تسجيل الدخولเธอคนนั้นเป็นผู้หญิงรักสบายห่วงแค่เรื่องเงิน ถึงกระนั้นภูดิศก็ยังรักคุณน้ำหวาน ตามตื๊อ ติดต่อฝ่ายหญิงจนถูกสามีเธอส่งคนมากระทืบหลายครั้ง จนต้องหลบไปพักใจที่เมืองนอก ทิ้งหล่อนให้อุ้มท้องคนเดียว หนูขวัญเติบโตในครรภ์ด้วยการฟูมฟักจากหล่อนเพียงลำพัง ไร้เงาพ่อของลูก กระทั่งลูกคลอดภูดิศถึงกลับเมืองไทยและแวะมาหา
‘ฉันให้เธอได้แค่ความเป็นเพื่อน อยากได้เงินเท่าไหร่ก็ว่ามา ฉันอยากใช้แลกกับลายเซ็นเธอบนใบหย่าของเรา’
เจอหน้ากันกี่ครั้ง เขาก็ถามถึงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว
“ถึงดารักคุณมากแค่ไหน ก็ไม่มีประโยชน์”
ดวงตาคู่หวานสวยปานตากวาง ทอดสายตามองหน้าตนเองที่สะท้อนกระจก ใบหน้ารูปไข่แม้จะสวยแต่ก็แสนจะเศร้า หึงในตัวเขามากแต่ก็ทำอะไรได้ไม่มากไปกว่าการนิ่งเฉย แต่ไหนแต่ไรก็แทบไม่เคยได้อยู่ใกล้กัน แม้จะได้ชื่อว่าเป็นภรรยาตามกฎหมาย แม้จะได้ชื่อว่าเป็นแม่ของลูกเขา ทว่าดรุณีรู้ตัวเองดีว่าตนไม่มีสิทธิ์ในตัวเขาเลย
หกนาฬิกาสามสิบนาทีดรุณีอาบน้ำแต่งตัวแต่งหน้าเสร็จสรรพ สวมใส่ชุดทำงานเก่าเมื่อราวๆ สามปีก่อน เพราะไม่คิดว่าจะได้ทำงานประจำอีกจึงไม่ได้หาซื้อชุดใหม่ เมื่อคืนได้รับสายจากคุณแก้วกัลยา ท่านโทรสายตรงจากอังกฤษเพื่อมอบหมายงานให้หล่อนเข้าไปช่วยคุณสุวิทย์ อนึ่งคือเข้าไปจับตามองภูดิศในช่วงที่ท่านไม่ได้อยู่เมืองไทย
หน้าที่ของหล่อนคือคอยดูเขาในช่วงเวลากลางวันส่วนกลางคืนนั้นปล่อยฟรี แต่ไม่เชื่อหรอก ดรุณีรู้ว่าท่านต้องจ้างคนสะกดรอยตามลูกชายแน่ๆ ไม่มีทางที่ท่านจะปล่อยให้ภูดิศกลับไปคืนดีกับดาราสาว
‘ช่วยฉันกันน้ำหวานออกไป แล้วฉันจะให้รางวัลตอบแทนงามๆ’
หนี้บ้านและร้านท่านจะยกให้ ทำงานแลกกัน จะได้ไม่ต้องติดค้างหนี้สินอะไรกัน ใบหน้าสวยซึมลงมากกว่าเดิม แต่ก็ดีแล้วแหละ เก็บใบทะเบียนสมรสไว้ก็ไร้ประโยชน์ สู้ปล่อยกันและกันให้เป็นอิสระแล้วต่างคนก็จะได้ไปเจอใครสักคนที่ดี ที่กำลังรอคอยอยู่ข้างหน้า
ดรุณีย้อนกลับเข้ามาในห้องนอน น้องตื่นทว่ายังคงนั่งอยู่บนเตียง
“วันนี้คุณแก้วให้พี่เข้าไปช่วยงานที่บริษัทนะ ท่านไปอังกฤษเกือบสองสัปดาห์พร้อมคุณภูกับคุณมีน”
