Share

องค์หญิงใหญ่ผู้โดดเดี่ยว

Author: sanvittayam
last update Last Updated: 2026-02-10 16:48:14

องค์หญิงใหญ่ผู้โดดเดี่ยว

เหล่านางกำนัลได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก พร้อมกับเอ่ยขึ้นมาเหมือนเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย “โธ่…พวกข้าก็นึกว่าอะไรเสียอีก ในใจนั้นนึกว่าท่านแม่นมเกิ่งเกิดอุบัติเหตุขึ้น ที่แท้ก็แค่ถูกองค์หญิงกัดนี่เอง” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาแม้ว่าจะดูเป็นห่วง แต่ก็แฝงไปด้วยความสนุกสนานเล็กน้อยที่แม่นมเกิ่งถูกองค์หญิงใหญ่กลั่นแกล้ง

“เจ้าลองมาให้นางกัดดูไหมล่ะจะได้รู้ว่ามันเจ็บเพียงใด” แม่นมเกิ่งกล่าวอย่างไม่พอใจ ใครจะรู้บ้างว่าเวลาถูกเด็กน้อยกัดหัวนมตอนดื่มนมนั้นความรู้สึกเป็นอย่างไร

“เอาเถอะท่านแม่นมเกิ่ง ถึงอย่างไรมันก็เป็นหน้าที่ของท่านจะหลีกเลี่ยงก็ไม่ได้แล้ว” นางกำนัลคนหนึ่งกล่าวขึ้นมา

“ก็ถูกของเจ้า ข้าล่ะอิจฉาพวกแม่นมเกิ่งที่ตำหนักอื่นเสียจริง ๆ โดยเฉพาะแม่นมเกิ่งและข้ารับใช้ที่ตำหนักไฉ่อีของพระสนมหวงกุ้ยเฟย ข้าได้ข่าวว่าองค์ชายใหญ่มีแม่นมเกิ่งถึงหกคน แล้วเหตุใดข้าต้องมาติดอยู่ที่ตำหนักร้างเช่นนี้ด้วยเล่า”

แม่นมเกิ่งกล่าวแล้วก็ได้แต่คิดน้อยใจขึ้นมาว่า ทำไมตนเองถึงต้องมาเป็นแม่นมเกิ่งให้กับองค์หญิงที่ถูกลืมผู้นี้ ในขณะที่แม่นมเกิ่งคนอื่น ๆ ต่างก็มีชีวิตที่ดีกันทั้งนั้น โดยเฉพาะแม่นมเกิ่งที่ตำหนักขององค์ชายใหญ่ที่มีตั้งหกคน อีกทั้งเวลานี้หวงกุ้ยเฟยยังเป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาทอีกด้วย จะไม่ให้อิจฉาพวกข้ารับใช้ตำหนักนั้นได้อย่างไร

นางกำนัลเมื่อเห็นสีหน้าที่เศร้าสร้อยของแม่นมเกิ่ง จึงรีบเข้ามาปลอบทันที “ท่านแม่นมเกิ่ง ท่านอดทนต่ออีกสักหน่อยเถิด อีกไม่เกินปีสองปี องค์หญิงก็เลิกกินนมท่านแล้ว”

พอได้ยินนางกำนัลบอกแบบนั้น แม่นมเกิ่งได้แต่พยักหน้าเข้าใจ และก้มมองอกตนเองที่ก็ยังคงให้องค์หญิงดูดกินนมต่อไป ถึงแม้ว่าตอนนี้เด็กน้อยจะไม่ได้กัดนมของแม่นมเกิ่งแล้ว แต่ถึงอย่างไรนางก็ยังคงระแวงอยู่วันยังค่ำ

