เข้าสู่ระบบรถซูเปอร์คาร์สีดำเปิดประทุนคันหรูขับเคลื่อนออกจากโรงงานด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้าสู่ถนนสายหลัก พลขับสวมแว่นกันแดดแบรนด์เนมสีดำขลับหันหน้ามาทางตุ๊กตาหน้ารถคนสวยที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการรวบเรือนผมยาวสีน้ำตาลเข้มอย่างทุลักทุเล
ริมฝีปากหยักยกยิ้มเล็กน้อยก่อนเอื้อมมือไปกดปุ่มบนแผงควบคุม จากนั้นเพียงไม่กี่วินาทีหลังคาด้านบนก็เลื่อนขึ้นมาปิดสนิททำให้ไม่มีลมเล็ดลอดเข้ามาแม้แต่นิดเดียว
“ขอบคุณค่ะ” เฌอริตากล่าวขอบคุณก่อนที่จะลอบถอนหายใจออกมา และยกมือขึ้นสางผมที่พันกันยุ่งเหยิงให้คลายออกจากกัน
“ไม่เจอกันตั้งนาน โตขึ้นเยอะจนจำไม่ได้เลยนะ” จู่ ๆ คามินก็เอ่ยขึ้น ซึ่งก็ไม่แปลกที่เขาจะจำเธอไม่ได้ เพราะเมื่อสิบปีก่อนเธอเป็นเพียงเด็กมัธยมต้นที่มีสิวอักเสบขึ้นเต็มหน้า ไว้ผมสั้นเต่อเสมอติ่งหูตามระเบียบของโรงเรียนรัฐบาล ต่างจากตอนนี้ลิบลับ
“ค่ะ คุณก็เปลี่ยนไปมากเหมือนนะ”
“ว่าจะถามตั้งแต่ที่โรงงานแล้ว ทำไมถึงเรียกไอ้เกริกว่าพี่เหมือนเดิม แต่เรียกผมว่าคุณ ทั้งที่เมื่อก่อนเราออกจะสนิทกัน”
“คือ...เฌอร์...” หญิงสาวอึกอักไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร
“หรือว่าสองมาตรฐาน” คามินหันมาย้อนถามพร้อมหน้าตายียวน
“ไม่ใช่นะคะ” เฌอริตาปฏิเสธเสียงแข็ง
ริมฝีปากเล็กพยายามเอ่ยเรียกคามินดังเช่นในอดีต ทว่าทุกครั้งที่ตัดสินใจจะกล่าวออกไป ใจดวงน้อยกลับเต้นระส่ำอย่างที่ไม่เคยเป็น
“ไม่ใช่ งั้นก็เรียกพี่เหมือนเมื่อก่อน”
เฌอริตารู้สึกเหมือนโดนบังคับขู่เข็ญ เธออาศัยจังหวะที่เขาเผลอหันไปส่งค้อนให้เขาเสียหนึ่ง ก่อนหันกลับมาตั้งหลัก และกลั้นใจเอ่ยเรียกชายหนุ่มตามที่เขาต้องการ
“พี่คิน”
“ครับเฌอร์ ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะ” คามินว่าพลางหันไปมองคนตัวเล็กอีกครั้ง ก็เห็นว่าเธอกำลังนั่งเอามือประสานกันวางบนตัก จ้องมองไปข้างหน้าตัวแข็งทื่อ “ไม่ต้องเกร็งหรอก ทำตัวตามสบาย พี่ไม่ทำอะไรหรอกน่า”
“เฌอร์ไม่ได้คิดแบบนั้นค่ะ เพียงแต่ว่าเฌอร์กลัวจะทำรถเปื้อนอีก แค่เมื่อวานเฌอร์ก็รู้สึกผิดจะแย่ รถพี่คินน่าจะแพงน่าดู”
“เมื่อวานรถพี่ไม่ได้เปื้อนนะ มีแค่เสื้อกับรองเท้า”
“อ้าว ก็พี่เกริกบอกว่า...” เฌอริตาหันมากล่าวพร้อมทำหน้าเหลอหลา ทำเอาคามินหลุดขำออกมาดังลั่น
“ฮ่า ฮ่า เฌอร์น่าจะโดนมันหลอกแล้วล่ะ”
“อ้าว พี่เกริกนะพี่เกริก” เฌอริตาบ่นพร้อมนั่งมองพลขับหนุ่มหัวร่องอหายจนต้องถอดแว่นกันแดดออกมาเพื่อซับคราบน้ำตาบริเวณหางตา
เมื่อคามินหยุดขำและหันมาทางเฌอริตาอีกครั้ง ก็พบว่าเธอกำลังจ้องมองเขาตาแป๋ว
