Mag-log inดรุณีเรียกวินมอเตอร์ไซค์ไปยังบริษัทไทยออลสตาร์คอนสตรัคชั่นที่อยู่ห่างออกไปราวห้านาที การเดินทางมาโรงเรียนน้องขวัญและมาทำงานค่อนข้างลำบาก เดินเท้า ต่อบีทีเอส ต่อวินมอเตอร์ไซค์ ค่าใช้จ่ายใช้ไปค่อนข้างเยอะแต่ก็บ่นไม่ได้เพราะขัดใจคุณแก้วกับคุณหมอกได้ที่ไหน วินมอเตอร์ไซค์ขับเร็วมากพาแว้นแซงรถหลายคันมาจนถึงที่หมายโดยร่างกายไม่มีบุบสลาย ลงจากรถขาอ่อนถึงกับสั่น จ่ายเงิน ส่งหมวกกันน็อกคืน
“ขอบคุณครับ” หนุ่มอายุอานามใกล้เคียงกันเอ่ยแล้วเลี้ยวรถขับย้อนศรกลับวิน ถือว่ายังเช้ามากพนักงานยังไม่บางตา ดรุณีเดินตามทางเท้ามายังประตูกระจกจะผลักเข้าไปทว่ากลับพบว่ามีมือใหญ่ของใครไม่รู้วางทาบทับ สองหนุ่มสาวหันมามองหน้ากันต่างคนต่างตกใจ
“ขอโทษครับ ผมไม่ทันมอง ผมไม่ได้ตั้งใจจะจับมือคุณ” ยกแก้วกาแฟในมือขึ้นเป็นหลักฐาน แอบเห็นเงาตนเองสะท้อนกระจก โทรมฉิบหายเลยโว้ย ทำไมต้องมาเจอคนน่ารักในช่วงเวลาที่สภาพย่ำแย่ขนาดนี้นะไอ้วีเอ๊ย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยิ้มสู้ไว้ก่อน
“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันเองก็ไม่ทันมองคุณเหมือนกัน”
“โอเคครับ เชิญด้านในได้เลยนะ”
ปฐวียิ้มเขิน เปิดประตู ฝ่ายหญิงก้มหน้าขอบคุณ โอ๊ย ตายแล้วววว หน้านิ่งยังน่ารักเลยอะ ถ้ายิ้มเขาจะไม่ชักตายลงตรงนี้เลยเหรอ
สถาปนิกหนุ่มสุดหล่อตอนนี้เสียฟอร์มมาก อยากลองเป่าลมใส่มือมาดมว่าปากเหม็นไหม เมื่อคืนงานเยอะมากจึงนอนค้างบริษัทกับเพื่อน น้ำยังไม่อาบเลยตื่นมาก็ลงมาหากาแฟดื่ม เจ้าของร่างอรชรเดินเข้าไปข้างในไม่ได้สนใจเขาอีก ดังนั้นปฐวีจึงต้องรีบเข้าไปเดินข้างๆ
“ยังไม่ทันได้แนะนำตัวเลย ผมชื่อวีนะครับ ปฐวี เป็นสถาปนิก แล้วคุณล่ะครับ ไม่เคยเจอหน้ามาก่อนเลย”
“ดิฉันชื่อดาค่ะ ดรุณี เพิ่งมาวันแรก” ตอบพลางเร่งฝีเท้าเดินหนี
ปฐวีก้าวเท้ายาวตามมาติดๆ ชวนคุยต่อ “คุณดาทำอยู่แผนกไหนเหรอครับ ผมเดินไปส่งได้นะ”
“ดิฉันมาช่วยงานช่วงคุณแก้วเดินทางไปต่างประเทศค่ะ ไม่ได้อยู่ประจำ”
“อ้าว แล้วอย่างนี้ถ้าคุณแก้วกลับมา คุณดาจะยังทำงานที่นี่ต่อไหมครับ”
“ดิฉันก็ไม่มั่นใจเหมือนกันค่ะ คงแล้วแค่คุณแก้วจะกรุณา ดิฉันต้องรอทำบัตรชั่วคราวที่ประชาสัมพันธ์ เชิญคุณวีเข้าไปก่อนเถอะนะคะ”
