로그인เธอคนนั้นเป็นผู้หญิงรักสบายห่วงแค่เรื่องเงิน ถึงกระนั้นภูดิศก็ยังรักคุณน้ำหวาน ตามตื๊อ ติดต่อฝ่ายหญิงจนถูกสามีเธอส่งคนมากระทืบหลายครั้ง จนต้องหลบไปพักใจที่เมืองนอก ทิ้งหล่อนให้อุ้มท้องคนเดียว หนูขวัญเติบโตในครรภ์ด้วยการฟูมฟักจากหล่อนเพียงลำพัง ไร้เงาพ่อของลูก กระทั่งลูกคลอดภูดิศถึงกลับเมืองไทยและแวะมาหา
‘ฉันให้เธอได้แค่ความเป็นเพื่อน อยากได้เงินเท่าไหร่ก็ว่ามา ฉันอยากใช้แลกกับลายเซ็นเธอบนใบหย่าของเรา’
เจอหน้ากันกี่ครั้ง เขาก็ถามถึงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว
“ถึงดารักคุณมากแค่ไหน ก็ไม่มีประโยชน์”
ดวงตาคู่หวานสวยปานตากวาง ทอดสายตามองหน้าตนเองที่สะท้อนกระจก ใบหน้ารูปไข่แม้จะสวยแต่ก็แสนจะเศร้า หึงในตัวเขามากแต่ก็ทำอะไรได้ไม่มากไปกว่าการนิ่งเฉย แต่ไหนแต่ไรก็แทบไม่เคยได้อยู่ใกล้กัน แม้จะได้ชื่อว่าเป็นภรรยาตามกฎหมาย แม้จะได้ชื่อว่าเป็นแม่ของลูกเขา ทว่าดรุณีรู้ตัวเองดีว่าตนไม่มีสิทธิ์ในตัวเขาเลย
หกนาฬิกาสามสิบนาทีดรุณีอาบน้ำแต่งตัวแต่งหน้าเสร็จสรรพ สวมใส่ชุดทำงานเก่าเมื่อราวๆ สามปีก่อน เพราะไม่คิดว่าจะได้ทำงานประจำอีกจึงไม่ได้หาซื้อชุดใหม่ เมื่อคืนได้รับสายจากคุณแก้วกัลยา ท่านโทรสายตรงจากอังกฤษเพื่อมอบหมายงานให้หล่อนเข้าไปช่วยคุณสุวิทย์ อนึ่งคือเข้าไปจับตามองภูดิศในช่วงที่ท่านไม่ได้อยู่เมืองไทย
หน้าที่ของหล่อนคือคอยดูเขาในช่วงเวลากลางวันส่วนกลางคืนนั้นปล่อยฟรี แต่ไม่เชื่อหรอก ดรุณีรู้ว่าท่านต้องจ้างคนสะกดรอยตามลูกชายแน่ๆ ไม่มีทางที่ท่านจะปล่อยให้ภูดิศกลับไปคืนดีกับดาราสาว
‘ช่วยฉันกันน้ำหวานออกไป แล้วฉันจะให้รางวัลตอบแทนงามๆ’
หนี้บ้านและร้านท่านจะยกให้ ทำงานแลกกัน จะได้ไม่ต้องติดค้างหนี้สินอะไรกัน ใบหน้าสวยซึมลงมากกว่าเดิม แต่ก็ดีแล้วแหละ เก็บใบทะเบียนสมรสไว้ก็ไร้ประโยชน์ สู้ปล่อยกันและกันให้เป็นอิสระแล้วต่างคนก็จะได้ไปเจอใครสักคนที่ดี ที่กำลังรอคอยอยู่ข้างหน้า
ดรุณีย้อนกลับเข้ามาในห้องนอน น้องตื่นทว่ายังคงนั่งอยู่บนเตียง
“วันนี้คุณแก้วให้พี่เข้าไปช่วยงานที่บริษัทนะ ท่านไปอังกฤษเกือบสองสัปดาห์พร้อมคุณภูกับคุณมีน”
