Share

บทที่ 2

last update publish date: 2026-09-15 11:59:59

            จนกระทั่งเดินมาถึงตรงที่ปิยภัศร์กับกวินยืนอยู่  วิชญะกล่าวแนะนำเธอกับชายหนุ่มทั้งสองคน

            “ตะวันรู้จักกับคุณปิยภัศร์และคุณกวิน สองหนุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง ที่จัดได้ว่าเป็นนักธุรกิจแถวหน้าของเมืองไทย”

            “สวัสดีครับคุณเมธาวี ผมกวินยินดีที่ได้รู้จักครับ” กวินพูดพร้อมเปิดยิ้มกว้างจนเห็นรอยบุ๋มข้างแก้มเขา

            “สวัสดีค่ะคุณกวินยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ เรียกตะวันดีกว่านะคะไม่ต้องเรียกให้เป็นทางการแบบนั้นหรอกค่ะ” ตะวันพูดจาทักทายกวินอย่างเป็นกันเอง แต่กับปิยภัศร์นั้นเธอไม่ชอบสายตาของเขาที่จ้องมองโลมไล้เธอราวกับจะมองทะลุเข้าไปในเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่อยู่

‘ผู้ชายชีกอ’ เธอได้แต่คิดในใจ

            “สวัสดีครับคุณตะวันผมปิยภัศร์ ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับหลิ่วตาให้เธอ

            ตะวันรู้สึกไม่ถูกชะตากับผู้ชายคนนี้ ดังนั้นเมื่อชายหนุ่มเอ่ยทักทายเธอจึงพูดขึ้นมาลอยๆ

            “ผู้ชายอะไรไม่มีมารยาท”

            “ตะวันพูดกับคุณปิยภัศร์แบบนี้ได้ยังไงกัน ขอโทษคุณปิยภัศร์เดี๋ยวนี้นะ”

            “ทำไมตะวันจะต้องขอโทษ...เขาต่างหากที่จะต้องเป็นฝ่ายขอโทษตะวัน ผู้ชายอะไรไม่มีมารยาทเอาซะเลยจ้องมองผู้หญิงด้วยสายตาแบบนี้ได้ยังไงกัน หลีกไปนะ”

            เธอพูดแบบโมโหแล้วก็เดินกระแทกไหล่ของปิยภัศร์ไปพร้อมกับมองเขาด้วยสายตาท้าทายก่อนเดินจากไป คุณวิชญะกล่าวตำหนิลูกสาว

            “ตะวันทำไมเสียมารยาทแบบนี้” แต่เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเดินไปไกลแล้วก็เลยหันกลับมาขอโทษชายหนุ่ม

            “ผมต้องขอโทษแทนลูกสาวด้วยนะครับ ตะวันกำพร้าแม่ตั้งแต่เด็ก ถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจนิสัยก็เลยเป็นแบบนี้ พวกคุณอย่าถือสาเลยนะครับ”

            “ไม่เป็นไรหรอกครับคุณวิชญะไม่ต้องคิดมาก” ปิยภัศร์ตอบกลับไปเช่นนั้นแต่ในใจของกลับคิดว่า

            ‘ฤทธิ์มากและพยศจัดแบบนี้แหละดี ฉันจะเป็นคนปราบพยศของเธอเอง รับรองว่าเราจะต้องได้เจอกันอีกแน่เร็วๆ นี้ด้วย’

            “ผมคงจะต้องขอตัวก่อน จะพาตะวันไปแนะนำให้รู้จักกับแขกที่มาร่วมงานในวันนี้”

            “เชิญตามสบายครับเห็นทีเราสองคนคงจะต้องขอตัวกลับก่อนเช่นกัน”

            “ได้ครับขอบคุณที่ให้เกียรติมาร่วมงานนี้นะครับ...เอ่อ...คุณปิยภัศร์เรื่องที่ผมขอพบคุณ”

            “คุณให้เลขาของคุณนัดกับเลขาของผมได้เลยครับ”

            “ขอบคุณมากครับ”

            “ผมไปก่อนนะครับ” กวินเอ่ยขอตัวเช่นกัน

            “เชิญครับ”

            เมื่อสองหนุ่มเดินมาที่รถปิยภัศร์ก็ถามเพื่อนรัก

            “วินนายจะไปไหนต่อหรือเปล่า”

            “ว่าจะไปดูที่ผับซะหน่อยนายมีอะไร”

            “ไม่มี แยกกันตรงนี้เลยละกัน ฉันจะกลับบ้านไปนอนพักผ่อน”

            “นี่ฉันได้ยินอะไรผิดไปหรือเปล่า วันนี้เสือไม่ออกล่าเหยื่อแต่จะหลบเข้าถ้ำ แปลกมาก” ปิยภัศร์ตอบเพื่อนรักพร้อมเสียงหัวเราะ

            “มันก็ต้องมีเบื่อกันบ้าง ฉันไปละไว้ค่อยนัดกินเหล้ากัน” ปิยภัศร์โบกมือให้เพื่อนรัก

            “โอเค ... ภัศร์นายก็อย่าขับรถให้มันซิ่งนัก เดี๋ยวจะไม่ถึงบ้านแต่แวะเข้าข้างทางซะก่อน” จากนั้นก็ต่างแยกย้ายกันไป

