LOGIN
ณ ห้องจัดเลี้ยงสุดหรูในโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ
เหล่าบรรดากองทัพนักข่าวและบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการธุรกิจ รวมไปถึงพวกสังคมไฮโซได้มารวมตัวกันที่นี่ เพื่อมาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของคุณวิชญะ จิระกานต์กุล นักธุรกิจชื่อดังของเมืองไทยเธอคือ “คุณหนูเมธาวี หรือ ตะวัน” ที่เพิ่งจะเรียนจบปริญญาโททางด้านบริหารธุรกิจมาจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศสหรัฐอเมริกา
กวิน อัศวะนันท์ และ ปิยภัศร์ รัชตะสุภาค สองเพลย์บอยหนุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงก็ได้รับการ์ดเชิญให้มาร่วมงานนี้ด้วยเช่นกัน
ตอนแรกกวินก็ไม่คิดจะมาร่วมงานนี้แต่ปิยภัศร์เพื่อนรักของเขาโทรมาชวน เมื่อชายหนุ่มทั้งสองเดินทางมาถึงที่งาน วิชญะก็เดินตรงเข้ามาต้อนรับและทักทายพวกเขาด้วยความเป็นกันเอง
“ยินดีด้วยนะครับที่คุณเมธาวีจบการศึกษากลับมา เธอจะได้มาช่วยคุณดูแลธุรกิจ” กวินกล่าวแสดงความยินดีกับคุณวิชญะ
“ขอบคุณมากครับที่พวกคุณมาร่วมงานนี้ ส่วนเรื่องธุรกิจผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า...” วิชญะรู้สึกตัวว่าเขาไม่ควรพูดเรื่องนี้ในเวลาแบบนี้ เขาก็เลยเชิญบุคคลทั้งสองเข้าไปภายในงาน
“เชิญพวกคุณข้างในดีกว่านะครับ มีคนถามหาพวกคุณอยู่หลายคนทีเดียว”
“แล้วคุณเมธาวีอยู่ไหนครับ”
ปิยภัศร์ซึ่งเดินตามคุณวิชญะเข้ามาในงานอดถามขึ้นมาไม่ได้ เนื่องจากเขามองหาแล้วแต่ไม่พบ
“ตะวันยังไม่ลงมาเลยครับแต่อีกสักครู่ก็คงจะลงมา และผมจะแนะนำให้พวกคุณรู้จักเชิญทางนี้ครับ”
เมื่อเข้ามาในงานก็มีนักธุรกิจมากหน้าหลายตามาทักทายกวินและปิยภัศร์ วิชญะจึงขอแยกตัวไปต้อนรับแขกคนอื่นๆ ทิ้งให้สองหนุ่มพูดคุยกันตามลำพัง
“ภัศร์ทำไมนายถึงได้อยากมางานนี้”
“เพราะฉันอยากจะเห็นหน้าตาลูกสาวของคุณวิชญะน่ะสิ ไม่งั้นจะโทรไปชวนนายมาด้วยทำไม เขาลือกันว่าทั้งสวยทั้งเซ็กซี่ฉันก็เลยอยากรู้ว่าตัวจริงจะสวยสักแค่ไหน หรือว่าเป็นแค่ราคาคุยเพราะว่ามีพ่อรวย”
“ฉันได้ข่าวมาว่าธุรกิจของคุณวิชญะกำลังประสบปัญหาวิกฤต เกี่ยวกับเรื่องการเงินอยู่ไม่ใช่เหรอ”
“ก็ประมาณนั้นถ้าคุณวิชญะระดมเงินทุนมาซัพพอร์ตไม่ทัน อาจจะต้องโดนถึงขั้นถูกฟ้องล้มละลายเพียงแต่มันเป็นข่าววงใน และคุณวิชญะเองก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่ให้ข่าวนี้รั่วไหลออกไป”
“อืม...ฉันก็ได้ยินมาอย่างนั้นเหมือนกัน และดูเหมือนจะใช้เงินไปไม่น้อยในการปิดข่าวนี้ นายว่าลูกสาวของเขาจะรู้เรื่องนี้ไหม”
“ยังไม่น่าจะรู้นะ” ปิยภัศร์ตอบพร้อมกับยักไหล่อย่างไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้เท่าไร
“นายไม่คิดที่จะช่วยเหลือคุณวิชญะบ้างเหรอภัศร์ ฉันเห็นนายค่อนข้างที่จะสนิทสนมกับเขา”
“ก็ต้องดูก่อนว่าลูกสาวของเขาสวยจริงสมคำร่ำลือหรือเปล่า”
“พูดแบบนี้หมายความว่าถ้าคุณหนูตะวันสวยจริง นายอาจจะตัดสินใจช่วยเหลือธุรกิจพ่อของเธองั้นสิ”