“ค่ะ” น้องสาวพยักหน้ารับหงึกๆ ล้มตัวลงนอนข้างหลานอีกครั้ง หมูน้อยหลับปุ๋ย เมื่อคืนงอแงจึงพามานอนเตียงใหญ่ด้วยกัน แต่ทว่าแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นก็สะลึมสะลือลุกขึ้นมาอีกครั้ง แหกตาตื่นมองไปยังพี่สาว “ว่าไงนะ! ทำไมถึงปุบปับล่ะคะ คิดอยากใช้งานตอนไหนก็โทรมาสั่งงั้นเหรอพี่ดา”
“อย่าอคตินักเลยดรีม ทำตามท่านให้จบๆ ไปเถอะ” ดรุณีหลบสายตา เข้ามาพับผ้าห่มบนเตียง เหลือไว้แค่ผืนเล็กห่มให้ตัวเล็ก กายบอบบางนั่งลงข้างเตียงโน้มใบหน้าลงจุ๊บแก้มลูกเบาๆ ยังไม่กวนให้ตื่นเพราะถือว่ายังเช้ามาก
ดาริกามองแรงมาก คว่ำสายตาใส่ “คุยกับพี่ดาทีไร ดรีมเหมือนเป็นคนนิสัยไม่ดีตลอดเลย เฮ้อ! แล้วแต่พี่ดาเถอะค่ะ ดรีมพูดอะไรไปก็สู้คำสั่งของแม่มดใจร้ายอย่างคุณแก้วไม่ได้หรอก เชอะ ไปล้างหน้าแล้วไปเปิดกระจกร้านดีกว่า”
“น้องคนนี้นี่” หญิงสาวส่ายหน้าไปมา เข้ามาพับผ้าห่มเก็บเตียงจนเสร็จ จัดแจงท่านอนลูกให้นอนสบายๆ ปิดแอร์ เปิดหน้าต่างรับลม เข้าครัวทำอาหารง่ายๆ มีข้าวต้มกับไข่เจียวเตรียมไว้ให้น้องสาวกับลูกสาว ก่อนคุณแม่คนสวยจะกลับมาปลุกหนูขวัญ พาแกไปอาบน้ำ เด็กหญิงทำหน้าเหมือนจะงอแง ยังอยากนอนต่อ ไม่อยากตื่นไปโรงเรียนวันแรก ดรุณีป้อนข้าวหนูน้อยและพามาส่งด้วยตัวเอง เดินทางไกลหน่อย แต่โรงเรียนเอกชนที่คุณแก้วเลือกไว้ดีมาก ทั้งอาคาร ครู และสภาพแวดล้อมอื่นๆ
หนูขวัญหน้างอจะร้องไห้ไม่ยอมลงจากตัวมารดา อ้อนขอไปด้วย คุณครูยื่นมือมารับก็หันหน้าหนี ดรุณีกระซิบคุยกับลูกเบาๆ
“ไม่งอแงนะคะ ไหนสัญญากับคุณแม่แล้วว่าจะมาโรงเรียน”
“บ้าน…” แกดื้อจะกลับบ้าน เบะปากใส่คุณแม่จะร้องไห้
“เล่นกับเพื่อนแป๊บเดียวคุณแม่ก็มารับแล้วค่ะ คุณแม่ทำงานอยู่ตรงนั้นเอง หนูขวัญมองเห็นไหมคะ”
“กลับบ้าน…” หนูน้อยมองตามแต่ก็สะบัดหน้าหนี ไม่ยอมลงจากตัวมารดา งอแงพูดคำว่า ‘บ้าน’ ตลอดเวลา จะกลับให้ได้
“วันหลังจะให้คุณป๋ามาส่ง ถ้าหนูขวัญดื้อคุณป๋าคงโกรธน่าดู” ตะล่อมลูกอีกครั้ง คราวนี้แกเชื่อฟังเร็วมากยอมลงจากอ้อมกอดมารดา ดรุณีถึงกับถอนหายใจ ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ที่ลูกเชื่อฟังภูดิศมากกว่าตน หรือว่าหล่อนจะใจดีกับลูกเกินไปนะ ลูกถึงไม่กลัว
“มาค่ะ มาสวัสดีคุณครูปุ้มก่อน” จับมือป้อมๆ พาเดินมาหาคุณครูคนสวย