“ครับ เฌอร์มีอะไรจะพูดหรือเปล่า”
“จมูกเป็นยังไงบ้างคะ ยังเจ็บอยู่ไหม”
“ไม่เจ็บแล้วครับ หายเป็นปลิดทิ้ง แต่ก็มือหนักไม่ใช่เล่นนะเราน่ะ” คามินว่าพลางทำหน้าล้อ เล่นเอาคนตัวเล็กนั่งตัวงอด้วยความรู้สึกผิด
“เฌอร์ขอโทษนะคะสำหรับเรื่องเมื่อวาน แล้วก็ขอบคุณที่พี่คินช่วยเฌอร์ไว้ ตอนนั้นเฌอร์ดื่มมากไปจนเมาเฌอร์ก็เลยทำอะไรแย่ ๆ โดยไม่รู้ตัว”
“ช่างมันเถอะ เรื่องเล็กน้อย พี่ไม่ได้ติดใจอะไรหรอก แต่คราวหน้าคราวหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ ถ้าจะดื่มจะอะไรก็ต้องมีเพื่อนที่ไว้ใจได้รู้ไหม ถ้าเป็นน้องสาวพี่ทำแบบนี้นะจะโดนไม่ใช่น้อยเลย”
“ค่ะ ต่อไปนี้เฌอร์จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว” เฌอริตายิ้มออกมาทั้งตาและปาก เป็นจังหวะเดียวกันกับที่รถจอดนิ่งสนิทกลางสี่แยกไฟแดงเพื่อรอสัญญาณไฟ ทำเอาชายหนุ่มเผลอมองรอยยิ้มพิมพ์ใจนั้นอย่างลืมตัว แม้กระทั่งเธอผินหน้าไปมองข้างทางทำให้เห็นเพียงเสี้ยวหน้า ทว่าก็ยังติดตรึงจนเขาไม่อาจละสายตา ใครจะไปคิดว่าเด็กกะโปโลที่ชอบเดินตามเขาต้อย ๆ ในวันนั้น เมื่อเติบโตขึ้นมาจะน่ารักน่ามองถึงเพียงนี้
“อุ๊ย พี่คินไฟเขียวแล้วค่ะ”
คามินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนหันมาเหยียบคันเร่งขับเคลื่อนซูเปอร์คาร์มุ่งไปข้างหน้า
คราวนี้เฌอริตากลับเป็นฝ่ายแอบมองบ้าง เสี้ยวหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มที่ไม่ได้พบกันนานร่วมสิบปี แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะเปลี่ยนแปลงไปมาก ทว่าเธอยังคงสัมผัสได้ถึงตัวตนของเขาที่ยังคงเป็นคนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
คามินเป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมา แม้ในบางครั้งอาจพูดจาฟังไม่เข้าหูไปบ้าง แต่นั่นกลับทำให้เธอสัมผัสได้ถึงความจริงใจไม่เสแสร้ง
เขายังคงเป็นพี่ชายคนนั้นที่ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย แต่ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นซึ่งเธอก็ไม่อาจตอบได้ว่ามันคืออะไร
เพียงแค่คิดดังนั้นใจดวงน้อยก็พลันเต้นโครมครามจนไม่อาจควบคุม
เฌอริตาต้องรีบดึงสายตากลับมามองไปยังถนนหนทางข้างหน้า และด้วยความอ่อนเพลียจากการนอนดึกและตื่นแต่เช้าตรู่ทำให้เธอเริ่มรู้สึกง่วงนอน ยิ่งอุณหภูมิภายในรถหรูเย็นสบาย ก็ยิ่งทำให้เปลือกตาของเธอหนักอึ้ง
และเพียงไม่นานตุ๊กตาหน้ารถคนสวยก็เข้าสู่ห้วงนิทรา
