LOGINเพราะนามสกุลที่ใช้ยังเป็นของภูดิศ
ถึงแม้จะชอบคุณเคนคนนี้ที่แสนใจดีและจริงใจ แต่ดาริกายังไม่อยากให้พี่สาวด่วนตัดสินใจ
“คุณเคนก็ทำบริษัทเกี่ยวกับการก่อสร้างไม่ใช่เหรอคะ พี่ดาคิดดีแล้วหรือยัง ถ้าคุณแก้วรู้เข้า ท่านต้องไม่พอใจและมาต่อว่าพี่ดาอย่างแน่นอน”
“พี่ถึงหนักใจไง” ดรุณีถอนหายใจอย่างอ่อนล้า จะไปทำอะไรก็ไม่ได้ ได้แค่ทำร้านขนมงกๆ นามสกุลของเขาเปรียบเสมือนคำสาป และการผูกมัดหล่อนไม่ให้ออกไปไกลจากร้านขนมแห่งนี้ ดรุณีครุ่นคิดมานานแล้วว่าถึงเวลาหรือยังที่จะคืนนามสกุลให้เขา
“ถ้าพี่ดาอยากทำงานกับคุณเคนจริงๆ ดรีมว่าพี่ดาจัดการเรื่องหย่าก่อนเถอะ คนอย่างคุณแก้วไม่ยอมให้พี่ดาทำอย่างนั้นแน่ ท่านคงอับอายจนแทบอยากหน้าแทรกดินหนีถ้าคนอื่นรู้ว่าเราเกี่ยวข้องกับท่านยังไง ดรีมไม่กลัวหรอกนะ แต่แค่ไม่อยากให้พี่ดามีปัญหา”
คุณแก้วกัลยา คือภรรยาเจ้าของบริษัทคอนสตรัคชั่นยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย และอีตาลูกชายคนกลางของท่านก็คือพี่เขยสุดห่วยของหล่อนนี่แหละ ไม่ชอบหน้าทั้งแม่ทั้งลูกเลย เจอทีไรอยากวิ่งหนีให้ไกลถึงขอบโลก สองคนนี้ใจดีแค่กับหนูขวัญเท่านั้น พูดเพราะ พูดหวาน แต่กับพี่สาวหล่อน ไม่ชอบหน้า เจอทีไรเอะอะก็แขวะเอะอะก็เหน็บต่อว่าต่างๆ นานา คิดว่าตัวเองวิเศษมาจากไหนก็ไม่รู้
ดรุณีฝืนยิ้ม พยักหน้ารับ “พี่ก็คิดเรื่องนี้ไว้บ้างแล้ว คุณหมอกเอง… ก็เกริ่นๆ ตั้งแต่ปีที่แล้ว” ว่าอยากหย่า อยากปล่อยกันและกันให้ไปเจอคนอื่นที่ดีกว่า เขาหมายถึงใคร หมายถึงตัวเองใช่ไหมที่อยากเจอผู้หญิงคนอื่น เพราะสำหรับดรุณีแล้ว ถึงแม้มันจะเจ็บปวด แต่คงไม่มีอะไรสุขใจไปมากกว่าการได้อยู่ใกล้คนที่ตนเองหลงรัก
“เหอะ! ถ้าพี่ดาหย่าให้จริง คงปิดบ้านเลี้ยงไปสิบวัน ดีใจยิ่งกว่าบริษัทได้กำไรหมื่นล้านอีกมั้ง!”
