LOGINหานจื่อเฉิงชี้บนแผนที่ “หากออกจากเส้นทางหลักตรงนี้ จะมีทางเก่าของพ่อค้าผ่านช่องเขาเล็ก หลัง
“ระวัง!” หานจื่อเฉิงพุ่งเข้าไปทันที เขาคว้าเด็กชายขึ้นจากพื้นแล้วหมุนตัวหลบ กีบม้ากระแทกลงตรงจุดที่เด็กยืนอยู่เมื่อครู่ ทุกคนตกใจ“ลูก!” หลี่อันรีบวิ่งเข้ามาเซียวจิ่นเหยียนซึ่งอยู่ไม่ไกลชักดาบออกแทบจะพร้อมกัน ทหารรีบควบคุมม้าหานจื่อเฉิงวางเด็กลง “เป็นอะไรหรือไม่”เด็กชายหน้าซีด แต่ยังส่ายหน้า “ไม่เป็น”หลี่อันรีบดึงลูกเข้ามากอด “เจ็บตรงไหนหรือไม่”“ไม่เจ็บ”“แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าวิ่งใกล้ม้า”เด็กชายก้มหน้า “ข้าขอโทษ”หลี่อันถอนหายใจ ก่อนหันไปหาชายที่ช่วยลูก “ขอบคุณ”หานจื่อเฉิงประสานมือ “เป็นหน้าที่”เซียวจิ่นเหยียนเดินเข้ามา “เจ้าเป็นคนของเป่ยเหลียง?”“ขอรับ”“ชื่ออะไร”“หานจื่อเฉิง”หลี่อันชะงักเล็กน้อย นางจำได้ว่าเคยเห็นชายคนนี้อยู่กับคนของเฟยซิ่น “เจ้าติดตามเฟยซิ่นมา?”“ขอรับ”เซียวจิ่นเหยียนมองเขาอย่างพิจารณา “วันนี้เจ้าช่วยลูกข้า ข้าจำไว้”หานจื่อเฉิงตอบ “ไม่จำเป็นขอรับ ต่อให้เป็นเด็กคนอื่น ข้าก็ช่วย” คำตอบนั้นทำให้หลี่อันมองเขานานขึ้นไม่ไกล
หานจื่อเฉิงชี้บนแผนที่ “หากออกจากเส้นทางหลักตรงนี้ จะมีทางเก่าของพ่อค้าผ่านช่องเขาเล็ก หลังจากนั้นต้องข้ามลำธารสองแห่ง ถ้าฝนไม่หนักสามารถใช้ม้าได้ แต่ถ้าน้ำขึ้นต้องเดินอ้อม”“แล้วต่อจากนั้น?”“เข้าเขตซีหวง”“มีหมู่บ้านหรือไม่”“มี แต่ห่างกันมาก”“เมืองใหญ่?”“ไม่มี”เฟยซิ่นพยักหน้า ตรงกับข้อมูลที่นางได้รับก่อนหน้านี้ “ถ้าคนไม่รู้เส้นทางถูกพาไปที่นั่น จะกลับมายังถนนหลักเองได้หรือไม่”หานจื่อเฉิงเงยหน้าทันที คำถามนี้ไม่เหมือนการสอบถามเส้นทางธรรมดา“คนแบบใด”“คนทั่วไป”“มีม้าหรือไม่”“อาจมี”“มีเงิน?”“ไม่มาก”“รู้พื้นที่?”“ไม่รู้”หานจื่อเฉิงตอบอย่างตรงไปตรงมา “ยาก”“แต่ไม่ถึงกับเป็นไปไม่ได้?”“ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้” คำตอบนั้นทำใ
ไม่มีใครรู้ว่าหลังจากกลับเข้าห้องพักในคืนนั้น เฟยซิ่นเรียกชายคนหนึ่งซึ่งติดตามมาจากเป่ยเหลียงเข้าพบ เขาเป็นนายทหารวัยสามสิบต้น ๆ รูปร่างสูงใหญ่ มีรอยแผลเล็กบริเวณคิ้วซ้าย ชื่อ “หานจื้อ” ชายผู้นี้รับใช้ตระกูลเฟยมาหลายปีและรู้เส้นทางภูเขาทางตะวันตกดีกว่าคนส่วนใหญ่“คุณหนูเรียกข้ามีอะไรหรือขอรับ”เฟยซิ่นวางแผนที่บนโต๊ะ “อีกกี่วันถึงหุบเขาเฟิงหลัว”หานจื้อมองแผนที่ “หากไม่เปลี่ยนเส้นทาง ประมาณห้าวันขอรับ”“ถ้าฝนตก?”“อาจช้ากว่านั้น”“มีทางเก่าจากหุบเขาไปทางใต้ใช่หรือไม่”หานจื้อเงยหน้าขึ้น “มีขอรับ แต่ไม่มีใครใช้มาหลายปีแล้ว”“ไปถึงที่ใด”“ผ่านหมู่บ้านร้างสองแห่ง จากนั้นจะเข้าสู่เขตซีหวง หากเดินต่อไปทางตะวันตกจะมีหมู่บ้านเล็ก ๆ กระจายอยู่ตามเชิงเขา”“ไกลจากเมืองใหญ่?”“มากขอรับ”เฟยซิ่นพยักหน้าช้า ๆหานจื้อเริ่มสงสัย “คุณหนูถามทำไม”นางมองเขา “ตอนนี้ยังไม่ต้องรู้”“แต่หากเกี่ยวกับความปลอดภัยของขบวน”“ไม่เกี่ยว” เฟยซิ่นม้วนแผนที่ “ข้าต้องการให้เจ้าจำเส้นทางนั้นไว้”หานจื
