LOGIN“พ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะคะตะวันขอบคุณเขาไปแล้วค่ะ เขาบอกกับตะวันว่าไม่ต้องคิดมาก เขาจะเป็นธุระจัดการทุกอย่างให้เอง”
“นั่นสิเขาเคยช่วยเหลือธุรกิจของเราไม่ให้พังครืนลงมาครั้งหนึ่งแล้ว นี่เขายังช่วยเหลือและต่อชีวิตของพ่อไว้อีกพ่อเกรงใจเขาจริงๆ ตะวันไปทำงานกับคุณปิยภัศร์ก็อย่าสร้างปัญหาให้เขาหนักใจนะลูก ถือว่าทำเพื่อพ่อจะได้หรือเปล่า”
“ได้สิคะอะไรที่พ่อต้องการตะวันก็พร้อมจะทำเพื่อพ่อค่ะ พี่ฟ้าก็เป็นห่วงพ่อมากนะคะแต่เธอจะต้องอยู่ดูแลกิจการของบริษัทไม่ให้สะดุด และฝากให้ตะวันบอกกับพ่อว่าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องงานที่บริษัท เพราะคุณวินจะเป็นคนคอยดูแลและช่วยสอนงานให้ค่ะ พี่ฟ้าปลีกเวลามาได้เมื่อไรก็จะมาดูแลพ่อด้วยตนเอง พ่ออย่าน้อยใจพี่ฟ้าเลยนะคะ”
“พ่อไม่น้อยใจหรอกลูก พ่อดีใจต่างหากที่ลูกของพ่อทั้งสองคนรักใคร่กลมเกลียวกันดี เมื่อกี้ตะวันว่าคุณกวินเป็นคนมาคอยดูแลและสอนงานให้พี่ฟ้าของลูกอย่างนั้นเหรอ”
“ใช่ค่ะเห็นพี่ฟ้าบอกแบบนั้นนะคะ พ่อแปลกใจอะไรคะ”
“ก็ปกติแล้วคุณกวินกับคุณปิยภัศร์มีธุรกิจมากมายที่จะต้องดูแล แม้แต่เวลาพักผ่อนยังไม่ค่อยจะมี แต่ตะวันบอกพ่อว่าคุณกวินมาคอยดูแลสอนงานให้ฟ้าพ่อก็เลยแปลกใจ คู่นี้เขามีอะไรเป็นพิเศษกันหรือเปล่าลูก”
“ตะวันก็ไม่ทราบแน่ชัดนักหรอกค่ะ ถ้าพี่ฟ้ารักกับคุณวินก็ดีเหมือนกันนะคะ เพราะคุณวินเขาเป็นสุภาพบุรุษตะวันมั่นใจว่า เขาจะดูแลพี่ฟ้าของเราได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ”
“แล้วตะวันละลูก” วิชญะพูดพร้อมกับลูบศรีษะของลูกอย่างรักใคร่หวงแหนนักหนา
“ตะวันทำไมคะพ่อ”
“ก็ตะวันไปอยู่บ้านคุณปิยภัศร์สักพักหนึ่งแล้ว เป็นยังไงบ้างไม่เห็นเล่าให้พ่อฟังบ้างเลย”
“ก็ไม่มีอะไรนี่คะ ที่โน่นเขาก็ให้การต้อนรับตะวันเป็นอย่างดีไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ตะวันไปอยู่ที่นั่นในฐานะเจ้านายคนหนึ่ง แต่ตะวันจะต้องคอยระวังตัวเวลาที่อยู่ใกล้คุณภัศร์ก็เท่านั้นเองค่ะ”
“ทำไมถึงเป็นแบบนั้นละลูก”
“ก็เขาชอบเอาเปรียบตะวัน แต่พ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะคะตะวันดูแลตัวเองได้ค่ะ และที่สำคัญก็ยังมีป้าวรรณตะวันหมายถึงแม่นมที่เคยเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็กมาคอยดูแลตะวันอีกที”
