Masukอิงฮั่วกัดริมฝีปากแน่น ยามที่เขาจับมือของนางกำสิ่งนั้นของเขา นางรู้สึกขยะแขยงบุรุษผู้นี้ยิ่ง หาได้มีความพิศวาสอยากได้แท่งหยกอันเดียวกับผู้เป็นนางสาวต่างมารดาไม่
‘ท่านมันปีศาจที่น่ารังเกียจยิ่ง’
ดวงตาสุกใสมองดวงตาสีนิล ฉายแววอันตรายดุจพยัคฆ์ที่จ้องตะครุบเหยื่อตัวน้อยเช่นนาง แต่ทว่ามันชวนให้นางลุ่มหลงอย่างประหลาดใจนัก
หญิงสาวสะบัดศีรษะเรียกสติ แต่มันกลับทำให้คนที่กำลังสั่งสอนเรื่องบนเตียงของนางย่นคิ้วด้วยความฉงน
ยามนี้เขาอึดอัดส่วนตรงกลางกายนัก ร่างของสตรีเช่นนางเขาอุตส่าห์ข่มใจไม่ให้อยากได้ใคร่ดี แต่เมื่อมองร่างเปลือยของอิงฮั่วชัด ๆ ก็ทำให้ฤทธิ์ยาที่วิ่งอยู่ในกระแสเลือดของเขา ทำงานดียิ่งขึ้น
ความปูดโปนของเส้นเลือดที่ขึ้นหนารอบลำกายที่นางกำลังสัมผัสด้วยมือเล็กบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า มันต้องการและทรมานมากขนาดไหน
‘ข้าอยากปลดปล่อย’
ร่างใหญ่กัดฟันจนกรามขึ้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรือนร่างนางมีผลต่อจิตใจเขาไม่น้อย แต่ทว่าความรังเกียจต่อสตรีสองพี่น้องนี้นั้น ทำให้เขาอยากทำให้นางต้องเจ็บปวดเจียนตาย ที่ริอาจกล้ามาใช้เล่ห์กลกับเขา เพื่ออยากได้อำนาจในตำหนักอุดร นางควรได้รับการสั่งสอน
“เจ้าจะแสร้งเป็นสตรีอ่อนต่อโลกอีกถึงเมื่อไหร่” ถ้อยคำดูเหยียดหยามพ่นออกจากปากเสวียตงซาน ต้องการข่มความต้องการในร่างกายนาง จนอาจจะเผลอไผลไปกับมารยาหญิงที่นางมาหลอกล่อ
“ข้าไม่ได้แสร้งทำ” นางกัดฟันตอบกลับเขาไป เป็นอ๋องเสียเปล่าเหตุใดไม่สอบสวน จับนางมาลงโทษเลยแบบนี้ความยุติธรรมเขายังมีอยู่หรือไม่
แม้เสียงเล็กจะยืนการปฏิเสธเพียงใด แต่เขาก็ไม่อาจจะหลงกลของสตรีไร้ยางอายนางนี้เป็นอันขาด
เขากลืนความคิดที่จะถนอมบุปผานั้นสิ้น เมื่อเขาจับสองขาเรียวของนางแยกออกจากกัน แทรกกายเข้าตรงกลาง ดวงตามองกลีบบุปผาที่สะท้อนกับเสียงเทียนไขในห้อง ที่แม้ยามดับไฟมีเพียงแสงจันทร์ เขาก็สัมผัสได้ว่า มันน่ามองเพียงใด
ฮึก...!
