Accueil / LGBTQ+ / หัวใจศิขริน / บทที่ 1 ถุงกุหลาบ

Partager

บทที่ 1 ถุงกุหลาบ

last update Date de publication: 2026-03-12 17:34:04

นับตั้งแต่วันที่ป้าพิไลพาลลินเข้ามาอยู่ใน วังศิขริน หญิงสาวชาวดอยก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน

เธอไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นคนใช้ แต่ถูกวางตัวในฐานะ ‘ผู้ช่วยช่างตัดเสื้อ’ ที่ท่านหญิงศิขรินรับอุปการะโดยตรง

ลลินมีห้องพักเล็ก ๆ ของตัวเอง มีอาหารครบสามมื้อ มีชุดสวย ๆ ที่ป้าพิไลเย็บให้

และมีโอกาสได้เห็นท่านหญิงศิขรินทุกวัน สำหรับลลิน นั่นคือของขวัญล้ำค่าที่สุด

ทุกเช้าลลินจะช่วยป้าพิไลจัดด้าย จัดผ้า เก็บเศษไหมที่หรูหราอย่างทะนุถนอมราวกับเป็นทองคำ และทุกครั้งที่ท่านหญิงศิขรินเข้ามาลองชุด ลลินก็จะแอบหลบไปอยู่มุมห้องอย่างเกรงใจ

สายตาของเธอมักจะเผลอมองผู้เป็นนายอย่างลืมตัวท่านหญิงศิขรินในชุดราตรีสีแดงเข้ม ท่านหญิงศิขรินในชุดสีน้ำเงินไหมทอง ท่านหญิงศิขรินในชุดเรียบหรูสีงาช้าง

ไม่ว่าจะสวมใส่ชุดไหน...ช่างงดงามเหมือนภาพวาด

จนกระทั่งวันหนึ่งที่ท่านหญิงเข้าไปลองชุดในห้องตัดเย็บ ลลินสังเกตเห็นเงาใหญ่ของสัตว์ชนิดหนึ่ง ทาบทับอยู่ด้านหลังท่านหญิง

เงานั้น เพียงลลินเห็นแว็บแรกก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าเป็นเงาของสัตว์ชนิดใด

เงาเสือใหญ่ที่มีท่าทางเหมือนกำลังคำราม แม้ไม่ได้ยินเสียงแต่ก็น่ากลัวจนลลินใจหล่นวูบ แต่เพียงกะพริบตาแค่เสี้ยววินาที มันก็หายไป

ลลินเก็บเรื่องราวของสิ่งที่เห็นไว้ในใจ เธอไม่กล้าถาม และไม่กล้าจินตนาการอะไรไปมากกว่านั้น เพียงแต่รู้สึกว่าท่านหญิงมีบางสิ่งที่คนอื่นไม่มี

และมันทำให้เธอทั้งเกร็ง…ทั้งอยากเข้าใกล้ไปพร้อมกัน

ช่วงแรกของการมาอยู่ที่วังลลินไม่ได้เจอท่านหญิงบ่อยนัก หากไม่นับช่วงเวลาที่ท่านหญิงแวะไปลองชุดที่ห้องตัดเย็บ สาเหตุหนึ่งก็เพราะท่านหญิงมักจะอยู่แต่ในห้องนอน และที่นั่นคือเขตหวงห้าม หากไม่มีรับสั่งให้เข้าเฝ้า ไม่ว่าใครก็ห้ามเข้าไปในห้องนั้นเด็ดขาด

วันหนึ่งลลินเห็นกลีบดอกไม้ในสวนร่วงโรยเป็นจำนวนมาก ด้วยความเสียดายจึงเก็บกลีบสีชมพูอ่อนที่ยังสดไว้แล้วเอาไปตากให้แห้ง

หลังจากนั้นเธอเย็บถุงผ้าใบเล็กแบบหยาบ ๆ ด้วยฝีมือที่ยังไม่สู้ดีนัก เอากลีบกุหลาบใส่ไว้ในถุงผ้าใบนั้น แล้วนำไปวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงของท่านหญิงในช่วงที่องครักษ์ไม่อยู่และเป็นช่วงที่ท่านหญิงลงไปห้องทานข้าวพอดี