ตอบอย่างมีมารยาทแต่ความจริงก็ไล่เขาดีๆ นี่แหละ ดรุณีไม่เคยมั่นใจว่าตัวเองเป็นคนสวยจึงไม่ชินเวลามีผู้ชายให้ความสนใจตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นคุณเคน คุณมีน หรือแม้กระทั่งสถาปนิกหนุ่มหน้าคมคนนี้ มีคนสนใจก็ดีอยู่หรอก ผิดที่ใจหล่อนเองนี่แหละที่ไม่ยอมมองคนอื่นสักที
“ไว้ผมค่อยขึ้นไปตอนไหนก็ได้ครับ ไม่รีบ เมื่อคืนเร่งงานจนต้องค้างที่บริษัท ขึ้นไปตอนนี้เพื่อนผมบางคนก็ยังนอนกองบนพื้น เดี๋ยวนั่งรอเป็นเพื่อนคุณดาดีกว่า อีกสักพักประชาสัมพันธ์คงเข้างานกัน แต่เหมือนวันนี้จะเป็นพนักงานใหม่ทั้งสองนะ”
“ทำไมล่ะคะ แล้วสองคนที่อยู่ก่อนหน้านี้ไปไหนแล้ว”
“ถูกเชิญให้ออกน่ะครับ ไม่รู้ว่าทั้งสองคนไปมีเรื่องอะไรกับคุณแก้ว แต่ก็อย่างที่เรารู้ๆ กัน ท่านค่อนข้างตรง ออกจะตรงเกินไปด้วยซ้ำ”
สถาปนิกหนุ่มพยายามเล่าเรื่องให้ผ่อนคลายมากที่สุด กล้าพูดเพราะอย่างน้อยคุณคนสวยคนนี้ก็รู้จักกับคุณแก้วมาก่อน
“แต่คุณดาไม่ต้องห่วงนะครับ บริษัทนี้เทรนด์พนักงานดีมาก ถึงจะเปลี่ยนพนักงานใหม่แต่ไม่มีคนทำงานไม่เป็นแน่นอน” พูดขยายความหน่อยก็คือคนทำงานไม่เป็น บริษัทนี้ไม่ขอเลี้ยงไว้ เพราะเหตุนี้แหละที่นี่ถึงติดอันดับบริษัทเข้ายากอันดับต้นๆ ของเมืองไทย คนที่จะเข้ามาทำงานได้ต้องมีประสบการณ์การทำงานและเก่งจริง ทุกคนที่เข้ามาได้จะได้รับเงินเดือนเริ่มต้นสูงทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งตำแหน่งเล็กๆ อย่างแม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย คนพวกนี้สามารถพูดภาษาอังกฤษเบื้องต้นได้ ถือเป็นหน้าเป็นตาบริษัท ในกรณีลูกค้าชาวต่างชาติเข้ามาบริษัท สอบถามทาง หรือข้อมูลต่างๆ มีการประเมินการทำงานเพื่อปรับฐานเงินเดือนทุกปี
กรณีทำงานในตำแหน่งใหญ่ เช่น ผู้บริหาร หัวหน้าแผนก สถาปนิก วิศวกร จะมีโบนัสให้หลายเดือน รวมถึงเงินฟรีหนึ่งเดือนถ้าหากทำครบหนึ่งปี ทุกอย่างในบริษัทนี้ดีงามทั้งหมด ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่พนักงานในนี้จะมีแต่คนเก่งๆ เขาเองกว่าจะเข้าได้ก็ต้องไปหาประสบการณ์จากบริษัทที่สิงคโปร์ตั้งหลายปี ถึงแม้จะสนิทกับภูดิศ แต่ที่นี่ก็ไม่ได้มีโควต้าเพื่อนสักหน่อย อาจเพราะเหตุนี้มั้งจึงทำให้หนุ่มหล่อไม่มีโอกาสได้รู้ว่าอดีตของดรุณีเป็นอย่างไร
