INICIAR SESIÓN“พี่ขออนุญาตเกาะเอวน้องหวานได้ไหม”
เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อขึ้นมานั่งซ้อนหลังเธอ หวานใจแอบย่นจมูกหน้าแดงนิดๆ เธอพยักหน้า
“อย่ารัดหวานแน่นนะ หวานจั๊กจี้”
“ครับ”
เขามองเอวเล็กบางของหวานใจ นึกถึงคำที่เธอบอกก็อมยิ้ม เขาไม่รุนแรงกับเธอขนาดนั้นหรอกน่า เขาค่อยวางมือทาบที่เอวเธอ ไม่กล้าที่จะลวนลามมากมายอะไร หวานใจสตาร์ทรถ เธอช่วยเขาสวมหมวกกันน็อคเพราะธงรามจนป่านนี้ก็ยังใส่ไม่คล่อง เขาจงใจนั่นแหละ เพราะเวลามือนิ่มๆ ของหวานใจแตะโดนเนื้อตัวเขา มันสร้างความสุขให้เขาได้มากมายจริงๆ
หวานใจไม่ได้ซิ่งเฟี้ยวฟ้าวเหมือนที่เคยแกล้งเขา เธอพาเขาขี่รถไม่เร็วนัก เลาะเรื่อยพาชมธรรมชาติและวิวริมข้างทาง การพูดคุยทำให้เธอได้รู้ว่าเขาเป็นคนชอบออกทริปท่องเที่ยว และนอกเหนือจากงานเขียนที่เขาทำได้อย่างยอดเยี่ยมจนมีแฟนนิยายเต็มบ้านเต็มเมืองแล้ว เขายังเป็นตากล้องอิสระอีกด้วย ผลงานของเขานั้นลงในเว็บที่ให้คนทั่วไปได้โหลดฟรี เขาเปิดบางรูปอวดเธอ หวานใจถึงกับกรี๊ดออกมาเพราะความสวยของมัน เก็บอาการไม่ทันกันเลยทีเดียว เพราะเธอเองก็ชอบถ่ายภาพ ออกทริปนั้นได้แต่หวัง เพราะเพลิงนั้นหวงลูกสาวมาก ไปไหนก็ต้องไปด้วยกัน และบางทริปที่หวานใจอยากไป บางทีพ่อของเธอก็ไม่ได้อยากให้ไป เพราะในสายตาเพลิง มันโหด มันดิบเกินกว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างลูกสาวของเขาจะบุกบั่นฝ่าไป
ตัวเล็กอะไรกันเล่า?
หวานใจแอบอมยิ้ม เธอจะสูงเกือบเท่าพ่อเพลิงเข้าแล้ว ตัวโย่งขนาดที่ว่าไม่มีคนกล้าจีบเพราะความสูงระหงนี่ เฮ้อ...
แต่ความสูงของเธอก็ต้องยอมสยบให้กับธงราม เขาสูงมาก ดูจะสูงกว่าพ่อของเธอด้วยซ้ำ เธอเคยคุยเล่นกับมารดา ว่าแค่หาคนสูงเท่าพ่อเพลิงก็ลำบากนิดๆ ล่ะ นี่ล่ะอุปสรรคของการมีแฟนของเธอเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเธอเจอะเจอหนุ่มสูงโย่ง 180 เซนติเมตรขึ้นไปล่ะก็ เป็นอันจะต้องหาแหครอบไว้ก่อน แล้วค่อยมาคัดเอา เพราะหายากเหลือเกินสิน่า
“จริงๆ แล้วเชียงใหม่ก็มีที่เที่ยวอีกเยอะเลยนะที่พี่อยากไป”
“หวานคนเชียงใหม่แท้ๆ ยังไม่เคยไปที่พี่รามไปมาเลยค่ะ นึกแล้วก็น่าสนุกเนาะ ไปกางเต็นท์ ไปค้างบนดอยกับพวกชาวเผ่า ไปดูประเพณีพวกเขา”
“ไปกันไหมครับ ที่นี่อยู่ใกล้ๆ กับดอยสวยๆ หลายที่เลย พี่มีเพื่อนเป็นเผ่าอาข่า ถ้าเกิดว่าหวานอยากไปลองพักค้างคืนแบบสัมผัสกับวิถีชีวิตของคนที่นั่นจริงๆ พี่พาไปได้นะ บ้านของลองเทก็อยู่เชียงใหม่”