เอ่ยอย่างเหยียดๆ เกลียดในตัวภูดิศที่ไม่เคยให้เกียรติพี่สาวของหล่อนเลย ควงผู้หญิงคนอื่นออกงานเดือนละคน ไม่ยอมให้ใครรู้ด้วยซ้ำว่าจดทะเบียนกับพี่สาวหล่อนแล้ว ผู้ชายเฮงซวย เห็นแก่ตัวพรรคนั้น อุตส่าห์สาปแช่งทุกวัน ไม่น่าอายุไม่ยืนมาถึงทุกวันนี้
ทันใดนั้นเองประตูร้านจากที่เปิดพอแง้มๆ ก็ผลักเข้ามาเต็มบาน ทั้งสองหันไปมองต่างก็ตกใจเมื่อเห็นคุณแก้วกัลยาเดินหน้าบึ้งเข้ามา
ท่านตวัดสายตามาจิกใส่ดาริกา “จะนินทาอะไรใคร ทำไมไม่เช็กให้ดีๆ ก่อนล่ะดรีมว่าปิดประตูหรือยัง”
ยอมรับว่าตกใจ แต่มันอดไม่ได้จริงๆ ที่จะเถียงกลับในทันที “ก็นี่มันร้านของเรานี่คะ จะพูดอะไรต้องเกรงใจใครด้วยเหรอ”
“ดรีม!” ปรามน้องสาวไม่ให้หยาบคายไปมากกว่านี้ น้องแสนดื้อเชิดหน้าใส่ไม่ยอมขอโทษคุณแก้วด้วยซ้ำ เป็นฝ่ายดรุณีที่ต้องเข้าไปยกมือไหว้ท่าน “ดาขอโทษแทนน้องด้วยนะคะ คุณแก้ว”
“ฉันไม่ถือโทษเด็กไร้มารยาทหรอก” หญิงวัยกลางคนมาดคุณนายจิกสายตาใส่ดาริกา ดูทำเข้า ยังมีหน้ามาเชิดใส่ตนอีก ไม่ยอมไหว้ด้วยซ้ำ ท่านเห็นว่านับวันดาริกายิ่งทำตัวก้าวร้าวมากขึ้น
“หัดสั่งสอนน้องบ้างนะ ทำตัวแบบนี้เรียนจบไปทำงานที่ไหนคงไม่มีใครอยากรับหรอก ฉันแวะมาเยี่ยมกับเอาของมาให้หลาน”
ของที่ว่าคือเสื้อผ้าสำหรับเด็กผู้หญิงแต่ละตัวสวยๆ ทั้งนั้น มีนม ขนม และของเล่นสองสามชิ้น บรรจุอยู่ในถุงขนาดใหญ่
ดรุณียกมือไหว้ก่อนรับของส่งให้ดาริกานำไปเก็บในบ้าน เดินทะลุหลังร้านไปก็ถึง เครื่องปรับอากาศแม้จะถูกเปิดให้เย็นมากแค่ไหนแต่ก็ดับความร้อนในใจดรุณีไม่ได้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคุณแก้วกัลยาเพียงลำพัง ท่านถามถึงอาการของหลาน อยากจะเจอแต่หลานยังหลับก็เลยไม่รบกวน หล่อนตอบกลับทุกคำถามจากนั้นท่านก็เงียบไป
ดรุณีรู้สึกอึดอัด จึงทำลายความเงียบด้วยการนำน้ำมาเสิร์ฟ ท่านปรายสายตามามอง ไม่ดื่ม ไม่แตะ แต่ก็ไม่ไปไหน กวาดสายตามองรอบๆ ร้าน ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ออกมานั่ง “ฉันได้ยินเรื่องที่เธอพูดเมื่อกี้หมดแล้วนะ นายเคนเสนอจะให้เงินเดือนกี่บาทล่ะ”
น้ำเสียงของคุณแก้วกัลยาค่อนข้างเหน็บแนม ดรุณีจึงบอกตัวเลข แอบเห็นว่าท่านแสยะยิ้ม
“ก็ถือว่าเยอะนะ สำหรับคนว่างงานนานอย่างเธอ”
