Masuk“คุณหนูตะวันฟังป้านะคะ” ป้าวรรณพูดพร้อมกันจับตัวหญิงสาวให้หันมาเผชิญหน้ากับเธอ
“คุณภัศร์ไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้นหรอกค่ะ แค่เธอเป็นคนปากร้ายและก็ใจร้อนเท่านั้นเอง คุณตะวันทราบไหมคะว่าถึงแม้คุณภัศร์จะเป็นคนเจ้าชู้เพลย์บอย เปลี่ยนผู้หญิงบ่อยมากแค่ไหน แต่ก็ไม่เคยที่จะพาใครมาที่นี่ โดยให้เหตุผลว่าเพราะที่นี่คือบ้าน และคุณคือผู้หญิงคนแรกที่คุณภัศร์พามาที่นี่”
“คุณภัศร์ของป้าอาจจะป้องกันไม่ให้ตะวันเบี้ยวไงคะ แบบว่าต้องใช้ให้คุ้มกับเงินที่เสียไปตามแบบของนายทุนหน้าเลือด ก็เลยต้องเอาตะวันมาไว้ในอาณาจักรของเขา เพื่อจะได้อยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลาต่างหากคะ ตะวันไม่ได้มีความสำคัญกับคุณภัศร์ของป้าตามแบบที่ป้าวรรณคิดไว้หรอกนะคะ”
“แต่ป้ามั่นใจค่ะว่าคุณตะวันเป็นคนที่คุณภัศร์สนใจ ไม่งั้นคุณภัศร์จะไม่ยอมทำอะไรมากมายขนาดนี้เพื่อคุณตะวัน ป้าพูดอะไรไปตอนนี้คุณอาจจะไม่เชื่อ ไว้ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ก็ละกันค่ะ ตอนนี้คุณตะวันไม่ต้องคิดมากหรอกนะคะ นอนพักสักครู่ถึงเวลาอาหารเมื่อไรป้าจะขึ้นมาเรียก เมื่อคืนได้นอนพักบ้างหรือเปล่าคะ หน้าตาคุณตะวันดูซีดเซียวเหมือนกับคนอดนอน ไม่เอาแล้วค่ะไม่ต้องคิดมาก อยู่ที่นี่ป้าจะดูแลคุณเองค่ะ ต้องการอะไรก็บอกป้าได้นะคะ แต่ตอนนี้ป้าอยากให้คุณนอนพักผ่อนสักครู่ก่อน”
ป้าวรรณพาหญิงสาวไปนอนบนเตียงพร้อมกับห่มผ้าให้เธอ ราวกับว่าเธอเป็นเจ้าหญิงตัวน้อยที่จะต้องคอยดูแลอย่างดี เมื่อหญิงสาวหลับป้าวรรณจึงได้เดินออกจากห้องไป โดยไม่ลืมที่จะปิดประตูให้เธอ
ปิยภัศร์โทรมาหาป้าวรรณเพื่อสอบถามเรื่องของเมธาวีว่าเรียบร้อยดีไหม และฝากให้ป้าวรรณดูแลเธออย่างดี ผู้สูงวัยรับปากและถามเขากลับไปว่าคืนนี้เขาจะกลับบ้านหรือไม่ ปิยภัศร์ตอบว่ากลับแต่อาจจะดึกหน่อยเธอไม่ต้องเป็นห่วง และคำตอบที่เขาได้รับกลับมาก็คือ
“ป้าไม่ห่วงคุณภัศร์หรอกค่ะเพราะทราบดีว่าคุณดูแลตัวเองได้ ตอนนี้ป้ามีคนที่จะต้องเป็นห่วงและต้องดูแลแทนคุณภัศร์แล้วล่ะค่ะ”
ไม่ต้องถามก็รู้ว่าเป็นใครปิยภัศร์หัวเราะก่อนจะวางสายไป
หลังจากที่เมธาวีทานอาหารมื้อเย็นเสร็จเธอก็ขึ้นมาบนห้องนอนของตนเอง ฝนเริ่มตกตั้งแต่เย็นและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดแถมยังตกหนักขึ้นทุกที เสียงฟ้าคะนองค่อนข้างแรง
หญิงสาวเป็นคนกลัวเสียงฟ้าตอนฝนตกหนักมาแต่ไหนแต่ไร แต่ทุกครั้งเธอจะมีพี่สาวมาคอยอยู่เป็นเพื่อน ยกเว้นคืนนี้ที่จะต้องอยู่เพียงลำพังคนเดียว ถ้าฟ้าลงแรงจะทำอย่างไร ยิ่งดึกฝนก็ยิ่งตกลงมาอย่างหนัก แถมเสียงฟ้าแลบฟ้าร้องก็ดังขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เธอกลัวมาก
