LOGINEpisode
3
ไปทำงานก่อนนะคะ
ลลิตาไม่พอใจที่เอลิน่ารับเมธาทิพย์เข้าทำงาน แต่ก็ได้แต่เก็บงำไว้เท่านั้นเพราะตอนนี้เธออยากได้กระเป๋าและในตอนนี้ลลิตาอ้อนเอลิน่าไปที่ร้านกระเป๋าจนได้
“ลิตาอยากได้ใบไหนคะ” เอลิน่าเอ่ยถามแฟนสาวของเธอแล้วก็มองหน้าของสาวสวยที่เห็นเอลิน่าเป็นเหมือนบัตรเครดิตที่อยากได้อะไรก็แค่อ้อนเอาเท่านั้น
“ลิตาอยากได้ใบนั้นค่ะ ตอนนี้กำลังลดราคาอยู่เลยนะคะ” ลลิตาชี้ไปที่กระเป๋าถือใบสีดำที่ราคาอีกไม่กี่บาทก็เกือบครึ่งแสน
“ได้สิ ลิตาไปเลือกให้พนักงานได้เลยนะ พี่รอตรงนี้นะคะ” เอลิน่าบอกกับลลิตาแล้วก็นั่งรออย่างอารมณ์ดี
เอลิน่าแพ้ทางคนเอาใจเก่ง อ้อนเก่งอย่างลลิตาจนเธอให้ได้ทุกอย่าง ลลิตาเลือกกระเป๋าให้พนักงานเสร็จเธอก็เดินมาหาเอลิน่าแล้วก็อ้อนใหญ่เลย
“ขอบคุณพี่เอลินมากนะคะที่ซื้อให้ลิตาทั้ง ๆ ที่ไม่กี่วันพี่ก็เพิ่งซื้อให้แล้ววันนี้พี่ก็ซื้อให้ลิตาอีก จริง ๆ ก็เกรงใจนะคะ” ลลิตาพูดจาอ้อน ๆ เอลิน่าแล้วก็หอมแก้มเอลิน่าไปหนึ่งที
“ไม่เป็นไรเเหรอกนะคะ แต่เย็นนี้ต้องตอบแทนพี่หน่อยนะคะ” เอลิน่าเอ่ยขึ้นมาแล้วก็เอานิ้วมือของเธอจิ้มไปที่จมูกของลลิตาหนึ่งที
“ที่รักไม่ต้องบอกลิตาก็พร้อมตอบแทนอยู่แล้วค่ะ” ลลิตาเอ่ยขึ้นมาแล้วก็กอดแขนของเอลิน่าไปจ่ายเงินที่เคาเตอร์
หลังจากที่จ่ายค่ากระเป๋าเสร็จทั้งสองก็ไปกินข้าวที่ร้านอาหารญี่ปุ่น “ลิตาสั่งเลยนะ มื้อนี้พี่เลี้ยงเอง” เอลิน่าเอ่ยขึ้นพร้อมกับเลือกเมนูของเธอที่อยากกิน
อาหารวางมาเสิร์ฟเต็มโต๊ะทั้งสองทานกันเงียบ ๆ อย่างมีความสุข เหมือนทุกอย่างจะปกติแต่อยู่ ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายเอลิน่าอย่างสนิทสนม
“พี่เอลินขาไม่เจอกันนานคิดถึงจังเลยนะคะ” สาวสวยหน้าตาดีในชุดนักศึกษาพูดแล้วก็นั่งลงข้าง ๆ เอลิน่าอย่างถือวิสาสะ
“ค่ะ ไม่เจอกันนานเลยสบายดีนะคะ” เอลิน่าถามเธอกลับเพราะสาวสวยคนนี้คือเพื่อนน้องสาวของเธอที่ไม่ได้เจอกันนานหลายเดือนแล้วแต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะทำตัวสนิทมากขนาดนี้
“สบายดีค่ะ แต่ตอนนี้เชอรี่ต้องไปแล้วไว้เจอกันนะคะ จุ๊บ”
ลลิตาได้แต่มองตาปริบ ๆ อย่างไม่พอใจที่อยู่ ๆ ก็มีเด็กนักศึกษาที่ไหนไม่รู้มาเกาะแกะแฟนของเธอ ทำให้พาลอารมณ์เสียขึ้นมาในทันที
“ช่วงนี้มีนักศึกษามาเกาะแกะบ่อย ๆ นะคะ ไม่ทราบว่าสนิทสนมกันแค่ไหนคะ”
