Share

บทที่ 102

last update publish date: 2026-09-18 00:29:21

            งานเลี้ยงฉลองแต่งงานในค่ำคืนนี้ต้องนับว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่อลังการงานหนึ่งทีเดียว บรรดาแขกที่มาร่วมฉลองสมรสของกวินและมินตราจะต้องนอนค้างบนเรือสำราญนั้นหนึ่งคืนทุกคน เพราะเรือจะล่องไปเรื่อยๆ และจะกลับมาเทียบท่าอีกทีในตอนบ่ายวันรุ่งขึ้น นับได้ว่าเป็นการพักผ่อนไปในตัว

            ทุกคนล้วนตื่นเต้นกับการไปร่วมงานฉลองมงคลสมรส ของนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงอย่างกวินและบุตรสาวคนโตของคุณวิชญะ ซึ่งถือได้ว่าเป็นนักธุรกิจที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการมาเป็นระยะเวลายาวนาน แขกที่มาร่วมงานต่างก็แต่งตัวงดงามโดยเฉพาะผู้หญิง พวกเธอจะประชันกันแต่งเครื่องเพชรเพื่อมาโชว์ในงานนี้

            เมื่อถึงเวลาคู่บ่าวสาวก็เดินเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงอันกว้างใหญ่ และขึ้นบนเวทีเพื่อกล่าวขอบคุณแขกผู้มีเกียรติรวมไปถึงการตัดเค้กแต่งงาน เพื่อแจกจ่ายให้กับแขกทุกคนที่มาร่วมงาน มีอาหารมากมายที่ถูกจัดเตรียมโดยเชฟที่มีชื่อเสียงทั้งจากในและต่างประเทศ และที่พิเศษในงานนี้คือการเปิดฟลอร์เต้นรำของคู่บ่าวสาว

            เมธาวีถูกเพื่อนนักธุรกิจของปิยภัศร์ที่เธอรู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้างมาขอเต้นรำกับเธอ และเธอเองก็รู้สึกอึดอัดแต่ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร ปิยภัศร์เองก็ต้องอยู่กับเพื่อนนักธุรกิจไม่สามารถปลีกตัวมาหาหญิงสาวได้ ทำได้เพียงแต่มองหญิงสาวเต้นรำกับผู้ชายมากหน้าหลายตาด้วยความหงุดหงิด แต่ก็พยายามที่จะไม่แสดงออก จนกระทั่งภูริเดินไปโค้งขอเต้นรำกับเมธาวี

            หญิงสาวยิ้มและตอบตกลงในทันที อีกทั้งยังเดินออกไปที่ฟลอร์เต้นรำพร้อมกับเขาอย่างไม่ลังเล

            “ขอบคุณนะคะคุณภู”

           “ขอบคุณผมเรื่องอะไรครับ”

            “ก็ที่คุณชวนฉันเต้นรำกับคุณไงคะ ฉันคงจะต้องรบกวนคุณให้เป็นคู่เต้นรำกับฉันในค่ำคืนนี้แล้วล่ะค่ะ เพราะฉันไม่อยากที่จะเต้นรำกับผู้ชายคนอื่นแต่ไม่รู้จะปฏิเสธพวกเขายังไงดี”

            “ยินดีครับผมขอทำหน้าที่นี้แทนพี่ภัศร์เอง เพราะดูเหมือนว่าเขาจะต้องติดอยู่กับเพื่อนนักธุรกิจของเขาอีกนานทีเดียว”

            ปิยภัศร์รู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจที่เห็นเมธาวีกับภูริเต้นรำหลายเพลงติดต่อกัน และพูดคุยกระซิบกันอย่างสนิทสนม เขาอยากที่จะไปแยกทั้งคู่ออกจากกัน แต่ติดที่ว่าเขายังต้องคุยเรื่องธุรกิจที่กำลังติดพัน ซึ่งในตอนหลังเขาก็ไม่ได้ฟังเรื่องราวธุรกิจนั้น แต่กลับพุ่งความสนใจไปที่หญิงสาวสวมชุดเกาะอกสีแดงเพลิงซึ่งตัดกับสีผิวขาวนวลของเธอซึ่งอยู่ในอ้อมกอดของน้องชาย ที่นับวันเธอจะยิ่งทวีความสำคัญสำหรับเขามากมายขึ้นทุกที

            มันเป็นความผูกพันที่เขาเองก็ไม่อาจที่จะปฏิเสธได้ว่า เมื่อใดก็ตามที่มีเธออยู่เคียงข้างเขาจะรู้สึกมีความสุขมาก แม้ว่าจะทะเลาะกันมากกว่าคุยกันดีดีก็ตาม ไม่น่าเชื่อเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะทำให้เขาหลงรักเธอได้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น และเขาเองก็ไม่รู้ตัวมาก่อนเลยว่าเขาเป็นผู้ชายที่ขี้หึง