และแล้วไฟก็ดับหญิงสาวร้องกรี๊ด! เสียงดังด้วยความกลัวที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม หญิงสาวนั่งอยู่ข้างตู้เสื้อผ้าใบใหญ่โดยนั่งชันเข่าหลับหูหลับตาร้องกรี๊ดๆ เพราะเสียงฟ้าร้องยังคงดังอย่างต่อเนื่องติดกันซึ่งทำให้เธอกลัวมาก
เสียงร้องของเมธาวีทำให้ปิยภัศร์ที่เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จหลังจากกลับมาจากงานเลี้ยง และกำลังจะเดินเข้าไปหาหญิงสาวในห้องก่อนที่ไฟจะดับ รีบเปิดประตูเข้าไปในห้องของเธอทันทีพร้อมกับร้องเรียก
“ตะวันคุณอยู่ที่ไหน”
เมื่อหญิงสาวได้ยินเสียงเรียกของเขา เธอก็วิ่งเข้าไปกอดเขาเอาไว้แน่นพร้อมกับร้องไห้ไม่หยุด ปิยภัศร์กอดกระชับเธอเอาไว้ เขาออกจะแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมคนที่เก่งกล้าไม่กลัวใครอย่างเธอ จะกลัวความมืดมากมายขนาดนี้
“ไม่ต้องกลัวนะผมอยู่นี่แล้ว”
และแล้วเสียงฟ้าร้องอย่างแรงพร้อมกับมีแสงลอดเเข้ามาในห้องมีผลทำให้เมธาวีกรีดร้องอีกครั้ง และครั้งนี้เองที่ทำให้ปิยภัศร์รู้ความจริงว่า เธอไม่ได้กลัวความมืดแต่กลัวเสียงฟ้าร้องฟ้าแลบซะมากกว่า เขาลูบไล้หลังและไหล่ของเธอเบาๆ เพื่อปลอบโยนร่างบางในอ้อมแขน
“ตะวันคุณกลัวเสียงฟ้าเหรอ”
หญิงสาวพยักหน้าในความมืด แต่พอนึกได้ว่าเขาคงจะไม่เห็นเธอก็เลยตอบเขา
“ใช่ค่ะเสียงของมันน่ากลัวมาก” เธอตอบพร้อมกับยังคงกอดเขาไว้แน่น ซึ่งการกระทำนั้นทำให้เขายิ้มอย่างพอใจในความมืด ในขณะเดียวกันนั้นเองไฟฟ้าก็ติด และป้าวรรณก็เดินเข้ามาในห้องของหญิงสาวด้วยความเป็นห่วงว่าหญิงสาวอาจจะกลัว แต่เธอกลับเห็นคุณภัศร์กอดหญิงสาวไว้แน่น แถมยังพยักเพยิดหน้าบอกให้เธอออกไปจากห้อง
ป้าวรรณส่ายหัวในการกระทำของคุณภัศร์ แต่ก็ยอมเดินออกจากห้องไปแต่โดยดี พร้อมกับคิดว่าคงไม่ต้องห่วงคุณเมธาวีอีกแล้ว คืนนี้คุณภัศร์คงจะดูแลเธอเอง และตัดสินใจเดินกลับไปที่ห้องพักของตนเอง เมื่อเมธาวีคลายความหวาดกลัวกลับพบว่ามือของปิยภัศร์เริ่มซุกซน ลูบไล้ไปยังแผ่นหลังนวลเนียนผ่านเสื้อนอนตัวบางที่เธอสวมใส่ ส่วนมืออีกข้างเริ่มไล้ลงบนสะโพกเนียน หญิงสาวเริ่มหายใจติดขัดเธอพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนเหนื่อยหอบ
“อย่าทำแบบนี้”
ปิยภัศร์กลับไม่ยอมทำตามความต้องการของเธอ เขาบดเคล้าริมฝีปากลงกับกลีบปากสีกุหลาบของเธอพยายามให้นุ่มนวล แต่ก็อดไม่ได้ที่จะกดแรงและหนักหน่วงขึ้น หญิงสาวจูบตอบเขาเหมือนกับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน
ซึ่งเขาเองก็ออกจะแปลกใจอยู่เหมือนกัน แต่เขาปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปชายหนุ่มย่อตัวลงทั้งที่ยังไม่ถอนริมฝีปาก เพื่อช้อนใต้ขาของเมธาวีและอุ้มเธอขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนแข็งแรง หญิงสาวถอนใจเหมือนสะอื้น
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