“เชิญนั่งก่อนครับ” ผายมือเชิญ ส่วนตนเองนั่งลงอีกฝั่ง
“คุณแก้วถึงกับไว้วางใจให้มาช่วยทำงานแบบนี้ คุณดาต้องเป็นคนเก่งและเป็นคนที่ท่านไว้ใจมากคนหนึ่งแน่ๆ แต่เหมือนผมจะรู้มาว่าท่านบินไปอังกฤษวันสองวันแล้วนะครับ”
“ใช่ค่ะ ท่านไปรับปริญญาคุณมีน ท่านเพิ่งโทรมาหาเมื่อคืนให้ดิฉันเข้ามาช่วยงานค่ะ”
ปฐวีถึงกับว้าวหลังได้ยินอย่างนั้น แอบกลืนน้ำลายเบาๆ คนที่คุณแก้วไว้ใจขนาดนี้จะเป็นคนนิสัยยังไงนะ ขอลองทำความรู้จักไว้ แต่ถ้านิสัยเนี้ยบแบบท่านเขาคงขอเซย์กู๊ดบาย
“ขนลุกเลยครับ ฮ่าๆ”
ดรุณีก็พลอยหัวเราะตามไปด้วย ทั้งสองนั่งคุยกันสักพัก ถือว่าค่อนข้างคุยกันถูกคอ ในช่วงนั้นก็มีพนักงานเข้างานบ้างต่างตรงไปในส่วนสแกนบัตรเพื่อเข้าไปในห้องโถงรอลิฟต์ ปฐวีหันไปมองรอบๆ แอบบ่นในใจว่าทำไมประชาสัมพันธ์ถึงยังไม่มาถึงบริษัทอีก พลันมองไปเห็นภูดิศผลักประตูเข้ามา เดินก้าวเท้ายาวๆ ผ่านหน้าล้วงบัตรจะนำไปแตะเครื่องรักษาความปลอดภัย แต่เขาปากไวกว่าจึงร้องเรียกมัน
“อ้าวเฮ้ย ไอ้หมอก วันนี้มาเช้าอีกแล้วนะ มึงจะฟิตไรนักหนา”
มือที่กำลังวางบัตรลงต้องชะงัก หันกลับมามองข้างหลัง เปิดทางให้พนักงานเข้าสแกนก่อน ภูดิศเดินย้อนกลับมาหาปฐวี ไม่วายใช้สายตาจับผิดกึ่งตำหนิมองผู้หญิงที่นั่งก้มหน้าก้มตา คิดว่าเขาจะจำไม่ได้เหรอไง เขาแอบลอบกลอกสายตาหลายต่อหลายครั้งก่อนจะตวัดหางตามองเพื่อนสนิท มันทำหน้าระรื่น จิบกาแฟบ้างล่ะ ส่งยิ้มมาให้เขาบ้างล่ะ แต่ขอผ่านเถอะ มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่ามันไม่ได้มีความสุขเพราะว่าเห็นหน้าเขาหรอก คงจะเป็นเพราะถูกใจผู้หญิงแถวนี้ เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ดีใจนะที่มีคนสนใจหล่อน ทว่าก็เสียใจในเวลาเดียวกันที่ปฐวีดันเป็นเพื่อนในก๊วน เขาไม่อยากให้เพื่อนต้องมาใช้ผู้หญิงร่วมกัน
ถึงเขาจะใช้หล่อนไปแค่ไม่กี่ครั้งก็ตามทีเถอะ
ท่านรองตาลอยนิดๆ เพราะขาดกาแฟ แถมเมื่อคืนก็นอนไม่ค่อยหลับซะด้วย ครุ่นคิดเรื่องน้ำหวานทั้งคืน ประกอบกับสังเกตเห็นว่าคนของมารดาแอบสะกดรอยตามตลอดเวลา จึงทำให้เขาโคตรจะหงุดหงิดเลย จากที่คุยกับทนายไว้ว่าอยากจัดการเรื่องหย่ากับดรุณี ก็คงต้องเลื่อนออกไปหลังจบเรื่องวุ่นวายพวกนี้ ไม่เช่นนั้นมารดาเขาก็คงไม่ยอมให้หย่าแน่นอน ถ้าหากยังหัวรั้นจะดำเนินเรื่องต่อท่านคงไม่แคล้วด่าหาว่าเขาจะกลับไปหาน้ำหวาน
