INICIAR SESIÓNบรรยากาศยามกลางคืน ในสวนที่รกครึ้มและทรุดโทรม ช่างวังเวงยิ่งนัก เสียงหริ่งเรไรดังระงมให้ได้ยิน เหมือนบทเพลงบรรเลงยามราตรี คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด...ก็ยิ่งทำให้บรรยากาศ ยิ่งชวน...ขวัญผวา
นาวินกับสร้อยสายตอนนี้แทบจะกอดกันกลมแล้วเพราะกลัว แต่จะไม่มาก็ไม่ได้ เพราะโดนแม่ตัวแสบเคี่ยวเข็ญให้มา แล้วก็ย้ำแล้วย้ำอีก ว่าผีไม่มีจริง งานนี้จะเป็นงานสืบ เป็นกิจกรรมยามปิดเทอมที่จะต้องสนุกตื่นเต้น เร้าใจมากแน่นอน
“โอ๊ย...ทำไมมันน่ากลัวแบบนี้ พี่หวาน กลับเหอะ! ผมเคยได้ยินเรื่องผีกะ มันสยองมาก”
เจ้าตัวลากเสียงยาว แล้วอวดแขนที่ขนตั้งให้กับพี่สาวดู หวานใจกอดอก แล้วทำหน้าเคร่งใส่น้องชาย
“สยองแบบไหน หืม? นาวิน”
“ผีกะนี่นะ”
นาวินทำหน้าจริงจัง สร้อยสายที่เกาะอยู่ด้านหลังเขา เอามือปิดตา ธงรามไม่ได้นั่งอยู่กับพวกเขาด้วย เพราะกำลังขอตัวไปเดินสำรวจรอบๆ พื้นที่บริเวณนี้
“ใช่ ผีกะนี่ล่ะ ผีของจาวเหนือแต้ๆ นะเจ้า ใครได้ยินจะต้องสยอง บรื๋อ”
“มันน่ากลัวยังไง”
“มันสิงคนได้นะพี่หวาน เกิดมันสิงเราปุ๊บ เราก็ต้องไปกินของสดๆ คาวๆ อย่างไปกินไก่ในเล้าอะไรแบบเนี้ย”
“อะห้า” หวานใจแทบจะหัวเราะพรวด กับหน้าตาจริงจังของนาวิน เธอจึงเอ่ยขึ้นมาลอยๆ
“กินไก่? กินหมู กินสัตว์เป็นๆ อะไรแบบนี้น่ะเหรอ”
“อืม พี่ไม่คิดเหรอว่ามันจะสยองอะ”
“สยองตรงไหน...ถ้ามันเกิดสิงแกแบบนี้ แกก็ต้องไปฉีกไก่เป็นๆ กิน แต่...เล้าไก่หายากจะตาย สิงแล้วก็ไปห้างมะ นาวิน พอมันสิงแกปุ๊บ แกก็บ่นหิวปั๊บ พี่ก็จะพาแกไปห้าง ไปหาไก่สด หมูสด มากิน...ก็...จะน่ากลัวสุดก็คงกลัวแกเป็นพยาธิ กับฟันหัก เพราะดันไปกัดกระดูกเข้าอะ”
“โห...”
นาวินกะพริบตาปริบๆ ขณะที่สร้อยสายที่กำลังกลัวๆ อยู่ฟังถึงกับนิ่งไปพัก ก่อนจะหัวเราะขึ้น ซึ่งพอสร้อยสายหัวเราะแล้ว นาวินก็เริ่มหัวเราะตาม
“โอ๊ย...พี่หวาน จะบ้าเหรอ ฮ่าๆ หมดกันความน่ากลัวอะ”
“นั่นสิ แบบผีบ้าอะไรไปซุปเปอร์ ไปซื้อไก่มานั่งแทะ หมดกันความดุร้ายที่สะสมมาแต่บรรพกาล” สร้อยสายหัวเราะจนน้ำตาไหล หายกลัวผีไปเยอะ เมื่อคิดตามที่หวานใจว่า
“ก็นั่นสิ แล้วจะกลัวกันทำไมล่ะ บ้าบออะ”
“ก็กลัวพอเป็นพิธี”
นาวินออกตัว พวกเขานั่งคุยกันตรงแคร่ที่อยู่หน้าเรือนเพาะ ที่ตอนนี้ปรับปรุงต่อเติมแล้วเรียบร้อย สภาพของมันดีขึ้นกว่าตอนแรกมาก ทุกอย่างจัดแจงต่อเติม ก่อสร้างครบถ้วน เหลือเพียงแค่คนงานมาทำ และเพลิงสั่งเริ่มงานก็เท่านั้น ดูท่าจะติดขัดและเริ่มไม่ได้ง่ายๆ ก็เพราะว่าไอ้เรื่องพ่อเลี้ยงจอมขมังเวทย์ข้างๆ นี่ล่ะ
“กลัวเอาบรรยากาศ”
สร้อยสายว่า เธอมองไปในความมืด ทางทิศที่ธงรามเดินหายไป ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วง
“เรามัวแต่นั่งเม้าท์กันแบบนี้ พี่รามจะเป็นยังไงบ้างนะ”
“นั่นน่ะสิ ชักจะเป็นห่วงแหะ” หวานใจว่า แล้วทำท่าจะขยับตัว แต่ทว่า...
