LOGINณ งานแสดงแฟชั่นโชว์เครื่องเพชรที่โรงแรมดังย่านสุขุมวิท เหล่าบรรดานางแบบชั้นแนวหน้าของเมือง ไทยต่างก็มารวมตัวกันที่นี่ และกำลังวุ่นอยู่กับการแต่งหน้าแต่งตัว แต่เมธาวีแต่งหน้าทำผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอเลือกที่จะนั่งพักอยู่ในมุมหนึ่งของห้องแต่งตัว เพื่อรอเวลาเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินสองนางแบบของงานในคืนนี้คุยกัน
“คุณปิยภัศร์ของเธอมาถึงแล้วนะซินดี เขามาพร้อมกับคุณกวิน”
“งั้นเดี๋ยวฉันไปหาเขาก่อน ขอบใจมากนะจินนี่ที่มาบอก”
ซินดี้เดินตามหาชายหนุ่ม จนพบว่าเขายืนคุยกับกวินเพื่อนรักของเขาอยู่ที่ข้างเวที เธอจึงวิ่งเข้าไปหาพร้อมกับกอดแขนเขาและจูบแก้มเขา อีกทั้งยังพูดตัดพ้อต่อว่าที่เขาไม่ยอมรับโทรศัพท์ของเธอ
ปิยภัศร์แก้ตัวไปว่าเป็นเพราะงานเขายุ่งมาก และเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะละเลยเธอแม้แต่น้อย เขากอดรัดฟัดเหวี่ยงแม่สาวซินดี้ตรงหน้าไม่ห่างและไม่เกรงสายตาของใคร กวินมองพร้อมกับส่ายหัวจนสายตาไปเจอกับหญิงสาวคนหนึ่งเข้า เขาจึงเดินเข้าไปทักทายเธอพร้อมรอยยิ้ม
“สวัสดีครับคุณตะวันมานานแล้วเหรอครับ”
“สวัสดีค่ะคุณวินก็มาสักพักแล้วค่ะ ไม่ยักทราบมาก่อนว่าคุณก็ชอบมางานแบบนี้ด้วย”
“พวกผมมาเพราะคุณเป็นนางแบบกิตติมศักด์ของงานนี้นะครับ ปกติแล้วงานแบบนี้พวกผมไม่มากันหรอกครับ เรื่องเพชรต้องเหมาะกับผู้หญิง”
“ขอบคุณนะคะที่แวะมา แต่อย่าลืมซื้อเครื่องเพชรติดไม้ติดมือกลับไปฝากแฟนบ้างสักชุดสองชุดนะคะถือว่าทำกุศลร่วมกัน เพราะรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายของงานนี้ เขาจะนำไปบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีค่ะ”
แล้วสายตาของเมธาวีก็หันไปพบเข้ากับภาพที่ไม่ค่อยโสภาสักเท่าไร เพราะเป็นภาพของผู้ชายชีกอคนนั้นกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยง และจูบนัวเนียอยู่กับแม่ซินดี้นางแบบสาวคนหนึ่งของงานนี้
“ฉันขอตัวก่อนนะคะจะต้องไปเตรียมเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว เพราะว่าเดี๋ยวการแสดงก็จะเริ่มขึ้นแล้ว”
“ตามสบายครับ...คุณเดินชุดสุดท้ายเลยใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” เมื่อเธอเดินผ่านปิยภัศร์ซึ่งกำลังจูบปากดูดดื่มอยู่กับซินดี้นั้น สายตาของคนทั้งคู่ก็สบกันพอดี และเขาได้ยินเสียงเธอพูดเหน็บแนมเขาพร้อมกับยิ้มเยาะ
“พวกหื่นกาม โรงแรมมีเยอะแยะก็ไม่ไป ชอบมาทำอะไรประเจิดประเจ้อแถวนี้”