แท้จริงแล้วองค์หญิงจิ่นซีเป็นเด็กที่เลี้ยงง่ายมาก พอกินนมจนอิ่มท้องแล้วนางก็หลับยาวๆ ที่ผ่านมาร้องไห้ไม่หยุดก็เพราะว่าแม่นมเกิ่งกับนางกำนัลเหล่านี้ไม่ค่อยสนใจจะดูแลนางอย่างที่ควรจะเป็น พวกนางกำนัลมักจะปล่อยให้นางอยู่ในเสื้อผ้าที่เปียกชื้นจากของเสียที่นางปล่อยออกมาตามประสาเด็ก ส่วนแม่นมเกิ่งก็ชอบลืมให้นมนางเมื่อถึงเวลาทุกที จนตอนนี้ร่างกายของนางผ่ายผอมลงมากแตกต่างกับตอนแรกที่คลอดออกมาเหลือเกิน

เมื่อให้นมเสร็จแล้ว แม่นมเกิ่งก็พาองค์หญิงเข้านอน

ความจริงหากเทียบกับตำหนักอื่น นางกำนัลตำหนักที่ถือว่าค่อนข้างสบายคงเป็นตำหนักท้ายวังแห่งนี้นี้ เพราะอยู่กันสี่ห้าคนเพียงเพื่อเลี้ยงเด็กแค่คนเดียว เรื่องอาหารก็เป็นหน้าที่ของแม่นมเกิ่ง ซึ่งพวกนางกำนัลเพียงแค่มีหน้าทีช่วยอาบน้ำ จัดเตรียมข้าวของ ซักเสื้อผ้าขององค์หญิงน้อยก็เท่านั้น สบายถึงเพียงนี้พวกนางก็ยังไม่พอใจกันอีก

หากจะกล่าวว่าผู้ใดรักและเป็นห่วงองค์หญิงใหญ่มากที่สุด ก็เห็นจะเป็นไทเฮาเพียงพระองค์เดียว อาจจะเป็นเพราะองค์หญิงจิ่งซีเป็นพระนัดดาคนแรกของพระนาง อีกทั้งยังเป็นองค์หญิงที่เกิดจากฮองเฮาอีกด้วย หนำซ้ำยังมีชะตาที่อาภัพไม่ต่างไปจากมารดาขององค์หญิง พระนางจึงได้ส่งคนมาคอยดูแลนัดดาอยู่เรื่อย ๆ แต่ทว่าสุดท้ายแล้วคนที่ถูกส่งมาทุกคน ล้วนถูกหวงกุ้ยเฟยซื้อตัวไปในที่สุด

“ได้ยินว่าไทเฮาจะส่งพวกเจ้าไปเป็นนางกำนัลเพิ่มให้ตำหนักท้ายวังอย่างนั้นหรือ” หวงกุ้ยเฟยถามนางกำนัลสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

นางกำนัลทั้งสองก้มหน้ามองรองเท้าตนเองอย่างเงียบ ๆ ไม่กล้ากล่าวอะไร เพราะคำสั่งที่ได้รับมานั้นเป็นคำสั่งจากไทเฮา การขัดขืนคำสั่งของไทเฮานั้นมีโทษหนัก และดูจากท่าทีของหวงกุ้ยเฟยแล้ว คงจะมีเรื่องที่ไม่ดีให้พวกนางสองคนทำเป็นแน่

“ได้ข่าวว่าที่บ้านของพวกเจ้าจำเป็นต้องใช้เงิน เท่าไรอย่างนั้นหรือ คนละสามร้อยตำลึงเงินเพียงพอหรือไม่” หวงกุ้ยเฟยเอ่ยถามอย่างอ่อนโยนพร้อมกับยื่นข้อเสนอเรื่องเงินขึ้นมา

นางกำนัลทั้งสองได้ยินก็ตกใจเล็กน้อย เพราะเงินสามร้อยตำลึงนั้นเพียงพอจะให้ครอบครัวอยู่อย่างสุขสบายไปได้อีกหลายปี พวกนางจึงชั่งใจอยู่ว่าจะเลือกหาทางใด ระหว่างทำตามคำสั่งหรือขัดคำสั่งของไทเฮาพร้อมรับข้อเสนอของหวงกุ้ยเฟย

“ต้องขัดคำสั่งของไทเฮาทั้งหมดหรือไม่เพคะ” นางกำนัลผู้หนึ่งถามเสียงสั่น อยากได้เงินก็อยากได้ ห่วงชีวิตก็ห่วง หากไม่ถึงกับขัดคำสั่งทั้งหมด พวกนางก็คงจะรับไว้ได้บ้าง เรียกว่าไม่เสียหายสักทาง มีแต่ได้จากทั้งสองทางเพียงเท่านั้น