แม้รู้ว่าห้องนอนคือเขตหวงห้าม แม้รู้ว่าการทำเช่นนี้อาจจะโดนทำโทษ แต่จุดประสงค์ของลลินก็แค่อยากให้ห้องของท่านหญิงหอมขึ้น เพราะคนที่อยู่ในห้องนั้นดูเหมือนเหงาเหลือเกิน

เมื่อศิขรินกลับมา เธอสังเกตเห็นถุงผ้าเล็ก ๆ สีชมพูวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง แน่นอนว่ามันไม่เข้ากับห้องเลย ด้วยความสงสัยจึงหยิบมันขึ้นมาดูใกล้ ๆ แล้วก็ได้กลิ่นกุหลาบหอมเจือจาง

วินาทีนั้น ใบหน้าเรียบเฉยของท่านหญิงค่อย ๆ คลี่ยิ้มมุมปาก เป็นการกระทำที่เจ้าตัวเองก็แปลกใจ เพราะท่านหญิงกับรอยยิ้มนั้นแทบจะเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกัน

ทุกคนในวังรู้ดีว่า ใบหน้าของท่านหญิงแทบไม่เคยมีรอยยิ้ม ไม่ใช่เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาท่านหญิงไม่มีความสุข แต่มันเป็นเพราะหญิงสาวที่ชื่อศิขรินไม่รู้จะยิ้มกับเรื่องอะไรต่างหาก

ทว่าตอนนี้...ใบหน้าของท่านหญิงเกิดรอยยิ้ม

ไม่ใช่เพราะถุงผ้าน่ารัก ไม่ใช่เพราะกลิ่นหอมถูกใจ แต่เพราะ ‘ความตั้งใจ’ ของคนเย็บมันต่างหาก

ความอบอุ่นเล็ก ๆ ที่ไม่ได้สัมผัสมานานค่อย ๆ แทรกเข้ามาในหัวใจเธออย่างไม่ทันตั้งตัว

เจ้าของห้องวางถุงกุหลาบลง แล้วเดินไปเอ่ยกับองครักษ์หน้าห้องว่า “เรียกลลินมาพบเราที่ห้องเดี๋ยวนี้”

องครักษ์ที่ได้ยินถึงกับชะงัก เพราะท่านหญิงไม่เคยเรียกใครเข้าห้องส่วนตัวมาก่อน แต่ก็น้อมรับคำสั่งแต่โดยดี

ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น พร้อมกับน้ำเสียงอ่อนหวานที่ทำให้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของศิขรินอ่อนยวบ

“ท่านหญิงเพคะ ลลินเองค่ะ” เสียงหวานดังอยู่หน้าประตู

“เข้ามา” คนในห้องตอบสั้น ๆ

เมื่อได้รับอนุญาต ลลินก็เดินเข้าไปในห้องด้วยหัวใจสั่นระรัว เธอยังคงนึกถึงบรรยากาศเมื่อเช้าที่แอบเข้ามาในห้องนี้ได้ดี ห้องนอนของท่านหญิงดูเงียบวังเวงชอบกล หนำซ้ำในตอนที่เธอเข้ามา ไม่มีใครอื่นอยู่ในห้องนี้ แต่ลลินกลับรู้สึกว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องเธอตลอดเวลา

หญิงสาวเดินมาหยุดตรงหน้าเจ้าของห้อง แล้วนั่งพับเพียบลงบนพื้นพรมตรงหน้า เธอสวมชุดเดรสสีขาวเรียบง่ายที่ตัดเย็บโดยฝีมือป้าพิไล ใบหน้าสดใสไร้การเติมแต่ง แต่ทุกอย่างของความธรรมดาที่เป็นลลิน กลับเรียกจุดสนใจจากท่านหญิงได้เป็นอย่างดี

“ทำอะไรอยู่ ทำไมเพิ่งมา”

คำถามนั้นส่งมาพร้อมน้ำเสียงเย็นยะเยือก แม้ท่านหญิงจะไม่ตั้งใจให้เป็นแบบนั้น แต่ก็ทำให้คนเด็กกว่าถึงกับสะดุ้ง