“ว้าว” ตาของคนฟังเป็นประกายพราว แต่แล้วเจ้าตัวก็ย่นจมูกน้อยๆ “ท่าทางจะยากนะคะพี่ราม ยากมาก” เธอลากเสียง
“ไม่ผ่านการอนุมัติแน่นอนเลย ถ้าเกิดว่าหวานไปขอเที่ยวสองคนกับพี่ราม”
“อืมไปกันหลายๆ คนสิครับ ชวนน้องนาวินกับน้องสร้อยไปด้วย พี่รับผิดชอบเอง”
ธงรามว่า ใจเต้นตุบๆ อย่างแอบลุ้น หวานใจสั่นหน้าเลยทันที
“ไม่มีทางหรอกค่ะ หวานไปไหน พ่อเพลิงก็ต้องไปด้วย...แล้วพ่อเพลิงก็ไม่ได้ว่างขนาดนั้นด้วยค่ะตอนนี้ เพราะกำลังดูแลยุ่งกับสวนของเราอีกสวนหนึ่งอยู่”
“โอกาสหน้าก็ได้ครับ ถ้าอยากไปก็ติดต่อพี่มานะ”
เขาล้วงเอาโทรศัพท์มือถือออกมา...นี่จะเป็นขั้นแรกที่เขาจะได้ใกล้เธออีกนิด
“พี่ขอเบอร์น้องหวานได้ไหม?”
“เอ...”
หวานใจดูจะลังเล ที่จะให้หมายเลขโทรศัพท์กับเขา เธอช้อนตามองเขาตาแป๋วนิ่งไปอย่างกำลังใช้ความคิด ธงรามกลืนน้ำลาย แล้วเอ่ยเสียงทุ้ม
“เราจะได้เอาไว้ติดต่อกันยังไงละครับ เผื่อพี่จะส่งภาพถ่ายให้น้องหวานได้ดู เผื่อพี่กลับไปแล้ว...เอ่อ...น้องหวานอยากไปเที่ยวอะไรแบบนี้ พี่จะได้แนะนำให้ได้ยังไงล่ะครับ”
บอกเจตนาไว้ เผื่อเธอจะได้ไว้วางใจ และยอมให้เบอร์โทรศัพท์เขา ใจของธงรามเต้นจนเขารู้สึกได้ ขณะที่รอคอยว่าเธอจะตกลงบอกเขาไหม
“ได้ค่ะ เบอร์หวาน...”
พอหวานใจบอกหมายเลขแล้วเขาก็รีบกดแล้วโทรออก หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมา ธงรามเอ่ยขึ้นมาลอยๆ
“นั่นเบอร์พี่นะครับ จะเมมไว้ก็ได้ ไม่เมมก็ได้”
“ไม่เมมดีกว่าค่ะ” หวานใจกดทิ้ง เล่นเอาคนยืนมองใจแป้ว เธออธิบายต่อเสียงใส
“ขืนหวานเมมชื่อไป พี่รามโทรมาแล้วพ่อเพลิงเห็น เป็นเรื่องเป็นราวแน่ๆ”
“ครับ?” ฟังแล้วก็ใจมา ว่าที่สาวเจ้าไม่ยอมบันทึกเบอร์ไม่ใช่เพราะเธอรังเกียจอะไรเขา แต่เพราะว่ากลัวบิดาจะต่อว่า
“พ่อเพลิงของหวานน่ะขี้หวงมากน่ะค่ะ” เธอว่าแล้วยักไหล่
“ไม่รู้จะหวงอะไรนักหนา เพราะพ่อเพลิงเป็นแบบนี้ หวานเลยเห็นแววเกาะคานมารำไรแล้วล่ะตอนนี้”
“น้องหวานไม่มีแฟนหรือครับ” ถามไปแล้วก็กลั้นใจฟังคำตอบ หวานใจสั่นหน้าอีกหน
“ไม่มีหรอกค่ะ หวานสูงปรี๊ดขนาดนี้ เลยไม่มีใครกล้ามาจีบสักเท่าไหร่ ผ่านด่านสูงมาได้ ก็เจอด่านน้องของหวานเข้าไปอีก ผ่านด่านเจ้านาวินได้ ก็คงจะต้องเจอด่านพ่อเพลิง” หล่อนหัวเราะคิก
“เอาแค่ด่านแรกก็ไม่มีแล้ว หวานสงสัยจะต้องย้ายไปอยู่ยุโรป โซนตะวันตก เผื่อจะได้แฟน เพราะแถวนั้นมีแต่ผู้ชายสูงๆ แล้วก็ไกลหูไกลตาพ่อเพลิงด้วย อิอิ”
“อ้อ...”