“พวกเจ้าไม่ต้องกังวลไป งานนี้พวกเจ้าไม่ต้องขัดคำสั่งผู้ใดทั้งนั้น เพียงแค่เข้าไปปรนนิบัติรับใช้องค์หญิงใหญ่ที่ตำหนักท้ายวังตามปกติ หน้าที่ของพวกเจ้าคือสอดส่องความเป็นไปของที่นั่นแล้วส่งข่าวมาให้กับข้า แล้วก็ทำตามคำสั่งเล็กๆ น้อยๆ ของข้าบ้างก็พอ” หวงกุ้ยเฟยบอกถึงความต้องการของนางทันทีที่ปลาติดเหยื่อ

“พวกเรายินดีทำตามคำสั่งของพระสนมเพคะ”

เมื่อได้ยินเงื่อนไขแล้ว นางกำนัลทั้งสองก็โล่งอกและรีบตอบรับอย่างไม่ลังเลอีกแล้ว หวงกุ้ยเฟยยื่นตั๋วเงินสามร้อยตำลึงให้พวกนางคนละใบ จากนั้นจึงกำชับอะไรอีกหลายอย่างก่อนจะปล่อยให้พวกนางไปยังตำหนักท้ายวัง

หวงกุ้ยเฟยทำแบบนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ว่าไทเฮาจะส่งคนไปสักกี่คน สุดท้ายเวลานี้ที่ตำหนักท้ายวัง ล้วนกลายเป็นคนของหวงกุ้ยเฟยทั้งสิ้น

เวลาผ่านไปเจ็ดปี

ภาพองค์หญิงกำลังนั่งเล่นเดินหมากอยู่ตามลำพังอย่างโดดเดี่ยวภายในตำหนักที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีผู้คนนั้นช่างดูน่าสงสารอยู่ไม่น้อย นางนั่งครุ่นคิดและเดินหมากทั้งสองฝั่งด้วยตนเอง บางครั้งก็หยิบหมากขาวขึ้นมาวางมุมหนึ่ง หลังจากนั้นก็หยิบหมากดำขึ้นมาวางอีกมุมหนึ่ง แต่จะให้ทำอย่างไรได้เล่า ก็ในเมื่อนางไม่มีสหายเลยสักคน ไม่เพียงแค่ไร้สหายเดินหมากเท่านั้น แม้แต่สหายจะสนทนาด้วยสักครึ่งคำก็ยังไม่มี

เหล่านางกำนัลที่อยู่ในตำหนักนั้นต่างก็ไม่สนใจองค์หญิงผู้นี้เลยแม้แต่น้อย พวกนางจะนั่งอยู่มุมใดมุมหนึ่งที่ลับตา แล้วจับกลุ่มสนทนากันเสียมากกว่า จะพบเห็นหน้ากันก็ยามที่เอาสำรับอาหารมาให้นางเท่านั้น แม้แต่เวลาจะอาบน้ำ นางที่เป็นถึงองค์หญิงใหญ่ของฮ่องเต้ ก็ยังต้องอาบน้ำเย็นเพราะไม่มีผู้ใดสนใจจะมาต้มน้ำให้อาบ

องค์หญิงจิ่นซีใช้ชีวิตอย่างลำเค็ญอยู่ในตำหนักท้ายวังเช่นนี้จนกระทั่งอายุได้เจ็ดหนาว แม้นางจะเป็นองค์หญิงที่เกิดจากฮองเฮาแต่ทว่าสถานะของนางก็ต่ำต้อยอย่างมาก เนื่องจากไม่มีใครเอาใจใส่ดูแล จะมีก็แต่ไทเฮาที่ยังคงนึกถึงอยู่บ้าง ทว่าหลัง ๆ มานี้พระนางยังมีนัดดาอีกมากมายที่คอยผลัดเปลี่ยนกันมาเอาอกเอาใจ ทำให้เผลอหลงลืมนัดดาผู้นี้ไปเหมือนกัน