ร่างเล็กตื่นกลัว ใช้เท้าถอยหนีขึ้นไปด้านบน แต่ทว่ากับโดนมือหนาจับยึดแล้วอ้าออกอย่างน่าเกลียด
เขาจับตัวตนของตัวเองวาดขึ้นลง แต่เมื่อปลายนั้นสัมผัสกับน้ำหวานของนาง เขาก็ไม่รออีกต่อไป สองมือจับสองขาแน่นก่อนจะดันความแข็งขืนเข้าไปในบุปผาแสนสวยของนาง
“กรี๊ด... !” นางกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด น้ำตาที่เหือดแห้งไปเมื่อครู่ไหลอาบอีกครั้ง เหมือนตัวเองกำลังโดนฉีกร่างออกเป็นสองซีก
“แน่น...!” เขาสถบอย่างหยาบคาย ทั้งหงุดหงิดที่นางดิ้นไม่ยอมอยู่นิ่งให้เขาเคลื่อนเข้าไป
“หยุด...!” เสียงเข้มสั่งอย่างเคร่งเครียด เพราะนางนั้นรัดเขาแทบจะขาดใจ
‘การเป็นบุรุษคนแรกของสตรี ล้วนทรมาน’ เขาคิดในใจ ความเจ็บปวดที่แล่นตามลำกาย ทำให้ใบหน้าแดงก่ำพร้อมกับเหงื่อที่ผุดจากกรอบหน้า
“ท่านอ๋อง...ได้โปรด...เอาออก...ข้าเจ็บ” อิงฮั่วขอร้องเขาทั้งน้ำตา เสียงสะอื้นฮักดังออกไปไกล เหล่านางกำนัลและองครักษ์ต่างต้องขยับออกห่างจากห้องบรรทม
“เจ้าต้องอดทน จะกรีดร้องหรือจะทำอะไรก็เชิญ...แต่ข้าต้องการปลดปล่อยในกายเจ้า” เสียงคำรามหยาบคายของเขาก้องในหูนาง พร้อมกับร่างใหญ่ที่เคลื่อนเข้าไปภายในของนาง
เขาสาดความเป็นบุรุษด้วยแรงโทสะและความขยะแขยงในการกระหายอำนาจของนาง ผ่านการร่วมรักที่รุนแรงและไม่คิดจะไยดีใด ๆ กับร่างบอบบางนี้
นัยน์ตาคมมองร่างที่ดิ้นเร่า เมื่อเขายัดมันเข้าไปสุดแรงด้วยความสะใจ บัดนี้บุรุษที่มองภายนอกเงียบขรึมกลายร่างเป็นปีศาจราคะโดยสมบูรณ์
สองมือเล็กจิกกับที่นอนแน่น เพื่อระบายความเจ็บปวดในตอนแรก แต่เมื่อผ่านไปครู่ใหญ่ ความรู้สึกแปลกประหลาดเข้ามาแทนที่
“ร้อง...ร้องดัง ๆ” เขาสั่งเมื่อนางกัดริมฝีปากแน่น พยายามข่มเสียงครางที่เขาอยากได้ยินไว้ ริมฝีปากของเขากัดที่ปลายยอดถันสีชมพูอ่อนแล้วดูดดึงอย่างรุนแรง เพื่อให้นางร้องออกมา ขณะที่เอวหนายังคงเคลื่อนเข้าไปอย่างไม่หยุดหย่อน
‘ทำไมข้าต้องอยากได้ยินเสียงเจ้าคราง’ เขาไม่เข้าใจ แม้ว่าจะผ่านสตรีอุ่นเตียงมาบ้าง แต่นางเหล่านั้นเพียงแค่ทำให้เขาสบายตัว แล้วเขาก็ไล่ออกไป ผิดกับนาง ที่เขาอยากปลดปล่อยในตัวนางจนไม่อาจจะถอดถอนตัวตนออกมาได้
“อ๊าก...ฮึก” เมื่อโดนเล้าโลมอย่างรุนแรง กับการร่วมรักอย่างดิบเถื่อนของอ๋องหูเบาผู้นี้ นางก็ไม่อาจจะกักเก็บเสียงหน้าอายนั้นไว้ได้อีก