“สวัสดีค่ะ หนูของขวัญใช่ไหมคะ คุณครูปุ้มนะคะ ให้ครูอุ้มได้ไหมคะ แล้วครูจะพาเข้าไปดูไดโนเสาร์ข้างในนู้น ตัวมันใหญ่มากเลยแล้วก็ชอบเด็กมากด้วย” คุณครูคนนี้ยิ้มเก่ง พยายามเข้าหาเด็กหญิงอย่างสุดความสามารถ มีชี้มือชี้ไม้เข้าไปในห้องเรียนที่ยังไม่ค่อยมีนักเรียนเท่าไหร่นัก โรงเรียนค่าเทอมแพงแน่นอนว่าการเรียนการสอน รวมถึงความใส่ใจของครูก็มีมากขึ้น ครูปุ้มออกจะเกร็งๆ อยู่มาก เพราะท่าน ผอ. ต่อสายตรงมาย้ำ ให้ดูแลเด็กหญิงของขวัญให้ดีที่สุด
“อยากไปดูไดโนเสาร์ไหมคะ ขนมกับตุ๊กตาหนูขวัญก็อยู่ในกระเป๋านะ” ดรุณีช่วยครูคนสวยพูดอีกแรง หนูน้อยกอดขา ไม่ยอมไป
ครูปุ้มยังไม่ถอดใจ “คนนั้นชื่อเจได หนูขวัญอยากเข้าไปเล่นกับเพื่อนไหมคะ” คุณครูสาวชี้ไปทางเด็กชายที่ผู้ปกครองกำลังมาส่งพอดี เห็นนัยน์ตาแป๋วๆ แอบมองตามอย่างสนใจก็อมยิ้ม “สวัสดีครับเจได มาพอดีเลย ครูแนะนำเพื่อนใหม่ให้รู้จักนะ”
เด็กหญิงตัวเล็กแก้มย้วย ผิวพรรณสวย รวมๆ แล้วน่ารักจ้องมองเพื่อนใหม่ เพื่อนใหม่เองก็ยืนหลบหลังมารดา ไม่กล้าเข้ามาคุยด้วย
“เพื่อนชื่อขวัญนะเพิ่งมาโรงเรียนวันแรก เจไดพาเพื่อนไปดูของเล่นข้างในห้องได้ไหมครับ”
ครูปุ้มจับเด็กสองคนมายืนใกล้กันจะได้สนิทกันเร็ว
“ไปเลยเจได จะได้มีเพื่อนเพิ่มด้วยไง” ผู้ปกครองของเจไดเชียร์ตาม ดังนั้นเด็กชายจึงเข้าไปจับมือเพื่อนใหม่พาเข้าไปในห้องเรียน หนูน้อยไม่งอแงเลยสักนิด หันมามองข้างหลังมารดาก็ส่งมือบ๊ายบาย
“น้องน่ารักมากเลยนะคะ ร้องไห้นิดเดียวเอง” ครูปุ้มชม
“จะหลอกให้ตายใจหรือเปล่าก็ไม่ทราบนะคะ ไม่แน่ว่าดิฉันกลับไปอาจจะร้องไห้งอแงก็ได้ ดิฉันฝากคุณครูดูน้องด้วยนะคะ ถ้ามีอะไรโทรมาดิฉันได้ตลอดเวลาเลยค่ะ ขอบคุณคุณแม่น้องเจไดด้วยนะคะ” ดรุณีเอียงใบหน้าแสนหวานไปส่งยิ้มให้คุณแม่น้องเจได
“ค่ะ ขอตัวนะคะ” ส้มยิ้มหยิ่งๆ
“อ้าวเฮ้ย ไปจริงเหรอวะหมอก” แก๊งเพื่อนเรียกตามหลังแต่ไม่ทัน มันถือจานข้าวเปล่าลุกออกจากโต๊ะไปแล้ว กินไวเป็นบ้าเลย ข้าวพวกเขายังเต็มจานกันเกือบทุกคน มันสวาปามอยู่คนเดียวหนุ่มๆ เซ็งเป็ดเป็นแถบ ละสายตาจากภูดิศ กลับมามองดรุณีที่ทำตาใสมองพวกเขาปริบๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี อึดอัด อยากลุกออกไปจะแย่แล้ว เต้ ท็อป วี เลิกถามรัว ส่งยิ้มบางๆ มาให้ จากกระโดกกระเดกแย่งกันพูดเมื่อครู่ก็กลับมามีมารยาทมากขึ้น“พวกพี่แกล้งเล่นครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่บริษัทของเรานะ มีปัญหาอะไรถามพวกพี่ได้ตลอดเลย ไม่ต้องไปถามไอ้หมอกหรอก”“ใช่ครับ พวกพี่มีแฟนกันหมดแล้ว แต่ไอ้วียังโสดน๊า” คนที่เป็นวิศวกรที่ปรึกษาไม่วายสปอลย์เพื่อน ดรุณีผ่อนคลายลงมากถึงกับหลุดเสียงหัวเราะออกมา และพยักหน้าเบาๆ เพื่อรับทราบพี่ท็อปพูดเสริม “กินข้าวกันเถอะครับ ไอ้วี! มึงไม่ต้องยิ้ม ไปซื้อน้ำมาให้น้องดาเลย กับขนมด้วยนะ เลี้ยงรับน้องหน่อย”สามหนุ่มสามมุมวาไรตี้ฉีกยิ้มกว้าง ไล่ปฐวีให้ไปซื้อน้ำมาบริการแบบฟรีๆ ดรุณีมองพี่ๆ ในแง่ดีมากขึ้น ร่วมโต๊ะรับประทานอาหาร โดยไม่รู้ตัวเลย ว่าถูกถ่ายรูปไปนินทาในกลุ่มไลน์อีกแล้ว สาวๆ พนักงานที่แอบชอบสถาปนิกในกลุ่มนั้
ภูดิศ รักษาการประธานกรรมการบริษัทแอบอู้งาน นั่งสบายเหยียดแข้งเหยียดขาพาดบนโต๊ะ ดูกล้องวงจรปิดโถงทางเดินชั้นผู้บริหารมาจนถึงโต๊ะเลขาหน้าห้อง แอบสังเกตการณ์เลขาผู้ช่วยคนใหม่ อยากรู้ว่าหล่อนตั้งใจทำงานมากแค่ไหน หรือไม่ยอมหยิบจับอะไรจะนั่งเฝ้าเขาอย่างเดียวภาพจากกล้องยี่ห้อนี้ชัดชะมัดเลย คุณแม่หนูขวัญกำลังนั่งหน้าจอคอมพ์พิมพ์ก๊อกๆ แก๊กๆ ลงบนแป้นพิมพ์ แฉลบสายตามาอ่านและพิมพ์สดๆ โดยไม่ได้ใช้อุปกรณ์ช่วยแปลแต่อย่างใดดูจากท่าทางก็เข้าทีอยู่หรอก แต่ไม่รู้ว่าผลงานจะออกมาน่าโยนลงถังขยะหรือเปล่า ผิดแกรมม่า พิมพ์ตกหล่นอะไรทำนองนั้นเขาก็ไม่เอากล่องอีเมลเด้งขึ้นมามุมล่างขวาของจอแมคบุ๊ก ภูดิศละสายตาจากหน้าจอใหญ่ กลับมามองจอเล็กและคลิกเม้าท์เข้าไปอ่าน พบว่าเป็นอีเมลคอนเฟิร์มวันเวลาคุยงานกับนักธุรกิจชาวฮ่องกง ต่อเนื่องจากสัปดาห์ผ่านมาที่เขาบินไปฮ่องกงครั้งหนึ่ง เขากดเปลี่ยนภาษาและตอบกลับไป ลงชื่อกำกับเสร็จสรรพ และก๊อบปี้ส่งต่อข้อมูลไปให้คุณสุวิทย์ เพื่อให้อีกฝ่ายเตรียมตัวให้พร้อมตาเขาเริ่มปรือๆ อีกแล้ว กาแฟสองแก้วที่ดรุณีชงมาให้ท่าจะเอาไม่อยู่ จึงต่อสายไปข้างนอกใช้หล่อนให้ลงไปซื้อจากร้านกาแฟข้างล่าง
“แล้วนี่อะไร นั่งอยู่กับใครนานสองนาน”แค่ปรายสายตามองเท่านั้นไม่ได้ใส่ใจจะหันไปมองให้เต็มสองตา ร้อยวันพันปีดรุณีไม่เคยมายุ่งกับครอบครัวหรือบริษัทเขา แต่หลังจากมีข่าวดังก็โผล่หน้ามาให้เห็นแบบนี้ คงไม่พ้นฝีมือมารดาเขาแน่นอน นี่ขนาดตัวอยู่อังกฤษ แต่ยังไม่วายส่งคนมาจับผิด กลางวันมีดรุณีคอยจับผิด กลางคืนก็มีอีกคนส่งมาประกบเขา ตั้งใจให้กระดิกตัวไปไหนไม่ได้เลยหรือไง