“สำรับอาหารมาแล้วเพคะองค์หญิง” นางกำนัลผู้หนึ่งถือถาดสำรับอาหารเข้ามา ก่อนจะวางลงบนโต๊ะที่อยู่ตรงหน้าองค์หญิงใหญ่ จากนั้นก็เดินออกไปโดยที่ไม่กล่าวอะไรต่ออีก และไม่สนใจว่านางจะลุกขึ้นมากินหรือไม่

“อืม” องค์หญิงจิ่นซีพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะลุกขึ้นจากกระดานเดินหมากเพื่อไปกินมื้อกลางวัน

วันนี้สำรับอาหารดูดีกว่าทุกวันที่ผ่านมามาก เนื่องจากมีผัดผักกับเต้าหู้ด้วย องค์หญิงจิ่นซีเห็นแล้วก็ยิ้มออกมา เพราะว่าจะได้กินอะไรที่น่าอร่อยกับเขาสักที เท่าที่จำความได้นั้น ที่ผ่านมารู้สึกว่าจะได้กินเต้าหู้แค่ไม่กี่ครั้ง เพราะทุก ๆ วันจะได้กินเพียงแค่ข้าวต้มเละ ๆ หรือไม่ก็ข้าวกล้องเก่าเก็บกับผักกาดขาวต้มเท่านั้น เรียกได้ว่าตลอดมานั้น นางได้กินแต่อาหารชั้นเลวที่มีไว้ให้พวกบ่าวไพร่ในตำหนักกินเท่านั้น นั่นก็เป็นเพราะสำรับของนาง ถูกบ่าวต่ำช้าพวกนั้นสับเปลี่ยนเอาไปกินเองแล้ว

องค์หญิงจิ่นซีนั่งพุ้ยข้าวกินกับผัดผักใส่เต้าหู้อย่างเอร็ดอร่อย หากว่าผู้ใดมาเห็นสภาพนางตอนนี้ ก็คงจะไม่คาดคิดว่านางคือองค์หญิงใหญ่ที่เกิดจากฮองเฮาเป็นแน่ เพราะนางดูไม่ต่างจากเด็กชาวบ้านทั่วไปที่กำลังหิวโหยเลย เสื้อผ้าที่ใส่อยู่ถึงแม้จะไม่ได้ถึงขั้นสกปรกมอมแมม แต่ก็เป็นชุดเก่าที่ใส่มานานแล้ว อีกทั้งชายกระโปรงยังสั้นจนเลยข้อเท้าขึ้นมา บ่งบอกว่าชุดนี้เล็กเกินไปสำหรับเด็กหญิงที่โตขึ้นทุกวัน ยังดีที่นางมีรูปร่างที่ผอมจึงยังใส่ได้อยู่

เมื่อกินข้าวเสร็จก็ยกกาน้ำชาขึ้นมา ปรากฏว่าไม่มีน้ำชาจึงได้ร้องเรียกให้นางกำนัลมาเติมให้ “น้ำชาของข้าหมดแล้ว ไปเติมน้ำให้ข้าที”

นางกำนัลคนเดิมกับที่เอาสำรับอาหารมาให้ ก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าบูดบึ้ง ก่อนจะคว้ากาน้ำชาไปจากโต๊ะแล้วเดินไปทางด้านหลัง

องค์หญิงจิ่นซีเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดนางกำนัลเหล่านี้ถึงได้ปฏิบัติต่อตนเองไม่ดีนัก ทั้ง ๆ ที่นางก็ไม่เคยทำอะไรให้พวกนางเจ็บช้ำน้ำใจเลยสักครั้ง และไม่เคยจะดื้อซนเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ทำไมนางกำนัลเหล่านี้กลับทำเหมือนกับว่าไม่ชอบและไม่อยากอยู่ดูแลนาง เด็กน้อยได้แต่คิด แต่ทว่าก็ไม่ได้เก็บเอามาเป็นความน้อยเนื้อต่ำใจอะไร รู้สึกเพียงแค่ว่าอยู่คนเดียวเช่นนี้ก็สบายใจดีเหมือนกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • องค์หญิงใหญ่อย่างข้าจะถูกลืมได้อย่างไร   องค์หญิงใหญ่ผู้โดดเดี่ยว