“ก็เป็นเพื่อนของเอด้าไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น” เอลิน่าพูดออกไปตามความจริงที่เป็นอาจจะเป็นเพราะเพื่อนน้องสาวเป็นลูกครึ่งเหมือนกันวัฒนธรรมก็เลยเป็นอย่างที่เห็น
“ถ้าสนิทกันไม่ไปนอนด้วยกันเลยเเหรือคะ” ลลิตาพูดประชดเอลิน่าแต่เหมือนว่าเอลิน่าไม่ชอบที่ลลิตาพูดอย่างนั้นออกมา
“ลิตาพี่บอกไปแล้วว่าไม่มีอะไรแล้วทำไมต้องประชดด้วย”
“ใช่สิเดี๋ยวนี้พูดอะไรไม่ได้เลยสินะ ก็ได้ถ้าอย่างนั้นวันนี้ก็ต่างคนต่างกลับ” ลลิตาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเดินออกจากร้านโดยที่ไม่รอเอลิน่า คนในร้านค่อนข้างเยอะทำให้เอลิน่าไม่กล้าเสียงดังโวยวายจึงเรียกพนักงานมาเก็บเงินแล้วก็ออกจากร้านไป
ลลิตาเรียกแท็กซี่แล้วก็ขึ้นรถออกไปตรงไปยังบ้านหลังหนึ่งซึ่งก็คือบ้านที่เธออยู่มาเป็นเวลาเกือบสามปีก่อนที่เธอจะคบหากับเอลิน่าแต่แฟนของเธออย่างเอลิน่าไม่เคยมาที่บ้านหลังนี้เลยสักครั้ง นอกจากคอนโดมิเนียมของเธอที่เอลิน่าซื้อให้เท่านั้น
เอลิน่าขับรถกลับบ้านคนเดียวด้วยความเสียใจที่แฟนที่เธอรักมากไม่เชื่อใจและไม่เข้าใจในตัวของเธอเลยสักนิดว่าเธอรักลลิตามากแค่ไหน
“ทำไมนะลิตาถึงหาเรื่องโกรธเราอยู่เรื่อยเลย ทั้ง ๆ ที่เราก็ตามใจทุกอย่าง” เอลิน่ากลับมาที่บ้านของเธอแต่ก็นอนไม่หลับจึงออกไปเที่ยวกับเพื่อนจนเมามายในตอนดึก ๆ เธอคิดถึงลลิตาจึงไปหาที่คอนโดมิเนียมของลลิตาแต่เธอก็ไม่ได้อยู่ที่นั่น
“ไปไหนนะลิตา” เอลิน่าจึงนอนรอลลิตาที่คอนโดมิเนียมจนเช้าลลิตาก็ยังไม่กลับมาที่ห้อง
เอลิน่าจึงอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปที่คาเฟ่ของเธออย่างเช่นทุกวันและอีกอย่างที่วันนี้เธอต้องไปที่คาเฟ่เป็นเพราะมีรายการทีวีมาถ่ายที่คาเฟ่ของเธอทำให้เอลิน่าต้องไปตรวจสอบความเรียบร้อยและดูแลให้เต็มที่ในฐานะเจ้าของร้าน
เมธาทิพย์เองก็ตื่นเต้นในการเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ในวันแรกมาก ๆ เธอตื่นนอนตั้งแต่ตีห้าครึ่งทั้ง ๆ ที่เธอตื่นตอนเจ็ดโมงเช้าก็น่าจะทันเพราะที่ทำงานก็ไม่ได้ไกลมากอีกอย่างร้านก็เปิดตอนสิบโมง เธอต้องไปทำงานตอนเก้าโมงแต่ไม่รู้ว่าเธอจะตื่นมาทำไมแต่เช้าอาจจะเป็นเพราะความตื่นเต้น