“ค่ะ” หญิงสาวยิ้ม ก็ไม่รู้จะพูดคำไหนได้ดีกว่านี้อีกแล้ว ลดสายตาลงต่ำมองกระเบื้องและถุงเท้าที่ตนเองสวมใส่ มันช่างเรียบง่าย แตกต่างจากรองเท้าส้นเตี้ยมีราคาของคุณนายแสนล้านอย่างคุณแก้วกัลยา อายุท่านแม้จะห้าสิบกว่าแล้วแต่รูปร่างและใบหน้ายังสง่างาม และยังทำงานในตำแหน่งที่ปรึกษาอาวุโสในบริษัทร่วมกับคุณภูธเนศผู้เป็นสามี ทุกครั้งที่ได้เผชิญหน้ากัน ดรุณีมักจะจำวันแรกที่เจอท่านได้เสมอ สตรีผู้ดี ร่ำรวย เก่งกาจ ไม่สนใจใครหน้าไหน คนทำงานดีก็ถูกชม ส่วนคนทำงานพลาดท่านด่ากราดไม่เว้นช่วงให้ใครหายใจ ทุกคนที่ถูกท่านด่าต่างถูกเชิญให้ออกจากงานทั้งนั้น และดรุณีเองก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะมีปัญหาสุขภาพขณะนำเสนองานต่อหน้าลูกค้า จนกระทั่งมารู้ทีหลัง ว่ากำลังตั้งครรภ์กับลูกชายท่าน ตนก็ตกงานเสียแล้ว
คุณนายถอนหายใจ สงสารลูกสะใภ้อยู่นะ รู้ว่าดรุณีอยากมีรายได้เพิ่มเพื่อจะได้สิทธิ์การเลี้ยงดูลูก ในกรณีที่ลูกชายของตนต้องการจะหย่าขาดและเรียกร้องสิทธิ์นี้ แต่เพราะนิสัยท่านเชิดแบบนี้มานานแล้วก็เลยพูดอะไรอ่อนโยนไม่เป็น
“ถึงแม้ว่าการตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับเธอ แต่ฉันก็ควรมีสิทธิ์บอกว่าฉันไม่ชอบถ้าเธอเลือกจะไปทำงานกับคู่แข่ง เธอกำลังใช้นามสกุลของฉัน จะคิดจะทำอะไรก็เห็นแก่หน้าตระกูลของฉันบ้าง”
“ดาเข้าใจค่ะ ดาจะรอจัดการเรื่องหย่าก่อนถึงจะตอบรับคำชวนของคุณเคน”
“ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่มีสิทธิ์นะดรุณี อย่าลืมสิว่าเธอเป็นลูกสะใภ้ของฉัน! จะไปทำงานกับคู่แข่งได้ยังไง”
“แล้วคุณแก้วจะให้ดาทำยังไงคะ ดาอยากมีงานทำ คุณแก้วก็รู้นี่คะว่าเพราะอะไร” ลูกชายท่านพูดกรอกหูทุกวันเรื่องหย่า เจอหน้าทีไรก็พูดถึงแต่เรื่องนี้ หัวใจดรุณีอ่อนล้าไปหมดเพราะคำพูดพวกนั้นจากภูดิศ หล่อนเจ็บขนาดนี้ ท่านยังไม่เห็นใจกันบ้างอีกเหรอ
“สนใจคำพูดฉันคนเดียวก็พอแล้ว ตาหมอกจะพูดอะไรก็ปล่อยเขาพูดไป!” ท่านยืนกรานหนักแน่นแบบนี้และทำได้มาหลายปีแล้ว ถึงจะไม่ได้พอใจในตัวดรุณีนัก อย่างน้อยผู้หญิงคนนี้ก็เป็นแม่ของหลานท่าน ยังไงท่านก็ยกตำแหน่งลูกสะใภ้ให้แค่ดรุณี ผู้หญิงรายทางที่ตาหมอกควง ก็ตัวหลอกทั้งนั้น มองแวบเดียวก็ดูออกถึงไส้ถึงพุงแล้ว
จนถึงทุกวันนี้ในใจตาหมอกก็มีแต่แม่นั่น ไม่เคยรักคนอื่นเลย
“คุณแก้วเป็นแม่คุณหมอก เข้าใจคุณหมอก แต่ไม่เคยเข้าใจเลยว่าดารู้สึกยังไง เสียใจมากแค่ไหน” ดรุณีหลั่งน้ำตาต่อหน้าและท่านก็ทำเหมือนทุกครั้ง คือเมินหน้าหนี มือหล่อนเกิดสั่นระริก
ในทันใดนั้นเองดาริกาก็กลับเข้ามาในร้านและมายืนเคียงข้าง อ้อมแขนของน้องอุ้มหลานมาด้วย หนูขวัญมองหน้าคุณแม่สลับกับคุณย่า แกกำลังสงสัยว่าคุณแม่ร้องไห้ทำไมจึงส่งมือมาให้ท่านอุ้ม
“หนูขวัญ มาหาคุณย่าสิคะ” ท่านเปลี่ยนอารมณ์เร็วมาก ส่งยิ้มให้หลานจะเข้ามาอุ้ม แต่ดาริกาไม่ยอมให้เข้ามา
“เธอคิดจะทำอะไร” เด็กคนนี้ชักจะหยาบคายขึ้นทุกวัน!