เช้าวันแรกของการกลับมาทำงานอีกครั้ง ควรจะต้องเป็นวันที่สดใสและน่ายินดี ทว่ามันกลับไม่ใช่เลย เพราะคามินออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องรีบออกไปพบลูกค้าคนสำคัญ ทำเอาว่าที่คุณแม่นั่งใจลอยมาตลอดทาง กว่าจะรู้ตัวอีกทีพลขับหนุ่มก็จอดรถซีดานคันหรูด้านหน้าบริษัทแล้ว“คุณเฌอร์ครับ ถึงแล้วครับ”“อ้าว เฌอร์ก็นั่งเพลินเลยค่ะพี่ ขอบคุณมากนะคะที่ไปรับเฌอร์” เฌอริตาหันไปฝืนยิ้มขอบคุณให้กับสารถีหนุ่ม แม้ภายในใจจะหดหู่ก็ตามที“เป็นหน้าที่ผมอยู่แล้วครับ ถ้าคุณเฌอร์จะกลับบ้านหรือออกไปข้างนอกโทรตามผมได้เลยนะครับ”“ค่ะ”เฌอริตาตอบรับเพียงสั้น ๆ ก่อนเปิดประตูลงจากห้องโดยสารด้านหลัง หญิงสาวยืนรอจนกระทั่งรถซีดานสีดำคันหรูที่คามินให้เธอเอาไว้ใช้พร้อมพลขับ เลี้ยวเข้าไปในอาคารจอดรถจากนั้นเธอก็เดินเข้ามาในอาคารสูงเสียดฟ้าอันเป็นอาณาจักรของบริษัทซีซีอินเตอร์ฟูดส์ ขึ้นลิฟต์โดยสารมายังชั้น 25 ซึ่งเป็นฝ่ายการตลาดเพื่อนร่วมงานทุกคนตลอดจนผู้จัดการสาวต่างดีใจกันยกใหญ่ เข้ามาพูดคุยถามไถ่อาการ ก่อนหัวข้อสนทนาจะเปลี่ยนไปเป็นเรื่องงาน และเรื่องสัพเพเหระต่าง ๆ โดยที่ไม่มีใครปริปากถึงเหตุการณ์ที่ร้านอาหารเลยแ
กลางดึกคืนนั้น เฌอริตารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยอาการสะลึมสะลือ เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมองเพดานห้องท่ามกลางแสงไฟสลัวจากโคมไฟเล็กบนผนังฝั่งหัวเตียงดวงตาคู่งามเหลือบไปเห็นเสาน้ำเกลือที่มีขวดน้ำเกลือแขวนอยู่ด้านบน พอมองไล่สายน้ำเกลือลงมาก็พบว่าปลายทางของสายน้ำเกลือนั้นอยู่บนหลังมือของเธอนั่นเองร่างบางขยับเล็กน้อย ก่อนรู้สึกถึงสัมผัสหนักอึ้งบนแขนเล็กข้างหนึ่ง เมื่อเธอหันไปมองก็พบว่าคามินกำลังนั่งฟุบหลับซบใบหน้าลงบนที่นอนข้างกาย โดยวางมือหนาลงบนเรียวแขนบอบบางหญิงสาวยังคงรู้สึกมึนงงและสับสน พยายามจับต้นชนปลายว่าเพราะเหตุใดเธอจึงมานอนอยู่ในโรงพยาบาลได้และเมื่อสติสัมปชัญญะเริ่มคืนกลับมา ภาพความทรงจำในเหตุการณ์ที่ร้านอาหารก็พรั่งพรูออกมาร่างบางลุกพรวดขึ้นพร้อมยกมือสองข้างขึ้นกุมหน้าท้องแบนราบด้วยอาการตื่นตระหนก และนั่นก็ทำให้คามินสะดุ้งตื่นชายหนุ่มรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ข้างเตียงขึ้นมานั่งลงบนเตียงคนไข้“เฌอร์เป็นยังไงบ้าง”“พี่คิน...พี่คินคะ...ละ...แล้ว...ลูก” เฌอริตาละล่ำละลักถามออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ ดวงตาคู่สวยแดงเรื่อเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอในหน่วยตาคู่นั้น“ลูกไม่เป็นไร ลูกปลอดภัยดี ปลอดภัยทั้งส