“ค่ะ” น้องสาวพยักหน้ารับหงึกๆ ล้มตัวลงนอนข้างหลานอีกครั้ง หมูน้อยหลับปุ๋ย เมื่อคืนงอแงจึงพามานอนเตียงใหญ่ด้วยกัน แต่ทว่าแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นก็สะลึมสะลือลุกขึ้นมาอีกครั้ง แหกตาตื่นมองไปยังพี่สาว “ว่าไงนะ! ทำไมถึงปุบปับล่ะคะ คิดอยากใช้งานตอนไหนก็โทรมาสั่งงั้นเหรอพี่ดา”
“อย่าอคตินักเลยดรีม ทำตามท่านให้จบๆ ไปเถอะ” ดรุณีหลบสายตา เข้ามาพับผ้าห่มบนเตียง เหลือไว้แค่ผืนเล็กห่มให้ตัวเล็ก กายบอบบางนั่งลงข้างเตียงโน้มใบหน้าลงจุ๊บแก้มลูกเบาๆ ยังไม่กวนให้ตื่นเพราะถือว่ายังเช้ามาก
ดาริกามองแรงมาก คว่ำสายตาใส่ “คุยกับพี่ดาทีไร ดรีมเหมือนเป็นคนนิสัยไม่ดีตลอดเลย เฮ้อ! แล้วแต่พี่ดาเถอะค่ะ ดรีมพูดอะไรไปก็สู้คำสั่งของแม่มดใจร้ายอย่างคุณแก้วไม่ได้หรอก เชอะ ไปล้างหน้าแล้วไปเปิดกระจกร้านดีกว่า”
“น้องคนนี้นี่” หญิงสาวส่ายหน้าไปมา เข้ามาพับผ้าห่มเก็บเตียงจนเสร็จ จัดแจงท่านอนลูกให้นอนสบายๆ ปิดแอร์ เปิดหน้าต่างรับลม เข้าครัวทำอาหารง่ายๆ มีข้าวต้มกับไข่เจียวเตรียมไว้ให้น้องสาวกับลูกสาว ก่อนคุณแม่คนสวยจะกลับมาปลุกหนูขวัญ พาแกไปอาบน้ำ เด็กหญิงทำหน้าเหมือนจะงอแง ยังอยากนอนต่อ ไม่อยากตื่นไปโรงเรียนวันแรก ดรุณีป้อนข้าวหนูน้อยและพามาส่งด้วยตัวเอง เดินทางไกลหน่อย แต่โรงเรียนเอกชนที่คุณแก้วเลือกไว้ดีมาก ทั้งอาคาร ครู และสภาพแวดล้อมอื่นๆ
หนูขวัญหน้างอจะร้องไห้ไม่ยอมลงจากตัวมารดา อ้อนขอไปด้วย คุณครูยื่นมือมารับก็หันหน้าหนี ดรุณีกระซิบคุยกับลูกเบาๆ
“ไม่งอแงนะคะ ไหนสัญญากับคุณแม่แล้วว่าจะมาโรงเรียน”
“บ้าน…” แกดื้อจะกลับบ้าน เบะปากใส่คุณแม่จะร้องไห้
“เล่นกับเพื่อนแป๊บเดียวคุณแม่ก็มารับแล้วค่ะ คุณแม่ทำงานอยู่ตรงนั้นเอง หนูขวัญมองเห็นไหมคะ”
“กลับบ้าน…” หนูน้อยมองตามแต่ก็สะบัดหน้าหนี ไม่ยอมลงจากตัวมารดา งอแงพูดคำว่า ‘บ้าน’ ตลอดเวลา จะกลับให้ได้
“วันหลังจะให้คุณป๋ามาส่ง ถ้าหนูขวัญดื้อคุณป๋าคงโกรธน่าดู” ตะล่อมลูกอีกครั้ง คราวนี้แกเชื่อฟังเร็วมากยอมลงจากอ้อมกอดมารดา ดรุณีถึงกับถอนหายใจ ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ที่ลูกเชื่อฟังภูดิศมากกว่าตน หรือว่าหล่อนจะใจดีกับลูกเกินไปนะ ลูกถึงไม่กลัว
“มาค่ะ มาสวัสดีคุณครูปุ้มก่อน” จับมือป้อมๆ พาเดินมาหาคุณครูคนสวย
