مشاركة

องค์หญิงจิ่นซี

مؤلف: sanvittayam
last update تاريخ النشر: 2026-02-10 16:47:34

องค์หญิงจิ่นซี

“ส่งนางมาให้ข้าเถอะ” ไทเฮากล่าวก่อนจะหันไปทางนางกำนัลที่กำลังอุ้มองค์หญิงอยู่

“พ่อเจ้าคงโกรธมาก ให้เขาได้ไปสงบจิตสงบใจทบทวนตัวเองสักครู่เถิด ระหว่างนี้ก็อยู่กับย่าก่อน เดี๋ยวย่าจะตั้งชื่อให้เจ้าเอง” ไทเฮาตรัสกับองค์หญิงน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน

องค์หญิงน้อยเมื่อเปลี่ยนจากอยู่ในอ้อมอกของนางกำนัลมาอยู่ในอ้อมอกของเสด็จย่าแล้ว ก็อารมณ์ดีขึ้นมาไม่น้อย จากที่ร้องไห้งอแงเมื่อสักครู่ มาบัดนี้กลับกลายเป็นว่านอนหลับปุ๋ยไปเสียแล้ว ทั้งริมฝีปากยังยกยิ้มราวกับว่ากำลังฝันดีอยู่อย่างไรอย่างนั้น

ไทเฮาอุ้มองค์หญิงน้อยแกว่งไปมาเป็นการกล่อม ในเมื่อองค์หญิงผู้นี้ไม่มีที่จะไปแล้ว พระนางจึงได้อุ้มไปที่ตำหนักอวิ๋นผิงของพระนางก่อน ส่วนจะตัดสินใจอย่างไรนั้น คงต้องใช้เวลาคิดอีกสักพัก หรือไม่ คงรอให้ฮ่องเต้พระทัยเย็นก่อน แล้วคิดหารือกันหลังจากนั้น

ในขณะที่ตำหนักอื่น ๆ กำลังโศกเศร้า แต่จะจริงใจหรือไม่นั้นสุดแล้วแต่จะคาดเดา ฮ่องเต้ทรงมีสนมอยู่มากมาย หลังจากที่ฮองเฮาสิ้นพระชนม์ไปแล้ว สนมเหล่านี้คิดอย่างไรก็ไม่อาจจะรู้ได้ แต่กลับมีอยู่ตำหนักหนึ่ง ที่แทบจะจุกประทัดฉลองให้กับการจากไปของฮองเฮา ซึ่งก็คือตำหนักไฉ่อีของหวงกุ้ยเฟย

หวงกุ้ยเฟยเป็นบุตรสาวของเจ้ากรมการคลังที่เข้ามาถวายตัวเป็นสนมเมื่อหลายปีก่อน ด้วยตำแหน่งและคุณงามความดีของบิดา จึงทำให้นางได้เลื่อนขั้นขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งกุ้ยเฟยได้เร็วกว่าคนอื่น หลังจากขึ้นมาอยู่ในตำแห่งนี้แล้ว นางก็เริ่มตั้งตนเป็นศัตรูกับฮองเฮาอย่างออกหน้า นางทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะยั่วยวนฮ่องเต้ให้มาบรรทมที่ตำหนัก เพื่อที่จะให้ตนเองตั้งครรภ์ก่อนผู้อื่น ทว่าก็ไม่ประสบผลสำเร็จสักที จนในที่สุดแล้วฮองเฮาก็ทรงตั้งพระครรภ์ก่อน

หลายปีมานี้นางถูกฮองเฮากดหัวเอาไว้ใต้อาณัติมาตลอด อีกทั้งฮ่องเต้ก็ยังแทบไม่เสด็จไปตำหนักอื่น อยู่แต่ตำหนักเยี่ยนฟางเป็นส่วนใหญ่ อาจจะมีมาหานางบ้างเพียงแค่เดือนละครั้งสองครั้งเท่านั้น แต่ว่ายังดีที่ช่วงที่ฮองเฮาตั้งพระครรภ์ ฮ่องเต้ก็เสด็จตำหนักอื่นมากขึ้น ทำให้หวงกุ้ยเฟยเองก็พลอยได้ประโยชน์ไปด้วย

“ระฆังมรณะลั่นแล้ว สิ่งที่ข้าคาดหวังไว้ก็เป็นจริงแล้วสินะ” หวงกุ้ยเฟยหันไปกล่าวกับเยี่ยหงนางกำนัลคนสนิทที่ตอนนี้กำลังจัดการชงชาให้นางอยู่