คามินควบซูเปอร์คาร์คันโปรดรีบพาคนรักไปยังโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน ตลอดทางที่อยู่บนรถหรู เฌอริตาร้องไห้ออกมาด้วยความขวัญเสีย เนื้อตัวสั่นเทาจากแรงสะอื้นตลอดเวลา ทำเอาชายหนุ่มสงสารจับใจ และอีกใจก็เป็นห่วงเลือดเนื้อเชื้อไขที่ไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ทว่าเขาก็ทำได้เพียงพูดพร่ำปลอบโยนเธอมาตลอดทางเมื่อทั้งคู่เดินทางมาถึงโรงพยาบาล คามินก็รีบพุ่งลงจากรถวิ่งมาทางฝั่งผู้โดยสาร เปิดประตูและช้อนร่างบางขึ้นมา วางคนรักลงบนเปลนอนที่เจ้าหน้าที่เข็นมาให้ จากนั้นเจ้าหน้าที่เวรเปลก็รีบเข็นรถนอนของเธอหายเข้าไปในห้องฉุกเฉินนัยน์ตาคู่คมเต็มไปด้วยความกังวลจ้องมองไปยังบานประตูห้องฉุกเฉินนิ่งงัน ก่อนค่อย ๆ เดินมานั่งลงบนม้านั่งหน้าห้องโดยไม่ยอมละสายตาออกจากหน้าห้องฉุกเฉินแม้เพียงเสี้ยววินาทีครืด~โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้น ชายหนุ่มจึงล้วงเข้าไปหยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมา ทว่าในขณะที่เขาหงายมันขึ้นมาเพื่อดูหน้าจอ พลันดวงตาดำขลับไปสะดุดเข้ากับคราบของเหลวสีแดงบนฝ่ามือหนา นัยน์ตาของเขาเบิกโพลงขึ้นด้วยความตกใจ“ไอ้คิน!” คามินหันไปตามเสียงเรียก ก็เห็นเกริกพลวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา “เฌอร์เป็นยังไงบ้า
ผ่านไปกว่าสามเดือน ชีวิตของเฌอริตาก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานที่กำลังไปได้สวย เพื่อนร่วมงานทุกคนไปจนถึงหัวหน้า ล้วนแล้วแต่ดีกับเธอทุกคน เธอได้รับโอกาสในการแสดงศักยภาพในการทำงานอย่างเต็มที่ จนได้รับมอบหมายให้ดูแลโพรเจคสำคัญ ซึ่งทุกคนก็ต่างยินดีกับความสำเร็จของเธอในครั้งนี้ ต่างจากที่ทำงานเก่าลิบลับส่วนประธานหนุ่มเจ้าของบริษัทที่มีสถานะเป็นแฟนลับ ๆ ของเธอ ก็ยิ่งแสนดีขึ้นทุกวัน คอยดูแลเอาใจใส่เธอไปเสียทุกเรื่อง และเขาก็ไม่เคยลืมที่จะใส่ใจมารดาของเธอด้วยเช่นกันตั้งแต่เฌอริตาและคุณนงเยาว์ย้ายมาอยู่ที่อาคารพาณิชย์หลังใหม่ คามินก็ช่วยจัดการเรื่องเปิดร้านอาหารตามที่คุณนงเยาว์ใฝ่ฝันเอาไว้ได้สำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยหาคนงานที่ไว้ใจได้และมีความรับผิดชอบมาช่วยคุณนงเยาว์อีกแรง ซึ่งนั่นช่วยแบ่งเบาภาระของท่านไปได้มาก ถึงแม้ว่ากิจการจะใหญ่โตขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ทว่าท่านกลับสบายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัวเฌอริตาหันไปมองกรอบรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงก็ยิ้มกว้างออกมา ภายในกรอบรูปนั้นมีภาพถ่ายในวันเปิดร้านวันแรก โดยมีคุณนงเยาว์ยืนอยู่ตรงกลางถูกขนาบข้างด้วยเฌอริตาและคามิน ใบ
