LOGINหลังจากวันนั้นกวินกับมินตราก็ยุ่งวุ่นวายอยู่กับการจัดเตรียมงานแต่งงาน โดยมีเมธาวีและปิยภัศร์คอยให้การช่วยเหลือสนับสนุน ราวกับว่าเป็นงานแต่งงานของพวกเขาซะเอง
กวินจะคอยใส่ใจดูแลมินตราเป็นอย่างดีจนบางครั้งเมธาวีก็อดที่จะแซวไม่ได้ว่า หวานกันซะจนมดเดินกันให้เพ่นพ่านมากัดเธอ
“ตะวันดีใจที่เห็นพี่ฟ้ากับคุณวินมีความสุข เฮ้อ! ความรักมันดีอย่างนี้นี่เอง”
“คุณเองก็มีความสุขแบบนี้ได้เหมือนกันนะตะวัน ถ้าคุณจะลองหันไปพิจารณาชายหนุ่มข้างตัวคุณ” กวินเอ่ยเชียร์เพื่อนรักของตัวเอง
“เขาเนี่ยนะไม่ไหวล่ะค่ะคุณวิน”
“ทำไมผมมันเป็นยังไง คุณบอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นเป็นโดนดีแน่”
“นี่ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่กวนประสาทที่สุดในโลก”
พูดกันได้ไม่กี่คำก็ทำท่าจะทะเลาะกัน จนกวินต้องห้ามทัพโดยการบอกข่าวดีว่าคุณวิชญะจะมาร่วมงานแต่งงานในครั้งนี้ด้วย โดยปิยภัศร์จะส่งเครื่องบินส่วนตัวไปรับโดยหมอเจฟก็จะเดินทางมาด้วย ข่าวนี้ทำให้ทั้งสองสาวตื่นเต้นดีใจกันใหญ่ทำให้กวินและปิยภัศร์มีความสุขไปด้วย
ขณะนั้นเองภูริโทรเข้ามือถือของปิยภัศร์ กวินเลยขอพูดสายด้วยเขาบอกข่าวเรื่องการแต่งงานของเขา ภูริบอกว่าจะกลับมาร่วมงานด้วยอย่างแน่นอน อีกทั้งยังแสดงความยินดีกับเขาและมินตรา
เมธาวีขอพูดสายกับเขาบ้าง เพื่อถามว่าเขาหายไปไหนทำไมไม่บอกไม่กล่าว แถมยังนินทาชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างตัวให้ภูริฟัง
“พี่ชายของคุณแย่ยิ่งกว่า น้องชายหายไปทั้งคนแต่เขาไม่รู้สึกทุกข์ร้อนอะไรเลย”
ภูริได้แต่หัวเราะมาตามสายและบอกว่าเพราะเขาเป็นผู้ชายพี่ภัศร์ก็เลยไม่ห่วง และเขาก็ได้โทรบอกพี่ชายแล้วด้วยว่าจะไปเที่ยวกับเพื่อน
เมธาวีคุยกับเขาอยู่สักครู่ก็คืนโทรศัพท์ให้ปิยภัศร์พร้อมทั้งบอกว่าภูริต้องการจะพูดด้วย ภูริบอกว่าเขาจะต้องกลับไปดูงานที่ฟาร์มแล้วจะลงมาตอนงานแต่งงานของกวิน เขาย้อนถามพี่ภัศร์ถึงเรื่องของเมธาวีว่าไปถึงไหนกันแล้ว
“ก็อย่างที่นายเห็นนั่นละ เราทะเลาะกันบ้างดีกันบ้าง เมื่อก่อนเป็นยังไงเดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น”
“พี่รักตะวันเข้าแล้วรู้ตัวหรือเปล่า แต่ผมไม่แปลกใจหรอกนะ เพราะถ้าใครได้รู้จักกับตะวันก็คงอดที่จะหลงรักเธอไม่ได้”
“คงไม่รวมนายด้วยหรอกนะ”
“อย่าบอกนะว่าหึงแม้กระทั่งผม มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบเธอ แต่ว่าเธอต่างหากที่ไม่ชอบผม ถึงแม้ตะวันจะไม่ได้ปฏิเสธตรงๆ แต่ผมรู้ว่าสำหรับเธอแล้วผมเป็นได้แค่เพื่อนของเธอเท่านั้นเพราะฉะนั้นพี่ภัศร์สบายใจได้”