“ก็ได้เพคะ...ขอเป็นกลางคืนได้หรือไม่” แน่นอนว่ากลางวันเช่นนี้ นางไม่กล้าทำเรื่องเกินงามเช่นนี้ ยิ่งมีลูกด้วยกันแล้วด้วย “ข้าไม่อยากรอเลย อิงฮั่ว...ขอให้ข้าได้เชยชมเจ้าสักนิดได้หรือไม่” มือซนล้วงเข้าไปในสาบเสื้อของนางบีบเคล้าคลึงเต้าอวบเป็นจังหวะ “ท่านอ๋อง...คนอยู่ข้างนอกมากมายนักเจ้าค่ะ” “ชิงชาง เจ้าไปปล่อยจินหลิวกับบ่าวไล่ออกไปจากตำหนักอุดร...นางจะไปที่ใดไม่รับรู้ แล้วใครอยู่ด้านนอก ออกไปให้หมด องครักษ์เงาก็ด้วย” ทั้งขันทีนางกำนัล ทั้งองครักษ์เงาสะดุ้งตาม ๆ กันไปแล้วก็หลบเลี่ยงออกไปจนหมด รอยยิ้มกริ่มหันมามองร่างเล็กอีกครั้ง เพื่อบอกว่าไม่มีสิ่งใดขว้างกั้นความรักของเราอีกต่อไปแล้ว “ตอนนี้เจ้าอย่าปฏิเสธข้าอีกเลยนะ ข้ายอมทำตามใจเจ้าขนาดนี้ เจ้าจะไม่ตอบแทนสามีเจ้าบ้างเลยหรือ” “ท่านอ๋อง...” “ข้ารักเจ้าอิงฮั่ว” ก่อนที่นางจะกล่าวคำบอกรัก เป็นเขาที่ชิงบอกรักนางเสียก่อน “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าหม่อมฉันกำลังจะบอกรักท่านอ๋อง” นางรู้สึกแปลกใจ ไม่คิดว่าเขาจะอ่านใจนางออก เขาส่ายหน้า เขาไม่ได้
เสวียตงซานกลับถึงตำหนักอุดร ที่มีกองทัพของท่านแม่ทัพว่านคอยดูแลความปลอดภัยอยู่ เขารู้จากชิงชางแล้วว่า พี่รองไปรบแทนตัวเขาที่บาดเจ็บ แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้การรบเป็นอย่างไรกันบ้าง หลังจากถึงตำหนัก เมียรักของเขาก็เอาแต่บังคับให้เขากินยาและนอนหลับ จนกว่าแผลจะสมานดี และใช่เขาไม่ได้ร่วมรักกับนางเลยตลอดสองสัปดาห์ที่กลับมาอยู่ตำหนักอุดร “เมียข้าไปไหน” ความหงุดหงิดงุ่นง่านเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่ออ๋องหนุ่มไม่ได้ปลดปล่อยอารมณ์ “กล่อมท่านอ๋องน้อยพ่ะย่ะค่ะ” “ตงหานทำไมกลับมาอยู่บ้านงอแงนัก” เขารู้สึกขัดใจเสียจริงจะหวานกับเมีย ลูกก็คอยจะขัด แล้วก็ยังโดนนางสั่งให้นอนแยกห้อง เนื่องจากวันนั้นเขาตักตวงจากนางมากไปหน่อย ‘ก็ใครใช้ให้นางตัวหอมเช่นนี้เล่า’ “ประเดี๋ยวก็คงมาพ่ะย่ะค่ะ” ชิงชางเริ่มเข้าหน้าเจ้านายไม่ติด เพราะอะไรก็รู้ ๆ กันอยู่ ยามนี้พระชายามีสิทธิขาด ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าขัด คำสั่งพระชายาดุจเหมือนคำสั่งท่านอ๋อง “ก็คงต้องเป็นเช่นนั้น” เขาทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว จะออกแรงมานางก็ห้าม แถมขู่หากไม่เชื่อฟังจะกลับไปแคว้นเหลียงอีกต่างหาก
“ชิงชาง เจ้าเตรียมรถม้า กับแจ้งองครักษ์เงา ข้าจะกลับตำหนักอุดร” เขาเดินมาแจ้งแก่คนสนิท เพราะคิดถึงบ้านจะแย่อยู่แล้ว อยู่ที่ใดก็ไม่สุขใจเท่าบ้านของตัวเอง “ท่านอ๋อง...หายดีแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ” “อืม...!” ชิงชางอมยิ้มล้อผู้เป็นนาย ไม่น่าถามหากเมื่อคืนออกแรงได้มากขนาดนั้น ก็คงต้องหายดีแล้วกระมัง เขากลับเข้ามาในห้อง มองดูลูกชายตัวน้อยที่ดื่มนมจากอกอย่างมีความสุข ใบหน้าที่ซีดเซียวอย่างอ่อนเพลีย เพราะเขานั้นตักตวงความสุขจากนางมากเกินไป ค่อย ๆ ขยับทีละนิด ร่างเล็กรู้สึกว่าที่หน้าอกตัวเอง กำลังมีบางสิ่งดูดดึงอยู่ แต่เมื่อลืมตาก็พบว่าตงหานกำลังดื่มนมจากเต้า โดยมีบิดาของเขาจ้องมองอย่างไม่วางตา “ท่านอ๋อง มองอันใดเพคะ” นางถามด้วยท่าทีเขินอาย “มองลูกดื่มนม” เขาบอกขณะที่สายตายังไม่เลื่อนออกจากเต้าของนาง สายตาเช่นนี้มันน่ากลัวนัก จนอิงฮั่วคิดว่าเขาต้องทำมิดีมิร้ายนางอีกแน่ “อย่ามองสิเพคะ” “อีกฝั่งมันว่าง ให้ข้าช่วยดูดหรือไม่ หากมันไม่เท่ากันจะทำอย่างไร” นางเดาสิ่งใดไม่เคยผิด โดยเฉพาะสามีมักมากขอ
“อื้อ...มันแน่นเกินไป...ถอนออกก่อน” ต่อให้นางเคยร่วมรักกับเขามานานแล้ว แต่ช่วงเวลาที่ห่างกันร่างกายของนางก็ไม่ชินกับเขาเหมือนเดิม “อ๊ะ...อดทนหน่อย...ข้าจะทำอย่างระวัง” อ๋องหนุ่มกัดฟันแน่น เขาแช่ตัวตนไว้ในกายของนาง ก่อนจะค่อย ๆ ขยับท่อนล่างให้เคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า แต่ไม่ได้เบามากนัก ริมฝีปากคนตัวโตจูบขึ้นบดขยี้ริมฝีปากของนาง เสียงครางในลำคออย่างพึงพอใจของสองร่าง ปลุกไฟสวาทให้โชติช่วงขึ้น เขาทั้งตื่นเต้นและดีใจ ที่ได้รักกับภรรยาคนสวยของเขาอีกครั้ง สองขาของนางโอบกอดสะโพกของเขา ยิ่งทำให้ตัวตนนั้นฝังลึกลงสู่ร่างเล็ก เสียงฟืดฟาดของลมหายใจของทั้งคู่รินรดกัน แรงเขยื้อนของอ๋องหนุ่มรุนแรงขึ้นจนร่างเล็กต้องทักท้วง กลัวแผลที่ใกล้จะสมานนั้นปริขึ้นมาอีก “เบาแรงหน่อยเพคะ...เดี๋ยวแผลฉีก” “ข้ายังแรงได้อีก รู้หรือไม่ข้าอยากรักเจ้าทุกที่ ในตำหนักนอกตำหนัก ระเบียง หรือห้องครัวก็ตาม ขอเพียงมีเจ้าข้าก็พร้อมจะรัก” “ท่านอ๋องเกินไปแล้วเพคะ” “ข้าคิดถึงยามที่เจ้าโยกกายบนตัวข้า วันนั้นข้าจำได้ขึ้นใจ แล้วก็ยามที่ตัวตนของข้าอยู่ในปากเจ้า”
“ข้าอยากแย่งนมของตงหานดื่มบ้าง เจ้าช่วยข้าได้หรือไม่” อิงฮั่วกว่าจะได้สติ ก็ทำให้เขาเห็นร่างกายที่ไร้อาภรณ์ปกปิดนั้นแล้ว ยามที่นางหายใจแรง ๆ มันยิ่งกระเพื่อมขึ้นลง ราวกับกำลังยั่วเย้าเขาก็ไม่ปาน “ท่าน...อ๋อง...อย่ามองสิเพคะ” นางกล่าวถ้อยคำอย่างโง่เง่าที่สุด ร่างเปล่าเปลือยต่อหน้าบุรุษเช่นนี้ ไม่มองได้อย่างไรกัน ยิ่งเขาเห็นนางดังเห็นขนมหวานมาก่อน หากเป็นตอนที่ยังรักหวานชื่น เขาก็กลืนกินนางทุกคืนวัน “ไม่มองก็ได้...แต่ข้าจะกินเจ้า” เขาแทบรอให้พูดจบไม่ไหว ดึงร่างของนางให้นอนลง แล้วก้มหน้าชิดอกอุ่นของนาง ก่อนจะจูบเบา ๆ สร้างความรัญจวนใจให้กับหญิงสาว “อ๊ะ...ท่านอ๋อง” เสียงแผ่วเบาของอิงฮั่วทำให้อ๋องหนุ่มอ้าปากงับเต้าอวบที่ต้องการดื่มกินมานานแสนนาน ปลายลิ้นหนาลากวนไปรอบ ๆ ก่อนดูดอย่างที่ตงหานดื่มกิน “น้ำนมเจ้าหวานดีจริง ๆ” “ทะ...ท่านอ๋อง...ท่านกำลังแย่งน้ำนมลูก” เสียงกระท่อนกระแท่นห้ามเขา ด้วยกลัวจะไม่มีน้ำนมเลี้ยงลูกน้อย แต่ว่าเสวียตงซานไม่ยอมหยุดแน่นอน “แบ่งข้าบ้างจะเป็นอะไร ข้าก็วัยกำลังโตเช่นกัน” เขา