เฌอริตาเข้ามาทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่บริษัท ซีซี อินเตอร์ฟู้ดส์ ได้เกือบสองสัปดาห์แล้ว และเธอเข้ามาด้วยความสามารถของเธอล้วน ๆ โดยที่คามินไม่กล้ายื่นมือเข้าไปวุ่นวายตามคำขอร้องของแฟนสาว ถึงแม้ว่าเขาจะไปยืนส่งสายตากดดันกรรมการสอบสัมภาษณ์ก็ตามทีในวันที่เฌอริตาเริ่มงานวันแรก คามินก็ตั้งใจว่าจะมารับแฟนสาวเข้าไปบริษัทพร้อมกัน ทว่าเธอกลับยืนกรานปฏิเสธ อีกทั้งยังขอร้องให้คามินปฏิบัติต่อเธอเฉกเช่นพนักงานทุกคนในบริษัท และเธอก็ยังไม่พร้อมให้เขาเปิดเผยความสัมพันธ์ให้ใครรู้ เพราะเธออยากให้เพื่อนร่วมงานยอมรับในความสามารถที่แท้จริง โดยไม่มีตำแหน่งแฟนสาวของท่านประธานเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งคามินเองก็เข้าใจในเหตุผลของเธอดี และเคารพในการตัดสินใจของเธอก๊อก~ก๊อก~ก๊อก~เสียงเคาะประตูดังขึ้นหน้าห้องทำงานของประธานบริษัท ซีซี อินเตอร์ฟู้ดส์ ก่อนที่บานประตูไม้สีน้ำตาลจะเปิดอ้าออก ตามมาด้วยใบหน้าคมเข้มของเกริกพลที่ยื่นเข้ามาด้านในทว่าเจ้าของห้องที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานกลับไม่ได้สนใจ อีกทั้งยังมีสีหน้าเคร่งเครียด จ้องมองหน้าจอแล็ปท็อปไม่วางตา“นั่งทำหน้าเป็นตูด คิดถึงแฟนล่ะสิมึง ทำงานที่เดีย
ในช่วงบ่ายแก่ หลังจากฝนเทลงมาตั้งแต่ช่วงสาย เมฆดำบนท้องฟ้าก็เริ่มเบาบาง พอให้ดวงอาทิตย์ได้ทอแสงลงมาบ้างรถมินิแวนสีดำคันงามขับเข้ามาจอดบริเวณลานจอดรถของวัดแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ไกลจากบ้านเช่าหลังน้อยของเฌอริตาเท่าไรนักเมื่อรถจอดนิ่งสนิท พลขับหนุ่มก็รีบลงมาเปิดประตูห้องโดยสารด้านหลังให้แก่ผู้เป็นนายคามินก้าวลงมา ก่อนหันมายื่นมือหนาให้กับหญิงสาวที่นั่งข้างกันมาตลอดทางเฌอริตาส่งยิ้มหวาน ก่อนวางมือบางลงบนฝ่ามือใหญ่ ปล่อยให้ชายหนุ่มเป็นฝ่ายเดินนำไปยังทางเดินขนาดเล็กข้างวัดด้านในเป็นตรอกซอกซอยของชุมชนซึ่งรถยนต์ไม่สามารถผ่านเข้ามาได้ จะมีเพียงรถมอเตอร์ไซต์ และรถจักรยานที่พอจะสัญจรได้อย่างสะดวกเมื่อทั้งคู่เดินใกล้ถึงบ้าน ก็เป็นจังหวะที่คุณนงเยาว์กำลังยกกระถางต้นไม้ใบใหญ่หน้าบ้านด้วยความทุลักทุเลคามินเห็นเข้าก็รีบสาวเท้าเข้าไปช่วยหญิงสูงวัยในทันที โดยที่ยังไม่ทันได้กล่าวทักทายกันแต่อย่างใด“ว้าย!ตาเถร”คุณนงเยาว์ที่ถูกชายหนุ่มที่ไหนก็ไม่รู้เข้าประชิดตัวก็ตกใจจนร้องอุทานออกมา พอมองเลยไปก็เห็นลูกสาวเพียงคนเดียวกำลังยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่“เฌอร์ นี่มันอะไรกันลูก แล้วนี่...