นี่เองเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาหงุดหงิดเป็นอย่างมาก และเป็นช่วงจังหวะเดียวกันกับที่ซินดี้ขอเข้าไปเตรียมตัว เพราะว่างานแฟชั่นโชว์กำลังจะเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับบอกเขาว่าจะไปหาที่โต๊ะหลังงานเลิก เธอจูบปลายคางของเขาก่อนที่จะผละจากไป
จากนั้นปิยภัศร์ก็เดินมาที่โต๊ะวีไอพีที่กวินนั่งอยู่ เขานั่งลงอย่างกระแทกกระทั้นเหมือนไม่พอใจอะไรมาสักอย่าง
“นายเป็นอะไร อารมณ์เสียมาจากไหน ปกติเวลานายเจอสาวๆ จะอารมณ์ดีป็นพิเศษไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมวันนี้ถึงได้อารมณ์เสีย หรือว่าซินดี้ทำอะไรให้ไม่พอใจ”
“อย่างซินดี้น่ะเหรอจะทำให้ฉันหงุดหงิดได้ ไม่มีความสำคัญถึงเพียงนั้นหรอก”
“แล้วถ้างั้นใครกันที่ทำให้คุณปิยภัศร์หงุดหงิดได้ถึงเพียงนี้”
“จะมีใครได้นอกจากคุณหนูเมธาวี”
“ทำไมเธอไปทำอะไรให้นายโกรธ”
จากนั้นปิยภัศร์ก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้กวินฟัง พอฟังจบกวินก็หัวเราะเสียงดัง
“มันก็จริงอย่างที่เธอพูดนายชอบทำอะไรประเจิดประเจ้อ เธอก็พูดของเธอถูกไม่เห็นจะต้องโกรธ หรือที่โกรธเป็นเพราะเธอไม่ได้สนใจในตัวนายเหมือนผู้หญิงคนอื่น”
“วินนายเงียบไปเลย...ฝากไว้ก่อนเถอะตะวันแล้วเราจะได้เห็นดีกัน ถึงตอนนั้นฉันจะทำให้เธอร้องไม่ออกเลยทีเดียว”
ปิยภัศร์สั่งให้เพื่อนรักหุบปากและพูดอย่างอาฆาตแค้นถึงหญิงสาว ที่เพิ่งจะฝากคำพูดเจ็บๆ คันๆ ทิ้งไว้ให้เขาก่อนหน้านี้
“อย่าหงุดหงิดไปเลยมาดูแฟชั่นโชว์กันดีกว่า”
สองหนุ่มยุติการสนทนาและหันไปให้ความสนใจบนเวที แฟชั่นโชว์ดำเนินไปจนกระทั่งถึงไฮไลท์ของงานในค่ำคืนนี้ พิธีกรบนเวทีกล่าวแนะนำนางแบบคนสำคัญที่ให้เกียรติมาร่วมเดินแบบในครั้งนี้
“ขอแนะนำนางแบบกิตติมศักดิ์คนสำคัญในค่ำคืนนี้ คุณเมธาวี จิระกานต์กุล เธอเพิ่งจบการศึกษาปริญญาโทจากประเทศสหรัฐอเมริกา และได้ให้เกียรติมาเดินแบบเครื่องเพชรชุดสำคัญ ที่มีราคาแพงที่สุดในค่ำคืนนี้ด้วยครับ”
พอจบคำแนะนำของพิธีกร หญิงสาวก็ปรากฏตัวและเดินบนแคทวอร์ค ด้วยชุดราตรียาวเกาะอกสีดำตัดกับสีผิวขาวนวลของเธออย่างมั่นใจ แสงแฟรชวูบวาบมากพอๆ กับแสงแวววาวจากเพชรที่เธอสวมใส่เลยทีเดียว กวินหันไปกระซิบกับปิยภัศร์
“เธอดูสวยและเซ็กซี่เหมาะกับเครื่องเพชรที่สวมใส่มากเลยนะนายว่าไหม”
ปิยภัศร์ไม่ได้พูดอะไรได้แต่พยักหน้าให้กับกวิน พร้อมกับหันไปสนใจหญิงสาวที่ทำให้เขาหงุดหงิดอารมณ์เสียในค่ำคืนนี้
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท





![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