โบว๋ววว
เสียงหอนโหยหวนดังขึ้นเสียก่อน ทั้งสองคนที่บอกว่าไม่ได้กลัวผีเลยสักนิด กระโดนหมับเข้ากอดหวานใจพร้อมกัน แล้วรีบเอ่ยเสียงละล่ำละลักแทบจะฟังไม่ได้ศัพท์
“ไม่ต้องไปไหนเลยนะยัยหวาน อยู่ด้วยกันนี่ล่ะ”
“อยู่ด้วยกันพี่หวาน สามหัวดีกว่าสองหัวอะบรื๋ออ”
หวานใจได้แต่มองบน เพื่อนรักและน้องชาย ที่ปากแข็งแต่ใจสั่นเรื่องผีสางนี่เหลือเกิน
พี่รามอย่าเป็นอะไรนะ...หวานต้องอยู่ช่วยพวกนี้ จะตามไปก็จนใจ เพราะจะต้องไปกันแบบพะรุงพะรัง พร้อมกับเสียงกรีดร้องกลัวผีตลอดทางแน่ๆ
หวานใจคิดในใจ แล้วมองไปในความมืด ฝากใจไปเอาใจช่วยผู้ชายที่เธอ...
รัก...
.............................................................................................................................................................
ธงรามเดินไปจนถึงบริเวณรั้วไม้ไผ่ที่กั้นพื้นที่ของทั้งสองสวนไว้จากกัน เขากำลังเดินไล่ดูว่ามีทางที่เขาพอจะข้ามไปทางฝั่งนั้นได้ไหม เพราะดูแล้วเข้าไปตรงๆ ก็คงจะยาก ดึกสงัดแบบนี้ได้ยินแต่เสียงเดินของตนเอง และเสียงแมลงกลางคืน
หูเขาได้ยินเสียงสนทนาดังพอสมควร เพราะพื้นที่แถวนี้มันเงียบ จึงดับไฟฉายที่ส่องสว่างจ้าของตนเองเสีย แล้วค่อยๆ เดินคลำทางไปในความมืด ตามเสียงนั้นไป เขามองเห็นไฟเปิดไว้จ้าตรงริมรั้วไม่ไกลนัก จึงค่อยเดินไปยังทางนั้น นึกดีใจที่เลือกสวมกางเกงยาวแบบหนามา เพราะไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ต้องแข้งขาลายพร้อยไปด้วยแผลจากหญ้าบาดแน่ๆ
“คิงว่าคิงจะลาออกเรอะ บ่าน้อย (มึงจะลาออกเหรอไอ้น้อย)”
คำพูดภาษาถิ่นทางเหนือ ที่เขาพอจะฟังออกดังขึ้น คลอกับเสียงเพลงที่เปิดไว้
“ฮา (กู) ก็อยากจะบอกกับพ่อเลี้ยงตรงๆ แต่ฮาก็กลัว”
ธงรามเอาหูแนบตรงบริเวณนั้น เหมือนคืนนี้เขากำลังได้เจอะเจอเข้ากับอะไรดีๆ เข้าแล้ว อา...มันมีช่องรอยแตกของไม้ไผ่พอจะลอดสายตาไปมองเหตุการณ์ทางนั้นได้ เขาจึงไม่รีรอ แนบหน้ากับรั้วไม้ไผ่หนาทันที
ภาพที่เขาพอมองเห็น คือชายสองคนที่นั่งล้อมวงกันรอบกองไฟ กินเหล้าขาวพร้อมกับปิ้งอะไรบางอย่างอยู่ และเปิดเพลงไปด้วย เสียงเพลงที่เปิดไว้ไม่เบานัก ทำให้สองคนนี้ต้องพูดเสียงดังแข่งไปด้วยโดยปริยายและโดยที่ไม่รู้ตัวว่าเสียงมันดังขนาดไหน พวกเขาไม่กลัวว่าใครจะมาได้ยิน เพราะตอนนี้ บริเวณนี้ก็มีกันแค่สองคนที่เฝ้ายามทางทิศนี้ ยามหน้าไร่ก็อยู่ไกลเกินจะมาได้ยินบทสนทนานี้ เขาล้วงหยิบเอาโทรศัพท์ออกมาและกดอัดเสียง...
