LOGINข้าเป็นสตรีแต่งคู่กับน้องสาว แต่เขากลับปฏิบัติกับข้าเยี่ยงเดียรัจฉาน จับข้ากดเตียงจนร่างแทบแหลกคามือ นั่นยังไม่สาแก่ใจ เขาจับนางขังที่ห้องเก็บฟืนให้ทนตากยุงทนกับสัตว์พิษมากมาย...ข้าเกลียดเจ้าอ๋องโง่
View Moreบทนำ
หยางอิงฮั่วเป็นสตรีที่แต่งคู่เข้าตำหนักอุดร แต่เมื่อถึงตำหนักยังมิทันร่วมหอนางกลับถูกใส่ร้ายโดยน้องสาวขี้อิจฉา ว่าวางยาปลุกกำหนัดเพื่อหวังจะเข้าหอก่อนนาง ซึ่งเจ้าบุรุษโง่เขลาผู้นั้น ก็ช่างหูเบาเชื่อคำยั่วยุใส่ร้ายนั่นจนถึงขนาดลงทัณฑ์ด้วยการจับนางกดลงบนเตียงด้วยเพลิงโทสะจนนางแทบแหลกสลายไม่พอ เจ้าคนเสียสติผู้นั้นมันยังจับนางไปขังที่ห้องเก็บฟืนราวกับสัตว์เลี้ยงตนหนึ่ง!...นางจำต้องฝืนทน เพื่อรอวันหนีออกไปจากขุมนรกชั่วร้ายนี้ให้จงได้ในสักวัน!!!
..........................................................................................................................................................................................................................
ภายใต้หน้ากากของตงชินอ๋อง หรือเสวียตงซานผู้ไม่เคยมีรอยยิ้มให้กับผู้ใดหลังจากเขาเป็นเพียงผู้เดียว ที่ถูกตวนซุนเสียนเฟย มารดาผู้มียศสนมต่ำศักดิ์ที่สุด บังคับแต่งงานกับสกุลหยาง เพื่อสร้างฐานอำนาจในเขตแดนอุดร
ไม่เพียงแต่งเพียงคนเดียว ทั้งยังแต่งคู่ นั่นทำให้เขาไม่พอใจอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่อาจจะขัดใจผู้เป็นมารดา ทั้งยังต้องเป็นคนขอพระราชทานสมรสเอง เนื่องจากฝ่ายหน้านั้น เสด็จพ่อของเขาเป็นผู้อนุญาต
ก่อนฤกษ์แต่งงานสามเดือน มารดาของเขาก็ให้หญิงสกุลหยางที่ไร้ยางอายทั้งคู่ เดินทางมาสู่ตำหนักอุดร
หยางจินหลิว ผู้เป็นเจ้าสาวของเขาเป็นบุตรสาวของฮูหยินหยาง แต่ทว่าสตรีที่แต่งคู่นั้นเป็นอนุต่ำต้อย นามว่า
หยางอิงฮั่ว ภายในความโชคร้ายของนาง นั้นมีความโชคดีอยู่ไม่น้อย เพราะความงดงามของอิงฮั่วนั้นเจิดจรัสกว่า จินหลิวอยู่หลายขุมนัก ทำเป็นเหตุให้นางถูกรังแกเพราะเป็นลูกอนุ ทั้งยังงดงามกว่าลูกฮูหยิน“นังอิงฮั่ว เจ้าไปถวายสุราแล้วก็รีบออกมา อย่ายืนเสนอหน้าให้ท่านพี่ตงซานรำคาญลูกตา” จินหลิวสั่งพี่สาวเหมือนสาวใช้คนหนึ่ง ที่ไม่ได้เคารพสักเท่าไหร่นัก เพราะตนนั้นกดให้อิงฮั่วให้ต้อยต่ำอยู่ตลอดเวลา
“เจ้าค่ะ คุณหนู”แม้เป็นลูกคุณหนูตระกูลใหญ่เช่นเดียวกัน แต่ทว่านางต้องปฏิบัติตนเยี่ยงสาวใช้ และเรียกน้องสาวต่างมารดาผู้นี้ว่าคุณหนู
จินหลิวลอบยิ้ม เมื่อนางส่งเหยือกเหล้าของสกุลหยางส่งให้นาง แน่นอนว่าเหล้านั้นไม่ใช่เหล้าปกติทั่วไป
‘คอยดูเถอะข้าจะให้ท่านพี่เขี่ยเจ้าให้กระเด็นออกจากตำหนักอุดร’