            จนกระทั่งเวลาที่เขาเห็นเธอใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น เขาจะรู้สึกหงุดหงิดและโกรธจนบางครั้งไม่สามารถระงับอารมณ์ไว้ได้ไประบายกับเธอก็เคยมาแล้ว คงเป็นเพราะเขารักเธอมากนั่นเองก็เลยทั้งหวง ห่วง และ หึงเขาต้องพยายามดึงสมาธิของตัวเองมาอยู่กับการพูดคุยเรื่องธุรกิจ แต่ก็ยังไม่วายจะวอกแวกกลับไปมองหาเธออีกจนได้

            เมื่อปิยภัศร์คุยเสร็จก็เดินตามหาเมธาวีแต่ก็ไม่พบ สุดท้ายเขาตัดสินใจเดินไปที่ห้องพักของเธอแล้วเขาก็พบว่า เธอกำลังยืนคุยอยู่กับน้องชายของเขาอยู่หน้าประตูห้องพัก แต่ทั้งคู่ไม่เห็นเขาเมธาวีขอบคุณภูริที่เป็นบอดี้การ์ดคอยกันผู้ชายคนอื่นให้เธอในค่ำคืนนี้

            “ด้วยความยินดีอย่างยิ่งครับ”

            แต่ก่อนที่หญิงสาวจะเดินเข้าห้องไปนั้น เธอได้หันไปจูบแก้มของภูริเบาๆ แทนคำขอบคุณ จากนั้นก็หมุนตัวเดินเข้าห้องไป โดยไม่รู้เลยว่ามีชายหนุ่มอีกคนเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ปิยภัศร์ขบกรามเพื่อระงับอารมณ์ที่พุ่งพล่านขึ้นมา เขาเดินหลบไปเพื่อไม่ให้ภูริเห็นก่อนที่จะตัดสินใจเดินไปที่หน้าห้องของเมธาวี พร้อมกับเคาะประตูห้องของเธอไม่นานเธอก็เดินออกมาเปิดประตู

            “คุณเองเหรอคะ มีธุระอะไรหรือเปล่า”

            “สำหรับผมต้องมีธุระเท่านั้นเหรอถึงจะคุยกับคุณได้”

            “คุณเป็นอะไรของคุณถึงได้มาทำน้ำเสียงหงุดหงิดใส่ฉันแบบนี้”

            “ผมปวดหัว”

            “ปวดหัวก็ไปทานยาสิคะมาหาฉันทำไม ฉันไม่ใช่ยาแก้ปวดนะ” พูดจบก็เดินไปหยิบยาแก้ปวดหัวมายื่นส่งให้เขาพร้อมกับน้ำดื่ม ชายหนุ่มรับยามาทานและดูเหมือนเขาอยากที่จะพูดอะไรกับเธอ แต่แล้วกลับเปลี่ยนใจเดินออกไปจากห้องอย่างหุนหันพลันแล่น ปล่อยให้อีกฝ่ายยืนงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น

            จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ปิยภัศร์มีอาการมึนตึงใส่เมธาวีอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังไม่ยอมพูดจากับเธอโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าอะไรคือสาเหตุและไม่อยากที่จะเซ้าซี้ถาม เธอไม่ได้มีท่าทีที่จะสนใจในความเปลี่ยนแปลงไปนั้น และยังคงดำเนินชีวิตไปตามปกติอย่างมีความสุข มีแต่ตัวปิยภัศร์เองที่รู้สึกหงุดหงิดที่หญิงสาวทำเหมือนไม่สนใจเขา

           

            ช่วงเวลาที่เมธาวีเอางานเข้ามาให้ปิยภัศร์เซ็นและต้องรอให้เขาเซ็นจนเสร็จนั้น ในเวลานั้นเองที่เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูก็รู้ว่าเป็นกวินโทรมาแต่ปิยภัศร์พูดโทรศัพท์ราวกับว่า เขาคุยอยู่กับเจสซิก้าคู่ขาเก่าของเขาเพื่อเป็นการยั่วยุต่อมหึงของอีกฝ่าย

            เขาพูดจาหยอดคำหวานลงไปในโทรศัพท์จนน่าหมั่นไส้ เขาคุยพร้อมกับเหลือบตาไปมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเขา และก็พบว่าเธอนั่งพิงพนักฟังสิ่งที่เขาคุยอยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกความรู้สึก ได้แต่นึกตำหนิชายหนุ่มในใจ

            ‘นี่มันเป็นเวลางานนะ ถ้าจะพรอดรักกันล่ะก็ให้มันนอกเหนือเวลางานได้ไหม เป็นเจ้านายซะเปล่ากลับทำตัวอย่างที่ไม่ดีให้ลูกน้องเห็นน่าไม่อายจริงๆ’

            ปิยภัศร์ยังคงคุยกับเจสซิก้าด้วยน้ำเสียงรักหวานซึ้ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 117

    งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 116

    “พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 115

    พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 114

    “คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 113

    “ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 112

    “ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status