“มันก็ไม่แน่แต่ถ้าช่วยมันก็คงจะต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกันบ้าง” ปิยภัศร์พูดพร้อมยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
กวินได้แต่ส่ายหัวพร้อมกับพูดว่า “ยิ้มเจ้าเล่ห์แบบนี้คงจะมีแผนการร้ายซ่อนอยู่ในใจแล้วสินะ”
“อะไรกันฉันดูเป็นคนเลวร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากมาย นอกจากเห็นสาวคนไหนถูกใจก็อยากจะฟันเขาท่าเดียว และคนอย่างนายลองนึกอยากได้อะไรแล้วละก็ต้องเอามาเป็นของตัวเองจนได้ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกลจริงไหม”
ปิยภัศร์หัวเราะพร้อมกับตบไหล่ของเพื่อนรัก
“นายเป็นเพื่อนที่รู้ใจฉันจริงๆ เลยวิน ไม่เสียแรงที่คบกันมานาน”
แต่ก่อนที่จะพูดอะไรกันต่อพิธีกรก็ขึ้นไปกล่าวเชิญเมธาวีขึ้นมาบนเวที ทำให้การสนทนาของทั้งคู่ยุติลง และหันไปให้ความสนใจพิธีการบนเวทีแทนเพราะทุกคนต่างก็รอคอยเวลานี้
เมธาวีปรากฏตัวบนเวที พร้อมกับชุดราตรียาวเกาะอกสีแดงเพลิงตัดกับสีผิวขาวนวลของเธอ ใบหน้าอ่อนใสผิวขาวอมชมพูอย่างคนสุขภาพดี ผมยาวนุ่มน่าสัมผัส เรียวปากบางสีระเรื่อมีรอยยิ้มผุดขึ้นเล็กน้อย ทุกสายตาต่างก็จับจ้องมองไปที่เธอเป็นจุดเดียวกัน นักข่าวแข่งกันรัวกดชัดเตอร์ให้แสงแฟลชวูบวาบไปหมด เธอยิ้มได้เซ็กซี่มากและกล่าวทักทายทุกคน พร้อมกับตอบคำถามของนักข่าวได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ และเป็นธรรมชาติไม่มีอาการเขินอายให้เห็น
ปิยภัศร์ยกมือลูบริมฝีปากของตัวเองพร้อมกับมองเธอด้วยสายตาโลมไล้ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า
“สวยจริงสมคำร่ำลือทั้งสวยทั้งเซ็กซี่ แบบนี้ค่อยน่าสนใจหน่อย”
กวินหันไปมองหน้าเพื่อน “นายกำลังจะบอกว่านายสนใจคุณตะวันละสิ คิดจะสละโสดหรือยังไง”
“สละโสด! พูดเป็นเล่นมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว นายก็รู้ว่าฉันหวงชีวิตโสดของตัวเองมากแค่ไหน แต่ฉันก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าฉันสนใจเธอ ว่าแต่นายสนใจเธอหรือเปล่าถ้านายสนใจฉันจะหลีกทางให้”
“ไม่ล่ะท่าทางดูจะเป็นคุณหนูอารมณ์ร้ายฉันขี้เกียจปราบพยศ เชิญนายตามสบายเถอะ แล้วนายมีแผนอะไรในใจกันแน่”
“ก็ไม่ใช่แผนซับซ้อนอะไร แค่คุณวิชญะให้เลขาของเขาติดต่อมาบอกว่าอยากจะขอพบฉัน ก็คงจะพูดเรื่องให้ช่วยเหลือธุรกิจของเขานั่นแหละ แต่ฉันยังไม่ได้ให้คำตอบอะไรกลับไป เพราะอยากที่จะมาดูตัวลูกสาวของเขาก่อนการตัดสินใจ บางทีฉันอาจจะช่วยเขานะแต่ว่ามันก็ต้องมีเงื่อนไขแลกเปลี่ยน” กวินหัวเราะก่อนที่จะพูดอย่างรู้เท่าทันความคิดของเพื่อน
“อย่าบอกนะว่าจะเอาลูกสาวของเขามาขัดดอก”
“จะพูดแบบนั้นก็ได้ไม่งั้นฉันจะชวนนายมางานวันนี้ทำไม”
และการพูดคุยของทั้งสองหนุ่มต้องยุติลง เพราะคุณวิชญะพาลูกสาวมาแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนนักธุรกิจ และคนดังในวงสังคมไฮโซมากหน้าหลายตาจนเมธาวีเองก็ไม่สามารถจดจำได้หมด ได้แต่พูดจาทักทายพวกเขาตามมารยาทเท่านั้น
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