“มีอะไร”
“สวัสดีตอนเช้าเพื่อน เมื่อคืนจัดหลายขวดหรือไง ตาลอยเชียวนะมึง” แซวขำๆ ตั้งใจจะให้มันหัวเราะ แต่กลับได้รับสายตาดุๆ พร้อมคำว่า ‘เสือก’ ปฐวียกไหล่น้อยๆ กระดกแก้วกาแฟขึ้นดื่มพอจิบๆ
สงสัยตาเขาจะลอยเกินไปจริงๆ นั่นแหละ ภูดิศยกนิ้วมือขึ้นนวดเบาๆ ระหว่างหัวตา เงยหน้ากลับไปมองเพื่อนกลับเห็นว่าดรุณีกำลังจ้องมองตน เขาสบตาแวบเดียวเท่านั้นหล่อนก็รีบมองไปทางอื่น ปอดเอ๊ย เจอกันวันก่อนถูกด่าไปนิดเดียวทำเป็นจ๋อย
ภูดิศส่ายหน้าไปมา ละสายตาจากใบหน้าแสนหวาน มามองหน้าแสนจะกวนของปฐวี
“แล้วมึงเสือกมานั่งจิบกาแฟอะไรตรงนี้ ปั่นงานเสร็จแล้วทำไมไม่โทรเรียกกูมาตรวจงาน จะได้ส่งเข้าให้ลูกค้าดูงาน”
“บ่นเยอะน่า แค่นี้สภาพห้องทำงาน สภาพพวกกูก็แทบคลานเข้าเตาเผาได้แล้ว” ปฐวีชี้เบ้าตาตัวเองให้ดูเป็นหลักฐาน ไหนจะเสื้อผ้าเน่าๆ ที่ทาบทับบนร่างกาย ส่งงานเสร็จตั้งใจจะกลับไปอาบน้ำแล้วงีบสักหน่อย บ่ายๆ ค่อยกลับมาประชุม ชีวิตสถาปนิกช่วงเผางานส่งก็จะยุ่งวุ่นวายแบบนี้ เขาชินตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรีแล้ว
“เออๆ มีงานส่งก็พอแล้ว” ในที่สุดภูดิศก็สะบัดมือไล่ ยอมแพ้ มองดรุณีตาขวาง ถามเพื่อนเสียงห้วนเหมือนจะหาเรื่อง
“แล้วนี่อะไร นั่งอยู่กับใครนานสองนาน”
“อ้าวเฮ้ย ไปจริงเหรอวะหมอก” แก๊งเพื่อนเรียกตามหลังแต่ไม่ทัน มันถือจานข้าวเปล่าลุกออกจากโต๊ะไปแล้ว กินไวเป็นบ้าเลย ข้าวพวกเขายังเต็มจานกันเกือบทุกคน มันสวาปามอยู่คนเดียวหนุ่มๆ เซ็งเป็ดเป็นแถบ ละสายตาจากภูดิศ กลับมามองดรุณีที่ทำตาใสมองพวกเขาปริบๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี อึดอัด อยากลุกออกไปจะแย่แล้ว เต้ ท็อป วี เลิกถามรัว ส่งยิ้มบางๆ มาให้ จากกระโดกกระเดกแย่งกันพูดเมื่อครู่ก็กลับมามีมารยาทมากขึ้น“พวกพี่แกล้งเล่นครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บริษัทของเรานะ มีปัญหาอะไรถามพวกพี่ได้ตลอดเลย ไม่ต้องไปถามไอ้หมอกหรอก”“ใช่ครับ พวกพี่มีแฟนกันหมดแล้ว แต่ไอ้วียังโสดน๊า” คนที่เป็นวิศวกรที่ปรึกษาไม่วายสปอลย์เพื่อน