    องค์หญิงใหญ่ผู้โดดเดี่ยวเหล่านางกำนัลได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก พร้อมกับเอ่ยขึ้นมาเหมือนเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย “โธ่…พวกข้าก็นึกว่าอะไรเสียอีก ในใจนั้นนึกว่าท่านแม่นมเกิ่งเกิดอุบัติเหตุขึ้น ที่แท้ก็แค่ถูกองค์หญิงกัดนี่เอง” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาแม้ว่าจะดูเป็นห่วง แต่ก็แฝงไปด้วยความสนุกสนานเล็กน้อยที่แม่นมเกิ่งถูกองค์หญิงใหญ่กลั่นแกล้ง“เจ้าลองมาให้นางกัดดูไหมล่ะจะได้รู้ว่ามันเจ็บเพียงใด” แม่นมเกิ่งกล่าวอย่างไม่พอใจ ใครจะรู้บ้างว่าเวลาถูกเด็กน้อยกัดหัวนมตอนดื่มนมนั้นความรู้สึกเป็นอย่างไร“เอาเถอะท่านแม่นมเกิ่ง ถึงอย่างไรมันก็เป็นหน้าที่ของท่านจะหลีกเลี่ยงก็ไม่ได้แล้ว” นางกำนัลคนหนึ่งกล่าวขึ้นมา“ก็ถูกของเจ้า ข้าล่ะอิจฉาพวกแม่นมเกิ่งที่ตำหนักอื่นเสียจริง ๆ โดยเฉพาะแม่นมเกิ่งและข้ารับใช้ที่ตำหนักไฉ่อีของพระสนมหวงกุ้ยเฟย ข้าได้ข่าวว่าองค์ชายใหญ่มีแม่นมเกิ่งถึงหกคน แล้วเหตุใดข้าต้องมาติดอยู่ที่ตำหนักร้างเช่นนี้ด้วยเล่า”แม่นมเกิ่งกล่าวแล้วก็ได้แต่คิดน้อยใจขึ้นมาว่า ทำไมตนเองถึงต้องมาเป็นแม่นมเกิ่งให้กับองค์หญิงที่ถูกลืมผู้นี้ ในขณะที่แม่นมเกิ่งคนอื่น ๆ ต่างก็มีชีวิตที่ดีกันทั้ง

  • องค์หญิงใหญ่อย่างข้าจะถูกลืมได้อย่างไร   ความเกลียดชังที่ได้รับ

    ความเกลียดชังที่ได้รับ ตำหนักท้ายวัง หากวัดจากระยะทางแล้วนับเป็นตำหนักที่อยู่ห่างไกลเป็นที่สุด ซึ่งตำหนักแห่งนี้แทบจะเป็นตำหนักร้างอยู่แล้วเพราะไม่มีผู้ใดมาอาศัยอยู่เสียนาน ดังนั้นก่อนที่จะให้องค์หญิงน้อยมาอยู่ จึงต้องทำความสะอาดกันเสียยกใหญ่ กว่าจะได้ย้ายเข้ามาก็ปาเข้าไปยามเว่ยเกือบจะเช้าแล้วไทเฮาทรงจัดแจงให้องค์หญิงจิ๋นซีมีแม่นมเกิ่งคนหนึ่งและนางกำนัลอีกสี่ห้าคน คราแรกเสี่ยวหลัวจะขอไปดูแลองค์หญิงน้อยด้วยตัวเอง แต่ทว่านางต้องไว้ทุกข์ให้กับฮองเฮาที่เพิ่งจากไป จึงยังไม่สามารถทำหน้าที่ดูแลองค์หญิงได้ในตอนนี้ ดังนั้นนางกำนัลที่ไปอยู่ตำหนักท้ายวังจึงเป็นคนของไทเฮาทั้งหมดซึ่งทั้งแม่นมเกิ่งและนางกำนัลเหล่านั้นไม่ค่อยพอใจสักเท่าไรที่ถูกส่งไปอยู่ตำหนักท้ายวังแห่งนี้ เป็นเพราะที่นี่เปลี่ยวร้างน่ากลัวเสียเหลือเกิน เนื่องจากความเป็นอยู่ก็ไม่ดีงามและสะดวกสบายเหมือนตำหนักอื่น ๆ อีกทั้งโอกาสที่จะได้รับความดีความชอบก็แทบไม่มีเสียด้วย เนื่องจากองค์หญิงจิ่นซีเองก็เป็นเพียงทารกน้อยผู้หนึ่งเท่านั้น นางจะประทานรางวัลให้ผู้ใดได้ ว่าไปแล้วนับเป็นการสูญเสียโอกาสของพวกนางเสียมากกว่ายามเว่ยของวันหนึ่ง ใน