“สวัสดีค่ะ หนูของขวัญใช่ไหมคะ คุณครูปุ้มนะคะ ให้ครูอุ้มได้ไหมคะ แล้วครูจะพาเข้าไปดูไดโนเสาร์ข้างในนู้น ตัวมันใหญ่มากเลยแล้วก็ชอบเด็กมากด้วย” คุณครูคนนี้ยิ้มเก่ง พยายามเข้าหาเด็กหญิงอย่างสุดความสามารถ มีชี้มือชี้ไม้เข้าไปในห้องเรียนที่ยังไม่ค่อยมีนักเรียนเท่าไหร่นัก โรงเรียนค่าเทอมแพงแน่นอนว่าการเรียนการสอน รวมถึงความใส่ใจของครูก็มีมากขึ้น ครูปุ้มออกจะเกร็งๆ อยู่มาก เพราะท่าน ผอ. ต่อสายตรงมาย้ำ ให้ดูแลเด็กหญิงของขวัญให้ดีที่สุด
“อยากไปดูไดโนเสาร์ไหมคะ ขนมกับตุ๊กตาหนูขวัญก็อยู่ในกระเป๋านะ” ดรุณีช่วยครูคนสวยพูดอีกแรง หนูน้อยกอดขา ไม่ยอมไป
ครูปุ้มยังไม่ถอดใจ “คนนั้นชื่อเจได หนูขวัญอยากเข้าไปเล่นกับเพื่อนไหมคะ” คุณครูสาวชี้ไปทางเด็กชายที่ผู้ปกครองกำลังมาส่งพอดี เห็นนัยน์ตาแป๋วๆ แอบมองตามอย่างสนใจก็อมยิ้ม “สวัสดีครับเจได มาพอดีเลย ครูแนะนำเพื่อนใหม่ให้รู้จักนะ”
เด็กหญิงตัวเล็กแก้มย้วย ผิวพรรณสวย รวมๆ แล้วน่ารักจ้องมองเพื่อนใหม่ เพื่อนใหม่เองก็ยืนหลบหลังมารดา ไม่กล้าเข้ามาคุยด้วย
“เพื่อนชื่อขวัญนะเพิ่งมาโรงเรียนวันแรก เจไดพาเพื่อนไปดูของเล่นข้างในห้องได้ไหมครับ”
ครูปุ้มจับเด็กสองคนมายืนใกล้กันจะได้สนิทกันเร็ว
“ไปเลยเจได จะได้มีเพื่อนเพิ่มด้วยไง” ผู้ปกครองของเจไดเชียร์ตาม ดังนั้นเด็กชายจึงเข้าไปจับมือเพื่อนใหม่พาเข้าไปในห้องเรียน หนูน้อยไม่งอแงเลยสักนิด หันมามองข้างหลังมารดาก็ส่งมือบ๊ายบาย
“น้องน่ารักมากเลยนะคะ ร้องไห้นิดเดียวเอง” ครูปุ้มชม
“จะหลอกให้ตายใจหรือเปล่าก็ไม่ทราบนะคะ ไม่แน่ว่าดิฉันกลับไปอาจจะร้องไห้งอแงก็ได้ ดิฉันฝากคุณครูดูน้องด้วยนะคะ ถ้ามีอะไรโทรมาดิฉันได้ตลอดเวลาเลยค่ะ ขอบคุณคุณแม่น้องเจไดด้วยนะคะ” ดรุณีเอียงใบหน้าแสนหวานไปส่งยิ้มให้คุณแม่น้องเจได
“ค่ะ ขอตัวนะคะ” ส้มยิ้มหยิ่งๆ
ตอนพิเศษหลายเดือนผ่านมา นอกจากจะทำขนมขายในร้านตามปกติแล้ว ตามคำแนะนำของคุณป้าคุณหมอกท่านให้ลูกชายมาติดต่อซื้อขนมจากที่ร้านไปจัดอีเว้นท์ด้วย ช่วงนี้ดาริกาจึงงานยุ่งทำขนมกับน้องในร้านเกือบจะทุกวัน ได้ค่าเหนื่อยกลับมาอย่างคุ้มค่า หายเหนื่อย เริ่มจะอิจฉาแล้ว น้องมีเงินเก็บเยอะ รวยเกินหน้าเกินตาดรุณียังทำงานช่วยสามีในตำแหน่งเลขาผู้ช่วย เขาไม่ยอมให้ย้ายไปช่วยงานคุณมีนให้ฝ่ายนั้นไปหาเลขาเอง คุณหมอกน่ะขี้หวง ขี้หึง ใครเข้ามาคุยกับหล่อนก็ไม่ยอม เช้านี้น้องนำขนมหลายร้อยชิ้นไปส่งที่โรงแรมแห่งหนึ่ง โดยมีปฐวีอาสาขับรถมารับส่ง เขาเพิ่งกลับจากพม่ามาติดต่องานที่กรุงเทพก็ยังไม่วายตามมาจีบน้องสาวต่อ ไม่เข็ดเลย น้องยังเปรยๆ ไว้ว่าจะหัดขับรถแล้วซื้อมาใช้สักคัน เวลาส่งขนมจะได้ไม่ต้องรบกวนคนอื่น ซึ่งคนอื่นที่ว่าก็คือคุณปฐวีของเรานี่แหละ รอลุ้นกันไปยาวๆวันอาทิตย์ลูกค้าค่อนข้างเยอะแต่ดรุณีไม่ได้ทำอะไรมาก เพราะน้องรับสมัครพนักงานเพิ่มสองตำแหน่ง รวมถึงกุ๊กด้วย จึงแค่มานั่งสวยๆ รอเช็กบิลลูกค้า“มาแล้วค่ะ ถามคุณแม่สิคะว่าเหนื่อยไหม” เสียงโทนเข้มดัดให้อ่อนลงได้ดัดจริตมาก ดรุณีละสายตาจากลูกค้าในร้านมองกลับไปยั
บทส่งท้ายร่างอรชรของดาริกาเดินเข้ามาทางหลังร้าน การแต่งตัวยังเป็นสไตล์เดิมเพิ่มเติมคือความแมน ดรุณีเริ่มจะหนักใจกลัวน้องสาวจะพาน้องสะใภ้มาเจอมากกว่าน้องเขย ยังดีหน่อยที่ดาริกาไม่ได้แสดงออกว่าชอบผู้หญิง ไม่อย่างนั้นคงลุ้นยากหน่อย หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูถึงกับมีหนุ่มมาตามจีบถึงบ้าน แวะเวียนกันมาไม่ว่าจะเป็นคุณวีคุณมีน น้องน้อยคนนี้ก็ไม่มีวี่แววว่าจะสนใจใคร สนใจแค่ทำขนมขายผู้ท้าชิงคนที่ 1 ปฐวี มาช่วยงานในร้านพร้อมกับสโลแกนจีบสาวว่ารุ่นใหญ่พร้อมเปย์ แต่ก็อกเดาะเพราะถ้าพูดถึงเรื่องเปย์คงแพ้ภูมินทร์ที่ฐานะรวยมากกว่าผู้ท้าชิงคนที่ 2 ภูมินทร์ อายุมากกว่าสี่ปีไม่ห่างมากแบบปฐวี หล่อ รวย พร้อมการันตีความแซ่บ แต่ดรุณีมองตาเดียวก็รู้ว่าน้องสาวไม่สนใจใครเลยว่าแต่… อยากรู้จัง ว่าน้องชอบผู้ชายแบบไหนกันนะ“น้องดรีม บนบานศาลกล่าวอะไรไว้ทำไมไม่ยอมทำตาม ไหนบอกถ้าคุณหมอกรักพี่ จะยอมทำตัวเรียบร้อยอ่อนหวานแต่งตัวน่ารักๆ ล่ะ ถ้าเจ้าที่เจ้าทางมาทวงคุณหมอกกลับไปพี่ไม่เป็นม่ายเหรอ ยากมากนะรู้ไหม กว่าพี่จะลงเอยกับคุณหมอกได้” น้องเดินเข้ามาถึงหน้าเคาน์เตอร์ยังไม่ทันอ้าปากทักอะไร ก็เจอประโยคบ่นยาวดรุณีหลุบสายตา
22ร้านถูกปิดไว้และใส่กุญแจคล้องจากด้านนอก หนุ่มๆ ยืนเฝ้าและตะโกนเสียงดังจนคนผ่านไปผ่านมาไล่ให้หยุดส่งเสียงรบกวนภูดิศพยายามต่อสายหาภรรยาและดาริกาทว่าไร้การตอบรับใดๆ เมื่อเปลี่ยนไปโทรหามารดาท่านจึงสั่งให้กลับบ้าน“พวกกูไปส่งมึงที่บ้านเอง” เพื่อนๆ ออกอาสาและเดินทางไปที่บ้านหลังใหญ่ของประธานบริษัทไทยออลสตาร์ หนุ่มๆ อดฉลองกันไปเป็นแถบเมื่อมาถึงบ้านแล้วเห็นหน้าคุณแก้วกัลยากับคุณภูธเนศกำลังเคร่งเครียด“แม่ครับ ผมไปหาน้องดาที่บ้านแต่ไม่มีใครอยู่เลย”“ใช่ ทั้งสองคนเขาไปหาที่อยู่ใหม่” ท่านตอบห้วนๆ คนในบ้านเงียบกริบต่างไม่มีใครพูดอะไร ชวนให้อึดอัดแท้แม้แต่ก๊วนสถาปนิกก็ยังตกใจ ปีนขึ้นนั่งเบียดกันบนโซฟาใหญ่ส่งสัญญาณมือไปถามภูมินทร์ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็คุยกันไม่รู้เรื่อง ต้องหันกลับไปมองคุณแก้วกัลยา ซึ่งท่านกำลังใช้สายตาว่างเปล่ามองภูดิศ“หา… หาที่อยู่ใหม่ทำไมครับ แล้วบ้านล่ะ ร้านล่ะ” ภูดิศถามไปแล้วจะร้องไห้ อาการน้อยใจเดิมตีตื้นกลับมาเพราะจนถึงตอนนี้เขายังไม่รู้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิด ทำไมภรรยาถึงเมินเฉย ไม่รักเขาเหมือนเมื่อก่อน“แม่ครับ พ่อครับ ตอบผมหน่อยสิ” เข้าไปจับแขนท่านทั้งสอง เขย่าเบาๆ“หมอ
แม้ลำดับการพรีเซนต์ของบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นจะมาเป็นลำดับต้นๆ แต่ผลงานกลับแย่เกินบรรยาย แม้แต่เจ้าของโครงการยังกระอักกระอวลใจในการฟังการนำเสนองาน จนมาถึงคิวของหนุ่มๆ จากไทยออลสตาร์คอนสตัคชั่น ซึ่งก็สมชื่อบริษัท รวมดาวเด็กหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงไว้ทั้งนั้น ทุกคนพูดเก่ง มั่นใจ พรีเซนต์เก่ง ตอบคำถามเยี่ยม ภาษาอังกฤษฉะฉานกันทุกคน มีการนำเสนอทั้งในสไลด์ แบบจำลองสามมิติ และตัวโมเดลขนาดย่อส่วนบริษัทอื่นก็มีสิทธิ์ในการฟัง ทุกคนไม่ได้รับอนุญาตให้ลุกออกจากห้องหรือใช้โทรศัพท์ในขณะฟังการพรีเซนต์ จนกระทั่งครบทุกบริษัท ทางเจ้าของโครงการขอเวลาปรึกษากันราวครึ่งชั่วโมงก็พร้อมประกาศผล โดยในช่วงประกาศผลทางผู้จัดงานยินยอมให้นักข่าวจากหลายสำนักเข้ามาเก็บภาพ เก็บวิดีโอนำไปลงข่าวคอลัมธุรกิจสิ้นเสียงประกาศผู้ชนะ หนุ่มๆ จากออลสตาร์ร้องเฮกันลั่นห้องจัดประชุม ได้ขึ้นไปเซ็นสัญญาโครงการ ณ ขณะนั้นเลย ภูดิศยังใส่ผ้าพันข้อมือแต่สามารถเซ็นได้สบายมากรับหน้าที่เป็นผู้คุมงาน พวกเขาถ่ายรูปคู่กันกับเจ้าของโครงการ คนในนั้นปรบมือพอผ่านๆ เพราะต่างก็เสียดายที่บริษัทตนผลงานไม่เข้าตากรรมการทีมงานของภูดิศเข้ามายืนซ้อนหลังถ่ายรูป อดห