ดรุณีผ่อนคลายลงมากถึงกับหลุดเสียงหัวเราะออกมา และพยักหน้าเบาๆ เพื่อรับทราบพี่ท็อปพูดเสริม “กินข้าวกันเถอะครับ ไอ้วี! มึงไม่ต้องยิ้ม ไปซื้อน้ำมาให้น้องดาเลย กับขนมด้วยนะ เลี้ยงรับน้องหน่อย”สามหนุ่มสามมุมวาไรตี้ฉีกยิ้มกว้าง ไล่ปฐวีให้ไปซื้อน้ำมาบริการแบบฟรีๆ ดรุณีมองพี่ๆ ในแง่ดีมากขึ้น ร่วมโต๊ะรับประทานอาหาร โดยไม่รู้ตัวเลย ว่าถูกถ่ายรูปไปนินทาในกลุ่มไลน์อีกแล้ว สาวๆ พนักงานที่แอบชอบสถาปนิกในกลุ่มนั้
ภูดิศ รักษาการประธานกรรมการบริษัทแอบอู้งาน นั่งสบายเหยียดแข้งเหยียดขาพาดบนโต๊ะ ดูกล้องวงจรปิดโถงทางเดินชั้นผู้บริหารมาจนถึงโต๊ะเลขาหน้าห้อง แอบสังเกตการณ์เลขาผู้ช่วยคนใหม่ อยากรู้ว่าหล่อนตั้งใจทำงานมากแค่ไหน หรือไม่ยอมหยิบจับอะไรจะนั่งเฝ้าเขาอย่างเดียวภาพจากกล้องยี่ห้อนี้ชัดชะมัดเลย คุณแม่หนูขวัญกำลังนั่งหน้าจอคอมพ์พิมพ์ก๊อกๆ แก๊กๆ ลงบนแป้นพิมพ์ แฉลบสายตามาอ่านและพิมพ์สดๆ โดยไม่ได้ใช้อุปกรณ์ช่วยแปลแต่อย่างใดดูจากท่าทางก็เข้าทีอยู่หรอก แต่ไม่รู้ว่าผลงานจะออกมาน่าโยนลงถังขยะหรือเปล่า ผิดแกรมม่า พิมพ์ตกหล่นอะไรทำนองนั้นเขาก็ไม่เอากล่องอีเมลเด้งขึ้นมามุมล่างขวาของจอแมคบุ๊ก ภูดิศละสายตาจากหน้าจอใหญ่ กลับมามองจอเล็กและคลิกเม้าท์เข้าไปอ่าน พบว่าเป็นอีเมลคอนเฟิร์มวันเวลาคุยงานกับนักธุรกิจชาวฮ่องกง ต่อเนื่องจากสัปดาห์ผ่านมาที่เขาบินไปฮ่องกงครั้งหนึ่ง เขากดเปลี่ยนภาษาและตอบกลับไป ลงชื่อกำกับเสร็จสรรพ และก๊อบปี้ส่งต่อข้อมูลไปให้คุณสุวิทย์ เพื่อให้อีกฝ่ายเตรียมตัวให้พร้อมตาเขาเริ่มปรือๆ อีกแล้ว กาแฟสองแก้วที่ดรุณีชงมาให้ท่าจะเอาไม่อยู่ จึงต่อสายไปข้างนอกใช้หล่อนให้ลงไปซื้อจากร้านกาแฟข้างล่าง
“แล้วนี่อะไร นั่งอยู่กับใครนานสองนาน”แค่ปรายสายตามองเท่านั้นไม่ได้ใส่ใจจะหันไปมองให้เต็มสองตา ร้อยวันพันปีดรุณีไม่เคยมายุ่งกับครอบครัวหรือบริษัทเขา แต่หลังจากมีข่าวดังก็โผล่หน้ามาให้เห็นแบบนี้ คงไม่พ้นฝีมือมารดาเขาแน่นอน นี่ขนาดตัวอยู่อังกฤษ แต่ยังไม่วายส่งคนมาจับผิด กลางวันมีดรุณีคอยจับผิด กลางคืนก็มีอีกคนส่งมาประกบเขา ตั้งใจให้กระดิกตัวไปไหนไม่ได้เลยหรือไง นึกถึงเรื่องนี้ทีไรภูดิศชักจะอารมณ์เสียทุกทีปฐวีมองหน้าทั้งสองคน “อ้าว ไม่รู้จักกันหรอกเหรอ คุณดาบอกแม่มึงให้มาช่วยงาน” “ไม่เชิงรู้จัก แค่เคยเห็นหน้า” ประชดเข้าให้ดรุณีเองก็เริ่มมีความรู้สึกไม่ต่างจากเขา โกรธ เจ้าหล่อนเอียงใบหน้ามามองอย่างเร็ว ในสายตาแฝงด้วยความไม่พอใจที่เขาตัดสัมพันธ์“คุณแม่ไปอังกฤษ เธอมาเสียเที่ยวแล้วแหละ กลับบ้านไปขายขนมไปเฝ้าร้านของเธอต่อเถอะ ที่นี่ไม่มีงานอะไรให้เธอทำ!”“เฮ้ย! พอได้แล้วไอ้หมอก!” ปฐวีลุกขึ้นมาห้าม มันใช้มือผลักอกเขาออกไม่ให้ต่อว่าอะไรดรุณีไปมากกว่านี้ ออกตัวแรงปกป้องทั้งที่ไม่ใช่ธุระกงการอะไร“ไม่พอ! ถ้างานหลักคือจับตามองฉันก็นั่งเฝ้าประตู เฝ้าลิฟต์แถวนี้แหละ บริษัทของฉันรับแต่คนมีคุณภาพ
ดรุณีเรียกวินมอเตอร์ไซค์ไปยังบริษัทไทยออลสตาร์คอนสตรัคชั่นที่อยู่ห่างออกไปราวห้านาที การเดินทางมาโรงเรียนน้องขวัญและมาทำงานค่อนข้างลำบาก เดินเท้า ต่อบีทีเอส ต่อวินมอเตอร์ไซค์ ค่าใช้จ่ายใช้ไปค่อนข้างเยอะแต่ก็บ่นไม่ได้เพราะขัดใจคุณแก้วกับคุณหมอกได้ที่ไหน วินมอเตอร์ไซค์ขับเร็วมากพาแว้นแซงรถหลายคันมาจนถึงที่หมายโดยร่างกายไม่มีบุบสลาย ลงจากรถขาอ่อนถึงกับสั่น จ่ายเงิน ส่งหมวกกันน็อกคืน“ขอบคุณครับ” หนุ่มอายุอานามใกล้เคียงกันเอ่ยแล้วเลี้ยวรถขับย้อนศรกลับวิน ถือว่ายังเช้ามากพนักงานยังไม่บางตา ดรุณีเดินตามทางเท้ามายังประตูกระจกจะผลักเข้าไปทว่ากลับพบว่ามีมือใหญ่ของใครไม่รู้วางทาบทับ สองหนุ่มสาวหันมามองหน้ากันต่างคนต่างตกใจ“ขอโทษครับ ผมไม่ทันมอง ผมไม่ได้ตั้งใจจะจับมือคุณ” ยกแก้วกาแฟในมือขึ้นเป็นหลักฐาน แอบเห็นเงาตนเองสะท้อนกระจก โทรมฉิบหายเลยโว้ย ทำไมต้องมาเจอคนน่ารักในช่วงเวลาที่สภาพย่ำแย่ขนาดนี้นะไอ้วีเอ๊ย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยิ้มสู้ไว้ก่อน“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันเองก็ไม่ทันมองคุณเหมือนกัน”“โอเคครับ เชิญด้านในได้เลยนะ”ปฐวียิ้มเขิน เปิดประตู ฝ่ายหญิงก้มหน้าขอบคุณ โอ๊ย ตายแล้วววว หน้านิ่งยังน่ารักเล