สาวน้อยนักศึกษาก้มศีรษะลงเล็กน้อยต่อหน้าท่าน “ขอโทษนะคะคุณแก้ว แต่ไม่ใช่วันนี้ค่ะ หลานของดรีมยังไม่หายป่วยเกรงว่าน้ำมูกของแกจะไปเลอะชุดแพงๆ ของคุณเข้า”
“เธอกำลังประชดฉันอยู่นะดรีม” คุณนายเหวลั่น ชี้หน้าเด็กสาวรุ่นลูก ท่านเกรี้ยวกราดเสียจนลุงคนขับรถตกใจ ลุงนิรุตจะเข้ามาขัดทว่าถูกด่าเปิง ถอยหลังไปหลายก้าว ไม่กล้าเข้ามายุ่งอีก
“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ได้ประชด”
“ฉันรุ่นแม่เธอนะ หัดเคารพกันบ้างสิ!”
“ดรีมไม่ได้อยากหยาบคายนะคะ แต่สิ่งที่คุณแก้วกับครอบครัวคุณแก้วทำกับเรามันมากเหลือเกิน ดรีมกลั้นใจพูดประจบคุณไม่ได้ พี่ดาเองก็อยากหย่ากับคุณหมอก เราคุยกันแล้ว”
“ดรีม! ดา! พวกเธอรู้ตัวใช่ไหมว่ากำลังพูดอะไร และกำลังพูดกับใคร! ถ้าฟ้องหย่าจริงคิดเหรอว่าเธอสองคนจะเอาปัญญาที่ไหนมาชนะฉันกับตาหมอก มีทรัพย์สินแค่ร้านเล็กๆ นี้ แถมมีแววจะเจ๊งเหล่ไม่เจ๊งเหล่ คิดเหรอว่าศาลจะตัดสินให้พวกเธอเป็นฝ่ายชนะ ได้เลี้ยงหลานฉัน!”
ท่านชี้หน้ากราดด่าแม้หลานจะยังอยู่ตรงนี้
“พอเถอะค่ะ ดา… สงสารลูก” ดรุณีสะเทือนใจ สะอึกสะอื้น ปิดตาลูก ไม่อยากให้แกเห็นภาพคุณย่าในมุมมองที่แปลกไป ทว่าคุณแก้วยังไม่ยอมหยุดด่า ชี้หน้าด่าทั้งจะเข้ามาตีแขนดาริกา ทะเลาะกันลั่น ในที่สุดหนูขวัญก็แผดเสียงร้องไห้ออกมา
“แง้…”
“หย่าได้ แต่ฉันต้องเป็นฝ่ายได้เลี้ยงหนูขวัญ ไม่ใช่พวกเธอ!”
“…”
“เสียแรงที่ฉันช่วยเรื่องเงินเธอมาตลอดนะดรุณี ถ้าฉันรู้ว่าน้องสาวเธออกตัญญูแบบนี้ ฉันไม่ช่วยเธอให้เสียความรู้สึกหรอก!”
