Share

บทที่ 1/2

last update Tanggal publikasi: 2026-02-03 07:39:54

ทุกลมหายใจผ่อนเข้าออกด้วยจังหวะที่ไม่สม่ำเสมอ เนื่องจากต้องทำงานหนักมาตั้งแต่ช่วงเช้า ดรุณีต้องวิ่งวนระหว่างบ้านกับร้านเพื่อมาดูลูกค้ากับลูกสาว หนูขวัญอาการดีขึ้นบ้างแล้วหลังได้รับการรักษาจากคุณหมอที่ย่าของแกพามารักษาถึงบ้าน แต่ก็ยังไม่สดชื่นเท่าไหร่นัก หนูน้อยยังนอนติดเตียง ตื่นมาทีไรก็ชอบอ้อนขอให้กอด ดรุณีเห็นแล้วชื่นใจดีใจที่ลูกกลับมามีชีวิตชีวามากกว่าช่วงสองสามวันก่อน วันนี้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการร้านบ้านขนมหวานของตนค่อนข้างเยอะ ทำเมนูเสิร์ฟแทบไม่ทัน

หญิงสาวเหลือบไปมองนาฬิกาบ่อยครั้งสงสัยว่าทำไมป่านนี้น้องสาวยังกลับมาไม่ถึงร้านอีก วาฟเฟิลหอมกรอบถูกนำออกจากเครื่องอบมาตากพัดลมลดระดับความร้อน แปรงเล็กๆ ปาดหน้าเนยมาเช็ดทำความสะอาดเครื่อง ก่อนมือเล็กจะเทแป้งวาฟเฟิลลงไปอบอีกครั้ง ลูกน้องในร้านเข้ามาจัดส่วนที่เสร็จใส่จาน โรยหน้าด้วยท็อปปิ้งต่างๆ ตามออร์เดอร์ นำไปเสิร์ฟลูกค้า ร้านแห่งนี้นอกจากเครื่องดื่มแล้วยังมีเค้ก ขนมหวาน อาหาร รวมถึงเมนูอื่นอีกมากมาย มีโต๊ะประมาณยี่สิบโดยเหมารวมโต๊ะอินดอร์ในสวนด้านนอก ร้านไม่ใหญ่มาก ดูแลกันเองในครอบครัวแค่พี่กับน้อง

เจ้าของร้านชื่อ ‘ดรุณี’ อายุย่างยี่สิบหก หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ผิวพรรณเนียนสวย มีหนุ่มๆ มาขายขนมจีบไม่เว้นวันแม้จะรู้ว่าหญิงสาวมีลูกสาวแล้วหนึ่งคน และน่ารักมากด้วย ส่วนเจ้าของร้านอีกคนชื่อ ‘ดาริกา’ นักศึกษาสาวปีสี่

สองพี่น้องคู่นี้หน้าตาสวยน่ามองไม่แพ้กัน แต่ดูเหมือนคะแนนความนิยมจะอยู่ที่คนเป็นพี่เพราะอ่อนหวานมากกว่า ส่วนคนน้องนั้นดุยิ่งกว่าพิตบูล ใครมาจีบก็ถูกไล่กลับบ้านทุกราย

ดาริกาบอกไม่อยากมีแฟน ไม่สนใจจะคุยกับใคร เพราะกลัวได้แฟนได้พ่อของลูกห่วยๆ แบบพี่เขย น้องสาวหล่อนพูดเกินไป ภูดิศไม่ได้ห่วยขนาดนั้นซะหน่อย ตรงกันข้ามเขาเป็นพ่อที่ดีมาก รักลูก เลี้ยงลูกแทนหล่อนได้สบาย ก็แค่ไม่รักหล่อนเท่านั้นแหละ