เธอคนนั้นเป็นผู้หญิงรักสบายห่วงแค่เรื่องเงิน ถึงกระนั้นภูดิศก็ยังรักคุณน้ำหวาน ตามตื๊อ ติดต่อฝ่ายหญิงจนถูกสามีเธอส่งคนมากระทืบหลายครั้ง จนต้องหลบไปพักใจที่เมืองนอก ทิ้งหล่อนให้อุ้มท้องคนเดียว หนูขวัญเติบโตในครรภ์ด้วยการฟูมฟักจากหล่อนเพียงลำพัง ไร้เงาพ่อของลูก กระทั่งลูกคลอดภูดิศถึงกลับเมืองไทยและแวะมาหา‘ฉันให้เธอได้แค่ความเป็นเพื่อน อยากได้เงินเท่าไหร่ก็ว่ามา ฉันอยากใช้แลกกับลายเซ็นเธอบนใบหย่าของเรา’เจอหน้ากันกี่ครั้ง เขาก็ถามถึงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว“ถึงดารักคุณมากแค่ไหน ก็ไม่มีประโยชน์”ดวงตาคู่หวานสวยปานตากวาง ทอดสายตามองหน้าตนเองที่สะท้อนกระจก ใบหน้ารูปไข่แม้จะสวยแต่ก็แสนจะเศร้า หึงในตัวเขามากแต่ก็ทำอะไรได้ไม่มากไปกว่าการนิ่งเฉย แต่ไหนแต่ไรก็แทบไม่เคยได้อยู่ใกล้กัน แม้จะได้ชื่อว่าเป็นภรรยาตามกฎหมาย แม้จะได้ชื่อว่าเป็นแม่ของลูกเขา ทว่าดรุณีรู้ตัวเองดีว่าตนไม่มีสิทธิ์ในตัวเขาเลยหกนาฬิกาสามสิบนาทีดรุณีอาบน้ำแต่งตัวแต่งหน้าเสร็จสรรพ สวมใส่ชุดทำงานเก่าเมื่อราวๆ สามปีก่อน เพราะไม่คิดว่าจะได้ทำงานประจำอีกจึงไม่ได้หาซื้อชุดใหม่ เมื่อคืนได้รับสายจากคุณแก้วกัลยา ท่านโทรสายตรงจากอังกฤษเ
โดยเฉพาะพวกที่ได้ลำดับการพรีเซ็นท์ก่อน อย่างบริษัทประเทศญี่ปุ่น!หลังจากเคลียร์งานในออฟฟิศเสร็จ คล้อยบ่ายไปดูไซต์งานที่ชลบุรี โดยปกติภูดิศชอบทำงานแบบนี้มากกว่าเข้าไปช่วยบิดาที่ฝ่ายบริหาร ไซต์งานชลบุรีเป็นงานสร้างคอนโดสูงสี่สิบชั้น เครื่องจักรทำงานทั้งวันทั้งคืนแข่งกับเวลาเสียงดังไปหมด คนงานก็เยอะเดินสวนกันไปมา ภูดิศถูกเชิญมาห้องประชุมซึ่งเป็นตู้คอนเทนเนอร์ใหญ่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในนั้น และมีคนงานระดับหัวหน้านั่งรออยู่แล้ว“อัดงบอัดคนเข้าไปอีกแล้วกัน เร่งโครงการให้มันเร็วมากขึ้น”ภูดิศเข้าดูความคืบหน้าโครงการทุกอย่าง ทั้งการก่อสร้าง ทั้งเอกสารรายงานหลายสิบฉบับ กว่าจะได้กลับกรุงเทพก็เกือบสองทุ่มและในขณะนั้นก็มีสายเรียกเข้า เขาเหลือบสายตาไปมองแวบเดียวเท่านั้นแม้จะเหนื่อยมาก แต่ก็กดรับหนึ่งชั่วโมงต่อมาณ ผับแห่งหนึ่งในย่านรัชดา“หมอก น้ำหวานรู้อยู่แล้วว่าคุณต้องมา” เสียงหวานเอ่ยอย่างมั่นใจ ริมฝีปากสีแดงสดฉาบไปด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน รีบลุกจากเก้าอี้มากอดแขนกำยำทว่ากลับต้องหน้าเสีย “ทำไมล่ะคะ แค่นี้เอง” ถามเพราะเขาปัดมือตนเองออก“ผมเพิ่งมาจากไซต์งาน ยังไม่อาบน้ำ”ดาราสาวระบายรอยยิ้มอ่อนๆ ออกม