21“รบกวนคุณมีนจอดข้างหน้านี้ให้หน่อยนะคะ”“ทำไมล่ะครับ ยังไม่ใกล้ถึงร้านเลยนะ”ถามหลังจากหยุดรถให้ตามความต้องการของพี่สะใภ้ ถนนเส้นนี้เป็นทางไปร้านดรุณีก็จริงแต่ก็อีกหลายกิโลกว่าจะไปถึง ภูมินทร์ไม่ต้องการให้หล่อนกลับบ้านด้วยตัวเอง สภาพจิตใจย่ำแย่ขนาดนี้คงไม่แคล้วลงไปเดินร้องไห้ข้างถนนน้ำตาคลอเปิดประตูเตรียมจะลงจากรถ “คุณมีนกลับไปเถอะนะคะ ดาไม่อยากให้น้องสงสัย”“แต่ว่า…” ภูมินทร์มีสีหน้าหนักใจ “ให้ผมไปส่งร้านเถอะนะครับคุณดา”“คุณมีนกลับไปเถอะนะคะ ดาขอร้อง ดาอยากอยู่คนเดียว”ใบหน้าสวยแดงก่ำไปหมดเกิดจากการร้องไห้ติดต่อกันเป็นเวลาหลายนาทีดรุณีหลบไปพักทำใจที่อื่นเกือบสองชั่วโมงจึงกลับมาที่ร้าน ด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้คราบน้ำตาให้น้องสาวสงสัย“พี่ดาหายไปไหนมาคะ” ออกจากร้านไปตั้งแต่ตอนเที่ยงจนตอนนี้บ่ายสามกว่าเพิ่งจะกลับมา ภูดิศมาหาตั้งสองรอบพอตอบว่ายังไม่เห็นกลับบ้านก็รีบขับรถออกไป ท่าทางแปลกๆ เหมือนสองคนมีปัญหาอะไรกัน“พี่แวะห้างดูเครื่องทำวาฟเฟิลมาน่ะ อันเก่าของเราเริ่มใช้งานไม่ดีแล้ว”“จริงค่ะ แต่ว่าวันนี้ร้านเงียบจังเนอะพี่ดา ตั้งแต่พี่ดาออกไปมีลูกค้าเข้ามาสองโต๊ะเอง สั่งแค่เครื่องดื่มค
เปิดร้านได้สักพักคุณปู่คุณย่าน้องขวัญก็มาหาที่ร้านและรับหลานไปเที่ยวเล่น หลังคุณท่านทั้งสองออกไปได้สักพักภูดิศก็เริ่มลนลานอยากออกไปบ้าง ทว่าใจปอดไม่กล้าขออนุญาตเมีย ถึงขั้นที่ดรุณีต้องเป็นฝ่ายออกปากพูดเอง “ถ้ามีธุระก็ไปเถอะค่ะ ไม่จำเป็นต้องมาเฝ้ากันถึงขนาดนี้”“พี่ว่าพี่พูดเคลียร์ทุกอย่างแล้วนะน้องดา ทำไมน้องดายังไม่หายโกรธสักทีล่ะ”“เอาเป็นว่า ถ้าจะไปตอนไหนก็ตามใจนะคะ ดาจะไปดูขนมหลังร้าน” บอกเท่านั้นก็เดินผ่านสามีเข้าหลังร้านทันทีภูดิศถอนหายใจหนักมากตวัดสายตาขวางๆ มองน้องพนักงาน ก่อนจะหัวฟัดหัวเหวี่ยงถอดผ้ากันเปื้อนและขับรถออกจากร้านขนมหวาน ไปหาที่จอดใหม่ในห้างฯ แถวนี้ เขาต้องใส่แจ็คเก๊ตตัวหนา ใส่แว่นเพื่ออำพรางตัวตนแฟนคลับน้ำหวานมากันค่อนข้างเยอะ มีทั้งแฟนพันธุ์แท้และคนทั่วไปที่มาเดินห้างในวันหยุด หล่อนมาเปิดตัวเครือข่ายโทรศัพท์ใหม่ที่เพิ่งจะได้รับเกียรติเป็นพรีเซนเตอร์ ยืนอยู่กลางเวทีพูดถึงประสบการณ์ใช้โทรศัพท์ ภูดิศกอดอกมองจากด้านหลังด้วยความเบื่อหน่าย พลางส่งข้อความไปหาก๊วนเพื่อน‘อีกหนึ่งชั่วโมงกูจะหลอกเหยื่อเข้าไปบริษัท พวกมึงเตรียมรับมือไว้’กรุ้งกริ้ง กริ้งกริ้ง เสียงโมเดลเ