ทำไงได้ ก็หล่อนไม่มีอะไรที่คู่ควรเขาเลยนี่นา

ร้านนี้เป็นธุรกิจของครอบครัวตั้งแต่สมัยบิดามารดาของทั้งสองยังมีชีวิต พวกท่านรักร้านนี้มากและหวังอยากให้ทั้งสองช่วยกันดูแลร้านให้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเยอะๆ แรกเริ่มนั้นดรุณีเป็นพนักงานออฟฟิศ แต่เพราะมีเหตุจำเป็นบางอย่างทำให้ไม่สามารถทำงานต่อได้ จึงตัดสินใจกลับมาบริหารงานในร้านได้ร่วมสามปีแล้ว ช่วงบ่ายสามไปจนถึงหกโมงเย็นลูกค้าจะแน่นร้านเป็นพิเศษส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน ร้านบ้านขนมหวานของสองศรีพี่น้องตั้งอยู่ใกล้โรงเรียน แหล่งชอปปิง และห้างสรรพสินค้า สามารถเดินมาจากรถไฟฟ้าได้แค่ห้านาทีก็ถึง ภายในร้านเป็นกระจกรอบด้าน ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ง่ายๆ เน้นกระถางต้นไม้และรูปภาพต่างๆ ให้ดูสภาพตาสบายใจ แม้จะยังสวยแต่มันก็เก่าบ้างแล้วแหละ

“ออร์เดอร์ใหม่นะคะพี่ดา เยอะมาก ลูกค้ายกโขยงกันมากินเลี้ยงวันเกิดเกินสิบคนค่ะ”

ก็ดีสิ ลูกน้องทำหน้าเหนื่อยแต่ดรุณีกลับยิ้มรับ ชอบใจที่มีลูกค้าเข้าร้านเยอะ

“พี่ทำอาหารเอง หนูมาทำวาฟเฟิลแทนพี่ทีนะ”

ดรุณีให้น้องทำต่อส่วนตัวเองนั้นเข้าครัวไปทำเมนูไข่ข้นใส่เบคอน เสียงลูกค้าจอแจดังไปทั้งร้านส่วนพนักงานก็เร่งปั่นเครื่องดื่ม ทำขนม ทำอาหารยกใหญ่แทบไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองอะไร จนกระทั่งดาริกากลับจากมหา’ลัย น้องวิ่งแปดคูณร้อยมาจากบีทีเอส หอบแฮ่กๆ หน้าเคาน์เตอร์ร้าน ผมเผ้ายังชี้ฟูอยู่เลยก็รีบวิ่งไปสวมผ้ากันเปื้อนพร้อมทำงาน

“ขอโทษที่มาช้านะคะพี่ดา พอดีดรีมเข้าไปหาอาจารย์มา”

“พี่เข้าใจ ดรีมดูหน้าร้านให้พี่ทีนะ ยังเหลือเมนูอาหารอีกสามจาน”

          “ได้ค่ะ ไว้ใจได้เลยเดี๋ยวดรีมช่วยดูให้”

ดาริกายิ้มรับ รวบผมลวกๆ ขึ้นมัดทบเป็นมวยด้านบนไม่ให้มันรกรุงรังใบหน้า ก่อนจะวิ่งวุ่นช่วยพนักงานเสิร์ฟอาหาร ว่างก็มาปั่นเครื่องดื่ม รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของลูกค้าแค่คนเดียวหรือสองคนก็ทำให้คนมองมีความสุขได้แล้ว ร้านนี้เป็นธุรกิจครอบครัวดังนั้นดาริกาจึงรักมันมาก ออร์เดอร์เยอะไปถึงช่วงหนึ่งทุ่มก็เริ่มมีน้อยลง เหลือลูกค้าไม่กี่โต๊ะเท่านั้น น้องพนักงานจัดเก็บสถานที่ ล้างอุปกรณ์บางส่วน และกลับในเวลาสองทุ่ม

หลังจากนั้นดรุณีกับดาริกาช่วยกันดูร้านแค่สองคน

“เป็นยังไงบ้างคะ”

สาวน้อยชุดนักศึกษาเดินยิ้มมาแต่ไกลเข้ามาหาพี่สาว ก้มลงมองบัญชีของร้านอ่านยังไงก็ไม่ค่อยเข้าใจ ดาริกาลากเก้าอี้มานั่งข้างๆ หยิบใบเสร็จต่างๆ ขึ้นมาดู ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าวัตถุดิบ มองแล้วก็กลอกตาแรง เหนื่อยหน่าย ค่าใช้จ่ายสูงลิบจนแทบมองไม่เห็นตัวกำไร แค่พอมีหมุนในร้านแบบเดือนชนเดือนเท่านั้น

การทำร้านขนมให้ได้กำไรสูงๆ ในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้มันยากมาก มองไปทางไหนก็มีร้านแบบนี้อยู่เต็มไปหมด คู่แข่งเยอะ ก็ต้องขายตัดราคากัน เน้นที่ราคาไม่ได้ก็ต้องเปลี่ยนไปเน้นที่จำนวนลูกค้าแทน ผลก็อย่างที่เห็น ถึงแม้ลูกค้าจะเยอะแต่รายได้ของร้านก็ไม่ได้สูงตามไปเลย