“ขอประทานอภัยเพคะท่านหญิง หม่อมฉันกำลังช่วยคุณป้าเก็บกวาดเศษผ้าในห้องตัดเย็บค่ะ ก็เลยมาช้า”

ท่านหญิงหลุบสายตาลงมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้า “เราเคยบอกว่าไม่ต้องใช้ราชาศัพท์กับเรา จำไม่ได้รึไง”

“เอ่อ...คือ” ลลินตะกุกตะกัก

“อีกอย่าง เวลาคุยกับเรา ทำไมถึงไม่มองหน้าเรา มัวแต่นั่งก้มหน้าอยู่อย่างนั้น”

หญิงสาวเม้มปากแน่น ก่อนตอบอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

“ป้าพิไลสอนว่า ให้วางตัวให้ห่างจากท่านหญิงค่ะ ต้องรู้จักกาลเทศะ ป้าบอกว่าท่านหญิงใจดี แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะคุยเล่นได้ หนูก็เลย...ไม่กล้ามองค่ะ”

ศิขรินเงียบไปหนึ่งอึดใจ เมื่อก้มลงมองคนเด็กกว่าอีกครั้งก็เห็นว่าลลินแอบมองเธอ ทว่าเมื่อสบสายตากัน อีกฝ่ายก็รีบก้มหน้าลงต่ำอีกครั้ง เธอนึกขำในใจ เพราะเริ่มเห็นความก๋ากั่นของเด็กคนนี้

“ไม่กล้ามองงั้นเหรอ...เราว่าไม่ใช่หรอก เธอชอบแอบมองต่างหาก ที่ห้องตัดเย็บเธอก็แอบมองเราหลายครั้งแล้ว จริงหรือไม่”

น้ำเสียงของท่านหญิงยังคงนิ่งเรียบ ทว่าคำถามนั้นกลับทำให้ลลินใจหล่นวูบ เพราะที่ผ่านมา ทุกครั้งที่แอบมองอีกฝ่าย หญิงสาวคิดมาตลอดว่า ท่านหญิงคงไม่เห็นการกระทำของเธอ

“ขออภัยเพคะท่านหญิง หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจ ที่แอบมองก็เพราะ...” ลลินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่แน่ใจนักว่าถ้อยคำที่อยู่ในใจนั้นสมควรพูดออกไปหรือไม่ ไหนจะถ้อยคำที่ป้าพิไลย้ำเตือน แต่สุดท้ายลลินก็พูดไปอย่างที่ใจคิด “ท่านหญิงงดงาม จนหม่อมฉันอยากจะเห็นเต็มสองตา ก็เท่านั้นค่ะ”

ความจริงใจในคำตอบที่แสนซื่อนั้น ทำเอาคนที่ได้ยินถึงกับเผลอยิ้มออกมา และนี่ก็เป็นครั้งที่สองของวันแล้ว ที่รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของศิขริน

“อยากเห็นเราเต็มตางั้นเหรอ” ท่านหญิงก้มลงมองคนเด็กกว่า ลลินพยักหน้าเบา ๆ “งั้นก็มองให้เต็มตาสิ”

สิ้นสุดประโยคนั้น เมื่อลลินเงยหน้าขึ้น เธอก็เจอเข้ากับใบหน้างดงามของท่านหญิงที่มองอยู่ในระยะใกล้ หญิงสาวเจ้าของวังแห่งนี้กำลังย่อตัวนั่งอยู่ตรงหน้าเธอ

วินาทีนั้นเหมือนทุกอย่างรอบตัวดับสลาย ลลินไม่รับรู้ถึงสิ่งใดรอบข้างอีกแล้ว ความงดงามที่อยู่ตรงหน้าเหมือนมีเวทมนตร์ที่ทำให้เธอไม่สามารถละสายตาได้สักวินาที

“คราวนี้ เห็นเต็มตาหรือยัง”

ริมฝีปากที่ขยับเล็กน้อยทำให้ลลินได้สติ แล้วเธอก็รีบก้มหน้ามองพื้น พร้อมกับพยักหน้ารัว ๆ