นึกถึงเรื่องนี้ทีไรภูดิศชักจะอารมณ์เสียทุกทีปฐวีมองหน้าทั้งสองคน “อ้าว ไม่รู้จักกันหรอกเหรอ คุณดาบอกแม่มึงให้มาช่วยงาน” “ไม่เชิงรู้จัก แค่เคยเห็นหน้า” ประชดเข้าให้ดรุณีเองก็เริ่มมีความรู้สึกไม่ต่างจากเขา โกรธ เจ้าหล่อนเอียงใบหน้ามามองอย่างเร็ว ในสายตาแฝงด้วยความไม่พอใจที่เขาตัดสัมพันธ์“คุณแม่ไปอังกฤษ เธอมาเสียเที่ยวแล้วแหละ กลับบ้านไปขายขนมไปเฝ้าร้านของเธอต่อเถอะ ที่นี่ไม่มีงานอะไรให้เธอทำ!”“เฮ้ย! พอได้แล้วไอ้หมอก!” ปฐวีลุกขึ้นมาห้าม มันใช้มือผลักอกเขาออกไม่ให้ต่อว่าอะไรดรุณีไปมากกว่านี้ ออกตัวแรงปกป้องทั้งที่ไม่ใช่ธุระกงการอะไร“ไม่พอ! ถ้างานหลักคือจับตามองฉันก็นั่งเฝ้าประตู เฝ้าลิฟต์แถวนี้แหละ บริษัทของฉันรับแต่คนมีคุณภาพ
ดรุณีเรียกวินมอเตอร์ไซค์ไปยังบริษัทไทยออลสตาร์คอนสตรัคชั่นที่อยู่ห่างออกไปราวห้านาที การเดินทางมาโรงเรียนน้องขวัญและมาทำงานค่อนข้างลำบาก เดินเท้า ต่อบีทีเอส ต่อวินมอเตอร์ไซค์ ค่าใช้จ่ายใช้ไปค่อนข้างเยอะแต่ก็บ่นไม่ได้เพราะขัดใจคุณแก้วกับคุณหมอกได้ที่ไหน วินมอเตอร์ไซค์ขับเร็วมากพาแว้นแซงรถหลายคันมาจนถึงที่หมายโดยร่างกายไม่มีบุบสลาย ลงจากรถขาอ่อนถึงกับสั่น จ่ายเงิน ส่งหมวกกันน็อกคืน“ขอบคุณครับ” หนุ่มอายุอานามใกล้เคียงกันเอ่ยแล้วเลี้ยวรถขับย้อนศรกลับวิน ถือว่ายังเช้ามากพนักงานยังไม่บางตา ดรุณีเดินตามทางเท้ามายังประตูกระจกจะผลักเข้าไปทว่ากลับพบว่ามีมือใหญ่ของใครไม่รู้วางทาบทับ สองหนุ่มสาวหันมามองหน้ากันต่างคนต่างตกใจ“ขอโทษครับ ผมไม่ทันมอง ผมไม่ได้ตั้งใจจะจับมือคุณ” ยกแก้วกาแฟในมือขึ้นเป็นหลักฐาน แอบเห็นเงาตนเองสะท้อนกระจก โทรมฉิบหายเลยโว้ย ทำไมต้องมาเจอคนน่ารักในช่วงเวลาที่สภาพย่ำแย่ขนาดนี้นะไอ้วีเอ๊ย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยิ้มสู้ไว้ก่อน“ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันเองก็ไม่ทันมองคุณเหมือนกัน”“โอเคครับ เชิญด้านในได้เลยนะ”ปฐวียิ้มเขิน เปิดประตู ฝ่ายหญิงก้มหน้าขอบคุณ โอ๊ย ตายแล้วววว หน้านิ่งยังน่ารักเล