  • องค์หญิงใหญ่อย่างข้าจะถูกลืมได้อย่างไร   องค์หญิงจิ่นซี

    องค์หญิงจิ่นซี“ส่งนางมาให้ข้าเถอะ” ไทเฮากล่าวก่อนจะหันไปทางนางกำนัลที่กำลังอุ้มองค์หญิงอยู่“พ่อเจ้าคงโกรธมาก ให้เขาได้ไปสงบจิตสงบใจทบทวนตัวเองสักครู่เถิด ระหว่างนี้ก็อยู่กับย่าก่อน เดี๋ยวย่าจะตั้งชื่อให้เจ้าเอง” ไทเฮาตรัสกับองค์หญิงน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยนองค์หญิงน้อยเมื่อเปลี่ยนจากอยู่ในอ้อมอกของนางกำนัลมาอยู่ในอ้อมอกของเสด็จย่าแล้ว ก็อารมณ์ดีขึ้นมาไม่น้อย จากที่ร้องไห้งอแงเมื่อสักครู่ มาบัดนี้กลับกลายเป็นว่านอนหลับปุ๋ยไปเสียแล้ว ทั้งริมฝีปากยังยกยิ้มราวกับว่ากำลังฝันดีอยู่อย่างไรอย่างนั้นไทเฮาอุ้มองค์หญิงน้อยแกว่งไปมาเป็นการกล่อม ในเมื่อองค์หญิงผู้นี้ไม่มีที่จะไปแล้ว พระนางจึงได้อุ้มไปที่ตำหนักอวิ๋นผิงของพระนางก่อน ส่วนจะตัดสินใจอย่างไรนั้น คงต้องใช้เวลาคิดอีกสักพัก หรือไม่ คงรอให้ฮ่องเต้พระทัยเย็นก่อน แล้วคิดหารือกันหลังจากนั้นในขณะที่ตำหนักอื่น ๆ กำลังโศกเศร้า แต่จะจริงใจหรือไม่นั้นสุดแล้วแต่จะคาดเดา ฮ่องเต้ทรงมีสนมอยู่มากมาย หลังจากที่ฮองเฮาสิ้นพระชนม์ไปแล้ว สนมเหล่านี้คิดอย่างไรก็ไม่อาจจะรู้ได้ แต่กลับมีอยู่ตำหนักหนึ่ง ที่แทบจะจุกประทัดฉลองให้กับการจากไปของฮองเฮา ซึ