“อย่าว่าแต่คิงเลย ฮาเองก็เหมือนกันเน้อ มันอึดอัด เงินดีขนาดไหน ฮาก็บ่อยากทำอีกแล้ว”
“อื้อ ฮารู้สึกว่ามันบาป” คนชื่อน้อยเขี่ยกองไฟเล่น หน้าตาของเขาดูเศร้าๆ
“ฮาบ่อยากทำ แต่ก็...มันก็ถอนตัวยากนะบ่าเอ้ย”
“น้องของฮา ตอนนี้ไปบำบัด แต่มันก็ฆ่าตัวตายไปล่ะ เพราะฮาทำงานนี้หรือเปล่านะ” ธงรามขมวดคิ้ว เขาชักจะนึกสงสัยล่ะว่างานที่พวกเขาทำให้พ่อเลี้ยงคืองานอะไร
“เฮ้อ...” น้อยเอื้อมมือตบบ่าเพื่อน ก่อนจะรินเหล้าส่งให้กับเพื่อนดื่ม ทางนั้นยกดื่มรวดเดียวหมด
“จะไปคิดนัก (คิดมาก) เฮาเข้ามาที่นี่แล้ว ตัดสินใจกันแล้ว มันก็ออกยากนะ แต่ฮาก็อยากจะลาออก หรือถ้าลาออกแล้วพ่อเลี้ยงบ่ยอม บางที...ทำงานหื้อ (ให้) พ่อเลี้ยงเปิ้นหนสุดท้าย ฮาว่าฮาจะหนีไปทำงานที่ใต้ พ่อแม่ฮาเปิ้นก็บ่อยู่กั๋นล่ะ บ่มีคนต้องห่วงนัก (มาก) ว่าจะเดือดร้อนกับการตัดสินใจของฮา”
“คิงจะหนีเลยกา คิดว่าจะหนีเปิ้นพ้นหรือบ่าน้อย ถ้าเปิ้นบ่ยอมน่ะ” พวกเขามองสบตากัน ก่อนที่น้อยจะยิ้มเศร้าๆ
“นั่นสิ ฮาก็ลืมคิดไป แต่ฮา...บ่อยากทำงานนี้อีกต่อไปแล้ว มันเหมือนเฮากำลังช่วยให้คนทำผิด รุนหลังให้ผู้คนตกนรก อีกอย่าง ฮากลัวถูกวิสามัญ คิงจำตอนอ้ายจันได้ก่อ ที่ออกไปส่งยา แล้วโดนฆ่าน่ะ ตำรวจแถวนี้รับเงินจากพ่อเลี้ยง แต่ก็ต้องมีผลงาน และพ่อเลี้ยงก็เลือกที่จะให้พวกเขามีผลงานด้วยการ...หื้อพวกเฮานี่ล่ะ เป็นผลงานของตำรวจ”
“อา...เฮ้อ...”
“งานหนหน้า ก็ต้องเป็นฮา ที่เป็นคนออกไปส่งของให้ลูกค้า พ่อเลี้ยงเจาะจงมาล่ะ” น้อยมีสีหน้าหวาดกลัว
“คิงถึงอยากลาออกแม่นบ่”
“อือ...ฮาคิดไว้ล่ะว่า มันจะครบปีล่ะ ตำรวจแถวนี้ยังบ่ได้มีผลงานจับยาเสพติดเลย ของที่พ่อเลี้ยงจะให้ฮาไปส่ง สิบห้ากิโลกรัมหนนี้...สูคิดว่าจะไดล่ะ บ่าเอ้ย”
“เอ่อ...”