ใจของธงรามโล่งขึ้นมาทันที เขายืดตัวโดยอัตโนมัติ ต้องขอบคุณบรรพบุรุษที่ให้ความสูงตกทอดมาเกินมาตรฐานชายไทย หวานใจก้มหน้าลงกับโทรศัพท์ของตนเลยไม่เห็นอาการนั้น เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วพิมพ์ข้อความตอบกลับไป พร้อมกับถอนหายใจดังพอเขาได้ยิน
“มีอะไรหรือเปล่าครับ?”
นึกกังวลว่าเธอมาพาเขาเที่ยวเล่นหลายชั่วโมง อาจจะโดนตำหนิเอาได้ หวานใจสั่นหน้าเธอเอาโทรศัพท์หย่อนลงในกระเป๋าใบเล็กที่พกติดตัว พลางสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์
“ไม่มีหรอกค่ะ หวานกลับก่อนนะคะ พี่รามถ้าเกิดมีอาการไข้กลับ หรืออะไร โทรจิกเรียกหวานมาได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ หวานทำให้พี่รามไม่สบาย หวานทำให้พี่รามเจ็บตัว หวานก็ต้องรับผิดชอบ”
“ครับ”
เขารับคำเพียงเท่านั้น โบกมือตอบหวานใจที่โบกมือให้เขา แล้วมองดูเธอขี่รถออกไปจนลับสายตา
“เฮ้อ”
ธงรามถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาหยิบโทรศัพท์ของตนเองขึ้นมา ธงลักษณ์ส่งข้อความมาหาเขา เรื่องจันดาลีและตนเอง ว่ากำลังไปฮันนีมูน มีบ่นมาเล็กน้อยว่าจันดาลีทำเรื่องปวดหัวให้ แล้วกำชับกำชาไม่ให้เขาติดต่อกลับใครที่บ้านหรือกลับบ้านตอนนี้เด็ดขาด เพราะเรื่องราวยังไม่เรียบร้อย
ก็อยากจะเถียงว่าไม่เรียบร้อยตรงไหนกัน เพราะตอนนี้ธงลักษณ์ก็พาจันดาลีเข้าหอไปแล้วเรียบร้อย พาไปฮันนีมูนอีกด้วย เขาโผล่หน้าไปตอนนี้ก็คงไม่มีผลอะไรกับจันดาลีนอกจากจะโดนเกลียดเข้าอีกคน ข้อหาเล่นกลซ้อนเล่ห์พร้อมใจกับธงลักษณ์หลอกเธอ แต่ก็ช่างเถอะ ตอนนี้เขาก็อยากอยู่ที่นี่มากกว่า
อยากอยู่ไปนานๆ
นานจนกว่า...
ธงรามถอนหายใจอีกหน
ความหนักอกปนความสุขหนนี้
เขาควรจะทำอย่างไรกับมันดีนะ
ถ้าน้องชายฝาแฝดอยู่ใกล้ๆ เขาก็คงดี เผื่อจะได้ปรึกษาได้บ้าง เขาไม่รู้สึกเสียหน้าหรอกถ้าจะปรึกษาเรื่องนี้กับธงลักษณ์
ปัญหาหัวใจ...
ใช่แล้ว...เขากำลังมีปัญหาหัวใจจริงๆ
........................................................................................................................................................................
“ทำไมกินข้าวน้อยจังล่ะลูก”
เพลิงเห็นลูกสาวนั่งละเลียดค่อยๆ ตักข้าวเข้าปากแต่น้อยแม้ตรงหน้าจะเป็นของชอบ ที่เขาลงมือทำเองให้หล่อนกิน ปรกติหวานใจจะเติมข้าวไปแล้วสองจาน แต่วันนี้เพิ่งจะหมดไปไม่ถึงครึ่งจาน ผิดปรกตินัก
“หวานอิ่มน่ะค่ะพ่อ”
เธอหันมายิ้มแหยให้บิดา มารดาส่งข้อความไปบอกให้รีบกลับ เพราะเพลิงมาลงมือทำไส้อั่วด้วยตนเอง อย่าไปกินอะไรมาเยอะ แต่ก็ส่งข้อความช้าไปเสียแล้ว เพราะระหว่างที่พาธงรามไปเที่ยวตลาดนัดคนเดิน เธอกินมาเสียเต็มที่ ไม่ใช่แค่เธอ นาวินเองก็เช่นกัน เล่นเอาคนทำหน้างอนิดๆ เพราะอุตส่าห์กลับมาลงมือทำ แต่ทั้งลูกทั้งหลาน กินกันไปคนล่ะนิดล่ะหน่อย
“พ่อทำไม่อร่อยเหรอ ฝีมือตกหรือเปล่า?”
