LOGINงานทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี ปิยภัศร์เป็นคนประมูลเครื่องเพชรชุดที่เมธาวีสวมใส่ ด้วยราคาสูงถึงร้อยห้าสิบล้านบาทเลยทีเดียว เพราะเพชรแต่ละเม็ดล้วนแล้วแต่เป็นเพชรที่ถูกคัดสรร และทำการเจียระไนมาอย่างดี ที่สำคัญเป็นเพชรน้ำหนึ่งที่เจ้าภาพของงานตั้งใจจัดมาแสดงและประมูล เพื่อหารายได้ไปบริจาคให้เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก
ปิยภัศร์เองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะเอาเครื่องเพชรชุดนี้ไปทำอะไร รู้แต่เพียงว่าเขาไม่อยากให้เครื่องเพชรหรือข้าวของที่เธอเคยสวมใส่ตกไปอยู่ในมือของคนอื่น บางทีเขาอาจจะเอาเครื่องเพชรชุดนี้กำนัลให้กับเธอ ถ้าเธอปรนนิบัติได้ถูกใจเขา
กวินเองก็ร่วมประมูลเครื่องเพชรจากงานนี้ไปสองชุดเช่นกัน รวมมูลค่ากว่าร้อยล้านบาท
ในระหว่างที่ชายหนุ่มรอซินดี้คู่ขาเก่าอยู่นั้น กวินก็เดินโอบหญิงสาวที่ปิยภัศร์จำได้ว่าเธอก็เป็นนางแบบคนหนึ่ง ที่ร่วมเดินแบบในค่ำคืนนี้ด้วยเช่นกัน เขาเอ่ยปากขอตัวกลับก่อน ปิยภัศร์พยักหน้ารับรู้ และยืนรออยู่สักพักซินดี้ก็เดินเข้ามากอดแขนของเขาเอาไว้จากนั้นทั้งคู่ก็เดินไปที่รถ
เมื่อทั้งสองคนเดินเข้ามานั่งในรถซินดี้ก็กอดชายหนุ่มเป็นพัลวัน พร้อมกับการจูบที่เร่าร้อนดูดดื่มซึ่งเขาก็ปล่อยให้เธอทำเช่นนั้น แถมยังสนองตอบหญิงสาวกลับไปด้วยจูบที่ดุดัน มือของเขาลูบไล้ผ่านเข้าไปในเสื้อคอกว้างกำมะหยี่สีดำของเธอ ซึ่งซินดี้เองก็ไม่ได้สวมใส่บราเซีย เธอครางออกมาด้วยความพึงพอใจกับสัมผัสที่ชายหนุ่มมอบให้
ในขณะเดียวกันนั้นเอง...ตะวันที่เปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเสร็จก็เดินมาที่รถ แต่ว่าเธอดันทำกุญแจรถตกจึงก้มลงเก็บ ฉับพลันสายตาก็มองเข้าไปเห็นบทรักร้อนแรงในรถของชายหนุ่ม ซึ่งจำได้ทันทีว่าชายหนุ่มคนนั้นคือใคร
เมธาวีถึงกับตกใจแล้วก็รีบเดินกลับไปที่รถของตัวเองเพื่อที่จะขับออกไปด้วยความรวดเร็ว แต่ปิยภัศร์ก็ยังทันเห็นปฏิกิริยาของเธออยู่ดีที่เห็นเขากับซินดี้กอดจูบกันภายในรถ
เขาเปลี่ยนแผนทันทีโดยบอกกับซินดี้ว่าให้เธอกลับบ้านไปก่อน แล้วเขาจะติดต่อเธอกลับไป ตอนแรกซินดี้ทำท่าจะปฏิเสธแต่พอเห็นสายตาดุดันของเขาที่มองมาที่เธอ ทำให้เธอต้องยอมทำในสิ่งที่เขาต้องการ เมื่อซินดี้ลงไปจากรถยังไม่ทันที่จะปิดประตูให้ดี เขาก็ออกรถไปด้วยความเร็วสูงอย่างรีบร้อน
ปิยภัศร์ขับรถตามหญิงสาวจนทันและขับตามเธอไปห่างๆ เพื่อไม่ให้เธอรู้ตัวว่ากำลังถูกสะกดรอยตาม จนเมื่อเธอเลี้ยวรถเข้าบ้านเรียบร้อยเขาก็ขับรถกลับบ้านของตัวเอง ทำไมเขาต้องทำแบบนี้เขาก็ไม่เข้าใจการกระทำแปลกๆ ของตัวเองเหมือนกัน
กวินขับรถพาหญิงสาวที่เขาควงมาด้วยซึ่งเขาจำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของเธอ และไม่คิดว่าจะต้องจดจำเพราะเขาเอาเธอมาเพื่อปลดเปลื้องความใคร่ของเขาในค่ำคืนนี้เท่านั้นเอง
เขาใช้ชีวิตกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าผ่านมาก็ผ่านไปไม่มีการผูกมัด ถูกใจก็คบต่อแต่ถ้าไม่ก็เลิกลากันไปโดยเขาให้เงินพวกหล่อนเป็นค่าตอบแทน ครั้งนี้ก็เช่นกันไม่มีอะไรแตกต่าง เขาพาเธอขึ้นไปบนคอนโดหรูหราของเขาแทนที่จะพาไปที่บ้าน
เมื่อพาเธอเข้าไปในห้องกวินกระชากร่างของเธอเข้ามาในอ้อมกอดอย่างแนบชิด ก่อนจะก้มลงแนบริมฝีปากลงบนริมฝีปากบางอย่างหนักหน่วงรุนแรง
มือเรียวยาวของเขาเริ่มซุกซนลูบไล้ไปยังแผ่นหลังเนียนผ่านเสื้อตัวบางและวกเข้าไปยังเนื้อนวลใต้เสื้อ ก่อนที่มือเรียวยาวข้างเดิมจะไล้วนมายังด้านหน้าลูบไล้ผ่านทรวงอกทีละข้างอย่างช้าๆ ส่วนมืออีกข้างเริ่มไล้ลงบนสะโพกเนียน หญิงสาวในอ้อมแขนเขาเริ่มหายใจติดขัด
กวินผลักเธอให้นอนลงบนโซฟาในห้องรับแขก และแนบร่างตามลงไปเขาแนบริมฝีปากลงบนริมฝีปากบางแล้วบทรักร้อนแรงก็เริ่มต้นขึ้น โดยที่หญิงสาวเองก็ตอบสนองเป็นอย่างดี
จากนั้นทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างเร่าร้อนรุนแรง จนทั้งคู่ถึงจุดหมายปลายทางพร้อมกัน กวินซบหน้าลงบนซอกคอของหญิงสาวอย่างเหนื่อยอ่อนก่อนที่จะลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมกลับไปนอนที่บ้าน
เขารอจนหญิงสาวอาบน้ำแต่งตัวออกมาชายหนุ่มส่งเช็คให้เธอเป็นค่าตอบแทนสำหรับความสุขที่เธอมอบให้เขา หญิงสาวทำหน้างงอย่างไม่เข้าใจ กวินหยิบเช็คที่เขาเตรียมไว้ใส่มือของเธอ อีกทั้งยังบอกยุติความสัมพันธ์เพียงชั่วข้ามคืน
หญิงสาวมองดูตัวเลขหนึ่งแสนบาทเขาจ่ายค่าตัวเธอแพงขนาดนี้เลยเหรอ ถ้าไม่เอาก็โง่เต็มทีละหลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไป พร้อมกับความสัมพันธ์ที่จบลงอย่างง่ายดาย
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







