Masuk“ก็ได้เพคะ...ขอเป็นกลางคืนได้หรือไม่” แน่นอนว่ากลางวันเช่นนี้ นางไม่กล้าทำเรื่องเกินงามเช่นนี้ ยิ่งมีลูกด้วยกันแล้วด้วย “ข้าไม่อยากรอเลย อิงฮั่ว...ขอให้ข้าได้เชยชมเจ้าสักนิดได้หรือไม่” มือซนล้วงเข้าไปในสาบเสื้อของนางบีบเคล้าคลึงเต้าอวบเป็นจังหวะ “ท่านอ๋อง...คนอยู่ข้างนอกมากมายนักเจ้าค่ะ” “ชิงชาง เจ้าไปปล่อยจินหลิวกับบ่าวไล่ออกไปจากตำหนักอุดร...นางจะไปที่ใดไม่รับรู้ แล้วใครอยู่ด้านนอก ออกไปให้หมด องครักษ์เงาก็ด้วย” ทั้งขันทีนางกำนัล ทั้งองครักษ์เงาสะดุ้งตาม ๆ กันไปแล้วก็หลบเลี่ยงออกไปจนหมด รอยยิ้มกริ่มหันมามองร่างเล็กอีกครั้ง เพื่อบอกว่าไม่มีสิ่งใดขว้างกั้นความรักของเราอีกต่อไปแล้ว “ตอนนี้เจ้าอย่าปฏิเสธข้าอีกเลยนะ ข้ายอมทำตามใจเจ้าขนาดนี้ เจ้าจะไม่ตอบแทนสามีเจ้าบ้างเลยหรือ” “ท่านอ๋อง...” “ข้ารักเจ้าอิงฮั่ว” ก่อนที่นางจะกล่าวคำบอกรัก เป็นเขาที่ชิงบอกรักนางเสียก่อน “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าหม่อมฉันกำลังจะบอกรักท่านอ๋อง” นางรู้สึกแปลกใจ ไม่คิดว่าเขาจะอ่านใจนางออก เขาส่ายหน้า เขาไม่ได้
เสวียตงซานกลับถึงตำหนักอุดร ที่มีกองทัพของท่านแม่ทัพว่านคอยดูแลความปลอดภัยอยู่ เขารู้จากชิงชางแล้วว่า พี่รองไปรบแทนตัวเขาที่บาดเจ็บ แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้การรบเป็นอย่างไรกันบ้าง หลังจากถึงตำหนัก เมียรักของเขาก็เอาแต่บังคับให้เขากินยาและนอนหลับ จนกว่าแผลจะสมานดี และใช่เขาไม่ได้ร่วมรักกับนางเลยตลอดสองสัปดาห์ที่กลับมาอยู่ตำหนักอุดร “เมียข้าไปไหน” ความหงุดหงิดงุ่นง่านเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่ออ๋องหนุ่มไม่ได้ปลดปล่อยอารมณ์ “กล่อมท่านอ๋องน้อยพ่ะย่ะค่ะ” “ตงหานทำไมกลับมาอยู่บ้านงอแงนัก” เขารู้สึกขัดใจเสียจริงจะหวานกับเมีย ลูกก็คอยจะขัด แล้วก็ยังโดนนางสั่งให้นอนแยกห้อง เนื่องจากวันนั้นเขาตักตวงจากนางมากไปหน่อย ‘ก็ใครใช้ให้นางตัวหอมเช่นนี้เล่า’ “ประเดี๋ยวก็คงมาพ่ะย่ะค่ะ” ชิงชางเริ่มเข้าหน้าเจ้านายไม่ติด เพราะอะไรก็รู้ ๆ กันอยู่ ยามนี้พระชายามีสิทธิขาด ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าขัด คำสั่งพระชายาดุจเหมือนคำสั่งท่านอ๋อง “ก็คงต้องเป็นเช่นนั้น” เขาทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว จะออกแรงมานางก็ห้าม แถมขู่หากไม่เชื่อฟังจะกลับไปแคว้นเหลียงอีกต่างหาก