  • องค์หญิงใหญ่อย่างข้าจะถูกลืมได้อย่างไร   หนึ่งกำเนิด หนึ่งจากลา

    หนึ่งกำเนิด หนึ่งจากลาในที่สุดระยะเวลาอันยาวนานก็สิ้นสุดเสียที ทารกที่ฮองเฮาคลอดออกมานั้นเป็นองค์หญิงน้อยผู้หนึ่งที่มีสุขภาพแข็งแรงและอ้วนท้วนสมบูรณ์ แก้มย้วย ๆ ขององค์หญิงน้อยทำให้นางดูน่ารักน่าชังราวกับเทพเซียนตัวน้อยก็มิปาน เหล่านางกำนัลต่างก็ตื่นเต้นที่ได้เห็นองค์หญิง หลังจากที่ใช้เวลาทำคลอดกันอยู่ครึ่งค่อนวัน ทุกคนต่างก็ยินดีที่ฮองเฮาคลอดบุตรได้สำเร็จเสี่ยวหลัวนางกำนัลคนสนิทคลี่ยิ้มทั้งน้ำตา นางหันไปหาฮองเฮาเพื่อจะบอกกล่าวเรื่องที่พระนางคลอดองค์หญิงน้อยออกมา แต่แล้วเลือดในกายของนางก็พลันแข็งค้างไปทั่วร่างกาย เมื่อเห็นว่าฮองเฮาที่สลบไป กลับนอนนิ่งไม่ไหวติง แม้กระทั่งหน้าอกยังไม่กระเพื่อมขึ้นลงนางยืนตัวแข็งทื่ออยู่พักหนึ่ง ก่อนจะรวบรวมความกล้ายื่นมือไปอังที่จมูกของร่างที่อยู่บนเตียง จึงได้รู้ว่าฮองเฮาไร้ลมหายใจแล้ว“หมอหลวง!!” เสี่ยวหลัวกรีดร้องเสียงดังเพื่อเรียกหมอหลวง จนทุกคนที่อยู่ในตำหนักต่างสะดุ้งพร้อมกับหันมาตามเสียงร้องของนางหมอหลวงที่อุ้มองค์หญิงน้อยอยู่เมื่อได้ยินเสียงเรียก ก็ยื่นองค์หญิงให้กับนางกำนัลอีกคน ก่อนจะรุดมาที่เตียงอีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยถามขึ้น “เกิดอะไรขึ้นอ

  • องค์หญิงใหญ่อย่างข้าจะถูกลืมได้อย่างไร   สัญญาณร้ายหรือดี

    บทที่ 1 สัญญาณร้ายหรือดีย่างเข้ายามเว่ยของวันหนึ่งในรัชศกเทียนเจี้ยที่สิบสอง เมืองหลวงแคว้นเยียนถูกปกคลุมไปด้วยเมฆฝนหนาทึบราวกับว่าพายุจะเข้า เสียงฝนฟ้าคะนองดังกึกก้องไปทั่วผืนแผ่นดินเมฆฝนพวกนี้เคลื่อนตัวมาอย่างกะทันหัน ทำให้ชาวเมืองต่างพากันเก็บข้าวของหลบฝนกันวุ่นวาย พวกร้านค้าที่ตั้งอยู่ที่ถนนฟางเป่ยต่างก็รีบปิดประตูลง เพราะมีลมพัดกระโชกแรงพัดเอาเสื้อผ้าที่แขวนห้อยไว้หน้าร้านปลิวสะบัด บางตัวถึงกับหลุดออกจากราวแขวนไปกองอยู่ที่พื้นก็มี“ไม่รู้ว่าวันนี้เกิดอันใดขึ้น เหตุใดฝนฟ้าถึงได้พิโรธถึงเพียงนี้” เจ้าของร้านผ้าเอ่ยกับเด็กเฝ้าร้านที่เพิ่งจ้างมาได้ไม่กี่วันด้วยความแปลกใจเด็กเฝ้าร้านได้ยินเถ้าแก่เอ่ยก็ตอบกลับ พร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างรีบเก็บของเข้าร้านไปด้วย “ข้าคิดว่าคงไม่มีเรื่องร้ายอันใดหรอกขอรับเถ้าแก่ นี่ก็เข้าฤดูคิมหันต์แล้ว ย่อมมีพายุเป็นธรรมดา อย่าคิดมากเลยขอรับ”“อ้อ…จริงของเจ้า ข้าก็ลืมนึกไปเลยว่านี่เข้าฤดูคิมหันต์แล้ว เช่นนั้นรีบเก็บของกันเถอะ ประเดี๋ยวฝนจะสาดเข้ามาในร้านเสียก่อน” เถ้าแก่เอ่ยจบก็รีบออกมาช่วยเด็กเฝ้าร้านเก็บของด้วยเพราะกลัวว่าจะไม่ทันการเมื่อทุกอย่างกลั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status