สองหนุ่มได้แต่พากันถอนใจ แล้วชนแก้วกัน ธงรามเม้มริมฝีปาก เขาพอจะรู้ล่ะว่าทำไมพ่อเลี้ยงอุดมถึงได้หวงสวนและหวงพื้นที่ของตนเองนัก และทำไมถึงจะต้องมาขอซื้อที่ของเพลิง ทำไมถึงไม่ควรที่จะต้องมีคนงานมาป้วนเปี้ยนใกล้ที่นี่
เขาไขปริศนาออกแล้ว
แต่...เขาจะช่วยเพลิงและครอบครัวของหวานใจได้อย่างไรกันนะ
กลิ่นหอมที่กรุ่นเข้าจมูก ปลุกให้ธงรามตื่นจากนิทราอันแสนสุข เขารู้สึกว่ากำลังกอดอะไรบางอย่างไว้ ที่ไม่ใช่หมอนข้างแน่ๆ จึงก้มลงมอง ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าเจ้าของกลิ่นหอมคือหวานใจ ภรรยาของเขาที่นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนเขานั่นเองอา...เขาหลับไปสินะหลับสนิทเลยด้วยสิเฮ้อ...ความตั้งใจที่จะให้คืนวิวาห์หวานฉ่ำ พังไปเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไร เขาจะแก้ตัว...“อื้อ...อืม...”ริมฝีปากรุ่มร้อน แตะแต้มไปทั่วใบหน้าเนียน มือของเขาปลดนั่น ดึงนี่เพียงครู่เดียวคนในอ้อมแขนก็เปลือยเปล่า หวานใจลืมตาขึ้นมา เธอตกใจในตอนแรก แต่เมื่อรับรู้ว่าคนที่กำลังสัมผัส กอดจูบเธอคือสามี เธอก็โอนอ่อน แล้วเผยอปากรับจูบจากเขา“พี่ขอโทษที่พี่หลับไป” ธงรามเอ่ย“อา...พี่ราม” เสียงหวานนั้นครางออกมา เมื่อมือร้อนของเขากำลังเคล้นเคล้าความอวบนุ่ม“แต่พี่จะแก้ตัว...หวานจ๋า...น่ารักเหลือเกิน”เขาก้มลงจูบ ดูดดื่มกับบัวแฝด มือน้อยจิกบ่าเขาแน่น เธอหลับตาพริ้ม ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด ผีเสื้อนับพันกำลังกรีดปีก อยู่ที่ท้องน้อยของเธอ...เขาจูบฟัดบัวแฝดจนหนำใจ อิ่มเอม ก็จูบไล้ไล่ต่ำลง หวานใจอุทานอย่างตกใจ เมื่อถูกแยกเรียวขาออก เธอหลั
เสียงปรบมือเกรียวกราวจากคนที่มาแอบมุงอยู่ห่างๆ ดังขึ้น โดยการนำของสร้อยสาย ทำเอาสองหนุ่มสาวผละออกจากกันแทบไม่ทัน พ่อกับแม่ของพัดชา ถึงกับโผเข้ากอดนาวินกันเลยล่ะ คุณจามรอาการหนักกว่าภรรยา ถึงกับร้องห่มร้องไห้ แล้วจะจับนาวินเข้าหอกับพัดชาเสียตั้งแต่คืนนี้ ไม่ต้องแต่งกันล่ะ ยกข้ามตอนไปเลย เพราะกลัวลูกสาวจะเปลี่ยนใจ รักอลวนของนาวินและสาวทอม ก็จบลงด้วยคำว่ารัก...ที่พาให้คนทั้งสองข้ามผ่านได้ทุกสิ่ง...บทส่งท้าย...เวลานี้เป็นเวลาที่เพลิงยังไม่อยากให้มาถึงเลย...พ่อเสือเฒ่าแอบถอนใจ มองภาพบนเวทีแล้วต้องกลั้นน้ำตาไว้จนสุดความสามารถ มันทั้งอาลัย ทั้งตื้นตัน และทั้งยินดี ที่ลูกสาวจะได้เติบโตไปอีกก้าว ที่ลูกสาวเขาจะได้ไปอยู่ในมือของผู้ชาย....ที่เขาพอจะวางใจได้ให้ดูแลน่ะ...ยอมรับล่ะว่าธงรามเป็นคนดีจริงๆ และเขาก็คงจะสบายใจถ้าปล่อยหวานใจไว้ในอ้อมอกแกร่งนั่น แต่ด้วยมาดของพ่อเสือ ก็ต้องตีหน้าดุ ชักสีหน้าใส่ลูกเขย...จะให้มาทำดีรวดเร็ว ก็คงไม่ใช่เขาสิก็หมอนี่พรากแก้วตาดวงใจเขาไปกอดไปเป็นของตัวเองนี่...เฮ้อ...ว่าไปงั้นแหละว่าพราก ก็มาขอดีๆ นั่นแหละ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ทำตามเงื่อนไขทุกอย่