พี่สาวหันมามองหน้า มีแววตาเศร้า เท่านั้นดาริกาก็คอตก  เสียใจ กลัวจะรักษาร้านไว้ไม่ได้นาน

“ดรีมก็รู้ว่าเราขายได้เยอะก็จริง แต่ค่าใช้จ่ายของเราก็มีเยอะไม่ต่างกัน ดูวันต่อวันไม่ได้หรอก ไว้รอสรุปยอดกำไรรายเดือนแล้วกันนะ” แตะไหล่น้องให้กำลังใจ หล่อนเองก็รักร้านนี้ไม่แพ้กัน ก็คงต้องดูแลช่วยกันต่อไปอาจจะมีสักวันที่ลูกค้าเข้ามากกว่านี้

“ดรีมเพิ่งรู้ว่าเพื่อนในสาขาคนหนึ่งทำเพจรีวิวที่เที่ยว คนตามเยอะมากน่าจะหลักแสน ดรีมจะขอเขาให้มารีวิวร้านเรา พี่ดาคิดว่ายังไงคะ”

อีตาแอดมินเพจก็เป็นหนึ่งในคนที่ตามจีบ ดาริกาเชิดใส่หลายครั้งแต่พอมานึกๆ ดูแล้ว หว่านเสน่ห์แลกผลสักนิดคงไม่เป็นไร ว่าแล้วสาวนักศึกษาก็ยิ้มกรุ้มกริ่ม ว่าแต่… อีตานั่นจะยอมช่วยดีๆ ไหมนะ หล่อนดันด่าไปเยอะเลยตั้งแต่รู้ว่าเขาสนใจจะจีบตนเอง

“ถ้าทำได้ก็ดีเลยสิ ขอบใจดรีมมากนะ”

มีประกายสดใสจากดรุณีแวบเดียวเท่านั้นทว่าวินาทีถัดมาก็กลับมาเครียดเหมือนเดิม ตอนนี้ในหัวหล่อนมีหลายเรื่องให้ต้องคิด ต้องทำ กายอรชรลุกออกจากเก้าอี้นำใบเสร็จและสมุดบัญชีร้านไปเก็บให้มิดชิด ล็อกกุญแจเสร็จสรรพ หล่อนทอดสายตามองล็อกเกอร์ตู้นั้น ก่อนจะค่อยๆ หมุนกายกลับมาเพื่อสบสายตากับน้องสาว ฝั่งดาริกานั้นเลิกคิ้วขึ้นสูงเชิงถาม

“มีอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมพี่ดามองหน้าดรีมแบบนั้น”

“พี่คิดว่า… จะออกไปหางานทำ”

“ทำไมล่ะคะ ช่วยกันทำร้านก็ดีอยู่แล้วนะ”

“อีกเดือนเดียวดรีมก็เรียนจบแล้ว เข้ามาบริหารเต็มตัวได้ พี่ออกไปทำงานข้างนอกเราก็จะได้มีรายได้เพิ่มด้วยไง ไม่ดีเหรอ”

ฝืนใจส่งรอยยิ้มไปให้ แม้ข้างในหัวใจจะเจ็บปวดและหวาดกลัวมากแค่ไหนก็ตาม ห่วงร้าน ห่วงน้อง ห่วงลูก แต่ก็อยากมีรายได้เยอะๆ มาเลี้ยงลูก เผื่อสักวันหนึ่งไม่มีใครคอยช่วยเรื่องเงินจะสามารถเลี้ยงลูกเองได้ สิ่งที่ดรุณีกลัวจับใจคือการถูกแย่งลูกไป หากภูดิศอยากหย่าและจะยื่นขอสิทธิ์การเลี้ยงดูลูกก็ย่อมทำได้ เขามีเงิน มีอำนาจ มีความพร้อมมากกว่า