“พ่อขอโทษที่การตัดสินใจของพ่อทำให้ลูกต้องลำบาก แต่พ่อยืนยันนะว่าพ่อพยายามอย่างดีที่สุดแล้ว คิดอย่างรอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจทำลงไป และขอยืนยันว่าพ่อทำทุกอย่างเพื่อตะวันกับพี่ฟ้าของลูก พ่อทนไม่ได้ที่ลูกสองคนจะต้องมาทนอยู่อย่างลำบาก หรือต้องมาคอยฟังคนอื่นพูดดูถูกว่าพวกเราเป็นบุคคลล้มละลาย ถึงแม้การทำเช่นนั้นจะดูเหมือนว่าพ่อเอาตัวตะวันไปแลกมาก็ตาม แต่พ่อค่อนข้างมั่นใจและเชื่อสายตาของตัวเอง คุณปิยภัศร์เป็นคนดีและเขาสนใจลูกถึงได้มีเงื่อนไขแบบนั้น”
“ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ พ่อสบายใจได้ไม่ว่าเขาจะมาไม้ไหนก็ตามตะวันรับมือเขาได้อยู่แล้ว เพราะลูกสาวของพ่อคนนี้เก่งที่หนึ่งยังไงล่ะคะ” เมธาวีพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“ใช่แล้วตะวันเป็นลูกของพ่อก็ต้องเก่งเหมือนพ่อสินะ”
“ถูกต้องแล้วค่ะ ตะวันรักพ่อที่สุดเลยค่ะ” เธอลุกขึ้นไปกอดบิดาเอาไว้อย่างระมัดระวัง เพราะเขาเพิ่งจะผ่านการผ่าตัดหัวใจมา
“พ่อก็รักลูก...ตะวันเป็นเหมือนหัวใจของพ่อ เป็นสมบัติที่มีค่ามหาศาลเพียงชิ้นเดียวที่แม่ของลูกทิ้งไว้ให้”
“พ่อรับปากตะวันอย่างหนึ่งได้ไหมคะ ต่อไปนี้ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเรา ปัญหานั้นจะหนักหนาหรือร้ายแรงแค่ไหนก็ตาม พ่อห้ามเก็บมันเอาไว้และแบกรับภาระคนเดียวแบบนี้อีก พ่อต้องบอกตะวันกับพี่ฟ้านะคะเราจะได้ช่วยกันคิด พ่ออย่าลืมสิคะว่าเรามีกันสามคน อาการป่วยของพ่อก็เหมือนกัน พ่อรู้ไหมคะว่าตอนที่พวกเราสองคนรู้ว่าพ่อเป็นโรคหัวใจ และต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน ทั้งที่พ่อก็รู้อาการของตัวเองเป็นอย่างดี แต่ก็ยังดื้อที่จะทำงานอย่างหนักโดยที่ไม่ยอมพักผ่อน จนอาการกำเริบขึ้นมาขนาดนี้ มันทำให้ลูกสาวทั้งสองคนของพ่อหัวใจแทบจะหยุดเต้นตามไปด้วย”
คุณวิชญะรับปากลูกสาวว่าต่อไปนี้เขาจะไม่ปิดบัง หรือมีความลับกับลูกทั้งสองคนอีก และเขาจะอยู่กับเธอไปอีกนาน อย่างน้อยก็จะอยู่จนกว่าจะเห็นบุตรสาวทั้งสองคนมีครอบครัวเป็นฝั่งเป็นฝา และมีความสุขในชีวิตคู่อย่างแท้จริง รวมไปจนถึงจะช่วยเลี้ยงหลานที่จะทยอยตามมาอีกด้วย เมธาวียิ้มถูกใจกับคำตอบที่ได้รับ
เมธาวีจะมาเฝ้าบิดาเฉพาะในตอนกลางวันเท่านั้น เพราะว่าในตอนกลางคืนจะมีพยาบาลพิเศษที่หมอเจฟหามาเฝ้าพ่อของเธอตามคำสั่งของใครบางคน ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนปิยภัศร์เจ้านายจอมกวนประสาทของเธอ หญิงสาวได้แต่นึกขอบคุณเขาอยู่ในใจ ที่เขาใส่ใจพ่อของเธอแม้แต่เรื่องเล็กน้อยแบบนี้
“จะว่าไปนายก็เป็นคนดีคนหนึ่งเหมือนกันนะ”
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