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว จะพาไปไหนน่ะ เฮ้!”พัดชาออกแรงขืนตัวไว้ เธอถูกเพื่อนสนิท...เอาน่ะ...เธอเรียกผู้ชายคนนี้เป็นกรณีพิเศษว่าเพื่อนสนิท ลากออกมาจากงานเลี้ยงของครอบครัว ท่ามกลางสายตางุนงง ตกใจ ของคนสำคัญของเธอที่จู่ๆ ลูกสาวสุดห้าว ที่พวกท่านถอดใจไปแล้วล่ะว่าคงจะไม่มีวันที่จะได้ลูกสาวจริงๆ เพราะพัดชาทำให้พวกท่านยอมรับในตัวเธอ ที่เป็นแบบนี้ได้แล้ว แต่กับมาถูกผู้ชายที่ทั้งล่ำ ทั้งบึก ลากออกมาแบบนั้น ‘ผมชอบลูกสาวพ่อกับแม่คร้าบบบบ ขอพาไปเคลียร์นะคร้าบบบ’นั่นคือประโยคแรก ที่พ่อยอดชายนาวินประกาศ ก่อนจะพาพัดชาออกมา!“คุยกันตรงนี้ละกัน”นาวินว่าเสียงห้วนๆ ทำไมจะต้องเล่นบทหนุ่มซาดิสม์ กระชากลากถูขนาดนี้ก็ไม่รู้ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันวุ้ย“จะคุยอะไร”พัดชาช้อนตามอง ‘เพื่อน’ แน่ล่ะ เธอสนิทกับนาวินมากตั้งแต่วันนั้น ยอมรับว่าสนิทมากจนเกินขั้นของคำว่าเพื่อนก็ได้ แก้มของเธอแดงขึ้นนิดๆ เมื่อมองสบตานาวิน แต่ก็แสร้งทำหน้าขึงขัง ไอ้ความลับของเขานั้น...เธอรู้มาพักใหญ่แล้ว แต่ดูสิว่า เขาจะหลอกเธอไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?“เรื่องที่เรา เอ่อ...อะแฮ่ม” แล้วเขาก็กระชากเธอเข้ามากอดไว้ รัดจนแน่น จนพัดชาแทบ
“ใครเอาเหล้ามอมพี่รามกันคะนี่?”หวานใจถาม เมื่อพาเขามายังชั้นสอง ที่เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ถ้าเธอแอบนึกดีใจที่ไฟไหม้ลามมาถึงสวนจนพ่อเพลิงต้องเร่งบินด่วนนี่ จะบาปไหมหนอนั่น มันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้...อยู่กับธงรามแบบสองต่อสองแบบนี้“หึ หึ”ธงรามเพียงแค่หัวเราะ เขานอนหงายลงบนโซฟาตัวนุ่มที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ของหวานใจ แล้วเอามือก่ายหน้าผาก พลางทำท่าจะหลับ หากหวานใจฉุดให้เขาลุกขึ้นยืน “ไปนอนบนเตียงค่ะ จะได้สบายหน่อย”“ครับ” เขาค่อยๆ โซเซลุกอย่างว่าง่าย แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง หวานใจทรุดลงนั่งข้างเขา เธอใจเต้นตึกๆ ก่อนจะทำใจกล้า นอนข้างเขา ธงรามยังคงปิดตาแน่น หายใจสม่ำเสมอ มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือจางมากับลมหายใจของเขา มือนิ่มไล้แก้มเขาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานสั่นเล็กน้อย “พี่ราม พี่รามขา” มีเพียงเสียงหายใจที่ตอบเธอมา หวานใจตบแก้มเขาเบาๆ “พี่ราม หลับจริงๆ หรือเปล่านะ?”“...”“เดี๋ยวก็ลักหลับเสียหรอก”ยัยตัวยุ่งว่า พลางเขยิบเข้าใกล้เธอ เธอประคองใบหน้าเขาไว้ในมือ มองเขา...อย่างพินิจ ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นเขา ในตอนนี้เป็นทุกสิ่งที่เธอจะดูแลและรัก...ไปจนกว่าเธอจะสิ้นลมเธอรักเขาเหลือเกิน..