“แม่คะ พ่อคะ หนูไปทำงานก่อนนะคะ” เมธาทิพย์บอกกับพ่อและแม่ของเธอยิ้ม ๆ แล้วก็ยกมือไหว้ก่อนไปทำงานวันแรก
“โชคดีนะลูก เย็นนี้เจอกัน” พราวนภาบอกกับลูกสาวแล้วก็เดินไปกอดหนึ่งทีด้วยความรักความเป็นห่วงที่คนเป็นแม่มีให้ต่อลูกสาวของเธอ
เมธาทิพย์นั่งรถมาที่เรนโบว์คาเฟ่ ระหว่างที่นั่งรถมาเธอก็เผลอนอนหลับระหว่างทางอาจเป็นเพราะว่าเธอตื่นแต่เช้าเกินไป
เมธาทิพย์มาถึงคาเฟ่ก่อนพนักงานคนอื่นแม้แต่หญิงหญิงก็ยังมาไม่ถึงที่ทำงาน เมธาทิพย์นั่งรอที่โต๊ะบริเวณใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งหน้าคาเฟ่ เอลิน่าที่มาแต่เช้าเพราะนอนไม่หลับและอยากมาเตรียมความพร้อมให้ทันเวลา กำลังเดินไปที่ห้องทำงานเห็นเมธาทิพย์นั่งอยู่คนเดียว เอลิน่ายกนาฬิกาขึ้นมาดูก็เห็นว่าเหลือเวลาอีกยี่สิบนาทีกว่าจะถึงเวลาเข้างานแต่เมธาทิพย์มาก่อนเวลาเธอก็ยิ้มเพราะเอ็นดูเด็กพาร์ทไทม์ที่เธอตัดสินใจให้มาทำงานด้วยทำหน้าที่ได้ดีกว่าที่เธอคาดหวัง
“ขยันดีนะเนี่ย” เอลิน่าพูดแล้วกำลังจะเดินไปทักทายเมธาทิพย์แต่อยู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นมาจากข้างหลัง
“บอสคะ วันนี้เราต้องเตรียมอาหารเพิ่มอีกนะคะ ทางรายการโทรมาสั่งเพิ่มค่ะ” แม่ครัวประจำครัวของเรนโบว์คาเฟ่เดินมาหาเอลิน่าเพื่อแจ้งรายละเอียดอาหารในวันนี้ทำให้เอลิน่าที่ตั้งใจจะมาทักทายเมธาทิพย์ไม่ได้เดินมา
เอลิน่าเดินไปกับแม่ครัวเพื่อเตรียมอาหารให้เพียงพอสำหรับทีมงานที่จะมาถ่ายรายการทีวีในวันนี้
เมธาทิพย์นั่งรอให้ถึงเวลาทำงานและรอพี่หญิงหญิงเพราะเมื่อวานพี่หญิงหญิงบอกว่าถ้ามาถึงก่อนให้นั่งรอตรงนี้
“อ้าวน้องพาร์ทไทม์มาทำงานก่อนเวลาอย่างนี้น่าชื่นชมมากเลยนะ แต่ตอนนี้ไปหยิบไม้กวาดมากวาดใบไม้พวกนี้ก่อนจ๊ะไม่ใช่มานั่งรอเฉย ๆ เนอะ” แอปเปิลที่มาทำงานพร้อมกับฝนเดินมาบอกให้เมธาทิพย์ไปกวาดใบไม้ทั้ง ๆ ที่หญิงหญิงไม่ได้บอกกับเธออย่างนี้
“แต่พี่หญิงหญิงไม่ได้บอกนะคะ”
“แต่ทุกคนก็ต้องทำอย่างนี้นะ แค่เปลี่ยนเวรกันและวันนี้เป็นของเธอจ๊ะ” ฝนพูดขึ้นมาแล้วก็จ้องมองเมธาทิพย์เพื่อกดดันให้เธอไปทำตามที่ทั้งสองสั่ง
เมธาทิพย์ทำตามที่สองคนบอก สองสาวหัวเราะคิกคัก ๆ ที่แกล้งน้องใหม่ได้สำเร็จ เมธาทิพย์พอจะรู้ว่าโดนแกล้งแต่เธอมาทำงานวันแรกก็ไม่อยากมีปัญหาจึงยอมทำตามแต่โดยดี
หญิงหญิงขับรถเข้ามาจอดลงจากรถมาก็เห็นเมธาทิพย์กำลังกวาดใบไม้อยู่หน้าคาเฟ่ก็รีบเข้าไปหาเมธาทิพย์ทันที