“หวานไปแวะถนนคนเดินมาน่ะค่ะ เลยกินเยอะไปหน่อย ไส้อั่วของพ่อเพลิงอร่อยเลิศเหมือนเดิม”
หวานใจว่าพลางยิ้มกว้างให้กับบิดา เธอจิ้มไส้อั่วกินเข้าไปอีกคำ อย่างเอาใจเขา แต่ก็คงจะเป็นคำสุดท้ายเพราะกินไม่ไหวแล้วจริงๆ
“ไปถนนคนเดิน ไปกับใคร”
เพลิงเลิกคิ้ว หวานใจกะพริบตาปริบๆ ตัวแข็งไปเล็กน้อย จะบอกพ่อไปตามตรงคงไม่ดีแน่ๆ ขืนรู้ว่าเธอไปกับธงราม บ้านจะต้องลุกเป็นไฟแน่ๆ
“ไปกับผมกับพี่สร้อยครับลุงเพลิง”
เหมือนว่านาวินเป็นฮีโร่ขี่ม้าขาวพุ่งมาช่วยชีวิตของหวานใจไว้ เพลิงได้ยินก็พยักหน้า แล้วบ่นออดแค่เล็กน้อย ขณะที่ตวงรักแอบมองหน้าลูกสาว พลางอมยิ้ม
จบมื้ออาหารเย็นและต่อด้วยของหวาน คือลำไยจากสวนใหม่ของเพลิง เขานั่งคุยกับตวงรักเกี่ยวกับเรื่องงาน เด็กๆ เลยถือโอกาสที่พวกผู้ใหญ่คุยกัน ปลีกตัวออกมาด้านนอก นาวินคว้าข้อมือของพี่สาวไว้ได้ทัน ก่อนที่หวานใจจะหายเข้าไปในห้องส่วนตัว
“เดี๋ยวก่อนสิพี่หวาน ตกลงแล้วพี่หวานไปถนนคนเดินกับใครมา”
นาวินถาม แล้วทำสีหน้าชนิดหนึ่ง ที่ทำให้หวานใจหน้าแดง หล่อนกอดอก แล้วเชิดหน้าน้อยๆ
“ไปกับ...พี่ราม”
“อะแนะ เรียกกันว่าพี่รามแล้วด้วย”
นาวินทำเสียงสูง หวานใจถลึงตาใส่น้องชาย แก้มของหล่อนเป็นสีเรื่อ ฟ้องว่าอารมณ์คงไม่ปรกตินัก
“ก็เค้าเป็นรุ่นพี่ พี่ก็ต้องเรียกว่าพี่สิ จะเรียกว่าลุงก็เกรงใจรึเปล่าล่ะ”
“แหมๆ แล้วทำไมจะต้องควงเค้าไปเที่ยวถนนคนเดินด้วยล่ะพี่หวาน เห็นนะว่าพี่หวานจับมือถือแขนเค้าด้วยนา เดินกันไปสองคนนี่ เด่นเหลือเกิน”
“รู้ได้ยังไงล่ะ”
“ผมกับพี่สร้อยก็ไปมาเหมือนกันน่ะสิ เลยอิ่มจนกินไส้อั่วลุงเพลิงไม่ลง”
“นั่นแน่” หนนี้หวานใจทำตาวาวๆ ใส่น้องชายบ้าง ที่พอพูดเสร็จก็หน้าขึ้นสีเรื่อทันที
“ได้โอกาสแอบไปกันสองคนเลยนะ ตอนที่พี่ไปดูแลคนไข้ให้แม่ตวง”
“ดูแลคนไข้...หรือใจสั่งให้ไปพี่หวาน”
“โอ๊ย...เหลวไหลน่า พี่ไม่ได้...คิดอะไรแบบนั้นกับพี่รามเค้าหรอก พี่ง่วงแล้วอยากนอนแล้ว” ว่าแล้วก็ทำท่าจะเปิดประตูเข้าห้อง แต่น้องชายขวางไว้เสียก่อน
“เดี๋ยวก่อนสิพี่หวาน ผมอยากตกลงอะไรด้วย ถ้าพี่หวานชอบคุณรามมันก็จะดีมากเลยงานนี้ ยิงปืนนัดเดียวเราจะได้นกกันมาคนล่ะตัวเลย”