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ ลูกสาวของแม่ เรียกได้เต็มปากล่ะ”คุณสีดาเอ่ย ขณะที่มอบซองและกล่องของขวัญแสดงความยินดีให้กับหวานใจ ที่ยิ้มรับอายๆ และพนมมือไหว้ท่าน “ขอบคุณมากค่ะ คุณแม่”“แต่งแล้วก็รีบมีหลานให้แม่เลยล่ะ เอามาให้แม่เลี้ยงนะ” คุณสีดาว่า ธงรามที่นั่งอยู่ตรงนั้น รีบเอ่ยขัดขึ้นทันที“ยังหรอกครับแม่ ผมขอเวลาอยู่กันสักพักก่อนเถอะครับ เรื่องหลาน แม่ก็เลี้ยงเจ้าแฝดของนายลักษณ์แล้วนี่ครับ”“แหม...มาให้ย่าชื่นใจแป๊บๆ ก็กลับไปฝั่งโน้น แม่ได้เลี้ยงที่ไหน แม่แก้มหอมเค้าเลี้ยงของเค้าเอง ตาลักษณ์ก็กลัวแม่ตามใจหลาน ทำลูกเสียคน ก็พวกแกน่ะแม่ก็เลี้ยงมาเอง เสียคนที่ไหนกัน” ท่านบ่นอุบอิบ ค้อนเลยไปถึงบุตรชายคนเล็กด้วย ที่ตอนนี้กำลังสาละวนกับการจับลูกสาวฝาแฝด ที่อยู่ในวัยกำลังซน วิ่งเล่นกรี๊ดๆ อยู่กับแพนเค้กคนหนึ่ง ส่วนอีกคนกำลังวิ่งซนไปรอบๆ งานปาร์ตี้ “เดี๋ยวเค้ามี เค้าเลี้ยงกันไม่ไหว เราก็ได้มาเลี้ยงเองล่ะ” เสียงสามีเอ่ยแทรกขึ้นนิ่มๆ ตามแบบของท่าน “ตารามมีโปรเจ็กต์ที่จะทำกับหนูหวานอยู่นี่ เรื่องเดินทางรอบโลกรักษ์โลกอะไรนั่น เกิดท้องกลางทางโปรเจ็กต์ไม่เสร็จ เราก็ได้เลี้ยงกันล่ะ”“คุณราช”“หึๆ ตา
“ยินดีด้วยนะหวาน จบแล้วจะแต่งงานเลยอะอิจฉาจัง”“อยากลาออกกลางครันไปแต่งก่อนแล้วกลับมาเรียนด้วยซ้ำ กลัวพลาดกับเจ้าบ่าว”หวานใจหัวเราะคิก แล้วเอ่ยแหย่คนที่มาทักเธอ เพื่อนสาวของเธอเลยหัวเราะชอบใจ พลางเหลือบมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ของหวานใจ ที่มีกำหนดการแต่งงานกันในอาทิตย์หน้า เรียกว่าหลังรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองที่น่ายินดีของเธอแล้ว ก็มีข่าวดีต่อไปเลย“อะแฮ่ม”คนยืนข้างๆ กระแอม หน้าของเขาแดงนิดๆ หวานใจย่นจมูกให้เขาอย่างล้อๆ มองทรงผมใหม่ของธงรามที่ตัดสั้นเรียบร้อย แล้วอดบ่นเบาๆ ไม่ได้“นี่ไปตัดผมมาจริงๆ น่ะเหรอคะ พี่ราม ทำตามใจพ่อทำไมก็ไม่รู้ พี่รามเอาใจพ่อจ๋าจนเหลิงไปหมดล่ะ”ธงรามหัวเราะเบาๆ แล้วเสยผมของตัวเองที่ตัดสั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไว้ผมสั้นขนาดนี้ แค่เพลิงเปรย ตอนที่เขาเข้าไปให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายดูความเรียบร้อยของการ์ดแต่งงาน ว่าไม่ชอบทรงผมของธงราม ขัดหูขัดตา เล่นเอาพากันตะลึงไปหมด แล้วก็มองหน้าธงรามด้วยสายตากวนๆ ถามว่าถ้าจะให้ตัดจะตัดไหม ธงรามแค่ยิ้มและรับคำสั้นๆ ว่าครับ...แล้วเขาก็ไปตัดมาจริงๆ คุณสีดาถึงกับค้อนบุตรชาย แล้วเอ่ยแขวะว่าทีแม่บอกให้ตัดไม่เคยทำ ทีพ