นอกจากนางจะไม่รู้สึกเสียใจเลยที่ได้รับข่าวการสิ้นพระชนม์ของฮองเฮา ทว่ายังมีอารมณ์มานั่งดื่มชาอย่างสุนทรีอีก อย่าว่าแต่ไม่เสียใจเลย นางกลับรู้สึกยินดีเสียด้วยซ้ำ ที่ศัตรูคนสำคัญตายจากไปเสียที มิหนำซ้ำการจากไปของฮองเฮาในครั้งนี้ จะทำให้นางเข้าใกล้ตำแหน่งสูงสุดมากยิ่งขึ้น

เมื่อไม่มีฮองเฮา ตอนนี้นางที่เป็นถึงกุ้ยเฟยก็ถือได้ว่าเป็นใหญ่ที่สุดในวังหลังรองจากไทเฮา และตำแหน่งฮองเฮาคนต่อไปนั้นก็อยู่แค่เอื้อม อีกแค่ขั้นเดียวเท่านั้น จะไม่ให้นางดีใจได้อย่างไร และถ้าหากว่าหลังจากนี้นางตั้งครรภ์แล้วล่ะก็ อำนาจในวังหลังอย่างไรก็ต้องเป็นของนาง

“พระสนมจะดื่มชาอะไรหรือเพคะ” เยี่ยหงถาม ตรงหน้านางได้เตรียมชาเอาไว้สี่ห้าอย่างแล้ว เหลือแต่เพียงให้หวงกุ้ยเฟยเลือก

“วันนี้ฝนตกอากาศดียิ่ง อีกทั้งยังมีเรื่องมงคลอีก เหมาะที่สุดเห็นเป็นชาหลงจิ่งแล้วกระมัง” หวงกุ้ยเฟยจีบปากจีบคอเอ่ยหน้าระรื่น

ชาหลงจิ่งเป็นชาราคาแพงที่จะนิยมดื่มกันในวันที่พิเศษ ส่วนมากแล้วจะมีดื่มกันเฉพาะในวัง หรือไม่ก็จวนขุนนางระดับสูงเท่านั้น วันนี้หวงกุ้ยเฟยคิดว่าเป็นวันดี วันมงคล จึงเลือกเป็นชาหลงจิ่งมาดื่มให้สบายอารมณ์สักหน่อย

“เพคะพระสนม” เยี่ยหงรับคำ จากนั้นจึงเริ่มต้นชงชา

กลิ่นชาหอมโชยมาถึงโต๊ะที่หวงกุ้ยเฟยนั่งอยู่ เยี่ยหงถือกาน้ำชาร้อน ๆ มาวางลงแล้วรินส่งให้กับนาง

“แล้วบุตรของฮองเฮาเล่า เป็นหญิงหรือชาย” หวงกุ้ยเฟยถามแล้วยกน้ำชาขึ้นจิบ

“เป็นองค์หญิงเพคะ ตอนนี้ทราบข่าวว่าอยู่ที่ตำหนักอวิ๋นผิง” เยี่ยหงเอ่ยตอบตามข่าวที่ได้รับมาจากนางกำนัลคนอื่นๆ

เมื่อทราบว่าตอนนี้องค์หญิงอยู่ที่ตำหนักของไทเฮาก็แปลกใจ ปกติแล้วสมควรจะอยู่ที่ตำหนักอื่นที่เป็นการส่วนตัวมิใช่หรือถึงแม้ว่าจะไม่มีฮองเฮาแล้ว แต่อย่างน้อยฮ่องเต้ก็ควรต้องจัดหาคนมาดูแลนาง

“เหตุใดจึงไปอยู่ที่ตำหนักอวิ๋นผิงได้เล่า” คิดแล้วก็แปลกใจจึงได้ถามออกไป

เยี่ยหงขยับเข้ามาใกล้หวงกุ้ยเฟยเล็กน้อย ก่อนจะเล่าอย่างกระซิบกระซาบ เพราะเกรงว่าจะไปเข้าหูผู้อื่น “หม่อมฉันทราบจากนางกำนัลตำหนักเยี่ยนฟางมาว่า ฝ่าบาททรงเสียพระทัยมากที่ฮองเฮาทรงสิ้นพระชนม์ ยิ่งพระนางสิ้นพระชนม์ตอนคลอดบุตร ก็เลยทำให้ฝ่าบาทไม่ทรงโปรดองค์หญิงเพคะ จึงไม่ได้ตรัสว่าจะให้จัดการเรื่ององค์หญิงอย่างไร ไทเฮาก็เลยรับองค์หญิงไปไว้ที่ตำหนักก่อนเพคะ”