            ปิยภัศร์ขับรถกลับบ้าน พร้อมกับคิดถึงใบหน้าของเมธาวีรวมไปถึงความถือดีของเธอ ทำให้เขารู้สึกว่าจะต้องทำทุกวิถีทางที่จะเอาเธอมาเป็นของเขาให้ได้ ชายหนุ่มใช้เวลาไม่นานนักในการขับรถกลับบ้าน ด้วยความที่เป็นคนชอบความเร็วจึงมักจะขับรถเร็วอยู่เป็นประจำ

       

            เมื่อปิยภัศร์ก้าวเข้ามาในบ้านหลังใหญ่โตหรูหราราวกับวัง แต่ดูเงียบเหงาวังเวงเพราะว่ามีเจ้านายเพียงสองคนเท่านั้นคือเขากับป้าวรรณซึ่งเป็นแม่นมที่รักและเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็ก...สำหรับตัวเขาถึงแม้ว่าจะชอบหงุดหงิดหรือชอบแผลงฤทธิ์กับคนอื่น แต่คนเดียวที่เขายกเว้นก็คือ “ป้าวรรณ” เธอเป็นผู้หญิงที่ชายหนุ่มทั้งรักและเคารพไม่ต่างจากมารดาผู้ให้กำเนิด

            ที่จริงคงต้องบอกว่ารักมากกว่าพ่อกับแม่ที่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางเครื่องบิน และทิ้งมรดกจำนวนมหาศาลไว้ให้เขาซึ่งเป็นลูกชายเพียงคนเดียวซะอีก เพราะตั้งแต่เขาจำความได้ก็จะมีแต่ป้าวรรณคนเดียวเท่านั้น ที่จะคอยดูและเอาใจใส่เขาราวกับว่าเธอเป็นแม่แท้ๆ  ของเขาเอง กับป้าวรรณแล้วปิยภัศร์จะสลัดคราบเพลย์บอยหนุ่ม หรือหน้ากากที่เขาใช้ในวงการธุรกิจออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงหนุ่มน้อยจอมเกเรที่จะมาป่วนป้าวรรณให้ปวดหัวตามไปด้วย

            “ทำไมวันนี้คุณภัศร์กลับบ้านเร็วได้ละคะ นี่ป้าแก่จนตาฝ้าฟางหรือว่ามองนาฬิกาผิดกันแน่ ที่คุณกลับบ้านก่อนเที่ยงคืน”

            ปิยภัศร์ยิ้มแล้วก็เดินมากอดป้าวรรณไว้ในวงแขนแข็งแรงที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขา

            “อย่างป้าวรรณไม่ใช่ตาฝ้าฟางหรอกครับ แต่เขาเรียกว่าตาสับปะรดต่างหาก เพราะไม่ว่าผมจะไปทำอะไรที่ไหนป้าวรรณดูจะรู้ไปซะหมดทุกเรื่อง ว่าแต่วันนี้มีอะไรให้ผมทานบ้างไหมครับผมหิวจังเลย”

            “ปล่อยป้าก่อนค่ะ ป้าไม่ใช่สาวในฮาเร็มของคุณนะคะ นี่คุณภัศร์ยังไม่ได้ทานอะไรมาอีกเหรอคะ หิวมากไหมคะ เดี๋ยวป้าจะรีบไปอุ่นอาหารให้นะคะ ตอนนี้คุณภัศร์ไปอาบน้ำก่อนก็ได้ค่ะ ป้ารับรองว่าไม่เกินครึ่งชั่วโมงได้ทานอาหารแน่นอน”

            จากนั้นก็เดินเข้าครัวซึ่งเป็นเสมือนอาณาจักรของเธอ เพราะเธอชื่นชอบการทำอาหาร และมักจะทำอาหารทั้งคาวหวานเตรียมไว้ให้กับเจ้านายหนุ่มเสมอ ถึงแม้เขาจะห้ามไม่ให้เธอลงมือทำเองเพราะเกรงว่าเธอจะเหนื่อย แต่ป้าวรรณก็ยังคงยืนยันว่าจะทำ เพราะเป็นความสุขของเธอ

            ดังนั้นปิยภัศร์จึงเนรมิตครัวที่เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันทันสมัย ที่ล้วนแล้วแต่สั่งตรงมาจากต่างประเทศไว้สำหรับเธอ เพื่อผ่อนแรงไม่ให้เธอเหนื่อยจนเกินไป

            ชายหนุ่มเดินผิวปากลงมาหลังจากอาบน้ำเรียบร้อย กลิ่นอาหารที่หอมกรุ่นรอเขาอยู่ ปิยภัศร์นั่งทานอาหารพร้อมกับชวนป้าวรรณให้ทานด้วยกัน แต่ได้รับคำปฏิเสธเธอแค่นั่งคอยอำนวยความสะดวกให้กับชายหนุ่มเท่านั้น

            “ป้าวรรณคิดว่าบ้านเราเงียบเหงาเกินไปไหมครับ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 117

    งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 116

    “พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 115

    พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 114

    “คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 113

    “ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 112

    “ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status