“เห็นแล้วค่ะ เห็นเต็มตาแล้ว” น้ำเสียงตะกุกตะกักของอีกฝ่ายกลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของท่านหญิงแจ่มชัด

ยิ่งเห็นท่าทีตัวสั่นงันงกของหญิงสาว ท่านหญิงยิ่งชอบใจ

“คราวนี้ถ้าอยากจะมองหน้าเราก็มอง ไม่ต้องแอบมอง เข้าใจที่เราพูดมั้ย”

ลลินพยักหน้าทั้งที่ยังก้มหน้าอยู่เช่นเดิม ท่านหญิงส่ายหน้าเบา ๆ และไม่สนใจท่าทีของคนเด็กกว่าอีกต่อไป

“ที่เราเรียกมา เราจะถามเรื่องถุงกุหลาบนี่” ท่านหญิงยื่นถุงกุหลาบที่การตัดเย็บไม่ประณีตนักไปตรงหน้าลลิน “ฝีมือของเธอใช่ไหม”

ลลินหน้าเสียทันที แต่ก็ก้มหน้ารับ “ใช่ค่ะ หนูทำเอง”

“ทำไมถึงเอาเข้ามาวางในห้องเรา ที่นี่ไม่ใช่ใครนึกจะเข้าก็เข้ามาได้ ไม่ใช่ที่ที่มีไว้ให้เธอมาเดินเล่นนะ ลลิน”

เสียงท่านหญิงนิ่งเรียบ แต่ลลินกลับใจเต้นรัว การตำหนิแบบผู้ใหญ่ทำเอาคนเด็กกว่าเสียวสันหลังวาบ

“หนูขอโทษค่ะท่านหญิง แค่เห็นว่าห้องท่านหญิงดูเงียบเหงา เลยเอาถุงกุหลาบเข้ามาวาง ห้องจะได้ดูไม่เฉาเกินไปค่ะ”

ท่านหญิงมองเด็กตรงหน้า สลับกับมองถุงกุหลาบในมือ มองลวดลายเย็บเบี้ยว ๆ ที่บอกว่าคนเย็บตั้งใจแค่ไหน หัวใจของเธอนุ่มละมุนลงอย่างประหลาด

“เธอเย็บเองเลยเหรอ?”

“ค่ะ หนูเย็บเอง ทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่เก็บกลีบกุหลาบไปตากแห้ง เย็บถุงกุหลาบ แล้วก็เป็นคนเอามาวางไว้ในห้อง ทำเองทุกอย่างค่ะ”

ศิขรินนึกขำในใจอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายอธิบายทุกขั้นตอน ช่างเป็นเด็กใสซื่อเสียจริง

“ฝีมือยังไม่ดี” ศิขรินเอ่ยสั้น ๆ และเห็นว่าลลินหน้าเสียในทันที เธอจึบรีบพูดต่อ “แต่เราเห็นถึงความตั้งใจ”

คำชมสั้น ๆ ที่เอ่ยตามมาทำเอาลลินชะงัก ก่อนริมฝีปากจะยกขึ้นยิ้มบาง ๆ อย่างเงียบ ๆ

“เธออายุเท่าไหร่” ท่านหญิงเดินไปนั่งลงบนเตียง เอ่ยถามคนเด็กกว่าที่ยังคงนั่งอยู่บนพื้นพรมตรงหน้า

“ปีนี้อายุยี่สิบห้าค่ะ”

เด็กกว่าเราหลายปีนัก ลลิน

“ต่อไปเวลาคุยกับเราไม่ต้องพะวงเรื่องราชาศัพท์ คุยสุภาพแบบปกติธรรมดา เข้าใจมั้ย”

ลลินเบิกตาโตเล็กน้อย รีบส่ายหน้า “แบบนั้นไม่ได้ค่ะ คุณป้าบอกว่าต้องเคารพท่านหญิง หนูจะใช้คำทั่วไปกับท่านหญิงได้ยังไง”

ศิขรินขมวดคิ้วเมื่ออีกฝ่ายดื้อดึง จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ระหว่างเรา กับป้าของเธอ เธอเชื่อใคร”

