Masukเขามาก่อนเวลานัดเพื่อมารอหญิงสาว หลังจากนั้นไม่นานเธอก็มาถึงร้านอาหาร และพบว่ากวินได้นั่งรอเธออยู่ก่อนแล้ว อีกทั้งยังสั่งอาหารเป็นที่เรียบร้อย มินตราชื่นชอบบรรยากาศและการจัดตกแต่งภายในร้านถึงขนาดเอ่ยปากชม
“ร้านนี้บรรยากาศดีนะคะ”
“ใช่ครับผมกับนายภัศร์ชอบมานั่งทานอาหารที่นี่ เพราะว่าชอบบรรยากาศของร้านนี้ คุณลองทานอาหารร้านนี้ดูนะครับผมว่าเขาทำอร่อยดี”
กวินชักชวนหญิงสาวทานอาหารที่เขาสั่งมา มันมากมายซะจนเธอตกใจ กวินอธิบายว่าเขาไม่รู้ว่าปกติเธอชอบทานอะไรก็เลยสั่งมาหลายอย่าง เพื่อให้เธอเลือกอีกทั้งยังคอยตักอาหารให้เธออีกด้วย
ในระหว่างที่กำลังรับประทานอาหารกันอยู่นั้น พวกเขาไม่รู้เลยว่าได้มีนักข่าวอยู่ในร้านนั้นด้วย แล้วเธอได้เก็บภาพอิริยาบทของกวินและมินตราเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่กวินตักอาหารให้มินตราหรือพูดคุยหัวเราะกันอย่างมีความสุข
นักข่าวสาวคนนั้นพอใจกับผลงานของตัวเอง พร้อมกับถ่ายภาพของทั้งสองคนไว้อย่างต่อเนื่อง
“ฟ้ามีเรื่องอยากจะขอร้อง มันเป็นเรื่องของตะวันกับคุณภัศร์เพื่อนของคุณ ฟ้าจะขอให้คุณช่วยไปพูดกับคุณภัศร์ว่าอย่ารังแกหรือเอาเปรียบตะวัน เวลาที่ตะวันต้องไปอยู่ที่บ้านหลังนั้นได้ไหมคะ”
กวินเองรู้สึกลำบากใจไม่น้อยกับสิ่งที่หญิงสาวขอร้องให้เขาทำ
“ฟ้าทราบดีค่ะว่าคุณลำบากใจ แต่นี่เป็นวิธีเดียวที่ฟ้าจะปกป้องน้องสาวของฟ้าได้”
“ถึงแม้ว่าพวกผมจะสนิทกันก็จริง แต่เราไม่เคยที่จะยุ่งเรื่องส่วนตัวของกันและกันหรอกนะครับ สำหรับเรื่องนี้ผมรับปากคุณผมจะช่วยพูดกับเขาให้ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่านายภัศร์จะยอมทำตามหรือเปล่านะครับ”
“แค่ยอมไปช่วยพูดกับคุณภัศร์ ฟ้าก็ต้องขอบคุณมากแล้วค่ะ”
ทั้งคู่ยิ้มให้กันและกัน และก่อนที่จะกลับหญิงสาวขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่ ในขณะที่กำลังจะเดินไปก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมาชนเธออย่างแรง เธอไม่ทันได้ระวังจึงเสียหลักล้มลง
โชคดีที่กวินลุกขึ้นไปโอบรอบตัวเธอเพื่อพยุงไม่ให้ล้มลงไปกับพื้น พร้อมกับถามด้วยความห่วงใยว่าเธอบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ หญิงสาวส่ายหน้าแทนคำตอบ
กวินหันไปต่อว่าหญิงสาวคนที่เดินมาชนมินตรา จนเธอต้องร้องห้ามเขาพร้อมทั้งบอกว่าตนเองไม่ได้เป็นอะไรมาก
“ปล่อยได้แล้วค่ะ ฟ้าไม่เป็นไรแล้ว”
มินตราพูดกับชายหนุ่ม เมื่อเห็นว่าเขาไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเธอเป็นอิสระซะที เมื่อถึงเวลาที่จะแยกย้ายกันกลับหญิงสาวได้หันมาขอบคุณเขาอีกครั้ง
“ขอบคุณมากนะคะสำหรับอาหารมื้อนี้และก็เรื่องของตะวัน ฟ้ารู้ค่ะว่าคุณลำบากใจมากแค่ไหนที่ต้องทำตามคำขอร้องของฟ้า แต่ฟ้าไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ”