“ทำเช่นนี้ ดีแล้วหรือเจ้าคะ คุณหนู” เยว่เอ๋อ ที่เป็นสาวใช้ของจินหลิว มองดูคุณหนูจินหลิวที่วางแผนให้ร้ายพี่สาวร่วมบิดาเดียวกัน
“มีอะไรไม่ดี เจ้ารักมันมากนัก ข้าจะให้เจ้าออกไปพร้อมกับมัน” จินหลิวหันมาตวาดสาวใช้ของตน
“คุณหนูโปรดอภัยข้าปากไม่ดีเองเจ้าค่ะ” เยว่เอ๋อ คุกเข่าตบปากตัวเองต่อหน้าหยางจินหลิว เพื่อขออภัย นางปากมากไปเอง ที่จริงนางต้องทำเช่นนี้เพราะว่านางไร้ที่พึ่ง แม้ว่าจะสงสารคุณหนูอิงฮั่วอยู่มากก็ตาม แต่ไม่อาจจะขัดใจผู้เป็นนายได้
อิงฮั่วเดินมาถึงโถงกลางที่ชินอ๋องกำลังร่ำสุรากับเหล่าแม่ทัพและองครักษ์นั้น นางย่อตัวลงทำความเคารพ แล้วเดินไปยกเหยือกเหล้าให้กับเสวียตงซาน
“เหล้าเจ้าค่ะท่านอ๋อง” อิงฮั่ววางเหยือกเหล้าเสร็จก้มหน้าแล้วถอยฉากออกไป
เสวียตงซานมองตามร่างที่แต่งคู่กับหยางจินหลิวเพียงปรายตา แล้วก็ไม่ได้สนใจยกเหล้าดื่มต่อไป
ในใจเพียงคิดถึงประเพณีแต่งคู่บ้าบอนี้ ทั้งอิจฉาเหล่าพี่ชายทั้งสามที่สามารถแต่งกับสตรีในดวงใจของตนเองได้
เขายกเหล้าขึ้นดื่มไปเพียงจอกเดียว ร่างกายก็พลันร้อนรุ่มขึ้น ใบหน้าแดงก่ำราวกับคนเป็นไข้ หัวใจเต้นระทึกราวกับคนกำลังลั่นกลองศึก
“ท่านอ๋อง...เป็นอันใดหรือไม่” ชิงชางเห็นสีหน้าผู้เป็นนายไม่สู้ดีนัก จึงเอ่ยถามขึ้นอย่างนึกเป็นห่วง
“ข้า...โดน...วาง......ยา”
“วางยา!...จับตัวแม่นางอิงฮั่วไว้” ชิงชางสั่งเหล่าทหารด้านนอกให้จับนางไว้ เพราะว่านางเป็นคนยกเหล้ามาให้ท่านอ๋อง
เสวียตงซานรู้ดีว่ายานี้คือยาอะไร เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย ทั้งลำบุรุษที่ผงาดขึ้นนั้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่านางต้องการจงใจวางยาเขาเพื่อผลประโยชน์ของตน
“สตรีแพศยา!!” เสียงคำรามแผดออกมาพร้อมกับดวงตาแดงก่ำ มองไปยังร่างของสตรีที่แสร้งทำเป็นเสียขวัญ
หลังจากโดนสอบสวน บัดนี้หยางอิงฮั่วก็โดนคนจับมามัดไว้ที่ห้องบรรทมของตงชินอ๋อง ทั้งมัดมือมัดเท้ารอการลงทัณฑ์จากผู้เป็นใหญ่ในตำหนักแห่งนี้
หญิงสาวเจ็บใจนักเมื่อนึกย้อนไปถึงตอนที่โดนสอบสวน
เพียะ!!!!
เสียงใบหน้าสวยของอิงฮั่วกระทบกับฝ่ามือของหยางจินหลิว ผู้เป็นน้องสาวฟาดเข้าเมื่อนางโดนจับได้ว่าวางยาท่านอ๋อง
“มะ...ไม่...ไม่ใช่ข้า”
“สารเลวคิดปีนเตียงท่านอ๋องตั้งแต่คืนแรก ไม่ไว้หน้าข้าที่เป็นเจ้าสาวเลยหรือ เจ้ามันพี่สาวแสนชั่ว” จินหลิวแสดงงิ้วฉากใหญ่โกรธแค้นพี่สาว เพื่อกันตัวเองออกจากข้อสงสัยทั้งหมด
“เหล้า...ฮึก...! เหล้านี้เจ้าเอามาให้ข้า” อิงฮั่วมองหน้าน้องสาวอย่างตัดพ้อ พร้อมกับดวงตาที่ฉ่ำน้ำอย่างรู้สึกผิดหวังผู้เป็นน้องสาว
เพียะ!!!