เมื่อเรียวลิ้นของเขาเข้ามาดูดกลืนนางอย่างย่ามใจ สองมือเล็กก็ร่วมมือกับเขาอย่างดี นางโหยหาเขา...! เป็นนานกว่าเขาจะถอนจุมพิตออกจากริมฝีปากนุ่มของนาง เท่านั้นยังไม่พอ เขายังบดขยี้ริมฝีปากของอิงฮั่วก่อนจะปล่อยให้เป็นอิสระ “หวานไม่เปลี่ยน” เขามองใบหน้าสวย ที่มีเพียงแสงจันทร์ด้านนอกส่องสว่าง ขับให้ใบหน้านางนวลผ่องยามกระทบแสง อิงฮั่วทุบแผงอกกำยำของเขาหนึ่งที “ชะ...อุ๊ย...เจ้าทำร้ายสามี” แรงนางที่ทุบอกไม่ได้รุนแรงนัก แต่ก็ทำให้ปวดหนึบที่แผลอยู่ไม่น้อย “เจ็บด้วยหรือเพคะ” นางเชิดจมูกขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ เขาใช้ความเจ้าเล่ห์หลอกล่อนาง ปลายจมูกโด่งสวยได้รูปของเขา กดมาที่แก้มของนางอีกครั้ง บดขยี้ความหอมกรุ่นเข้าเต็มปอด ฟอด...! “ท่านอ๋องพอแล้วเพคะ” อิงฮั่วเริ่มสั่นไหวกับความอ่อนโยนที่เขามอบให้ ทั้งรสจูบที่นุ่มนวล ชวนให้นางเคลิบเคลิ้ม และจมูกกับปากที่ไม่ยอมละข้างแก้มของนาง “ท่านหมอบอกให้ข้าขยับกายบ้าง เลือดลมจะได้ไหลเวียนดี” “ก็เดินออกกำลังกายสิเพคะ” เขาส่ายหน้า แล้วก็กดจมูกเข้าที่ก
‘ข้าจะทำเช่นไร อูลานา’ เขาคิดถึงอิงฮั่ว และเคยให้คำมั่นไว้แล้วว่าจะดูแลนางกับลูกให้ดี “ท่านอ๋องได้โปรดลุกขึ้นเถิด อย่าทำเช่นนี้เลย” เขาพยุงตัวของตงชินอ๋องขึ้น “ไม่...หากท่านไม่รับปากข้าจะคุกเข่าอยู่ตรงนี้” ตงชินอ๋องดื้อแพ่ง เขาต้องรู้ให้ได้ว่านางเป็นภรรยาของเขาจริงหรือไม่
“เป็นอย่างไรบ้างหมอหลวง” เสวียตงซานรู้สึกร้อนใจอย่างยิ่ง ที่นางมาล้มกองอยู่ตรงหน้าของตน ทั้งที่เขาต้องการจะลงโทษนางอีกรอบ เมื่อคืนยอมรับว่านางทำให้เขามีความสุขอย่างยิ่ง สกุลหยางช่างหาคนที่แต่งคู่เข้ามาได้ดีทีเดียว เขาพอใจมาก แต่ใบหน้านางยามนี้ซีดเซียวนัก ไม่รู้ว่าเจ็บป่วยมากหรือ
“เหตุใดไม่ได้เล่า นางแต่งคู่กับเจ้าไม่ใช่เหรอ” “ต้องเป็นหม่อมฉันสิเพคะ...ควรเป็นหม่อนฉัน ไม่ใช่สตรีหยาบช้าผู้นั้น...” “สกุลหยางสั่งสอนให้คุณหนูในห้องหอ ที่เป็นถึงบุตรีของฮูหยินเอกแหวกม่านประเพณี เข้าหอกับผู้ชายก่อนแต่งงานอย่างนั้นหรือ หรือว่าควรหารือเรื่องนี้กับมารดาของข้าก่อนจะ
หยางจินหลิวกับเยว่เอ๋อ ต้องนั่งคุกเข่าอยู่ในห้องโถงทั้งคืนแม้ว่าเยว่เอ๋อจะไม่ได้โดนสั่งให้คุกเข่า แต่ทว่านายทำผิดบ่าวก็ต้องอยู่ดูแล “เจ็บใจนัก อิงฮั่วมันลอยตัว ท่านอ๋องเอาสอบที่ใดกัน พอเช้าเจ้าต้องไปสืบให้ได้ความนะ” จินหลิวแม้ไม่เคยลำบาก แต่ทว่าตำแหน่งพระชายาตำหนักอุดรนั้นค้ำคออยู่ ทำให้น