“ตกลงอะไรของแกน่ะ แต่พี่ไม่ยิงปืนกับแกด้วยนา”
หวานใจหรี่ตา มองหน้าน้องชายที่ทำหน้าเจ้าเล่ห์แสนกล
“ถ้าอย่างนั้นผมยิงคนเดียวก็ได้อิอิ แต่พี่หวานช่วยผมด้วยนา ถ้าพี่หวานช่วยผม ผมก็จะช่วยพี่หวานในเรื่องความรักของพี่หวาน”
“ก็บอกแล้วว่าพี่ไม่ได้ชอบพี่รามเค้าน่ะ”
ปากบอกไม่แต่ดันใจเต้น แถมยังหน้าร้อน หูเหอร้อนทำไมนะเรา คิดถึงที่ไปเดินถนนคนเดินกับเขา คิดถึงที่นั่งคุยกับเขาเรื่องการถ่ายภาพ เรื่องการไปเที่ยวแล้ว ก็ยิ่งใจเต้นแรง...เขาก็เป็นคนน่ารักคนหนึ่งนั่นแหละ แต่...
เขาเป็นแขกที่นี่มาเดี๋ยวๆ ก็ไป เป็นแค่อีกคนที่ผ่านมาในชีวิตแค่แวบเดียวแล้วจากไป เธอก็ไม่ควรจะไปคิดอะไรมากมายจริงจังหรือเปล่าล่ะหวานใจ?
ถามตัวเอง พลางย่นจมูกน้อยๆ ใจคอค่อยกลับมาเป็นปรกติ นั่นสินะ...เธอยังไม่ควรคิดเรื่องนี้ เธอมีหน้าที่ตอนนี้คือเรียนให้จบ คว้าปริญญามาให้เพลิงกับตวงรักได้ชื่นใจ ขืนเธอเผลอไปรักใคร เผลอไปมีแฟนล่ะก็ คนเดือดร้อนจะไม่ใช่เธอแค่คนเดียว มันจะลามปามไปถึงคนๆ นั้นด้วยนั่นแหละ
หวานใจรู้จักพ่อเพลิงของเธอดี
เฮ้อ...
“เอาน่าก็บอกว่าถ้าพี่หวานชอบขึ้นมา ผมก็พร้อมจะช่วยพี่หวานไง แต่ว่าตอนนี้ พี่หวานช่วยผมก่อน...เรื่องพี่สร้อย”
“จะให้พี่ช่วยยังไงล่ะพ่อตัวดี ว่าแต่คิดออกแล้วเหรอ ว่าจะจีบสร้อยยังไงน่ะ”
“ผมจะใช้งานครบรอบยี่สิบปีสวนส้มตะวันฉายให้เป็นประโยชน์ในการสารภาพรักครั้งนี้”
“อะห้า”
หวานใจทำตาโต นาวินสูดลมหายใจเข้า ก่อนจะยืดอกล่ำๆ ของตนเองแล้วใช้กำปั้นทุบเบาๆ ตรงอกด้านซ้าย
“ผมจะแมน ผมจะกล้า! ผมจะบ้าเพื่อพี่สร้อย”
“เอาจริง...”
“แหะๆ ก็ฝ่อนิดๆ ล่ะ เลยต้องใช้พี่หวานช่วยแล้วก็เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะ แล้วเรื่องของพี่หวาน จะเหมาจ่ายพร้อมกับผมเลยหรือเปล่าล่ะ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวไง”
“วุ้ยตาบ้านี่ บอกล่ะว่าพี่ไม่ยิงปืนกับแกแน่ล่ะ”
“อิอิอิ”
นาวินทำหน้าเจ้าเล่ห์ มองหน้าแดงก่ำของพี่สาว เขาคิดว่าเขามองคนที่กำลังตกอยู่ในห้วงเดียวกันออกล่ะน่า...