“เจ้ายังกล้าใส่ร้ายข้าอีกงั้นรึ” หยางจินหลิวตบนางจนเลือดกลบปากไปอีกครั้ง
“หยุด...ใครใช้ให้เจ้าสั่งสอนนักโทษของข้า” เสวียตงซานที่ทนดูพี่น้องเล่นละครมานาน จนตัวเองเริ่มไม่ไหว จนต้องตะคอกด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดและวางอำนาจอยู่ในทีเพื่อหยุดการกระทำของจินหลิว
“ก็ได้เพคะ...ขอเป็นกลางคืนได้หรือไม่” แน่นอนว่ากลางวันเช่นนี้ นางไม่กล้าทำเรื่องเกินงามเช่นนี้ ยิ่งมีลูกด้วยกันแล้วด้วย “ข้าไม่อยากรอเลย อิงฮั่ว...ขอให้ข้าได้เชยชมเจ้าสักนิดได้หรือไม่” มือซนล้วงเข้าไปในสาบเสื้อของนางบีบเคล้าคลึงเต้าอวบเป็นจังหวะ “ท่านอ๋อง...คนอยู่ข้างนอกมากมายนักเจ้าค่ะ” “ชิงชาง เจ้าไปปล่อยจินหลิวกับบ่าวไล่ออกไปจากตำหนักอุดร...นางจะไปที่ใดไม่รับรู้ แล้วใครอยู่ด้านนอก ออกไปให้หมด องครักษ์เงาก็ด้วย” ทั้งขันทีนางกำนัล ทั้งองครักษ์เงาสะดุ้งตาม ๆ กันไปแล้วก็หลบเลี่ยงออกไปจนหมด รอยยิ้มกริ่มหันมามองร่างเล็กอีกครั้ง เพื่อบอกว่าไม่มีสิ่งใดขว้างกั้นความรักของเราอีกต่อไปแล้ว “ตอนนี้เจ้าอย่าปฏิเสธข้าอีกเลยนะ ข้ายอมทำตามใจเจ้าขนาดนี้ เจ้าจะไม่ตอบแทนสามีเจ้าบ้างเลยหรือ” “ท่านอ๋อง...” “ข้ารักเจ้าอิงฮั่ว” ก่อนที่นางจะกล่าวคำบอกรัก เป็นเขาที่ชิงบอกรักนางเสียก่อน “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าหม่อมฉันกำลังจะบอกรักท่านอ๋อง” นางรู้สึกแปลกใจ ไม่คิดว่าเขาจะอ่านใจนางออก เขาส่ายหน้า เขาไม่ได้
เสวียตงซานกลับถึงตำหนักอุดร ที่มีกองทัพของท่านแม่ทัพว่านคอยดูแลความปลอดภัยอยู่ เขารู้จากชิงชางแล้วว่า พี่รองไปรบแทนตัวเขาที่บาดเจ็บ แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้การรบเป็นอย่างไรกันบ้าง หลังจากถึงตำหนัก เมียรักของเขาก็เอาแต่บังคับให้เขากินยาและนอนหลับ จนกว่าแผลจะสมานดี และใช่เขาไม่ได้ร่วมรักกับนางเลยตลอดสองสัปดาห์ที่กลับมาอยู่ตำหนักอุดร “เมียข้าไปไหน” ความหงุดหงิดงุ่นง่านเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่ออ๋องหนุ่มไม่ได้ปลดปล่อยอารมณ์ “กล่อมท่านอ๋องน้อยพ่ะย่ะค่ะ” “ตงหานทำไมกลับมาอยู่บ้านงอแงนัก” เขารู้สึกขัดใจเสียจริงจะหวานกับเมีย ลูกก็คอยจะขัด แล้วก็ยังโดนนางสั่งให้นอนแยกห้อง เนื่องจากวันนั้นเขาตักตวงจากนางมากไปหน่อย ‘ก็ใครใช้ให้นางตัวหอมเช่นนี้เล่า’ “ประเดี๋ยวก็คงมาพ่ะย่ะค่ะ” ชิงชางเริ่มเข้าหน้าเจ้านายไม่ติด เพราะอะไรก็รู้ ๆ กันอยู่ ยามนี้พระชายามีสิทธิขาด ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าขัด คำสั่งพระชายาดุจเหมือนคำสั่งท่านอ๋อง “ก็คงต้องเป็นเช่นนั้น” เขาทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว จะออกแรงมานางก็ห้าม แถมขู่หากไม่เชื่อฟังจะกลับไปแคว้นเหลียงอีกต่างหาก