“ไม่เป็นไรครับผมจะไปคุยกับนายภัศร์ให้ ถ้าได้เรื่องยังไงจะมาบอกคุณอีกที และคุณก็ไม่ต้องคิดมากจนนอนไม่หลับนะครับ”
หญิงสาวยิ้มให้เขาก่อนจะขึ้นรถและขับออกไปทันที
ในระหว่างที่เมธาวีกำลังเตรียมตัวจะออกจากบ้านพร้อมกับกระเป๋าสัมภาระของใช้ส่วนตัว เพื่อย้ายไปพำนักที่บ้าน “รัชตะสุภาค” ตามที่ได้ตกลงไว้กับปิยภัศร์ โทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น หญิงสาวกดรับพร้อมทั้งรู้สึกแปลกใจว่าเป็นเบอร์ของใคร
“ตะวันนี่ผมเองปิยภัศร์ คุณเตรียมตัวพร้อมหรือยัง รถของผมกำลังจะไปรับคุณ”
เมธาวีไม่ได้ตอบคำถามของเขาแต่เลือกที่จะยิงคำถามกลับไป
“คุณรู้เบอร์โทรศัพท์ของฉันได้ยังไง”
“มีอะไรที่ผมอยากจะรู้แล้วไม่รู้บ้าง แค่เรื่องเบอร์โทรศัพท์ของคุณมันเรื่องเล็กมาก ว่าแต่คุณเตรียมตัวพร้อมหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วกำลังจะให้รถที่นี่ไปส่ง”
“ไม่ต้อง ผมสั่งให้รถไปรับคุณแล้วอีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็คงจะถึง วันนี้คุณยังไม่ต้องไปที่บริษัท ผมให้คุณพักผ่อนหนึ่งวัน และถ้าต้องการอะไรก็สั่งเด็กในบ้าน หรือไม่คุณก็บอกป้าวรรณละกัน”
“รู้แล้วละน่า” หลังจากที่วางสายรอไม่นานรถที่เขาส่งมารับเธอก็มาถึง ทุกคนทำงานอย่างรู้หน้าที่โดยที่ไม่ต้องให้เธอสั่ง
เมื่อเมธาวีเดินทางมาถึงบ้าน “รัชตะสุภาค” ป้าวรรณก็ออกมาคอยต้อนรับเธอพร้อมกับบริวาร เพื่อที่จะแนะนำทุกคนให้รู้จักกับคุณเมธาวีหรือคุณตะวัน ป้าวรรณแนะนำเธอในฐานะเลขานุการส่วนตัวของปิยภัศร์และจะมาพักอยู่ที่นี่ด้วย
จากนั้นก็สั่งให้คนขนกระเป๋าเสื้อผ้าของหญิงสาวขึ้นไปเก็บ พร้อมกับพาหญิงสาวขึ้นไปบนห้องพักส่วนตัวที่ได้จัดเตรียมไว้เพื่อเธอโดยเฉพาะ
“คุณภัศร์สั่งคนมาจัดเตรียมห้องนี้ให้กับคุณตะวันใหม่เลยนะคะ ใช้เวลาทำอยู่เกือบอาทิตย์จึงเสร็จทันตามคำสั่ง เชิญทางนี้เลยค่ะ” ป้าวรรณเปิดประตูห้องเข้าไปหญิงสาวมองไปรอบบริเวณห้อง
“คุณตะวันชอบไหมคะ ถ้าจะให้เปลี่ยนแปลงอะไรก็บอกป้าได้นะคะ”
เธอยอมรับว่าชอบการตกแต่งห้องที่เขาจัดทำให้ อีตาบ้านี่ก็มีรสนิยมไม่เลวเหมือนกันนะ
“ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรหรอกค่ะป้าวรรณแค่นี้ก็ดีอยู่แล้วค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเหงาๆ
“เป็นอะไรไปคะทูนหัว ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่าคะ”
“เอ่อ...ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ นอกจากตะวันไม่รู้จะทำตัวยังไงเมื่ออยู่ในบ้านหลังนี้”
“โถแม่คุณของป้า” เธอเดินเข้ามาจับมือของหญิงสาว ก่อนที่จะชี้แจงให้เธอฟังถึงฐานะของเธอในบ้านหลังนี้
“คุณก็อยู่ในฐานะเจ้านายคนหนึ่งในบ้านหลังนี้นะคะ คุณภัศร์เองก็ต้องการแบบนั้น”
“แต่ที่จริงแล้วตะวันมาที่นี่ก็เพื่อเป็นตัวขัดดอกที่เขาจะย่ำยีอย่างไรก็ได้”
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