กลิ่นหอมที่กรุ่นเข้าจมูก ปลุกให้ธงรามตื่นจากนิทราอันแสนสุข เขารู้สึกว่ากำลังกอดอะไรบางอย่างไว้ ที่ไม่ใช่หมอนข้างแน่ๆ จึงก้มลงมอง ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าเจ้าของกลิ่นหอมคือหวานใจ ภรรยาของเขาที่นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนเขานั่นเองอา...เขาหลับไปสินะหลับสนิทเลยด้วยสิเฮ้อ...ความตั้งใจที่จะให้คืนวิวาห์หวานฉ่ำ พังไปเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไร เขาจะแก้ตัว...“อื้อ...อืม...”ริมฝีปากรุ่มร้อน แตะแต้มไปทั่วใบหน้าเนียน มือของเขาปลดนั่น ดึงนี่เพียงครู่เดียวคนในอ้อมแขนก็เปลือยเปล่า หวานใจลืมตาขึ้นมา เธอตกใจในตอนแรก แต่เมื่อรับรู้ว่าคนที่กำลังสัมผัส กอดจูบเธอคือสามี เธอก็โอนอ่อน แล้วเผยอปากรับจูบจากเขา“พี่ขอโทษที่พี่หลับไป” ธงรามเอ่ย“อา...พี่ราม” เสียงหวานนั้นครางออกมา เมื่อมือร้อนของเขากำลังเคล้นเคล้าความอวบนุ่ม“แต่พี่จะแก้ตัว...หวานจ๋า...น่ารักเหลือเกิน”เขาก้มลงจูบ ดูดดื่มกับบัวแฝด มือน้อยจิกบ่าเขาแน่น เธอหลับตาพริ้ม ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด ผีเสื้อนับพันกำลังกรีดปีก อยู่ที่ท้องน้อยของเธอ...เขาจูบฟัดบัวแฝดจนหนำใจ อิ่มเอม ก็จูบไล้ไล่ต่ำลง หวานใจอุทานอย่างตกใจ เมื่อถูกแยกเรียวขาออก เธอหลั
เสียงปรบมือเกรียวกราวจากคนที่มาแอบมุงอยู่ห่างๆ ดังขึ้น โดยการนำของสร้อยสาย ทำเอาสองหนุ่มสาวผละออกจากกันแทบไม่ทัน พ่อกับแม่ของพัดชา ถึงกับโผเข้ากอดนาวินกันเลยล่ะ คุณจามรอาการหนักกว่าภรรยา ถึงกับร้องห่มร้องไห้ แล้วจะจับนาวินเข้าหอกับพัดชาเสียตั้งแต่คืนนี้ ไม่ต้องแต่งกันล่ะ ยกข้ามตอนไปเลย เพราะกลัวลูกสาวจะเปลี่ยนใจ รักอลวนของนาวินและสาวทอม ก็จบลงด้วยคำว่ารัก...ที่พาให้คนทั้งสองข้ามผ่านได้ทุกสิ่ง...บทส่งท้าย...เวลานี้เป็นเวลาที่เพลิงยังไม่อยากให้มาถึงเลย...พ่อเสือเฒ่าแอบถอนใจ มองภาพบนเวทีแล้วต้องกลั้นน้ำตาไว้จนสุดความสามารถ มันทั้งอาลัย ทั้งตื้นตัน และทั้งยินดี ที่ลูกสาวจะได้เติบโตไปอีกก้าว ที่ลูกสาวเขาจะได้ไปอยู่ในมือของผู้ชาย....ที่เขาพอจะวางใจได้ให้ดูแลน่ะ...ยอมรับล่ะว่าธงรามเป็นคนดีจริงๆ และเขาก็คงจะสบายใจถ้าปล่อยหวานใจไว้ในอ้อมอกแกร่งนั่น แต่ด้วยมาดของพ่อเสือ ก็ต้องตีหน้าดุ ชักสีหน้าใส่ลูกเขย...จะให้มาทำดีรวดเร็ว ก็คงไม่ใช่เขาสิก็หมอนี่พรากแก้วตาดวงใจเขาไปกอดไปเป็นของตัวเองนี่...เฮ้อ...ว่าไปงั้นแหละว่าพราก ก็มาขอดีๆ นั่นแหละ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ทำตามเงื่อนไขทุกอย่
