LOGINในเวลานั้นเองปิยภัศร์ก็โทรเข้ามือถือของกวินและถามว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน พอกวินบอกว่าตอนนี้เขาอยู่ที่บ้านของมินตรา ปิยภัศร์บอกกวินว่าเขาและเมธาวีจะรีบไปที่นั่น
หญิงสาวเร่งให้ปิยภัศร์ขับรถให้ไวกว่านี้เพราะเธอใจร้อน เกรงว่าถ้าไปช้าพี่สาวของเธอกับกวินอาจจะทะเลาะกันจนตายกันไปข้างหนึ่งก็เป็นได้ แต่เมื่อทั้งสองคนไปถึงกลับพบว่ากวินนั่งโอบมินตราเอาไว้ สีหน้าของหญิงสาวก็สดใสดูเหมือนคนกำลังมีความสุขจนเมธาวีอดที่จะแซวมิได้
กวินบอกกับเมธาวีและปิยภัศร์ว่าเขากับมินตราตกลงกันแล้วว่าจะแต่งงานกัน ตอนนี้ก็เหลือแต่หาฤกษ์แต่งงานเท่านั้น ปิยภัศร์หัวเราะและแสดงความยินดีกับเพื่อนรักและมินตรา
เมธาวีก็เช่นกันเธอบอกสองหนุ่มสาวว่าตนเองค่อนข้างมั่นใจว่าเรื่องจะต้องจบลงในรูปแบบนี้
มินตราเล่าให้ทั้งสองคนฟังว่าเรื่องนี้ต้องขอบคุณกันต์ เป็นเพราะแผนการของเขาทำให้กวินตาสว่างยอมรับผิดชอบเธอกับลูก ปิยภัศร์ไม่เข้าใจว่ากันต์คือใครและมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้ยังไง กวินจึงเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ฟัง ในเวลานั้นเองที่เมธาวีบ่นหิวและขอตัวเดินเข้าไปดูในตู้เย็นว่ามีอะไรให้ทานได้บ้าง และนั่นเป็นโอกาสให้มินตราถามปิยภัศร์ถึงความรู้สึกที่เขามีต่อน้องสาวของเธอ
“ผมชอบเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นไม่งั้นสัญญาแปลกๆ ฉบับนั้นจะไม่เกิดขึ้น ยิ่งได้ใกล้ชิดยิ่งรู้สึกผูกพัน คุณรู้ไหมว่าตอนที่คุณไปอเมริกาครั้งล่าสุด ตะวันต้องทำงานแทนคุณเขาไม่ค่อยมีเวลาให้ผม เราเจอหน้ากันน้อยมากถึงแม้ว่าจะอยู่บ้านเดียวกันก็ตาม คุยกันได้ไม่กี่คำตะวันก็บอกว่าจะต้องรีบไปทำงาน กลางคืนก็ยังจะเอางานกลับมาทำที่บ้านอีก”
“เพื่อนของผมเขาก็เลยกลุ้มใจที่น้องสาวของคุณไม่สนใจเขา มาชวนผมกินเหล้าเมาทุกวัน แต่ถึงให้เมาขนาดไหนเขาก็ต้องกลับบ้าน มีอยู่คืนหนึ่งเขาอยากรู้ว่าถ้าเขาไม่กลับบ้านตะวันจะรู้สึกยังไง ก็เลยตัดสินใจที่จะนอนค้างบ้านผม แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวต้องกลับไปอยู่ดี”
“นายก็เหมือนกันกลุ้มใจเรื่องคุณฟ้าจนไม่ทำงานทำการ เอาแต่ดื่มเหล้าอย่างเดียว ทีเรื่องแบบนี้ของตัวเองล่ะไม่ยอมแฉชอบมาแฉเรื่องของคนอื่น”
มินตราเล่าให้สองหนุ่มฟังว่าตอนเรียนอยู่ที่อเมริกามีคนมาสนใจและตามจีบน้องสาวของเธอมากมาย แต่ตะวันไม่เคยสนใจและมีวิธีเอาตัวรอดมาได้ทุกครั้งจนกระทั่งมาพบปิยภัศร์
“มันเป็นเรื่องแย่ๆ ใช่ไหมคะพวกคุณอาจดูถูกเรา เพียงเพราะว่าพ่อต้องการความช่วยเหลือทางด้านการเงิน จนถึงขนาดยอมแลกทุกอย่างแม้แต่ลูกสาวของตัวเอง” มินตราพูดน้ำเสียงเครือเศร้า
“ผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะพ่อของคุณเป็นคนดี แต่เพราะเขาไว้ใจคนข้างตัวมากจนเกินไป จึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นผมถึงให้ความช่วยเหลือพ่อของคุณ อีกอย่างผมสนใจตะวันสรุปก็คือผมรักน้องสาวของคุณคำตอบแบบนี้คุณพอใจไหม”
“คุณไม่ต้องห่วงตะวันหรอกนะ ผมว่าเพื่อนของผมเขาไปไหนไม่รอดแล้ว เอาแค่ตะวันมองผู้ชายคนอื่นนายภัศร์เขาก็ทนไม่ได้แล้วล่ะ เขาแทบอยากที่จะเดินไปตั๊นหน้าไอ้ผู้ชายคนนั้น”
“พ่อเคยบอกกับฉันว่าคุณภัศร์เป็นคนดี และเพราะเป็นคุณท่านถึงวางใจให้คุณเป็นคนดูแลตะวัน โดยการยอมรับข้อเสนอนั่น พ่อยังมั่นใจว่าตะวันจะทำให้คุณหลงรักเธอได้ไม่ยาก พ่อถึงยอมเซ็นสัญญาฉบับนั้นให้คุณ แต่สิ่งที่พ่อกลัวคือกลัวว่าคุณจะดูถูกตะวัน และมองเธอเป็นเพียงแค่ของเล่นชั่วครู่ชั่วยาม แต่ฉันมั่นใจในตัวคุณค่ะ”
“พ่อของคุณเขาไม่พูดถึงผมบ้างเหรอฟ้า ผมเป็นลูกเขยคนโตของพ่อคุณเชียวนะ”
“เคยสิคะ พ่อบอกว่าคุณเป็นผู้ชายที่ดีแต่เป็นผู้ชายที่ดูยาก จับความรู้สึกของคุณก็ยาก และการที่จะเข้าถึงหัวใจของคุณนั้นเป็นสิ่งที่ยากที่สุด และฉันก็เห็นด้วยกับพ่อ”
“แต่คุณก็ทำสำเร็จ”
“กว่าจะสำเร็จฉันแทบหัวใจสลาย”
“ผมขอโทษที่ผ่านมาผมอาจจะทำไม่ดีกับคุณ และพูดจาไม่ดีเหมือนดูถูกคุณกับครอบครัวของคุณ ผมรับรองได้ว่าที่ผมพูดกับคุณที่โรงพยาบาลในวันนั้นผมไม่ได้หมายความตามนั้น แต่เป็นเพราะผมเครียดกับสิ่งที่เพิ่งจะได้รับรู้รวมไปถึงการตัดสินใจของคุณ มันเลยทำให้ผมพูดจาดูถูกพวกคุณออกไปโดยไม่ทันได้คิด ต่อไปนี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีก ผมให้สัญญาว่าผมจะรักและดูแลคุณกับลูกตลอดไป”
มินตรายิ้มให้กับคำมั่นสัญญาของแฟนหนุ่ม
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