“ชิงชาง เจ้าเตรียมรถม้า กับแจ้งองครักษ์เงา ข้าจะกลับตำหนักอุดร” เขาเดินมาแจ้งแก่คนสนิท เพราะคิดถึงบ้านจะแย่อยู่แล้ว อยู่ที่ใดก็ไม่สุขใจเท่าบ้านของตัวเอง “ท่านอ๋อง...หายดีแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ” “อืม...!” ชิงชางอมยิ้มล้อผู้เป็นนาย ไม่น่าถามหากเมื่อคืนออกแรงได้มากขนาดนั้น ก็คงต้องหายดีแล้วกระมัง เขากลับเข้ามาในห้อง มองดูลูกชายตัวน้อยที่ดื่มนมจากอกอย่างมีความสุข ใบหน้าที่ซีดเซียวอย่างอ่อนเพลีย เพราะเขานั้นตักตวงความสุขจากนางมากเกินไป ค่อย ๆ ขยับทีละนิด ร่างเล็กรู้สึกว่าที่หน้าอกตัวเอง กำลังมีบางสิ่งดูดดึงอยู่ แต่เมื่อลืมตาก็พบว่าตงหานกำลังดื่มนมจากเต้า โดยมีบิดาของเขาจ้องมองอย่างไม่วางตา “ท่านอ๋อง มองอันใดเพคะ” นางถามด้วยท่าทีเขินอาย “มองลูกดื่มนม” เขาบอกขณะที่สายตายังไม่เลื่อนออกจากเต้าของนาง สายตาเช่นนี้มันน่ากลัวนัก จนอิงฮั่วคิดว่าเขาต้องทำมิดีมิร้ายนางอีกแน่ “อย่ามองสิเพคะ” “อีกฝั่งมันว่าง ให้ข้าช่วยดูดหรือไม่ หากมันไม่เท่ากันจะทำอย่างไร” นางเดาสิ่งใดไม่เคยผิด โดยเฉพาะสามีมักมากขอ
“อื้อ...มันแน่นเกินไป...ถอนออกก่อน” ต่อให้นางเคยร่วมรักกับเขามานานแล้ว แต่ช่วงเวลาที่ห่างกันร่างกายของนางก็ไม่ชินกับเขาเหมือนเดิม “อ๊ะ...อดทนหน่อย...ข้าจะทำอย่างระวัง” อ๋องหนุ่มกัดฟันแน่น เขาแช่ตัวตนไว้ในกายของนาง ก่อนจะค่อย ๆ ขยับท่อนล่างให้เคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า แต่ไม่ได้เบามากนัก ริมฝีปากคนตัวโตจูบขึ้นบดขยี้ริมฝีปากของนาง เสียงครางในลำคออย่างพึงพอใจของสองร่าง ปลุกไฟสวาทให้โชติช่วงขึ้น เขาทั้งตื่นเต้นและดีใจ ที่ได้รักกับภรรยาคนสวยของเขาอีกครั้ง สองขาของนางโอบกอดสะโพกของเขา ยิ่งทำให้ตัวตนนั้นฝังลึกลงสู่ร่างเล็ก เสียงฟืดฟาดของลมหายใจของทั้งคู่รินรดกัน แรงเขยื้อนของอ๋องหนุ่มรุนแรงขึ้นจนร่างเล็กต้องทักท้วง กลัวแผลที่ใกล้จะสมานนั้นปริขึ้นมาอีก “เบาแรงหน่อยเพคะ...เดี๋ยวแผลฉีก” “ข้ายังแรงได้อีก รู้หรือไม่ข้าอยากรักเจ้าทุกที่ ในตำหนักนอกตำหนัก ระเบียง หรือห้องครัวก็ตาม ขอเพียงมีเจ้าข้าก็พร้อมจะรัก” “ท่านอ๋องเกินไปแล้วเพคะ” “ข้าคิดถึงยามที่เจ้าโยกกายบนตัวข้า วันนั้นข้าจำได้ขึ้นใจ แล้วก็ยามที่ตัวตนของข้าอยู่ในปากเจ้า”
“ข้าอยากแย่งนมของตงหานดื่มบ้าง เจ้าช่วยข้าได้หรือไม่” อิงฮั่วกว่าจะได้สติ ก็ทำให้เขาเห็นร่างกายที่ไร้อาภรณ์ปกปิดนั้นแล้ว ยามที่นางหายใจแรง ๆ มันยิ่งกระเพื่อมขึ้นลง ราวกับกำลังยั่วเย้าเขาก็ไม่ปาน “ท่าน...อ๋อง...อย่ามองสิเพคะ” นางกล่าวถ้อยคำอย่างโง่เง่าที่สุด ร่างเปล่าเปลือยต่อหน้าบุรุษเช่นนี้ ไม่มองได้อย่างไรกัน ยิ่งเขาเห็นนางดังเห็นขนมหวานมาก่อน หากเป็นตอนที่ยังรักหวานชื่น เขาก็กลืนกินนางทุกคืนวัน “ไม่มองก็ได้...แต่ข้าจะกินเจ้า” เขาแทบรอให้พูดจบไม่ไหว ดึงร่างของนางให้นอนลง แล้วก้มหน้าชิดอกอุ่นของนาง ก่อนจะจูบเบา ๆ สร้างความรัญจวนใจให้กับหญิงสาว “อ๊ะ...ท่านอ๋อง” เสียงแผ่วเบาของอิงฮั่วทำให้อ๋องหนุ่มอ้าปากงับเต้าอวบที่ต้องการดื่มกินมานานแสนนาน ปลายลิ้นหนาลากวนไปรอบ ๆ ก่อนดูดอย่างที่ตงหานดื่มกิน “น้ำนมเจ้าหวานดีจริง ๆ” “ทะ...ท่านอ๋อง...ท่านกำลังแย่งน้ำนมลูก” เสียงกระท่อนกระแท่นห้ามเขา ด้วยกลัวจะไม่มีน้ำนมเลี้ยงลูกน้อย แต่ว่าเสวียตงซานไม่ยอมหยุดแน่นอน “แบ่งข้าบ้างจะเป็นอะไร ข้าก็วัยกำลังโตเช่นกัน” เขา