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว จะพาไปไหนน่ะ เฮ้!”พัดชาออกแรงขืนตัวไว้ เธอถูกเพื่อนสนิท...เอาน่ะ...เธอเรียกผู้ชายคนนี้เป็นกรณีพิเศษว่าเพื่อนสนิท ลากออกมาจากงานเลี้ยงของครอบครัว ท่ามกลางสายตางุนงง ตกใจ ของคนสำคัญของเธอที่จู่ๆ ลูกสาวสุดห้าว ที่พวกท่านถอดใจไปแล้วล่ะว่าคงจะไม่มีวันที่จะได้ลูกสาวจริงๆ เพราะพัดชาทำให้พวกท่านยอมรับในตัวเธอ ที่เป็นแบบนี้ได้แล้ว แต่กับมาถูกผู้ชายที่ทั้งล่ำ ทั้งบึก ลากออกมาแบบนั้น ‘ผมชอบลูกสาวพ่อกับแม่คร้าบบบบ ขอพาไปเคลียร์นะคร้าบบบ’นั่นคือประโยคแรก ที่พ่อยอดชายนาวินประกาศ ก่อนจะพาพัดชาออกมา!“คุยกันตรงนี้ละกัน”นาวินว่าเสียงห้วนๆ ทำไมจะต้องเล่นบทหนุ่มซาดิสม์ กระชากลากถูขนาดนี้ก็ไม่รู้ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันวุ้ย“จะคุยอะไร”พัดชาช้อนตามอง ‘เพื่อน’ แน่ล่ะ เธอสนิทกับนาวินมากตั้งแต่วันนั้น ยอมรับว่าสนิทมากจนเกินขั้นของคำว่าเพื่อนก็ได้ แก้มของเธอแดงขึ้นนิดๆ เมื่อมองสบตานาวิน แต่ก็แสร้งทำหน้าขึงขัง ไอ้ความลับของเขานั้น...เธอรู้มาพักใหญ่แล้ว แต่ดูสิว่า เขาจะหลอกเธอไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?“เรื่องที่เรา เอ่อ...อะแฮ่ม” แล้วเขาก็กระชากเธอเข้ามากอดไว้ รัดจนแน่น จนพัดชาแทบ
“ใครเอาเหล้ามอมพี่รามกันคะนี่?”หวานใจถาม เมื่อพาเขามายังชั้นสอง ที่เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ถ้าเธอแอบนึกดีใจที่ไฟไหม้ลามมาถึงสวนจนพ่อเพลิงต้องเร่งบินด่วนนี่ จะบาปไหมหนอนั่น มันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้...อยู่กับธงรามแบบสองต่อสองแบบนี้“หึ หึ”ธงรามเพียงแค่หัวเราะ เขานอนหงายลงบนโซฟาตัวนุ่มที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ของหวานใจ แล้วเอามือก่ายหน้าผาก พลางทำท่าจะหลับ หากหวานใจฉุดให้เขาลุกขึ้นยืน “ไปนอนบนเตียงค่ะ จะได้สบายหน่อย”“ครับ” เขาค่อยๆ โซเซลุกอย่างว่าง่าย แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง หวานใจทรุดลงนั่งข้างเขา เธอใจเต้นตึกๆ ก่อนจะทำใจกล้า นอนข้างเขา ธงรามยังคงปิดตาแน่น หายใจสม่ำเสมอ มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือจางมากับลมหายใจของเขา มือนิ่มไล้แก้มเขาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานสั่นเล็กน้อย “พี่ราม พี่รามขา” มีเพียงเสียงหายใจที่ตอบเธอมา หวานใจตบแก้มเขาเบาๆ “พี่ราม หลับจริงๆ หรือเปล่านะ?”“...”“เดี๋ยวก็ลักหลับเสียหรอก”ยัยตัวยุ่งว่า พลางเขยิบเข้าใกล้เธอ เธอประคองใบหน้าเขาไว้ในมือ มองเขา...อย่างพินิจ ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นเขา ในตอนนี้เป็นทุกสิ่งที่เธอจะดูแลและรัก...ไปจนกว่าเธอจะสิ้นลมเธอรักเขาเหลือเกิน..