เธอคนนั้นเป็นผู้หญิงรักสบายห่วงแค่เรื่องเงิน ถึงกระนั้นภูดิศก็ยังรักคุณน้ำหวาน ตามตื๊อ ติดต่อฝ่ายหญิงจนถูกสามีเธอส่งคนมากระทืบหลายครั้ง จนต้องหลบไปพักใจที่เมืองนอก ทิ้งหล่อนให้อุ้มท้องคนเดียว หนูขวัญเติบโตในครรภ์ด้วยการฟูมฟักจากหล่อนเพียงลำพัง ไร้เงาพ่อของลูก กระทั่งลูกคลอดภูดิศถึงกลับเมืองไทยและแวะมาหา‘ฉันให้เธอได้แค่ความเป็นเพื่อน อยากได้เงินเท่าไหร่ก็ว่ามา ฉันอยากใช้แลกกับลายเซ็นเธอบนใบหย่าของเรา’เจอหน้ากันกี่ครั้ง เขาก็ถามถึงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว“ถึงดารักคุณมากแค่ไหน ก็ไม่มีประโยชน์”ดวงตาคู่หวานสวยปานตากวาง ทอดสายตามองหน้าตนเองที่สะท้อนกระจก ใบหน้ารูปไข่แม้จะสวยแต่ก็แสนจะเศร้า หึงในตัวเขามากแต่ก็ทำอะไรได้ไม่มากไปกว่าการนิ่งเฉย แต่ไหนแต่ไรก็แทบไม่เคยได้อยู่ใกล้กัน แม้จะได้ชื่อว่าเป็นภรรยาตามกฎหมาย แม้จะได้ชื่อว่าเป็นแม่ของลูกเขา ทว่าดรุณีรู้ตัวเองดีว่าตนไม่มีสิทธิ์ในตัวเขาเลยหกนาฬิกาสามสิบนาทีดรุณีอาบน้ำแต่งตัวแต่งหน้าเสร็จสรรพ สวมใส่ชุดทำงานเก่าเมื่อราวๆ สามปีก่อน เพราะไม่คิดว่าจะได้ทำงานประจำอีกจึงไม่ได้หาซื้อชุดใหม่ เมื่อคืนได้รับสายจากคุณแก้วกัลยา ท่านโทรสายตรงจากอังกฤษเ
โดยเฉพาะพวกที่ได้ลำดับการพรีเซ็นท์ก่อน อย่างบริษัทประเทศญี่ปุ่น!หลังจากเคลียร์งานในออฟฟิศเสร็จ คล้อยบ่ายไปดูไซต์งานที่ชลบุรี โดยปกติภูดิศชอบทำงานแบบนี้มากกว่าเข้าไปช่วยบิดาที่ฝ่ายบริหาร ไซต์งานชลบุรีเป็นงานสร้างคอนโดสูงสี่สิบชั้น เครื่องจักรทำงานทั้งวันทั้งคืนแข่งกับเวลาเสียงดังไปหมด คนงานก็เยอะเดินสวนกันไปมา ภูดิศถูกเชิญมาห้องประชุมซึ่งเป็นตู้คอนเทนเนอร์ใหญ่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในนั้น และมีคนงานระดับหัวหน้านั่งรออยู่แล้ว“อัดงบอัดคนเข้าไปอีกแล้วกัน เร่งโครงการให้มันเร็วมากขึ้น”ภูดิศเข้าดูความคืบหน้าโครงการทุกอย่าง ทั้งการก่อสร้าง ทั้งเอกสารรายงานหลายสิบฉบับ กว่าจะได้กลับกรุงเทพก็เกือบสองทุ่มและในขณะนั้นก็มีสายเรียกเข้า เขาเหลือบสายตาไปมองแวบเดียวเท่านั้นแม้จะเหนื่อยมาก แต่ก็กดรับหนึ่งชั่วโมงต่อมาณ ผับแห่งหนึ่งในย่านรัชดา“หมอก น้ำหวานรู้อยู่แล้วว่าคุณต้องมา” เสียงหวานเอ่ยอย่างมั่นใจ ริมฝีปากสีแดงสดฉาบไปด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน รีบลุกจากเก้าอี้มากอดแขนกำยำทว่ากลับต้องหน้าเสีย “ทำไมล่ะคะ แค่นี้เอง” ถามเพราะเขาปัดมือตนเองออก“ผมเพิ่งมาจากไซต์งาน ยังไม่อาบน้ำ”ดาราสาวระบายรอยยิ้มอ่อนๆ ออกม