“ดาขอโทษนะคะ ดรีมพอเถอะ…”
“เรื่องนี้คุณหมอกพูดกับพี่ดาทุกครั้งที่เจอหน้า แล้วคุณแก้วจะให้เราทำยังไงคะ ให้หน้าด้านเก็บทะเบียนสมรสไว้ทำไม”
ดาริกาพยายามใช้เหตุผลอธิบาย แต่ดูเหมือนว่าคุณแก้วจะไม่สนใจ เป็นฝ่ายดรุณีที่ทนสงสารลูกไม่ไหวรีบพาแกออกมา หนูขวัญร้องไห้ไม่ยอมหยุดแม้จะถูกวางตัวลงบนพื้น มีคุณแม่คอยเช็ดน้ำตาให้
“ฮึก… ฮือ… คุณย่า…” ยัยหนูเพิ่งสองขวบเศษ ยังพูดได้ไม่กี่คำ ก็แค่ คุณแม่ ดรีม ป๊ะป๋า คุณปู่ คุณย่า ทุกคนรักหนูขวัญกันทั้งนั้น แต่วันนี้คุณย่ากลับขึ้นเสียงใส่ แกเพิ่งฟื้นจากไข้กลัวจะร้องไห้แล้วร่างกายกลับมาร้อนอีก ถ้าลูกป่วยซ้ำสอง หล่อนคงแทบขาดใจ
“ไม่ต้องกลัวนะคะ คุณแม่อยู่ตรงนี้แล้ว หนูขวัญไม่ต้องร้องแล้วนะลูก คุณย่าไม่ได้โกรธ ท่านรักหนูขวัญนะ”
“ฮือ…” เด็กหญิงตัวน้อยใช้กำปั้นเล็กๆ ขยี้ตา โถมกายเข้ากอดมารดา ทิ้งน้ำหนักศีรษะลงกลางอกแสนอุ่นของท่าน
“ไม่ต้องร้องนะลูก ไม่ต้องร้องไห้นะคะ”
ดรุณีเช็ดน้ำตาให้ลูก แม้บนใบหน้าตนเองจะมีมากกว่าก็ตาม ดรุณีสะอึกสะอื้นร่ำไห้เนื้อตัวสั่นสะท้าน น้อยใจในตัวคุณแก้ว คุณหมอก และทุกคน ว่าทำไมถึงใจร้ายกับหล่อนมากขนาดนี้
คุณแม่ยังสาวร้องไห้อย่างหนัก จนกระทั่งมือป้อมๆ ยกขึ้นมาแตะบนแก้ม หล่อนจึงรู้ ว่าทั้งชีวิตนี้จะขออยู่เพื่อลูกเพียงคนเดียวเท่านั้น
“อ้าวเฮ้ย ไปจริงเหรอวะหมอก” แก๊งเพื่อนเรียกตามหลังแต่ไม่ทัน มันถือจานข้าวเปล่าลุกออกจากโต๊ะไปแล้ว กินไวเป็นบ้าเลย ข้าวพวกเขายังเต็มจานกันเกือบทุกคน มันสวาปามอยู่คนเดียวหนุ่มๆ เซ็งเป็ดเป็นแถบ ละสายตาจากภูดิศ กลับมามองดรุณีที่ทำตาใสมองพวกเขาปริบๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี อึดอัด อยากลุกออกไปจะแย่แล้ว เต้ ท็อป วี เลิกถามรัว ส่งยิ้มบางๆ มาให้ จากกระโดกกระเดกแย่งกันพูดเมื่อครู่ก็กลับมามีมารยาทมากขึ้น“พวกพี่แกล้งเล่นครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บริษัทของเรานะ มีปัญหาอะไรถามพวกพี่ได้ตลอดเลย ไม่ต้องไปถามไอ้หมอกหรอก”“ใช่ครับ พวกพี่มีแฟนกันหมดแล้ว แต่ไอ้วียังโสดน๊า” คนที่เป็นวิศวกรที่ปรึกษาไม่วายสปอลย์เพื่อน ดรุณีผ่อนคลายลงมากถึงกับหลุดเสียงหัวเราะออกมา และพยักหน้าเบาๆ เพื่อรับทราบพี่ท็อปพูดเสริม “กินข้าวกันเถอะครับ ไอ้วี! มึงไม่ต้องยิ้ม ไปซื้อน้ำมาให้น้องดาเลย กับขนมด้วยนะ เลี้ยงรับน้องหน่อย”สามหนุ่มสามมุมวาไรตี้ฉีกยิ้มกว้าง ไล่ปฐวีให้ไปซื้อน้ำมาบริการแบบฟรีๆ ดรุณีมองพี่ๆ ในแง่ดีมากขึ้น ร่วมโต๊ะรับประทานอาหาร โดยไม่รู้ตัวเลย ว่าถูกถ่ายรูปไปนินทาในกลุ่มไลน์อีกแล้ว สาวๆ พนักงานที่แอบชอบสถาปนิกในกลุ่มนั้
ภูดิศ รักษาการประธานกรรมการบริษัทแอบอู้งาน นั่งสบายเหยียดแข้งเหยียดขาพาดบนโต๊ะ ดูกล้องวงจรปิดโถงทางเดินชั้นผู้บริหารมาจนถึงโต๊ะเลขาหน้าห้อง แอบสังเกตการณ์เลขาผู้ช่วยคนใหม่ อยากรู้ว่าหล่อนตั้งใจทำงานมากแค่ไหน หรือไม่ยอมหยิบจับอะไรจะนั่งเฝ้าเขาอย่างเดียวภาพจากกล้องยี่ห้อนี้ชัดชะมัดเลย คุณแม่หนูขวัญกำลังนั่งหน้าจอคอมพ์พิมพ์ก๊อกๆ แก๊กๆ ลงบนแป้นพิมพ์ แฉลบสายตามาอ่านและพิมพ์สดๆ โดยไม่ได้ใช้อุปกรณ์ช่วยแปลแต่อย่างใดดูจากท่าทางก็เข้าทีอยู่หรอก แต่ไม่รู้ว่าผลงานจะออกมาน่าโยนลงถังขยะหรือเปล่า ผิดแกรมม่า พิมพ์ตกหล่นอะไรทำนองนั้นเขาก็ไม่เอากล่องอีเมลเด้งขึ้นมามุมล่างขวาของจอแมคบุ๊ก ภูดิศละสายตาจากหน้าจอใหญ่ กลับมามองจอเล็กและคลิกเม้าท์เข้าไปอ่าน พบว่าเป็นอีเมลคอนเฟิร์มวันเวลาคุยงานกับนักธุรกิจชาวฮ่องกง ต่อเนื่องจากสัปดาห์ผ่านมาที่เขาบินไปฮ่องกงครั้งหนึ่ง เขากดเปลี่ยนภาษาและตอบกลับไป ลงชื่อกำกับเสร็จสรรพ และก๊อบปี้ส่งต่อข้อมูลไปให้คุณสุวิทย์ เพื่อให้อีกฝ่ายเตรียมตัวให้พร้อมตาเขาเริ่มปรือๆ อีกแล้ว กาแฟสองแก้วที่ดรุณีชงมาให้ท่าจะเอาไม่อยู่ จึงต่อสายไปข้างนอกใช้หล่อนให้ลงไปซื้อจากร้านกาแฟข้างล่าง
“แล้วนี่อะไร นั่งอยู่กับใครนานสองนาน”แค่ปรายสายตามองเท่านั้นไม่ได้ใส่ใจจะหันไปมองให้เต็มสองตา ร้อยวันพันปีดรุณีไม่เคยมายุ่งกับครอบครัวหรือบริษัทเขา แต่หลังจากมีข่าวดังก็โผล่หน้ามาให้เห็นแบบนี้ คงไม่พ้นฝีมือมารดาเขาแน่นอน นี่ขนาดตัวอยู่อังกฤษ แต่ยังไม่วายส่งคนมาจับผิด กลางวันมีดรุณีคอยจับผิด กลางคืนก็มีอีกคนส่งมาประกบเขา ตั้งใจให้กระดิกตัวไปไหนไม่ได้เลยหรือไง นึกถึงเรื่องนี้ทีไรภูดิศชักจะอารมณ์เสียทุกทีปฐวีมองหน้าทั้งสองคน “อ้าว ไม่รู้จักกันหรอกเหรอ คุณดาบอกแม่มึงให้มาช่วยงาน” “ไม่เชิงรู้จัก แค่เคยเห็นหน้า” ประชดเข้าให้ดรุณีเองก็เริ่มมีความรู้สึกไม่ต่างจากเขา โกรธ เจ้าหล่อนเอียงใบหน้ามามองอย่างเร็ว ในสายตาแฝงด้วยความไม่พอใจที่เขาตัดสัมพันธ์“คุณแม่ไปอังกฤษ เธอมาเสียเที่ยวแล้วแหละ กลับบ้านไปขายขนมไปเฝ้าร้านของเธอต่อเถอะ ที่นี่ไม่มีงานอะไรให้เธอทำ!”