Masukในขณะเดียวกันนั้นเองมินตราก็นั่งทำงานอยู่ที่บริษัทเช่นกัน เธอทำงานเพลินจนเวลาล่วงเลยมาจนถึงสองทุ่มกว่างานจะเสร็จ เมื่อเธอเหลือบดูนาฬิกาก็ต้องอุทานออกมา
“สี่ทุ่มแล้วเหรอ ทำงานจนเพลินเลยเรา ไม่ได้ดูเวลาเผลอแป๊บเดียวมืดซะละ กลับดีกว่า”
มินตราสะพายกระเป๋าเดินผ่านพนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัท ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนั้นซึ่งเขาเองก็ทำความเคารพเธอพร้อมกับทักทาย
“สวัสดีครับคุณมินตรา วันนี้กลับซะดึกเลยนะครับ”
“ทำงานเพลินไปหน่อยดูเวลาอีกทีก็สี่ทุ่มละ...ไปก่อนนะ”
“ครับผม” เขาทำความเคารพเธออีกครั้ง
ขณะที่มินตราเดินมาที่ลานจอดรถ ที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับผู้บริหารของบริษัทโดยเฉพาะนั้น เธอมีความรู้สึกเหมือนกับว่ามีคนกำลังตามเธอมา เธอจึงรีบเดินไปที่รถแต่ยังไม่ทันที่จะได้เปิดประตูรถ ก็มีมือของผู้ชายสองคนมาฉุดเธอไว้ซะก่อน โดยมีผู้ชายอีกคนเป็นคนสั่ง
“จะรีบไปไหนล่ะครับคุณมิตรา”
“ปล่อยฉันนะ...พวกนายเป็นใคร...ต้องการอะไรกันแน่”
“เดี๋ยวก็รู้ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ยอมไปกับพวกเราแต่โดยดี”
“ฉันไม่ไป...ปล่อยนะ...ฉันบอกให้ปล่อยไง” มินตราพูดพร้อมกับพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมีพละกำลังมากกว่า และมากันถึงสามคน
“อย่าดิ้นสิพูดไม่รู้เรื่องเหรอไง”
“ช่วยด้วย...ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยฉันที”
พวกมันตบเธออย่างแรง “อยากส่งเสียงร้องดีนัก ฤทธิ์มากจริงนะ”
“พวกนายจะทำอะไรฉัน ใครใช้พวกนายมา” หญิงสาวรับรู้ได้ถึงเลือดที่ไหลออกมาจากมุมปากของตนเอง
“ไปกับพวกเราแล้วเดี๋ยวก็จะได้รู้เองอดใจรออีกไม่นาน”
“ไม่...ฉันไม่ไป” หญิงสาวสะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุมและพยายามวิ่งหนีไป
“บัดซบจริง...ปล่อยให้หนีรอดไปได้ยังไง...ตามไปสิ” หญิงสาวกลัวมากและพยายามที่จะวิ่งหนีสุดชีวิต แต่วิ่งไปได้ไม่ไกลก็สะดุดหกล้ม ด้วยเพราะเธอใส่รองเท้าสั้นสูงแถมยังเป็นส้นเข็ม จึงทำให้ยากต่อการวิ่งหนี
“จะไปไหน...มานี่เดี๋ยวนี้นะ” ชายหนุ่มฉกรรจ์ฉุดกระชากลากถูเธอไปทั้งที่เธอขัดขืนทำให้เกิดการต่อสู้ มินตราได้แผลที่หัวเข่าแถมข้อเท้ายังเจ็บ เพราะหกล้มเมื่อกี้แต่ก็ยังดิ้นรนที่จะหนี
“บอกให้ไปด้วยกันยังไงเล่า วอนเจ็บตัวซะละนังนี่”
มันพูดพร้อมกับต่อยไปที่ท้องของมินตราอย่างแรงเธอเจ็บจนน้ำตาไหลออกมา
‘นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วคนพวกนี้กำลังจะพาเราไปไหนกัน’
จังหวะที่กำลังตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวง ได้ยินเสียงๆ หนึ่งพูดขัดขึ้นมาซะก่อน และเมื่อเห็นว่าเป็นใครก็ดีใจจนหาที่เปรียบมิได้ เพราะนั่นหมายความว่าตัวเองจะมีทางรอดแล้ว
“พวกนายกำลังจะทำอะไรปล่อยเธอเดี๋ยวนี้นะ ฉันบอกให้เอามือโสโครกของพวกแกออกไปจากตัวเธอ”
“คุณวินช่วยฟ้าด้วยค่ะ”
“ทำไมเราจะต้องเชื่อนายด้วย และมันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของนาย หลีกไปอย่ามายุ่งกับเรื่องนี้”
“ฉันต้องยุ่งแน่เพราะว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนฉัน ฉันสั่งให้พวกนายปล่อยเธอ ทำไมยังไม่ทำอีก” เขาตะคอกใส่พวกนั้นด้วยความโกรธพร้อมกับชักปืนขึ้นมา
“หรืออยากจะลองดีกับลูกกระสุนพวกนี้”
พวกมันมองหน้ากันไปมาพร้อมกับต่อรอง
“ได้เราจะปล่อยผู้หญิงคนนี้ แต่นายก็ต้องปล่อยเราไปด้วยเช่นกัน”
“ตกลงฉันจะปล่อยพวกนายไป”
พวกมันปล่อยตัวหญิงสาวแล้วก็พากันวิ่งหนีไป มินตราหมดแรงทรุดลงไปกับพื้น กวินรีบวิ่งเข้าไปประคองตัวเธอเอาไว้แล้วถามด้วยความห่วงใย
“คุณเป็นยังไงบ้าง แล้วรู้ไหมว่าพวกมันเป็นใคร”
“ไม่เป็นไรมากหรอกค่ะ โชคดีที่คุณตามมาช่วยไว้ได้ทัน ฟ้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกมันเป็นใคร แต่ฟ้ามั่นใจว่าไม่เคยมีศัตรูที่ไหน ทำไมถึงได้เกิดเรื่องแบบนี้ได้”
แต่เมื่อเธอลุกขึ้นยืนเธอก็ต้องทรุดลงเพราะความเจ็บ ดีที่กวินช่วยพยุงเธอเอาไว้
“สงสัยข้อเท้าของคุณจะแพลงผมอุ้มคุณไปเองดีกว่า คุณไปรถของผมก็แล้วกัน ส่วนรถของคุณก็จอดทิ้งไว้ที่นี่ก่อน”
จากนั้นเขาก็ก้มลงอุ้มหญิงสาวไว้ในอ้อมแขน และนั่นทำให้มินตรารู้สึกกระวนกระวายใจ เพราะเกรงว่าอาจจะมีใครมาเห็น แล้วก็จะเข้าใจผิดกันไปใหญ่โต
“ฟ้าเดินเองได้ค่ะ”
“คุณจะเดินเองได้ยังไงก็ขาคุณเจ็บออกอย่างนี้ ผมอุ้มคุณไปน่ะดีแล้ว อีกอย่างตัวคุณก็เล็กนิดเดียวไม่หนักเท่าไรหรอกครับ”
ระหว่างที่กวินอุ้มมินตรามาที่รถเขาสังหรณ์ใจว่าผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้จะเป็นอลิส เขาประมาทเกินไปเพราะไม่คิดว่าเธอจะกล้าทำอะไรแบบนี้ ถ้าเขาจับได้ว่าเป็นฝีมือของอลิสล่ะก็เขาจะไม่ปล่อยไว้แน่ หลังจากที่อุ้มมินตรามาไว้ในรถชายหนุ่มก็ขอตัวโทรศัพท์สักครู่ เขาสั่งลูกน้องให้ตามพวกนั้นไปแล้วดูว่าเป็นฝีมือของใคร แต่คิดว่าน่าจะเป็นฝีมือของอลิสที่บงการอยู่เบื้องหลัง
และถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเขาสั่งให้ลูกน้องของเขาจับตัวอลิสเอาไว้ แล้วเขาจะกลับไปจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง จากนั้นกวินก็ขับรถออกไป เมื่อมินตราเห็นว่าเขากำลังขับรถออกนอกเส้นทาง ที่จะไปบ้านของตัวเองทำให้ต้องเอ่ยปากถาม
“คุณกำลังจะพาฟ้าไปไหนคะ นี่มันไม่ใช่ทางกลับบ้านของฟ้านะคะ”
“ผมกำลังจะพาคุณไปโรงพยาบาลครับ คุณควรจะทำแผลก่อนถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจจะทำให้แผลอักเสบ”
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