ลลินนิ่งงันไปอึดใจ ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “หนูเชื่อท่านหญิงค่ะ”

เจ้าของห้องยกยิ้มมุมปากอีกครั้งเมื่อได้คำตอบที่พอใจ และในจังหวะนั้นเอง ก็เกิดลมเย็นวาบผ่านหลังศิขริน เธอรู้ทันทีว่า ‘สิ่งนั้น’ อยู่ใกล้ อยู่ในห้องนี้ และกำลังจับตาดูลลิน และคนเด็กกว่าก็สัมผัสถึงลมเย็นนั้นได้เช่นกัน เพียงแค่ไม่แน่ใจว่ามันคือสิ่งใด

รูปภาพเสือขาวที่แขวนอยู่บนผนังเหมือนจะสั่นไหวเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าเกือบอำพันสว่างวาบคล้ายกำลัง ขานรับ ท่านหญิงสูดลมหายใจแผ่ว แล้วเอ่ยในใจ

เธอมาดี ไม่ได้มาร้าย และยังเด็กนัก

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หัวใจศิขริน   บทที่ 4 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

    ยามบ่ายในวังศิขรินอากาศสดชื่นเป็นพิเศษ หลังจากช่วยป้าพิไลเก็บอุปกรณ์จากห้องตัดชุดเสร็จเรียบร้อย ลลินก็ยกตะกร้าหวายใส่ผ้าเช็ดปากจำนวนหนึ่ง เดินมุ่งไปยังสวนด้านหลังวังเพราะอยากหาแสงแดดอ่อนๆ และลมเย็น ๆ เพื่อพักสมองจากความตึงเครียดเมื่อเช้าเสียงคลื่นน้ำเบา ๆ ในสระบัวนำพาเธอมาหยุดยืนหน้าศาลาริมน้ำสีขาวสะอาด สร้างด้วยไม้เก่าแก่นำเข้า สลักลายเส้นอ่อนช้อยรูปเสือขาวอยู่ตามเสาแต่ละต้นลลินเคยเห็นศาลานี้ตั้งแต่วันแรกที่เหยียบเข้ามาในเขตวัง มันสวยจนอดไม่ได้ที่จะจับจ้องเนิ่นนาน และวันนี้สายลมเย็นที่พัดมากระทบผิวกาย ก็ดูจะนุ่มนวลเป็นพิเศษ เหมือนกำลังเชิญชวนให้เธอเข้าไปที่นั่น“นั่งตรงนี้น่าจะดีนะ” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองแล้วเดินเข้าไปในศาลา วางตะกร้าลงบนแผ่นไม้ที่นั่งในศาลา ลลินนั่งพับผ้าเช็ดปากทีละผืนด้วยความตั้งใจโดยที่ไม่รู้เลยว่า นับตั้งแต่ที่ลลินเหยียบเข้าไปในศาลา มีสายตาหลายคู่จับจ้องเธออยู่ และมองการกระทำของเธออย่างประหลาดใจ สาวใช้สองคนที่เดินผ่านมาถึงกับชะงักฝีเท้าแล้วหันไปกระซิบกันเบา ๆ“นั่น…ลลินใช่ไหม ทำไมเข้าไปในศาลาเงาเสือล่ะ”“จริงด้วย ทำไมหลานป้าพิไลถึงกล้าเข้าไปที่นั่น ไม่รู้รึไงท่