“เฮ้ย! พอได้แล้วไอ้หมอก!” ปฐวีลุกขึ้นมาห้าม มันใช้มือผลักอกเขาออกไม่ให้ต่อว่าอะไรดรุณีไปมากกว่านี้ ออกตัวแรงปกป้องทั้งที่ไม่ใช่ธุระกงการอะไร“ไม่พอ! ถ้างานหลักคือจับตามองฉันก็นั่งเฝ้าประตู เฝ้าลิฟต์แถวนี้แหละ บริษัทของฉันรับแต่คนมีคุณภาพ
ดรุณีเรียกวินมอเตอร์ไซค์ไปยังบริษัทไทยออลสตาร์คอนสตรัคชั่นที่อยู่ห่างออกไปราวห้านาที การเดินทางมาโรงเรียนน้องขวัญและมาทำงานค่อนข้างลำบาก เดินเท้า ต่อบีทีเอส ต่อวินมอเตอร์ไซค์ ค่าใช้จ่ายใช้ไปค่อนข้างเยอะแต่ก็บ่นไม่ได้เพราะขัดใจคุณแก้วกับคุณหมอกได้ที่ไหน วินมอเตอร์ไซค์ขับเร็วมากพาแว้นแซงรถหลายคันมาจนถึงที่หมายโดยร่างกายไม่มีบุบสลาย ลงจากรถขาอ่อนถึงกับสั่น จ่ายเงิน ส่งหมวกกันน็อกคืน“ขอบคุณครับ” หนุ่มอายุอานามใกล้เคียงกันเอ่ยแล้วเลี้ยวรถขับย้อนศรกลับวิน ถือว่ายังเช้ามากพนักงานยังไม่บางตา ดรุณีเดินตามทางเท้ามายังประตูกระจกจะผลักเข้าไปทว่ากลับพบว่ามีมือใหญ่ของใครไม่รู้วางทาบทับ สองหนุ่มสาวหันมามองหน้ากันต่างคนต่างตกใจ“ขอโทษครับ ผมไม่ทันมอง ผมไม่ได้ตั้งใจจะจับมือคุณ” ยกแก้วกาแฟในมือขึ้นเป็นหลักฐาน แอบเห็นเงาตนเองสะท้อนกระจก โทรมฉิบหายเลยโว้ย ทำไมต้องมาเจอคนน่ารักในช่วงเวลาที่สภาพย่ำแย่ขนาดนี้นะไอ้วีเอ๊ย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยิ้มสู้ไว้ก่อน“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันเองก็ไม่ทันมองคุณเหมือนกัน”“โอเคครับ เชิญด้านในได้เลยนะ”ปฐวียิ้มเขิน เปิดประตู ฝ่ายหญิงก้มหน้าขอบคุณ โอ๊ย ตายแล้วววว หน้านิ่งยังน่ารักเล