วันที่เก้า รถเสบียงคันหนึ่งล้อหักระหว่างทาง เฟยซิ่นเป็นคนเสนอให้แบ่งอาหารจากรถของตนไปให้ทหารก่อนโดยไม่ลังเลวันที่สิบ นางช่วยล่ามของคณะเจรจาแก้เอกสารภาษาเป่ยเหลียงซึ่งแปลผิดจนเกือบเปลี่ยนความหมายวันที่สิบเอ็ด ฝนตกหนักช่วงบ่าย เฟยซิ่นส่งผ้ากันฝนของตนให้สาวใช้ของหลี่อันซึ่งกำลังอุ้มสัมภาระของเด็กจนไม่มีมือกางร่มทุกอย่างเป็นเรื่องเล็ก เล็กจนไม่มีใครสามารถกล่าวได้ว่านางกำลังพยายามสร้างภาพ แต่เมื่อเรื่องเล็กเหล่านั้นเกิดขึ้นทุกวัน ภาพของเฟยซิ่นในสายตาคนรอบข้างก็เปลี่ยนไปทีละน้อยคืนหนึ่งที่สถานีพักม้า นายทหารหลายคนนั่งกินอาหารร่วมกัน“คุณหนูเฟยดูไม่ได้ร้ายอย่างข่าวที่ได้ยินมาเลย”ทหารคนหนึ่งพูด อีกคนพยักหน้า“บางทีเรื่องในจวนอาจเป็นเพียงความขัดแย้งของสตรี”เหอจงซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลเงยหน้าขึ้น “อย่าพูดเรื่องของเจ้านาย”ทหารสองคนนั้นรีบเงียบแต่คำพูดเหล่านั้นไปถึงหูเฟยซิ่นในที่สุดสาวใช้คนสนิทเข้ามารายงาน “คนในขบวนเริ่มพูดถึงคุณหนูในทางดีแล้วเจ้าค่ะ”เฟยซิ่นกำลังหวีผมอยู่ “เช่นนั้นหรือ”“ทหารหลายคนบอกว่าคุณห
ความรู้สึกไม่สบายใจของหลี่อันยังคงอยู่ แต่ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติให้จับต้องได้ตรงกันข้าม คนที่นางเคยระวังที่สุดกลับทำตัวดีเสียจนแทบหาเหตุให้สงสัยไม่ได้ เฟยซิ่นเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด นางไม่เคยพยายามเข้าใกล้เซียวจิ่นเหยียนตามลำพังอีกเลย ไม่ชวนเขาสนทนาเรื่องส่วนตัว ไม่หาเหตุให้ต้องร่วมรถม้า และหากมีเรื่องเกี่ยวกับเป่ยเหลียงที่ต้องรายงาน นางจะพูดต่อหน้าหลี่อันหรือเหล่านายทหารเสมอ ที่น่าแปลกกว่านั้นคือ นางเริ่มเอาใจใส่หลี่อันกับบุตรชายอย่างเปิดเผยเช้าวันที่ห้าของการเดินทาง อากาศเย็นลงกะทันหัน หลี่อันกำลังจะพาลูกขึ้นรถม้า เฟยซิ่นก็เดินเข้ามาพร้อมเสื้อคลุมตัวเล็กในมือ“องค์หญิง”หลี่อันหันไปมอง “มีอะไรหรือ”“เมื่อคืนคนจากเมืองข้างหน้าบอกว่าอากาศช่วงเช้าจะเย็นกว่านี้อีก ข้าเห็นคุณชายน้อยใส่เสื้อไม่หนามาก จึงนำเสื้อคลุมขนแกะมาให้”เด็กชายมองเสื้อในมือเฟยซิ่นทันที “ของข้าหรือ”เฟยซิ่นยิ้ม “ถ้าเจ้าชอบ”เด็กชายเอื้อมมือออก แต่ชะงักแล้วหันไปมองมารดาก่อน “ท่านแม่ ข้ารับได้ไหม”
หลี่อันหัวเราะ ก่อนดึงลูกเข้ามากอด “เช่นนั้นแม่ต้องฝากชีวิตไว้กับจอมยุทธ์น้อยแล้ว”เด็กชายพยักหน้าอย่างภูมิใจด้านนอก เซียวจิ่นเหยียนควบม้าเข้ามาใกล้รถ “เป็นอย่างไร”หลี่อันเปิดม่าน “ยังไม่ออกจากเมืองถึงครึ่งชั่วยาม ท่านก็ถามแล้ว?”“ข้าถามไม่ได้หรือ”“ได้”“ลูกเล่า”เด็กชายรีบโผล่หน้า “ข้าจะขี่ม้า”“แม่อนุญาตหรือยัง”“ยัง”“เช่นนั้นนั่งรถต่อ”เด็กชายทำหน้าผิดหวังหลี่อันถามสามี “เส้นทางวันนี้พักที่ใด”“เมืองชิงเหอ ก่อนค่ำ”“อีกกี่วันถึงเขตภูเขา”“ประมาณสิบสองวัน”“แล้วช่องเขาหลงซาน?”“หากไม่มีอะไรล่าช้า ประมาณสิบหกหรือสิบเจ็ดวัน”หลี่อันพยักหน้า เซียวจิ่นเหยียนสังเกตสีหน้าภรรยา “ทำไมถาม”“อยากรู้”“เมื่อคืนเจ้ายังดูแผนที่ถึงดึก”“ข้าชอบรู้ว่าตัวเองกำลังไปไหน”“มีข้าอยู่ ไม่ต้องกังวล”หลี่อันยิ้ม “เพราะมีท่านอยู่ ข้าจึงไม่กังวลมากกว่านี้ต่างหาก”เซียวจิ่นเหยียนมองนางนิ่ง ก่อนกล่าว “ถ้ามีอะไรผิดปกติ บอกข้าทันที”