  • หัวใจศิขริน   บทที่ 3 ดุดัน

    ในค่ำคืนของวันเดียวกันนั้น วังศิขรินดูเงียบเหงากว่าทุกวัน ท่านหญิงพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงเพราะไม่สามารถข่มตาหลับได้เช่นทุกคืนสาเหตุก็เพราะใบหน้าของลลินยังคงวนเวียนในหัว รอยยิ้มใสซื่อ ดวงตาสุจริต และน้ำเสียงที่ห่วงใยอย่างผิดคาดภาพเหล่านั้นลอยกลับมาจนหัวใจที่สงบนิ่งมานานกลับกระเพื่อมขึ้นอีกครั้งเธออยู่คนเดียวมาทั้งชีวิต มีเพียงคนในวัง และพลังของการปกป้องที่อยู่กับเธอตั้งแต่เกิด ทว่าวันนี้กลับมีใครคนหนึ่งเดินเข้ามาในโลกเงียบเหงาใบนี้ท่านหญิงถอนหายใจเบา ๆ เธอไม่ใช่คนที่กลัวการเปลี่ยนแปลง แต่การปล่อยให้ลลินเข้าใกล้มากเกินไป ทำให้พลังของการคุ้มครองที่มีมาตั้งแต่ต้นตระกูล ตื่นตัวอย่างเห็นได้ชัดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็น ท่านหญิงรู้ดีว่าลมแผ่ว ๆ นั่น ไม่ใช่ลมธรรมดา แต่ผู้พิทักษ์กำลังจับจ้องและทดสอบหญิงสาวอยู่ต่างหาก เหมือนต้องการรู้ให้แน่ชัดว่าหญิงสาวคนนี้…มาด้วยใจจริงหรือไม่หัวใจของท่านหญิงวูบไหวขึ้นมาเบา ๆ เมื่อนึกไปถึงว่าลลินจะเห็นสิ่งใดบ้างเมื่อเย็นนี้ จะเห็นภาพเสือข้างฝาผนังหรือไม่ และได้แต่หวังว่า เสือคงไม่ทำให้เธอตกใจนะลลินท่านหญิงรู้ดีว่าผู้พิทักษ์ของตระกูลไม่เคยทำร้ายใค

  • หัวใจศิขริน   บทที่ 2 เรื่องราวเสือขาว

    ลลินเดินกลับมาถึงห้องพักด้วยหัวใจที่ยังเต้นแรงไม่หายไม่ใช่เพราะความกลัว…แต่เป็นความสับสนจากการได้เข้าไปพบท่านหญิงที่ห้องนอน ลลินจึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนใจร้ายเลย แม้จะวางตัวเย็นชา และบางครั้งมีท่าทีเย็นชา แต่เธอไม่ได้เรียกลลินไปติเตียนเลยแม้แต่น้อยหนำซ้ำยังอนุญาตให้พูดคุยด้วยภาษาปกติ และยังเอ่ยชมเรื่องฝีมือเย็บถุงกลีบกุหลาบอีกต่างหากแค่คำว่า เห็นถึงความตั้งใจ ที่ท่านหญิงเอ่ยออกมา เพียงเท่านี้ก็ทำให้ลลินดีใจจนอยากเย็บถุงกุหลาบให้ท่านหญิงอีกหลาย ๆ ถุงลลินกลับมายังห้องพัก ถอนหายใจยาวก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ใกล้หน้าต่าง สูดลมหายใจเพื่อเรียกสติกลับคืนมาขณะเดียวกันก็มีเสียงเคาะประตูเบา ๆ“ลิน ป้าเข้าไปได้ไหม”ลลินลุกไปเปิดประตูในทันที ป้าพิไลถือถาดน้ำชาอุ่น ๆ เข้ามา วางลงบนโต๊ะข้างเตียงพร้อมถอนหายใจอย่างระอาใจ“ไปหาท่านหญิงมาเป็นยังไงบ้าง ทำไมจู่ ๆ ท่านหญิงถึงเรียกหา”ป้าพิไลเอ่ยถามระหว่างเดินไปนั่งบนเตียงของลลิน คนเด็กกว่าก้มหน้าเล็กน้อยก่อนตอบ“ไม่ได้ว่าอะไรรุนแรงค่ะ เพียงแต่ ก่อนออกมาจากห้องท่านหญิง มีเรื่องที่ทำให้หนูตกใจนิดหน่อย”สิ่งที่ติดอยู่ในใจลลิน ไม่ใช่คำพูดของท่านหญิง