เธอคนนั้นเป็นผู้หญิงรักสบายห่วงแค่เรื่องเงิน ถึงกระนั้นภูดิศก็ยังรักคุณน้ำหวาน ตามตื๊อ ติดต่อฝ่ายหญิงจนถูกสามีเธอส่งคนมากระทืบหลายครั้ง จนต้องหลบไปพักใจที่เมืองนอก ทิ้งหล่อนให้อุ้มท้องคนเดียว หนูขวัญเติบโตในครรภ์ด้วยการฟูมฟักจากหล่อนเพียงลำพัง ไร้เงาพ่อของลูก กระทั่งลูกคลอดภูดิศถึงกลับเมืองไทยและแวะมาหา‘ฉันให้เธอได้แค่ความเป็นเพื่อน อยากได้เงินเท่าไหร่ก็ว่ามา ฉันอยากใช้แลกกับลายเซ็นเธอบนใบหย่าของเรา’เจอหน้ากันกี่ครั้ง เขาก็ถามถึงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว“ถึงดารักคุณมากแค่ไหน ก็ไม่มีประโยชน์”ดวงตาคู่หวานสวยปานตากวาง ทอดสายตามองหน้าตนเองที่สะท้อนกระจก ใบหน้ารูปไข่แม้จะสวยแต่ก็แสนจะเศร้า หึงในตัวเขามากแต่ก็ทำอะไรได้ไม่มากไปกว่าการนิ่งเฉย แต่ไหนแต่ไรก็แทบไม่เคยได้อยู่ใกล้กัน แม้จะได้ชื่อว่าเป็นภรรยาตามกฎหมาย แม้จะได้ชื่อว่าเป็นแม่ของลูกเขา ทว่าดรุณีรู้ตัวเองดีว่าตนไม่มีสิทธิ์ในตัวเขาเลยหกนาฬิกาสามสิบนาทีดรุณีอาบน้ำแต่งตัวแต่งหน้าเสร็จสรรพ สวมใส่ชุดทำงานเก่าเมื่อราวๆ สามปีก่อน เพราะไม่คิดว่าจะได้ทำงานประจำอีกจึงไม่ได้หาซื้อชุดใหม่ เมื่อคืนได้รับสายจากคุณแก้วกัลยา ท่านโทรสายตรงจากอังกฤษเ
โดยเฉพาะพวกที่ได้ลำดับการพรีเซ็นท์ก่อน อย่างบริษัทประเทศญี่ปุ่น!หลังจากเคลียร์งานในออฟฟิศเสร็จ คล้อยบ่ายไปดูไซต์งานที่ชลบุรี โดยปกติภูดิศชอบทำงานแบบนี้มากกว่าเข้าไปช่วยบิดาที่ฝ่ายบริหาร ไซต์งานชลบุรีเป็นงานสร้างคอนโดสูงสี่สิบชั้น เครื่องจักรทำงานทั้งวันทั้งคืนแข่งกับเวลาเสียงดังไปหมด คนงานก็เยอะเดินสวนกันไปมา ภูดิศถูกเชิญมาห้องประชุมซึ่งเป็นตู้คอนเทนเนอร์ใหญ่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในนั้น และมีคนงานระดับหัวหน้านั่งรออยู่แล้ว“อัดงบอัดคนเข้าไปอีกแล้วกัน เร่งโครงการให้มันเร็วมากขึ้น”ภูดิศเข้าดูความคืบหน้าโครงการทุกอย่าง ทั้งการก่อสร้าง ทั้งเอกสารรายงานหลายสิบฉบับ กว่าจะได้กลับกรุงเทพก็เกือบสองทุ่มและในขณะนั้นก็มีสายเรียกเข้า เขาเหลือบสายตาไปมองแวบเดียวเท่านั้นแม้จะเหนื่อยมาก แต่ก็กดรับหนึ่งชั่วโมงต่อมาณ ผับแห่งหนึ่งในย่านรัชดา“หมอก น้ำหวานรู้อยู่แล้วว่าคุณต้องมา” เสียงหวานเอ่ยอย่างมั่นใจ ริมฝีปากสีแดงสดฉาบไปด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน รีบลุกจากเก้าอี้มากอดแขนกำยำทว่ากลับต้องหน้าเสีย “ทำไมล่ะคะ แค่นี้เอง” ถามเพราะเขาปัดมือตนเองออก“ผมเพิ่งมาจากไซต์งาน ยังไม่อาบน้ำ”ดาราสาวระบายรอยยิ้มอ่อนๆ ออกม







