่แก้มหอมเค้าเลี้ยงของเค้าเอง ตาลักษณ์ก็กลัวแม่ตามใจหลาน ทำลูกเสียคน ก็พวกแกน่ะแม่ก็เลี้ยงมาเอง เสียคนที่ไหนกัน” ท่านบ่นอุบอิบ ค้อนเลยไปถึงบุตรชายคนเล็กด้วย ที่ตอนนี้กำลังสาละวนกับการจับลูกสาวฝาแฝด ที่อยู่ในวัยกำลังซน วิ่งเล่นกรี๊ดๆ อยู่กับแพนเค้กคนหนึ่ง ส่วนอีกคนกำลังวิ่งซนไปรอบๆ งานปาร์ตี้ “เดี๋ยวเค้ามี เค้าเลี้ยงกันไม่ไหว เราก็ได้มาเลี้ยงเองล่ะ” เสียงสามีเอ่ยแทรกขึ้นนิ่มๆ ตามแบบของท่าน “ตารามมีโปรเจ็กต์ที่จะทำกับหนูหวานอยู่นี่ เรื่องเดินทางรอบโลกรักษ์โลกอะไรนั่น เกิดท้องกลางทางโปรเจ็กต์ไม่เสร็จ เราก็ได้เลี้ยงกันล่ะ”“คุณราช”“หึๆ ตา
“ยินดีด้วยนะหวาน จบแล้วจะแต่งงานเลยอะอิจฉาจัง”“อยากลาออกกลางครันไปแต่งก่อนแล้วกลับมาเรียนด้วยซ้ำ กลัวพลาดกับเจ้าบ่าว”หวานใจหัวเราะคิก แล้วเอ่ยแหย่คนที่มาทักเธอ เพื่อนสาวของเธอเลยหัวเราะชอบใจ พลางเหลือบมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ของหวานใจ ที่มีกำหนดการแต่งงานกันในอาทิตย์หน้า เรียกว่าหลังรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองที่น่ายินดีของเธอแล้ว ก็มีข่าวดีต่อไปเลย“อะแฮ่ม”คนยืนข้างๆ กระแอม หน้าของเขาแดงนิดๆ หวานใจย่นจมูกให้เขาอย่างล้อๆ มองทรงผมใหม่ของธงรามที่ตัดสั้นเรียบร้อย แล้วอดบ่นเบาๆ ไม่ได้“นี่ไปตัดผมมาจริงๆ น่ะเหรอคะ พี่ราม ทำตามใจพ่อทำไมก็ไม่รู้ พี่รามเอาใจพ่อจ๋าจนเหลิงไปหมดล่ะ”ธงรามหัวเราะเบาๆ แล้วเสยผมของตัวเองที่ตัดสั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไว้ผมสั้นขนาดนี้ แค่เพลิงเปรย ตอนที่เขาเข้าไปให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายดูความเรียบร้อยของการ์ดแต่งงาน ว่าไม่ชอบทรงผมของธงราม ขัดหูขัดตา เล่นเอาพากันตะลึงไปหมด แล้วก็มองหน้าธงรามด้วยสายตากวนๆ ถามว่าถ้าจะให้ตัดจะตัดไหม ธงรามแค่ยิ้มและรับคำสั้นๆ ว่าครับ...แล้วเขาก็ไปตัดมาจริงๆ คุณสีดาถึงกับค้อนบุตรชาย แล้วเอ่ยแขวะว่าทีแม่บอกให้ตัดไม่เคยทำ ทีพ