เขาพูดพร้อมกับหัวเราะปิยภัศร์เองก็ทำหน้าเก้อกระดากที่น้องชายจับความรู้สึกของเขาได้ เพราะเขาหึงหวงเมธาวีกับภูริจริงๆ จนทำให้แสดงออกมาทั้งน้ำเสียง สีหน้า และท่าทาง เขาได้แต่ยิ้มจากนั้นก็วางสายไป
และแล้ววันแต่งงานของกวินและมินตราก็ใกล้จะมาถึง วิชญะเดินทางมาถึงก่อนวันงานเพียงสองวันมินตราและเมธาวีดูจะดีใจมากเป็นพิเศษที่บิดากลับมาอยู่ด้วย ไม่ใช่เพียงแค่มาร่วมงานเท่านั้นแต่หมออนุญาตให้เขากลับมาอยู่ที่เมืองไทยได้เลย
ในวันงาน...พิธีการในโบสถ์ผ่านไปด้วยดีโดยมีญาติและเพื่อนสนิท รวมไปจนถึงเพื่อนในวงการธุรกิจของทั้งสองฝ่ายมาร่วมเป็นสักขีพยานกันอย่างคับคั่ง เรียกได้ว่างานนี้เป็นงานแต่งงานที่ใหญ่ที่สุดในรอบปีก็ว่าได้ และก็มาถึงเวลาสำคัญคือเวลาที่เจ้าสาวจะต้องโยนช่อดอกไม้ให้กับสาวโสดที่มาร่วมงานในวันนั้น โดยมีความเชื่อว่าใครก็ตามที่ได้รับดอกไม้ช่อนี้จะได้เป็นเจ้าสาวคนต่อไป
เมื่อถึงเวลาที่เจ้าสาวจะโยนช่อดอกไม้ช่อนั้นสาวๆ ก็ต่างก็พากันมายืนรอรับดอกไม้จากเธอ ยกเว้นเมธาวีที่ยืนแยกตัวออกห่างจากกลุ่มเล็กน้อย เนื่องจากเธอไม่อยากจะเข้าไปแย่งดอกไม้กับพวกเขา แต่จะเป็นด้วยโชคชะตาหรือฟ้าลิขิตก็ไม่รู้ เพราะถึงแม้ว่าจะไม่ได้ร่วมกลุ่มเพื่อรอรับดอกไม้ช่อนี้ที่ใครต่างก็ต้องการ แต่คนที่ได้รับกลับกลายเป็นเธอไป ทุกคนต่างหันมามองเมธาวีและแซวเธอในขณะที่เธอยืนถือดอกไม้ช่อนั้นอย่างงงๆ
“ยินดีด้วยนะคะพี่ตะวัน พี่จะเป็นคนต่อไปที่จะได้เป็นเจ้าสาวแน่นอนเลยค่ะ ใช่ไหมคะพี่ภัศร์” สู่ขวัญเอ่ยแซว
ปิยภัศร์ไม่ตอบ เขาเพียงแต่ยิ้มและเดินไปโอบกอดหญิงสาว พร้อมกับพูดกระซิบข้างหูให้ได้ยินกันเพียงสองคน
“คุณอยากแต่งงานเหมือนอย่างพี่ฟ้าของคุณบ้างหรือเปล่า ผมจะยอมเสียสละตัวเองเพี่อเป็นเจ้าบ่าวให้คุณเองเอาไหม”
“ไร้สาระ!”
“ผู้หญิงส่วนใหญ่เขามักจะใฝ่ฝันถึงงานแต่งงานด้วยกันทั้งนั้น ผมเลยนึกว่าคุณก็คงอยากที่จะแต่งงานเช่นกัน ใครจะไปรู้ว่าคุณชอบที่จะอยู่บนคาน” เขาหัวเราะเสียงดังก่อนที่จะเดินไป
“อีตาบ้าพูดจาแบบนี้กับฉันได้ยังไง”
แต่เขาไม่ได้หยุดฟังสิ่งที่เธอพูด ทำให้เธอได้แต่มองช่อดอกไม้ในมือพร้อมกับพึมพำกับตัวเอง
“ใครบ้างจะไม่อยากแต่งงาน แต่ว่ามันถึงเวลาของฉันหรือยังต่างหาก”
จากนั้นก็มีการถ่ายรูปกับคู่บ่าวสาวอย่างสนุกสนาน ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงฉลองของคู่บ่าวสาว บนเรือสำราญขนาดใหญ่ที่กวินเป็นเจ้าของ
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