ส่วนหล่อน… แทบจะไม่มีอะไรติดตัวเลย

เกิดความเงียบขึ้นระหว่างสองพี่น้อง ดรุณีก้มหน้าลง เผยรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะเล่าต่อ “เมื่อวานที่คุณเคนมาหา เขาชวนพี่ไปทำงานด้วย เขามีแผนจะมาเปิดบริษัทที่เมืองไทยก็เลยอยากได้คนคอยช่วยงาน สำนักงานไกลหน่อยแต่เขาอาสาออกค่าใช้จ่ายการเดินทางให้ หรือถ้าพี่ไม่อยากไปกลับ เขาก็เสนอที่พักพนักงานให้ แต่… พี่ไม่กล้าตอบรับ”

เพราะนามสกุลที่ใช้ยังเป็นของภูดิศ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หัวใจสลักรัก   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษหลายเดือนผ่านมา นอกจากจะทำขนมขายในร้านตามปกติแล้ว ตามคำแนะนำของคุณป้าคุณหมอกท่านให้ลูกชายมาติดต่อซื้อขนมจากที่ร้านไปจัดอีเว้นท์ด้วย ช่วงนี้ดาริกาจึงงานยุ่งทำขนมกับน้องในร้านเกือบจะทุกวัน ได้ค่าเหนื่อยกลับมาอย่างคุ้มค่า หายเหนื่อย เริ่มจะอิจฉาแล้ว น้องมีเงินเก็บเยอะ รวยเกินหน้าเกินตาดรุณียังทำงานช่วยสามีในตำแหน่งเลขาผู้ช่วย เขาไม่ยอมให้ย้ายไปช่วยงานคุณมีนให้ฝ่ายนั้นไปหาเลขาเอง คุณหมอกน่ะขี้หวง ขี้หึง ใครเข้ามาคุยกับหล่อนก็ไม่ยอม เช้านี้น้องนำขนมหลายร้อยชิ้นไปส่งที่โรงแรมแห่งหนึ่ง โดยมีปฐวีอาสาขับรถมารับส่ง เขาเพิ่งกลับจากพม่ามาติดต่องานที่กรุงเทพก็ยังไม่วายตามมาจีบน้องสาวต่อ ไม่เข็ดเลย น้องยังเปรยๆ ไว้ว่าจะหัดขับรถแล้วซื้อมาใช้สักคัน เวลาส่งขนมจะได้ไม่ต้องรบกวนคนอื่น ซึ่งคนอื่นที่ว่าก็คือคุณปฐวีของเรานี่แหละ รอลุ้นกันไปยาวๆวันอาทิตย์ลูกค้าค่อนข้างเยอะแต่ดรุณีไม่ได้ทำอะไรมาก เพราะน้องรับสมัครพนักงานเพิ่มสองตำแหน่ง รวมถึงกุ๊กด้วย จึงแค่มานั่งสวยๆ รอเช็กบิลลูกค้า“มาแล้วค่ะ ถามคุณแม่สิคะว่าเหนื่อยไหม” เสียงโทนเข้มดัดให้อ่อนลงได้ดัดจริตมาก ดรุณีละสายตาจากลูกค้าในร้านมองกลับไปยั

  • หัวใจสลักรัก   บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายร่างอรชรของดาริกาเดินเข้ามาทางหลังร้าน การแต่งตัวยังเป็นสไตล์เดิมเพิ่มเติมคือความแมน ดรุณีเริ่มจะหนักใจกลัวน้องสาวจะพาน้องสะใภ้มาเจอมากกว่าน้องเขย ยังดีหน่อยที่ดาริกาไม่ได้แสดงออกว่าชอบผู้หญิง ไม่อย่างนั้นคงลุ้นยากหน่อย หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูถึงกับมีหนุ่มมาตามจีบถึงบ้าน แวะเวียนกันมาไม่ว่าจะเป็นคุณวีคุณมีน น้องน้อยคนนี้ก็ไม่มีวี่แววว่าจะสนใจใคร สนใจแค่ทำขนมขายผู้ท้าชิงคนที่ 1 ปฐวี มาช่วยงานในร้านพร้อมกับสโลแกนจีบสาวว่ารุ่นใหญ่พร้อมเปย์ แต่ก็อกเดาะเพราะถ้าพูดถึงเรื่องเปย์คงแพ้ภูมินทร์ที่ฐานะรวยมากกว่าผู้ท้าชิงคนที่ 2 ภูมินทร์ อายุมากกว่าสี่ปีไม่ห่างมากแบบปฐวี หล่อ รวย พร้อมการันตีความแซ่บ แต่ดรุณีมองตาเดียวก็รู้ว่าน้องสาวไม่สนใจใครเลยว่าแต่… อยากรู้จัง ว่าน้องชอบผู้ชายแบบไหนกันนะ“น้องดรีม บนบานศาลกล่าวอะไรไว้ทำไมไม่ยอมทำตาม ไหนบอกถ้าคุณหมอกรักพี่ จะยอมทำตัวเรียบร้อยอ่อนหวานแต่งตัวน่ารักๆ ล่ะ ถ้าเจ้าที่เจ้าทางมาทวงคุณหมอกกลับไปพี่ไม่เป็นม่ายเหรอ ยากมากนะรู้ไหม กว่าพี่จะลงเอยกับคุณหมอกได้” น้องเดินเข้ามาถึงหน้าเคาน์เตอร์ยังไม่ทันอ้าปากทักอะไร ก็เจอประโยคบ่นยาวดรุณีหลุบสายตา

  • หัวใจสลักรัก   บทที่ 22

    22ร้านถูกปิดไว้และใส่กุญแจคล้องจากด้านนอก หนุ่มๆ ยืนเฝ้าและตะโกนเสียงดังจนคนผ่านไปผ่านมาไล่ให้หยุดส่งเสียงรบกวนภูดิศพยายามต่อสายหาภรรยาและดาริกาทว่าไร้การตอบรับใดๆ เมื่อเปลี่ยนไปโทรหามารดาท่านจึงสั่งให้กลับบ้าน“พวกกูไปส่งมึงที่บ้านเอง” เพื่อนๆ ออกอาสาและเดินทางไปที่บ้านหลังใหญ่ของประธานบริษัทไทยออลสตาร์ หนุ่มๆ อดฉลองกันไปเป็นแถบเมื่อมาถึงบ้านแล้วเห็นหน้าคุณแก้วกัลยากับคุณภูธเนศกำลังเคร่งเครียด“แม่ครับ ผมไปหาน้องดาที่บ้านแต่ไม่มีใครอยู่เลย”“ใช่ ทั้งสองคนเขาไปหาที่อยู่ใหม่” ท่านตอบห้วนๆ คนในบ้านเงียบกริบต่างไม่มีใครพูดอะไร ชวนให้อึดอัดแท้แม้แต่ก๊วนสถาปนิกก็ยังตกใจ ปีนขึ้นนั่งเบียดกันบนโซฟาใหญ่ส่งสัญญาณมือไปถามภูมินทร์ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็คุยกันไม่รู้เรื่อง ต้องหันกลับไปมองคุณแก้วกัลยา ซึ่งท่านกำลังใช้สายตาว่างเปล่ามองภูดิศ“หา… หาที่อยู่ใหม่ทำไมครับ แล้วบ้านล่ะ ร้านล่ะ” ภูดิศถามไปแล้วจะร้องไห้ อาการน้อยใจเดิมตีตื้นกลับมาเพราะจนถึงตอนนี้เขายังไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิด ทำไมภรรยาถึงเมินเฉย ไม่รักเขาเหมือนเมื่อก่อน“แม่ครับ พ่อครับ ตอบผมหน่อยสิ” เข้าไปจับแขนท่านทั้งสอง เขย่าเบาๆ“หมอ

  • หัวใจสลักรัก   บทที่ 21/2

    แม้ลำดับการพรีเซนต์ของบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นจะมาเป็นลำดับต้นๆ แต่ผลงานกลับแย่เกินบรรยาย แม้แต่เจ้าของโครงการยังกระอักกระอวลใจในการฟังการนำเสนองาน จนมาถึงคิวของหนุ่มๆ จากไทยออลสตาร์คอนสตัคชั่น ซึ่งก็สมชื่อบริษัท รวมดาวเด็กหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงไว้ทั้งนั้น ทุกคนพูดเก่ง มั่นใจ พรีเซนต์เก่ง ตอบคำถามเยี่ยม ภาษาอังกฤษฉะฉานกันทุกคน มีการนำเสนอทั้งในสไลด์ แบบจำลองสามมิติ และตัวโมเดลขนาดย่อส่วนบริษัทอื่นก็มีสิทธิ์ในการฟัง ทุกคนไม่ได้รับอนุญาตให้ลุกออกจากห้องหรือใช้โทรศัพท์ในขณะฟังการพรีเซนต์ จนกระทั่งครบทุกบริษัท ทางเจ้าของโครงการขอเวลาปรึกษากันราวครึ่งชั่วโมงก็พร้อมประกาศผล โดยในช่วงประกาศผลทางผู้จัดงานยินยอมให้นักข่าวจากหลายสำนักเข้ามาเก็บภาพ เก็บวิดีโอนำไปลงข่าวคอลัมธุรกิจสิ้นเสียงประกาศผู้ชนะ หนุ่มๆ จากออลสตาร์ร้องเฮกันลั่นห้องจัดประชุม ได้ขึ้นไปเซ็นสัญญาโครงการ ณ ขณะนั้นเลย ภูดิศยังใส่ผ้าพันข้อมือแต่สามารถเซ็นได้สบายมากรับหน้าที่เป็นผู้คุมงาน พวกเขาถ่ายรูปคู่กันกับเจ้าของโครงการ คนในนั้นปรบมือพอผ่านๆ เพราะต่างก็เสียดายที่บริษัทตนผลงานไม่เข้าตากรรมการทีมงานของภูดิศเข้ามายืนซ้อนหลังถ่ายรูป อดห