“ชิงชาง เจ้าเตรียมรถม้า กับแจ้งองครักษ์เงา ข้าจะกลับตำหนักอุดร” เขาเดินมาแจ้งแก่คนสนิท เพราะคิดถึงบ้านจะแย่อยู่แล้ว อยู่ที่ใดก็ไม่สุขใจเท่าบ้านของตัวเอง “ท่านอ๋อง...หายดีแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ” “อืม...!” ชิงชางอมยิ้มล้อผู้เป็นนาย ไม่น่าถามหากเมื่อคืนออกแรงได้มากขนาดนั้น ก็คงต้องหายดีแล้วกระมัง เขากลับเข้ามาในห้อง มองดูลูกชายตัวน้อยที่ดื่มนมจากอกอย่างมีความสุข ใบหน้าที่ซีดเซียวอย่างอ่อนเพลีย เพราะเขานั้นตักตวงความสุขจากนางมากเกินไป ค่อย ๆ ขยับทีละนิด ร่างเล็กรู้สึกว่าที่หน้าอกตัวเอง กำลังมีบางสิ่งดูดดึงอยู่ แต่เมื่อลืมตาก็พบว่าตงหานกำลังดื่มนมจากเต้า โดยมีบิดาของเขาจ้องมองอย่างไม่วางตา “ท่านอ๋อง มองอันใดเพคะ” นางถามด้วยท่าทีเขินอาย “มองลูกดื่มนม” เขาบอกขณะที่สายตายังไม่เลื่อนออกจากเต้าของนาง สายตาเช่นนี้มันน่ากลัวนัก จนอิงฮั่วคิดว่าเขาต้องทำมิดีมิร้ายนางอีกแน่ “อย่ามองสิเพคะ” “อีกฝั่งมันว่าง ให้ข้าช่วยดูดหรือไม่ หากมันไม่เท่ากันจะทำอย่างไร” นางเดาสิ่งใดไม่เคยผิด โดยเฉพาะสามีมักมากขอ
“อื้อ...มันแน่นเกินไป...ถอนออกก่อน” ต่อให้นางเคยร่วมรักกับเขามานานแล้ว แต่ช่วงเวลาที่ห่างกันร่างกายของนางก็ไม่ชินกับเขาเหมือนเดิม “อ๊ะ...อดทนหน่อย...ข้าจะทำอย่างระวัง” อ๋องหนุ่มกัดฟันแน่น เขาแช่ตัวตนไว้ในกายของนาง ก่อนจะค่อย ๆ ขยับท่อนล่างให้เคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า แต่ไม่ได้เบามากนัก ริมฝีปากคนตัวโตจูบขึ้นบดขยี้ริมฝีปากของนาง เสียงครางในลำคออย่างพึงพอใจของสองร่าง ปลุกไฟสวาทให้โชติช่วงขึ้น เขาทั้งตื่นเต้นและดีใจ ที่ได้รักกับภรรยาคนสวยของเขาอีกครั้ง สองขาของนางโอบกอดสะโพกของเขา ยิ่งทำให้ตัวตนนั้นฝังลึกลงสู่ร่างเล็ก เสียงฟืดฟาดของลมหายใจของทั้งคู่รินรดกัน แรงเขยื้อนของอ๋องหนุ่มรุนแรงขึ้นจนร่างเล็กต้องทักท้วง กลัวแผลที่ใกล้จะสมานนั้นปริขึ้นมาอีก “เบาแรงหน่อยเพคะ...เดี๋ยวแผลฉีก” “ข้ายังแรงได้อีก รู้หรือไม่ข้าอยากรักเจ้าทุกที่ ในตำหนักนอกตำหนัก ระเบียง หรือห้องครัวก็ตาม ขอเพียงมีเจ้าข้าก็พร้อมจะรัก” “ท่านอ๋องเกินไปแล้วเพคะ” “ข้าคิดถึงยามที่เจ้าโยกกายบนตัวข้า วันนั้นข้าจำได้ขึ้นใจ แล้วก็ยามที่ตัวตนของข้าอยู่ในปากเจ้า”