“เม็ดทรายทำไมหนูมากวาดใบไม้อย่างนี้คะ หน้าที่ตรงนี้มีคนรับผิดชอบอยู่แล้วค่ะ หน้าที่ของหนูคือในร้านนะ”
“ก็พี่สองคนนั้นบอกให้ทรายมากวาดบอกว่าทุกคนต้องทำแต่วันนี้เป็นเวรของหนู”
“นี่มันแกล้งกันชัด ๆ” หญิงหญิงพูดขึ้นมาแล้วก็เดินตรงเข้าไปหาแอปเปิลกับฝนเพื่อเคลียร์เรื่องนี้แต่เมธาทิพย์ห้ามไว้เพราะไม่อยากถูกมองว่าขี้ฟ้องเพราะไม่อยากมีปัญหาด้วย
“พี่หญิงไม่ต้องไปว่าพี่สองคนนั้นเเหรอกนะคะ หนูไม่อยากมีปัญหาค่ะ”
“โอเค ๆ แต่ถ้ามีอีกพี่จะไปฟ้องบอสให้ วันนี้เป็นวันหยุดชอปเปอร์เม็ดทรายต้องช่วยงานพี่หนักหน่อยนะ” หญิงหญิงพูดขึ้นมาแล้วก็ยิ้ม ๆ
“ได้ค่ะ เม็ดทรายพร้อมมากค่ะ” เมธาทิพย์ที่โดนแกล้งแต่ก็ยังยิ้มได้เหมือนเดิม
11ยิ่งไม่อยากใกล้ยิ่งใกล้ หลังจากที่ทิชานุชขอให้นับดาวมาสอนวิชาเอกให้กับเธอนับดาวก็ยังไม่ได้ให้คำตอบกับทิชานุชจนคุณหญิงปวีนุชมาหาดวงเดือนแม่ของนับดาวที่บ้านพักในวันหยุดของดวงเดือน “คุณหญิงมีเรื่องอะไรให้ดิฉันรับใช้หรือคะ” ดวงเดือนที่กำลังนั่งถักผ้าพันคอเพื่อส่งให้ลูกค้าเพื่อเป็นรายได้เสริม “พอดีฉันมีเรื่องให้เธอช่วยอะไรหน่อยแต่ไม่ใช่เรื่องยากอะไรหรอกนะ พอดีหนูเทียนบอกกับฉันว่าลูกสาวของเธอเรียนได้คะแนนดีมาก ๆแต่หนูเทียนเรียนไม่ค่อยเข้าใจบางวิชาหนูเทียนจึงอยากขอให้หนูดาวช่วยสอนในส่วนที่เธอไม่เข้าใจแต่ไม่ได้สอนทุกวันหรอกนะ ขอให้สอนแค่ตอนเย็นของวันจันทร์กับศุกร์แล้วก็วันอาทิตย์นี่ขอเป็นทั้งวันส่วนเรื่องค่าเสียเวลาให้นับดาวเรียกมาเลยเท่าไรฉันก็จ่าย” คุณหญิงปวีนุชพูดจบ ดวงเดือนก็รีบพูดขึ้นมาทันที “เรื่องค่าจ้างไม่ต้องหรอกค่ะคุณหญิง เพราะถึงยังไงทั้งสองคนก็เป็นเพื่อนกันช่วยสอนให้คงไม่เป็นไร” ดวงเดือนมีความเกรงใจเจ้านายของเธอมาก ๆ “ไม่ได้หรอกยังไงฉันก็ต้องมีค่าตอบแทนให้ ถ้ายังไงก็บอกนับดาวด้วยนะบอกว่าฉันขอร้อง” เมื่อคุณหญิงปวีนุชพูดจบก็เดินอ
10หาเรื่องอยู่ใกล้ ๆ ทิชานุชยอมมาทำรายงานที่บ้านพักของนับดาวเพราะเธอไม่อยากทำตัวเรื่องมากให้นับดาวไม่พอใจ “คูณหนูมาทำอะไรที่นี่คะ มีอะไรให้ป้าช่วยหรือเปล่าคะ” ดวงเดือนที่เห็นทิชานุชเดินมายืนรอที่หน้าห้องพักของเธอ “เทียนมาทำรายงานกับนับดาวค่ะป้าว่าแต่นับดาวอยู่ที่ไหนคะ” ทิชานุชยิ้มพร้อมกับถามหาเหยื่อที่เธอกำลังจะทำให้ตกหลุมรัก “ถ้าอย่างนั้นคุณหนูนั่งรอตรงนี้สักครู่เดี๋ยวป้าจะไปเรียกนับดาวให้นะคะ น่าจะกำลังตากผ้าอยู่หลังบ้าน” ดวงเดือนพูดจบเธอก็รีบเดินกึ่งวิ่งไปเรียกลูกสาวของเธอทันที ดวงเดือนหายไปไม่นานเธอก็กลับมาพร้อมกับนับดาว “เดินเร็ว ๆ สิลูกอย่าให้คุณหนูต้องรอนาน” ดวงเดือนเป็นคนที่เกรงใจเจ้านายของเธอมาก ๆ ไม่อยากทำอะไรที่ขัดใจเจ้านายของตนไม่ว่าจะเป็นเจ้านายอย่างคุณหญิงปวีนุชแม่ของทิชานุชหรือจะเป็นลูก ๆ ของเจ้านายเธอก็เกรงใจเช่นกัน “แม่ขา หนูก็รีบอยู่เนี่ย ให้คุณหนูของแม่รอแค่นี้คงไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ปกตินับดาวก็เป็นคนที่มีสัมมาคารวะแต่กับบางคนเท่านั้นที่เธอไม่อยากเกรงใจหนึ่งในนั้นน่าจะมีทิชานุชรวมอยู่ด้วย “นับดา
10หาเรื่องอยู่ใกล้ ๆ หลังจากที่ปานตะวันกับปลายฟ้ากลับไปทิชานุชก็ขึ้นไปนอนต่อจนได้เวลาเที่ยงนิด ๆ เธอจึงตื่นขึ้นมาเพื่อกินข้าวเช้าอยู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นมาได้ว่าเธอต้องทำอย่างไรเธอจึงจะได้อยู่ใกล้ ๆ กับนับดาวทุกวัน ๆ ห้องพักแม่บ้าน นับดาวกำลังนั่งทานข้าวเที่ยงกับแม่และน้องของเธออาหารมื้อนี้เป็นมื้อสุดพิเศษเพราะทั้งสามนั่งกินหมูกระทะกันอย่างเอร็ดอร่อยเพราะนานแล้วที่ไม่ได้กินหมูกระทะกันอย่างนี้ “ป้าขายหมูกระทะใจดีกับเราอย่างนี้บ่อยจังเลยนะแม่” นับจันทร์จำได้ว่าทุกครั้งที่ได้ทานหมูกระทะเป็นเพราะป้าที่ขายหมูกระทะให้มา น้อยครั้งมากที่แม่จะซื้อให้ทานเพราะแม่มีค่าใช้จ่ายมากมายที่ต้องใช้จ่ายให้ผ่านไปได้แต่ละเดือนยิ่งตอนนี้นับดาวกำลังเรียนมหาวิทยาลัยด้วยเพราะฉะนั้นแม่ของเธอจึงต้องประหยัด อะไรประหยัดได้ต้องประหยัด “ว่าแต่หนูไปทำไหนยังไรลูกป้าเขาถึงให้หมูกระทะหนูมาอย่างนี้” ดวงเดือนถามนับดาวไปพลางเทน้ำซุปไปที่กระทะหมูกระทะเสียงดังซู่ซ่า “ป้าเขาบอกว่านับดาวเป็นคนที่น่ารักกตัญญูรู้คุณเห็นแล้วเอ็นดู และป้าเขายังบอกอีกว่าเห็นนับดาวแล้วนึกถึงแม
9รั้วบ้านเดียวกัน วันนี้เป็นวันหยุดนับดาวจึงทำความสะอาดห้องช่วยแม่พร้อมกับมีน้องสาวช่วยด้วยอีกแรง “นับจันทร์ทำการบ้านเสร็จหรือยังลูก ทำได้มั้ยถ้าทำไมไม่ได้ให้พี่นับดาวสอนนะลูก แม่จะออกไปซื้ออาหารมาใส่ตู้เย็น” ดวงเดือนพูดคุยกับลูกสาวคนเล็กของเธอ “แม่ไม่ต้องไปหรอกค่ะ หนูไปซื้อให้แม่เขียนสิ่งที่แม่ต้องการมาได้เลยค่ะ” นับดาวบอกกับแม่ของเธอเพราะวันนี้เป็นหยุดเธออยากให้แม่พักผ่อนจริง ๆ สักวัน “ไม่เป็นไรหรอกลูกอยู่สอนการบ้านน้องดีแล้ว แม่สอนไม่เป็นหรอกการบ้านเด็ก ๆ สมัยนี้ยาก ๆ ทั้งนั้น” ดวงเดือนพูดพลางหยิบตะกร้าขึ้นมาเพื่อนำไปใส่ของที่จะซื้อ “การบ้านหนูเสร็จแล้วค่ะ” นับจันทร์พูดขึ้นมาพร้อมกับยิ้มอย่างภูมิใจ “ถ้าอย่างนั้นหนูจะไปซื้อของให้แม่เองตอนนี้แม่ก็ไปนั่งจดรายการของที่แม่อยากจะซื้อให้หนูได้แล้วค่ะ” นับดาวพูดพร้อมกับจับแม่ไปนั่งที่โต๊ะหน้าห้องก่อนจะยื่นกระดาษและปากกาให้แม่ของเธอ เมื่อแม่ของเธอจดรายการที่ต้องการซื้อเสร็จเธอก็ตั้งใจปั่นจักรยานไปที่ตลาดเพื่อซื้อของที่ตลาดใกล้ ๆ บ้าน นับดาวปั่นจักรยานมาได้ถึงหน้าบ้านก
8ห่างแค่เพียงเอื้อมมือ “เธอมาอยู่นี่ได้ยังไงอย่าบอกนะว่าเธอเป็นหลานป้าเพียง แต่ถ้าเป็นหลานป้าเพียงฉันก็เคยเห็นตั้งหลายครั้งก็ไม่ใช่เธอสักหน่อย” ทิชานุชดูสงสัยหนักมาก ๆ ที่เห็นนับดาวที่บ้านของตัวเอง “ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อยฉันเป็นลูกของแม่บ้านที่บ้านหลังนี้ แม่ฉันชื่อดวงเดือน เธอรู้จักมั้ยล่ะ” นับดาวบอกกับเธอพร้อมกับหันไปลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวต่อเพราะหน้าที่นี้เป็นของเธอและป้าเพียงย้ำหนักย้ำหนาว่าอย่าให้แขกต้องรอนาน “ว่าแต่เธอมาทำอะไรที่นี่” นับดาวหันหลังถามทิชานุชเพราะเธอกำลังยุ่งอยู่กับการจัดชามก๋วยเตี๋ยวให้ดูน่าทานอย่างที่ป้าเพียงสอนเธอไว้ “ฉันมาทำอะไรที่นี่น่ะหรอ ก็ฉันอยู่บ้านหลังนี้ฉันก็ต้องอยู่ที่นี่น่ะสิ” ทิชานุชพูดพร้อมกับเดินยืนอยู่ข้างหลังนับดาวก่อนจะใช้แขนข้างขวายื่นไปหยิบที่ลวกก๋วยเตี๋ยวทำให้ใบหน้าของทิชานุชไปเบียดที่ใบหน้าของนับดาวอย่างไม่ตั้งใจแขนของทิชานุชยังใกล้จนดูราวว่าทั้งสองกำลังแนบชิดสนิทสนมกัน “บอกฉันก็ได้ฉันจะได้หยิบให้” นับดาวพูดพลางถอยออกจากตรงนั้นเพื่อให้ทิชานุชหยิบมันได้ถนัดขึ้น ทิชานุชเป็นหญิงสาวที่รูปร่างสูงเพร