  • หัวใจสลักรัก   บทที่ 21/1

    21“รบกวนคุณมีนจอดข้างหน้านี้ให้หน่อยนะคะ”“ทำไมล่ะครับ ยังไม่ใกล้ถึงร้านเลยนะ”ถามหลังจากหยุดรถให้ตามความต้องการของพี่สะใภ้ ถนนเส้นนี้เป็นทางไปร้านดรุณีก็จริงแต่ก็อีกหลายกิโลกว่าจะไปถึง ภูมินทร์ไม่ต้องการให้หล่อนกลับบ้านด้วยตัวเอง สภาพจิตใจย่ำแย่ขนาดนี้คงไม่แคล้วลงไปเดินร้องไห้ข้างถนนน้ำตาคลอเปิดประตูเตรียมจะลงจากรถ “คุณมีนกลับไปเถอะนะคะ ดาไม่อยากให้น้องสงสัย”“แต่ว่า…” ภูมินทร์มีสีหน้าหนักใจ “ให้ผมไปส่งร้านเถอะนะครับคุณดา”“คุณมีนกลับไปเถอะนะคะ ดาขอร้อง ดาอยากอยู่คนเดียว”ใบหน้าสวยแดงก่ำไปหมดเกิดจากการร้องไห้ติดต่อกันเป็นเวลาหลายนาทีดรุณีหลบไปพักทำใจที่อื่นเกือบสองชั่วโมงจึงกลับมาที่ร้าน ด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้คราบน้ำตาให้น้องสาวสงสัย“พี่ดาหายไปไหนมาคะ” ออกจากร้านไปตั้งแต่ตอนเที่ยงจนตอนนี้บ่ายสามกว่าเพิ่งจะกลับมา ภูดิศมาหาตั้งสองรอบพอตอบว่ายังไม่เห็นกลับบ้านก็รีบขับรถออกไป ท่าทางแปลกๆ เหมือนสองคนมีปัญหาอะไรกัน“พี่แวะห้างดูเครื่องทำวาฟเฟิลมาน่ะ อันเก่าของเราเริ่มใช้งานไม่ดีแล้ว”“จริงค่ะ แต่ว่าวันนี้ร้านเงียบจังเนอะพี่ดา ตั้งแต่พี่ดาออกไปมีลูกค้าเข้ามาสองโต๊ะเอง สั่งแค่เครื่องดื่มค

