LOGINกวินขับรถไปรับมินตราและพามาที่ผับของเขา เพราะเขาจะต้องเข้ามาเคลียร์งานที่นี่ และอยากให้เธอมาอยู่ด้วย ทั้งที่รู้ว่าปกติหญิงสาวจะไม่ค่อยชอบสถานที่แบบนี้สักเท่าไร กวินบอกกับแฟนสาวว่าคืนนี้ปิยภัศร์จะแวะมาหาเขาที่นี่ด้วย
มินตรายิ้มและบอกว่าดีเหมือนกันเธอจะได้ถือโอกาสนี้ ขอบคุณเขาเกี่ยวกับเรื่องของพ่อที่เขาเป็นธุระจัดการทุกอย่างให้เป็นอย่างดี จนกวินบ่นด้วยน้ำเสียงน้อยใจ
“ขอบคุณแต่นายภัศร์เหรอครับ ผมไม่มีความหมายอะไรเลยงั้นเหรอ”
“ใครว่าคะฉันก็ต้องขอบคุณคุณด้วยที่ช่วยสอนงานให้ฉันตั้งมากมาย คนอะไรตัวโตแล้วยังขี้น้อยใจอีก ขอบคุณนะคะสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำให้ฉัน” หญิงสาวกล่าวขอบคุณพร้อมกับจูบปลายคางของเขา กวินพามินตราเดินเข้าไปถึงห้องทำงานของเขาที่ตกแต่งอย่างหรูหรา ชายหนุ่มถามพนักงานว่าปิยภัศร์เดินทางมาถึงหรือยัง และก็ได้รับคำตอบว่ายังไม่มีใครเห็นเขา
“ป่านนี้ยังไม่มาสงสัยคงจะมาดึก คุณหิวหรือเปล่าครับเดี๋ยวผมสั่งให้เด็กเอาอาหารมาให้นะครับ”
จากนั้นก็ยกหูโทรศัพท์ออกไปสั่งให้เด็กจัดอาหารที่ดีที่สุดมาให้เธอ ส่วนเขาก็ขอตัวไปนั่งทำงานโดยมีหญิงสาวนั่งอ่านหนังสือแฟชั่นที่ถือติดมือมาด้วยอยู่ที่โซฟา ปิยภัศร์เดินเข้ามาหลังจากเวลาผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง
“นายมาถึงนานแล้วเหรอวิน”
“อืม นั่งก่อนสิ ทำไมถึงมาที่นี่ได้”
“ฉันก็แค่รู้สึกเบื่อก็เลยอยากจะมาชวนนายดื่มเหล้า”
แล้วเขาก็หันไปเห็นมินตรานั่งอยู่ที่โซฟาจึงเอ่ยปากทัก
“สวัสดีครับคุณฟ้ามานานแล้วเหรอครับ ผมไม่ทันเห็นคุณก็เลยไม่ได้ทัก”
“สวัสดีค่ะคุณภัศร์”
“นายทำงานเสร็จหรือยังวิน”
“ใกล้เสร็จแล้วนายถามทำไม”
“ฉันก็จะหาเพื่อนกินเหล้านะสิ”
“ได้ นายอยากจะดื่มอะไรก็สั่งให้เด็กยกมาได้เลย” ปิยภัศร์หันไปบอกกับเด็กที่มารอรับคำสั่งของเขา จากนั้นเด็กหนุ่มก็รีบออกไปจัดการตามคำสั่งของปิยภัศร์ในทันที เมื่อชายหนุ่มเดิมเข้ามานั่งโซฟาอีกตัวซึ่งอยู่ใกล้กับตัวที่เธอนั่งอยู่ก่อน มินตราถือโอกาสนี้กล่าวขอบคุณเขา
“ขอบคุณมากนะคะคุณภัศร์ ที่คุณเป็นธุระจัดการทุกอย่างให้เกี่ยวกับการผ่าตัดหัวใจของพ่อ”
“ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องเกรงใจผม”
กวินเดินมานั่งที่โซฟาตัวเดียวกับหญิงสาว พร้อมกับโอบไหล่ของเธอไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ ปิยภัศร์หลี่ตาเรียวเล็กของเขามองการกระทำของเพื่อนพร้อมกับถามว่าด้วยความประหลาดใจ
“นี่มีอะไรที่ฉันควรจะต้องรู้แล้วยังไม่รู้บ้างหรือเปล่า”
“นายนี่มันจมูกไวจริงๆ เลยนะ เราสองคนตกลงที่จะคบกันอย่างจริงจัง”
“อะไรนะ! เป็นความจริงใช่ไหม ขอแสดงความยินดีกับคุณด้วยนะครับคุณฟ้า นายด้วยวิน”
“ขอบใจ/ขอบคุณค่ะ”
พวกเขากล่าวขอบคุณพร้อมกัน และในขณะที่ปิยภัศร์ชงเหล้าให้ตัวเองกับเพื่อนอยู่นั้นกวินก็เอ่ยถาม
“นายเป็นอะไรไปทำหน้าเหมือนไม่สบอารมณ์กับอะไรมา แล้วทำไมคืนนี้มาคนเดียวไม่มีสาวสวยตามมาด้วยเหมือนทุกครั้ง”
“ช่วงนี้รู้สึกเบื่อก็เลยไปไหนมาไหนคนเดียวไม่อยากที่จะควงใคร อีกอย่างวันนี้ฉันก็ตั้งใจที่จะมาชวนนายดื่มเหล้าด้วย”
“นายดูแปลกไปนะ ปกติคาสโนว่าหนุ่มอย่างนาย ไม่เคยขาดผู้หญิงสวยข้างกายมาก่อนเลย”
“นายก็พูดเกินไปเดี๋ยวคุณฟ้าจะเข้าใจผิด ว่าแต่ฉันคนเดียวนายเองก็ใช่ย่อยเหมือนกัน คุณฟ้าต้องระวังเขาไว้ให้ดีนะครับ ชื่อเสียงเรื่องผู้หญิงของเขาก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผมสักเท่าไร เพียงแต่ว่าของเขามักไม่ค่อยเป็นข่าว”
มินตราเพียงแต่ยิ้มรับคำพูดหยอกเย้าอีกฝ่าย
“ตะวันโทรหาคุณฟ้าบ้างหรือเปล่าครับ” ปิยภัศร์เอ่ยถาม
“เคยโทรมาตอนเดินทางไปถึงค่ะบอกว่าการเดินทางเรียบร้อยดี และไม่ต้องเป็นห่วงอะไร ทุกอย่างคุณให้คนจัดเตรียมไว้หมดแล้ว” กวินหัวเราะออกมาด้วยความขบขันอะไรบางอย่าง
“ฉันพอจะรู้สาเหตุ...ของอาการเบื่อหน่ายของนายแล้ว”
“นายหมายความว่ายังไง”
“ก็ที่นายรู้สึกเบื่อหน่ายอยู่ตอนนี้ ก็เป็นเพราะว่านายคิดถึงตะวันใช่ไหม”
“เปล่าซะหน่อยนายก็พูดไปเรื่อย” ปิยภัศร์รีบพูดแก้ตัว
“อย่ามาโกหก เราเป็นเพื่อนกันมานานมีหรือที่ฉันจะไม่รู้ว่า ตอนนี้นายกำลังคิดอะไรอยู่ นายคิดถึงตะวันก็ยอมรับมาเถอะ ไม่เห็นจะต้องกลัวเสียฟอร์มเลย อีกอย่างเจ้าตัวเขาก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย”
“ถึงเขาไม่อยู่แต่นายอย่าลืมว่าพี่สาวของเขาก็นั่งอยู่ที่นี่กับเรา”
“แล้วไงตกลงนายจะยอมรับไหมว่านายคิดถึงเธอ”
“ก็คงงั้นตั้งแต่ตะวันไม่อยู่ บ้านดูเงียบเหงาลงไปแม้แต่ป้าวรรณยังบ่นคิดถึงเธอเลย น่าแปลกนะตะวันเพิ่งจะเข้าไปอยู่ที่นั่นได้ไม่นานแต่ก็ทำให้บ้านของฉันคึกครื้น ป้าวรรณบอกว่าแม้แต่เด็กรับใช้ในบ้านต่างก็พากันหลงรัก และอยากที่จะอยู่คอยรับใช้ตะวัน แต่พอตะวันหายไปบ้านมันก็เงียบผิดปกติ”
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