เมื่อเรียวลิ้นของเขาเข้ามาดูดกลืนนางอย่างย่ามใจ สองมือเล็กก็ร่วมมือกับเขาอย่างดี นางโหยหาเขา...! เป็นนานกว่าเขาจะถอนจุมพิตออกจากริมฝีปากนุ่มของนาง เท่านั้นยังไม่พอ เขายังบดขยี้ริมฝีปากของอิงฮั่วก่อนจะปล่อยให้เป็นอิสระ “หวานไม่เปลี่ยน” เขามองใบหน้าสวย ที่มีเพียงแสงจันทร์ด้านนอกส่องสว่าง ขับให้ใบหน้านางนวลผ่องยามกระทบแสง อิงฮั่วทุบแผงอกกำยำของเขาหนึ่งที “ชะ...อุ๊ย...เจ้าทำร้ายสามี” แรงนางที่ทุบอกไม่ได้รุนแรงนัก แต่ก็ทำให้ปวดหนึบที่แผลอยู่ไม่น้อย “เจ็บด้วยหรือเพคะ” นางเชิดจมูกขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ เขาใช้ความเจ้าเล่ห์หลอกล่อนาง ปลายจมูกโด่งสวยได้รูปของเขา กดมาที่แก้มของนางอีกครั้ง บดขยี้ความหอมกรุ่นเข้าเต็มปอด ฟอด...! “ท่านอ๋องพอแล้วเพคะ” อิงฮั่วเริ่มสั่นไหวกับความอ่อนโยนที่เขามอบให้ ทั้งรสจูบที่นุ่มนวล ชวนให้นางเคลิบเคลิ้ม และจมูกกับปากที่ไม่ยอมละข้างแก้มของนาง “ท่านหมอบอกให้ข้าขยับกายบ้าง เลือดลมจะได้ไหลเวียนดี” “ก็เดินออกกำลังกายสิเพคะ” เขาส่ายหน้า แล้วก็กดจมูกเข้าที่ก
“เป็นอย่างไรบ้างหมอหลวง” เสวียตงซานรู้สึกร้อนใจอย่างยิ่ง ที่นางมาล้มกองอยู่ตรงหน้าของตน ทั้งที่เขาต้องการจะลงโทษนางอีกรอบ เมื่อคืนยอมรับว่านางทำให้เขามีความสุขอย่างยิ่ง สกุลหยางช่างหาคนที่แต่งคู่เข้ามาได้ดีทีเดียว เขาพอใจมาก แต่ใบหน้านางยามนี้ซีดเซียวนัก ไม่รู้ว่าเจ็บป่วยมากหรือ
อิงฮั่วกัดริมฝีปากแน่น ยามที่เขาจับมือของนางกำสิ่งนั้นของเขา นางรู้สึกขยะแขยงบุรุษผู้นี้ยิ่ง หาได้มีความพิศวาสอยากได้แท่งหยกอันเดียวกับผู้เป็นนางสาวต่างมารดาไม่ ‘ท่านมันปีศาจที่น่ารังเกียจยิ่ง’ ดวงตาสุกใสมองดวงตาสีนิล ฉายแววอันตรายดุจพยัคฆ์ที่จ้องตะครุบเหยื่อตัวน้อยเช่นนาง แต่ทว
“ขออภัยเพคะท่านอ๋อง” จินหลิวหน้าเสีย ไม่คิดจะทำให้ท่านอ๋องกรุ่นโกรธเพียงนี้“รู้ด้วยหรือว่าข้าคือท่านอ๋อง” ถ้อยคำเสียดสีนี้บ่งบอกให้รู้ว่านางมีฐานะเช่นไรหยางจินหลิวเผลอลืมตัว คิดว่าอยู่บ้านตัวเองจะแสดงกิริยาหยาบช้าเช่นไรก็ย่อมได้ จนลืมคิดว่าผู้เป็นใหญ่คือว่าที่สามีของนางในอนาคตนั่งอยู่เบื้องหน้านั
บทนำหยางอิงฮั่วเป็นสตรีที่แต่งคู่เข้าตำหนักอุดร แต่เมื่อถึงตำหนักยังมิทันร่วมหอนางกลับถูกใส่ร้ายโดยน้องสาวขี้อิจฉา ว่าวางยาปลุกกำหนัดเพื่อหวังจะเข้าหอก่อนนาง ซึ่งเจ้าบุรุษโง่เขลาผู้นั้น ก็ช่างหูเบาเชื่อคำยั่วยุใส่ร้ายนั่นจนถึงขนาดลงทัณฑ์ด้วยการจับนางกดลงบนเตียงด้วยเพลิงโทสะจนนางแทบแหลกสลายไม่พอ เจ