7เธอมาทำอะไรที่นี่ วันนี้เป็นนับดาวกลับมาจากมหาวิทยาลัยเร็วเพราะวันนี้เธอไม่มีเรียนตอนบ่าย เมื่อเธอกลับมาถึงห้องพักเธอก็เดินไปหาแม่ของที่บ้านของคุณหญิงปวีนุชทันที เธอจะไปช่วยแม่ของเธอทำงานเพื่อแบ่งเบาแรงแม่ของเธอ “อ้าว ! นับดาวเลิกเรียนแล้วหรอลูกมาช่วยแม่ทำงานอีกล่ะสิเนี่ย เป็นเด็กดีจริง ๆ หลานป้าอายุเท่า ๆ หนูกลับจากเรียนก็ไปเที่ยวกับเพื่อนไม่คิดจะมาช่วยป้าทำงานบ้างเลย” ป้าเพียงทักทายนับดาวพร้อมกับตัดพ้อที่ลูกหลานของแกไม่ขยันช่วยงานอย่างนับดาว “สวัสดีค่ะ ป้าเพียง แม่สวัสดีค่ะ วันนี้หนูเลิกเร็วการบ้านก็ทำเสร็จแล้วเลยอยากมาช่วยงานแม่และป้าเพียงด้วยนะคะมีอะไรใช้นับดาวได้เลยนะคะ” นับดาวพูดจบก็ล้างจานช่วยแม่ของเธอทันที “เธอโชคดีจริง ๆเลยนะดวงเดือนที่มีลูกสาวดีอย่างนี้” ป้าเพียงชื่นชมนับดาวไม่ขาดปาก “เราก็มีกันสามคนแม่ลูกเลยต้องสอนให้รู้จักเอาการเอางานไม่อย่างนั้นก็คงแย่เพราะต้องเลี้ยงลูกคนเดียวมาตั้งแต่ลูกตัวเล็ก ๆ” ดวงเดือนพูดเรื่องราวชีวิตของเธอกับลูกสองคนที่ต้องลำบากมาด้วยกัน“ดวงเดือนเธอเก่งมากนะ ป้ายอมความรับเลยว่าเธอผ่านมันมาได้อย่
11รักใต้แสงจันทร์บนห้องพักริมทะเลหลังจากที่ทั้งสองเดินเล่นที่ชายหาดแล้วลงเอยด้วยการจูบกันท่ามกลางแสงจันทร์ทั้งสองก็มาสานต่อความรู้สึกบนห้อง ทั้งสองอยู่บนเตียงนุ่มเมลล์กำลังคร่อมตัวหญิงสาวอยู่ข้างบนกำลังบรรจงจูบปากเธออย่างเร่าร้อน''จุ๊บ...จุ๊บ..สวบบ..จุ๊บบ..อ่า...อือ...อ่า...''ทั้งเสียงครางเสี
4จูบ....จูบ....จูบ....หน้าหอดัชมิลล์''เธอไปไหนของเธอกันนะ โทรหาก็ไม่ติดเธอกำลังทำให้ฉันคลั่งแทบบ้าแล้วนะ ยัยนมเปรี้ยวหรือ ยัยนั่นมีแฟนแล้วกันเนี่ย โธ่!!! เว้ย!!!''เมลล์ที่มารอดัชมิลล์ที่หน้าหอเธอด้วยความหงุดหงิดโมโหฟ้าใสขับรถมาจอดเทียบหน้าหอพักดัชมิลล์ ดัชมิลล์ลงจากรถฟ้าใสด้วยความเหนื่อยล้า''ฉ
3ตกหลุมร่านเอ้ยตกหลุมรักห้องดัชมิลล์ทั้งสองกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มกันนั้นห้องที่ไม่ได้ล็อคก็เปิดเข้ามาเสียงดังด้วยความที่ไม่คิดว่าเจ้าของห้องกำลัง...เอี๊ยด...ดัชมิลล์และเมลล์หันไปดูพร้อมกันด้วยความตกใจแล้วรีบผละออกจากกันด้วยความเร็วแสง"ขะ...ขอโทษนะ...!!!"ฟ้าใสรีบปิดประตูแล้วออกมายืนหน้าห้องด้ว
Episode25โลกของสีรุ้งตอนจบเมธาทิพย์ร้องออกมาเหมือนจะขาดใจเพราะมันทั้งแน่น ทั้งเสียวจนไม่รู้ว่าจะเจ็บหรือจะเสียว ทุกครั้งที่ร่วมรักกันเอลิน่าสอดใส่แค่หนึ่งนิ้วเท่านั้นแต่ครั้งนี้เอลิน่าเพิ่มความแน่นความเสียวให้กับเมธาทิพย์เป็นสองนิ้วทำให้เสียงร้องครางดังขึ้นมาเหมือนคนทรมาน“อ่า ซี๊ด อ่า แน่น อ่า