  • หัวใจสลักรัก   บทที่ 20/2

    เปิดร้านได้สักพักคุณปู่คุณย่าน้องขวัญก็มาหาที่ร้านและรับหลานไปเที่ยวเล่น หลังคุณท่านทั้งสองออกไปได้สักพักภูดิศก็เริ่มลนลานอยากออกไปบ้าง ทว่าใจปอดไม่กล้าขออนุญาตเมีย ถึงขั้นที่ดรุณีต้องเป็นฝ่ายออกปากพูดเอง “ถ้ามีธุระก็ไปเถอะค่ะ ไม่จำเป็นต้องมาเฝ้ากันถึงขนาดนี้”“พี่ว่าพี่พูดเคลียร์ทุกอย่างแล้วนะน้องดา ทำไมน้องดายังไม่หายโกรธสักทีล่ะ”“เอาเป็นว่า ถ้าจะไปตอนไหนก็ตามใจนะคะ ดาจะไปดูขนมหลังร้าน” บอกเท่านั้นก็เดินผ่านสามีเข้าหลังร้านทันทีภูดิศถอนหายใจหนักมากตวัดสายตาขวางๆ มองน้องพนักงาน ก่อนจะหัวฟัดหัวเหวี่ยงถอดผ้ากันเปื้อนและขับรถออกจากร้านขนมหวาน ไปหาที่จอดใหม่ในห้างฯ แถวนี้ เขาต้องใส่แจ็คเก๊ตตัวหนา ใส่แว่นเพื่ออำพรางตัวตนแฟนคลับน้ำหวานมากันค่อนข้างเยอะ มีทั้งแฟนพันธุ์แท้และคนทั่วไปที่มาเดินห้างในวันหยุด หล่อนมาเปิดตัวเครือข่ายโทรศัพท์ใหม่ที่เพิ่งจะได้รับเกียรติเป็นพรีเซนเตอร์ ยืนอยู่กลางเวทีพูดถึงประสบการณ์ใช้โทรศัพท์ ภูดิศกอดอกมองจากด้านหลังด้วยความเบื่อหน่าย พลางส่งข้อความไปหาก๊วนเพื่อน‘อีกหนึ่งชั่วโมงกูจะหลอกเหยื่อเข้าไปบริษัท พวกมึงเตรียมรับมือไว้’กรุ้งกริ้ง กริ้งกริ้ง เสียงโมเดลเ

  • หัวใจสลักรัก   บทที่ 2/2

    “วันนี้คุณดาไปดูโรงเรียนให้คุณหนูครับ ออกจากบ้านไปคนเดียว ส่วนคุณหนูอยู่กับคุณดรีมที่ร้าน” คนในสายคือคุณสุวิทย์ ทำงานเป็นเลขานุการส่วนตัวของภูดิศ ดูแลทุกอย่างทั้งเรื่องงานและเรื่องจิปาถะส่วนตัวคิ้วเขากระตุกแรงมาก ไม่เข้าใจว่าหล่อนจะไปหาทำไมในเมื่อเขากับมารดาก็เลือกให้แล้วว่าจะให้ลูกเรียนที่ไหน ปู

  • หัวใจสลักรัก   บทที่ 1/4

    วันเดียวกัน ณ บ้านศรันย์เวชกุลคุณแก้วกัลยากลับมาถึงบ้านด้วยอารมณ์ขุ่นหมอง รับประทานอาหารได้ไม่กี่คำก็อิ่มขึ้นมาดื้อๆ ผิดสังเกตสามีกับลูกๆ ดังนั้นเมื่อมีคนเปิดปากถาม ท่านจึงไม่คิดเก็บไว้ในใจ เล่าให้ฟังโดยหันหน้าไปทางภูดิศภูมินทร์ น้องชายคนเล็กของบ้านหยิบแก้วน้ำมาจิบ รู้สึกเสียวสันหลังแทน ไม่คิดว่า

  • หัวใจสลักรัก   บทที่ 1/3

    เพราะนามสกุลที่ใช้ยังเป็นของภูดิศถึงแม้จะชอบคุณเคนคนนี้ที่แสนใจดีและจริงใจ แต่ดาริกายังไม่อยากให้พี่สาวด่วนตัดสินใจ“คุณเคนก็ทำบริษัทเกี่ยวกับการก่อสร้างไม่ใช่เหรอคะ พี่ดาคิดดีแล้วหรือยัง ถ้าคุณแก้วรู้เข้า ท่านต้องไม่พอใจและมาต่อว่าพี่ดาอย่างแน่นอน”“พี่ถึงหนักใจไง” ดรุณีถอนหายใจอย่างอ่อนล้า จะไปท

  • หัวใจสลักรัก   บทที่ 1/1

    หญิงสาวอายุย่างยี่สิบสาม มีร่างกายผ่ายผอมไม่สง่างาม ครรภ์สามเดือนไม่ช่วยให้ว่าที่คุณแม่มีน้ำมีนวลเพิ่มขึ้น ตรงกันข้ามร่างกายหล่อนกลับยิ่งทรุดโทรมลงเพราะตรอมใจ เกิดจากคำพูดถากถางจากพ่อของลูก ที่ไม่ได้ไยดีตนเองกับลูกในครรภ์เลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาคู่หวานลดระดับลงมองใบทะเบียนสมรสในมือ และบัตรประชาชนใบใหม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status