  • หัวใจศิขริน   บทที่ 1 ถุงกุหลาบ

    นับตั้งแต่วันที่ป้าพิไลพาลลินเข้ามาอยู่ใน วังศิขริน หญิงสาวชาวดอยก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเธอไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นคนใช้ แต่ถูกวางตัวในฐานะ ‘ผู้ช่วยช่างตัดเสื้อ’ ที่ท่านหญิงศิขรินรับอุปการะโดยตรงลลินมีห้องพักเล็ก ๆ ของตัวเอง มีอาหารครบสามมื้อ มีชุดสวย ๆ ที่ป้าพิไลเย็บให้และมีโอกาสได้เห็นท่านหญิงศิขรินทุกวัน สำหรับลลิน นั่นคือของขวัญล้ำค่าที่สุดทุกเช้าลลินจะช่วยป้าพิไลจัดด้าย จัดผ้า เก็บเศษไหมที่หรูหราอย่างทะนุถนอมราวกับเป็นทองคำ และทุกครั้งที่ท่านหญิงศิขรินเข้ามาลองชุด ลลินก็จะแอบหลบไปอยู่มุมห้องอย่างเกรงใจสายตาของเธอมักจะเผลอมองผู้เป็นนายอย่างลืมตัวท่านหญิงศิขรินในชุดราตรีสีแดงเข้ม ท่านหญิงศิขรินในชุดสีน้ำเงินไหมทอง ท่านหญิงศิขรินในชุดเรียบหรูสีงาช้างไม่ว่าจะสวมใส่ชุดไหน...ช่างงดงามเหมือนภาพวาดจนกระทั่งวันหนึ่งที่ท่านหญิงเข้าไปลองชุดในห้องตัดเย็บ ลลินสังเกตเห็นเงาใหญ่ของสัตว์ชนิดหนึ่ง ทาบทับอยู่ด้านหลังท่านหญิงเงานั้น เพียงลลินเห็นแว็บแรกก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าเป็นเงาของสัตว์ชนิดใดเงาเสือใหญ่ที่มีท่าทางเหมือนกำลังคำราม แม้ไม่ได้ยินเสียงแต่ก็น่ากลัวจนลลินใจหล่นวู

  • หัวใจศิขริน   บทนำ

    ตระกูล ราชวรลักษณ์ เป็นตระกูลเก่าแก่แห่งดินแดนเหนือที่ผู้คนเคารพมานานนับร้อยปี ผู้คนเล่าขานกันว่า ตระกูลนี้ได้รับพรจาก ‘เสือขาวศักดิ์สิทธิ์’ ผู้พิทักษ์ผืนป่ามาโดยตลอดพรนั้นมอบความคุ้มครองสูงสุดให้ผู้สืบสายเลือด แต่ทุกพรย่อมแลกมาด้วยบางสิ่งเสมอ สำหรับราชวรลักษณ์ สิ่งที่ต้องแลกคือ ความโดดเดี่ยวเพราะเมื่อเด็กทารกในตระกูลถือกำเนิด เงาเสือขาว จะปรากฏขึ้นเป็นผู้คุ้มครอง เป็นเงาที่ไม่ได้แสดงออกถึงความดุร้าย หากแต่แสดงออกถึงเจตนาที่จะเฝ้าดูทว่าเมื่อขึ้นชื่อว่าเสือ บวกกับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผู้คนก็หวาดเกรงเกินกว่าจะเข้าใกล้แม้แต่ ท่านหญิง ศิขริน ราชวรลักษณ์ ทายาทรุ่นล่าสุด ก็ไม่อาจหนีความจริงข้อนี้ตั้งแต่จำความได้ เธอเติบโตมากับเงาเสือที่ไม่เคยห่างกาย ในบางคืนที่ดวงจันทร์เต็มดวง เธอเห็นเงานั้นทอดทาบลงบนผนังห้อง และบางครั้งมันก็สะท้อนอยู่บนกระจกหรือบางคราก็เพียงวาบผ่านปลายหางตาแต่ไม่ว่ารูปแบบใด…มันอยู่กับเธอเสมอ และการมีเงาเสือคอยขนาบข้างกายตลอด ทำให้การเติบโตของท่านหญิงมีเพียงความโดดเดี่ยวตั้งแต่จำความได้ไม่มีผู้ติดตามไม่มีเพื่อนไม่มีคนรักมีเพียงวังใหญ่และความเงียบที่ล้อมรอบ แต่ท่า

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status