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ ลูกสาวของแม่ เรียกได้เต็มปากล่ะ”คุณสีดาเอ่ย ขณะที่มอบซองและกล่องของขวัญแสดงความยินดีให้กับหวานใจ ที่ยิ้มรับอายๆ และพนมมือไหว้ท่าน “ขอบคุณมากค่ะ คุณแม่”“แต่งแล้วก็รีบมีหลานให้แม่เลยล่ะ เอามาให้แม่เลี้ยงนะ” คุณสีดาว่า ธงรามที่นั่งอยู่ตรงนั้น รีบเอ่ยขัดขึ้นทันที“ยังหรอกครับแม่ ผมขอเวลาอยู่กันสักพักก่อนเถอะครับ เรื่องหลาน แม่ก็เลี้ยงเจ้าแฝดของนายลักษณ์แล้วนี่ครับ”“แหม...มาให้ย่าชื่นใจแป๊บๆ ก็กลับไปฝั่งโน้น แม่ได้เลี้ยงที่ไหน แม่แก้มหอมเค้าเลี้ยงของเค้าเอง ตาลักษณ์ก็กลัวแม่ตามใจหลาน ทำลูกเสียคน ก็พวกแกน่ะแม่ก็เลี้ยงมาเอง เสียคนที่ไหนกัน” ท่านบ่นอุบอิบ ค้อนเลยไปถึงบุตรชายคนเล็กด้วย ที่ตอนนี้กำลังสาละวนกับการจับลูกสาวฝาแฝด ที่อยู่ในวัยกำลังซน วิ่งเล่นกรี๊ดๆ อยู่กับแพนเค้กคนหนึ่ง ส่วนอีกคนกำลังวิ่งซนไปรอบๆ งานปาร์ตี้ “เดี๋ยวเค้ามี เค้าเลี้ยงกันไม่ไหว เราก็ได้มาเลี้ยงเองล่ะ” เสียงสามีเอ่ยแทรกขึ้นนิ่มๆ ตามแบบของท่าน “ตารามมีโปรเจ็กต์ที่จะทำกับหนูหวานอยู่นี่ เรื่องเดินทางรอบโลกรักษ์โลกอะไรนั่น เกิดท้องกลางทางโปรเจ็กต์ไม่เสร็จ เราก็ได้เลี้ยงกันล่ะ”“คุณราช”“หึๆ ตา
“ยินดีด้วยนะหวาน จบแล้วจะแต่งงานเลยอะอิจฉาจัง”“อยากลาออกกลางครันไปแต่งก่อนแล้วกลับมาเรียนด้วยซ้ำ กลัวพลาดกับเจ้าบ่าว”หวานใจหัวเราะคิก แล้วเอ่ยแหย่คนที่มาทักเธอ เพื่อนสาวของเธอเลยหัวเราะชอบใจ พลางเหลือบมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ของหวานใจ ที่มีกำหนดการแต่งงานกันในอาทิตย์หน้า เรียกว่าหลังรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองที่น่ายินดีของเธอแล้ว ก็มีข่าวดีต่อไปเลย“อะแฮ่ม”คนยืนข้างๆ กระแอม หน้าของเขาแดงนิดๆ หวานใจย่นจมูกให้เขาอย่างล้อๆ มองทรงผมใหม่ของธงรามที่ตัดสั้นเรียบร้อย แล้วอดบ่นเบาๆ ไม่ได้“นี่ไปตัดผมมาจริงๆ น่ะเหรอคะ พี่ราม ทำตามใจพ่อทำไมก็ไม่รู้ พี่รามเอาใจพ่อจ๋าจนเหลิงไปหมดล่ะ”ธงรามหัวเราะเบาๆ แล้วเสยผมของตัวเองที่ตัดสั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไว้ผมสั้นขนาดนี้ แค่เพลิงเปรย ตอนที่เขาเข้าไปให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายดูความเรียบร้อยของการ์ดแต่งงาน ว่าไม่ชอบทรงผมของธงราม ขัดหูขัดตา เล่นเอาพากันตะลึงไปหมด แล้วก็มองหน้าธงรามด้วยสายตากวนๆ ถามว่าถ้าจะให้ตัดจะตัดไหม ธงรามแค่ยิ้มและรับคำสั้นๆ ว่าครับ...แล้วเขาก็ไปตัดมาจริงๆ คุณสีดาถึงกับค้อนบุตรชาย แล้วเอ่ยแขวะว่าทีแม่บอกให้ตัดไม่เคยทำ ทีพ