หวงกุ้ยเฟยฟังแล้วก็ถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ ไม่มีเรื่องไหนทำให้นางมีความสุขไปมากกว่านี้อีกแล้ว ฮองเฮาสิ้นพระชนม์สำหรับนางถือเป็นเรื่องดี บุตรที่เกิดจากฮองเฮาก็เป็นองค์หญิง ทั้งยังเป็นองค์หญิงที่ฮ่องเต้ไม่ทรงโปรดอีก นี่สวรรค์เข้าข้างนางชัด ๆ ดังนั้นหากว่านางตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ก็ย่อมได้รับการโปรดปรานมากกว่าองค์หญิงน้อยผู้นี้อยู่แล้ว

มือข้างหนึ่งยกชาขึ้นมาจิบอีกครั้ง มุมปากของนางยกยิ้มขึ้นพร้อมส่งสายตาที่มาดร้ายออกไปยังเบื้องหน้าที่ปราศจากผู้คน หวงกุ้ยเฟยแค่นเสียงเอ่ย ‘หึ’ออกมาคำหนึ่ง

ไทเฮาตอนที่อยู่หน้าตำหนักเยี่ยนฟาง เมื่อทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ของฮองเฮาจากหมอหลวงแล้วก็แทบล้มทั้งยืน แม้ว่าฮองเฮาจะไม่ใช่ญาติฝ่ายใดของนาง แต่หลายปีมานี้ ฮองเฮาก็ปรนนิบัติกตัญญูนางอย่างดี หนำซ้ำยังจัดการเรื่องภายในได้อย่างเรียบร้อย เรียกได้ว่าเป็นฮองเฮาที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติและรูปสมบัติโดยแท้ เสียก็แต่ไม่อาจมีบุตรชายให้กับฮ่องเต้เสียที ยามนี้พอมีบุตรได้แล้ว แม่ลูกยังไม่ทันได้พบหน้า นางก็ด่วนจากไปเสียก่อนอีก คิดแล้วอดสงสารทั้งแม่ทั้งลูกไม่ได้

และยิ่งพอมารู้ว่าฮ่องเต้ไม่ทรงโปรดบุตรของตนคนนี้ ไทเฮาก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร จึงได้เพียงแต่รับนางมาดูแลก่อนในคืนนี้ พรุ่งนี้จึงจะจัดการมอบตำหนักท้ายวังให้ แล้วส่งคนไปดูแลนาง รอให้ฮ่องเต้พระทัยเย็นก่อน แล้วค่อยเรียกตัวนางกลับมา

ไทเฮาทรงอุ้มองค์หญิงน้อยไว้ในอ้อมอก ก้มพระพักตร์ลงไปแล้วกล่าวด้วยพระสุรเสียงที่อ่อนโยนว่า “ย่าจะตั้งชื่อให้เจ้าว่าจิ่นซีดีหรือไม่ นามนี้ไพเราะเหมาะกับเจ้าแล้ว”

เสียงอ้อแอ้ดังออกมาจากปากของทารกน้อย ราวกับว่านางเข้าใจความหมายของชื่อตนเองอย่างไรอย่างนั้น

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • องค์หญิงใหญ่อย่างข้าจะถูกลืมได้อย่างไร   ตอนพิเศษ 7 ฮ่องเต้หยางเจี้ยนกั๋ว

    ตอนพิเศษ 7 ฮ่องเต้หยางเจี้ยนกั๋วที่ชายแดนทิศบูรพา สถานการณ์ตึงเครียดอย่างยิ่ง ทหารทั้งหลายต่างเร่งเตรียมความพร้อมในการป้องกันเมือง ทุกคนรู้ดีว่าการศึกครั้งนี้จะต้องไม่ใช่เรื่องง่าย องค์ชายเจ็ดยืนมองทิวทัศน์เบื้องหน้า ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความคิดหลากหลาย แม้เขาจะถูกฝึกฝนวรยุทธ์มาตั้งแต่เยาว์วัย แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้ลงสนามรบจริง ๆ การต้องเผชิญกับการต่อสู้ที่แท้จริง ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นปนกับความหวาดกลัวเล็กน้อยทว่าในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่สามารถยอมให้ความกลัวนี้ครอบงำได้ เพราะในใจเขามีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเอง เขารู้ดีว่าการศึกครั้งนี้สำคัญเพียงใดต่อแคว้นเยียน“ข้าจะออกรบในทัพหน้า” องค์ชายเจ็ดกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นต่อหน้าแม่ทัพเสวี่ยแม่ทัพเสวี่ยมององค์ชายเจ็ดด้วยสายตาที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง“องค์ชาย แม้ว่าท่านจะมีฝีมือที่ดี แต่การศึกนี้ไม่เหมือนการฝึกในลานฝึก มันอันตรายมาก” เสวี่ยเฟงหลงกล่าวขึ้นมาเพื่อเตือนสติ“ข้ารู้” องค์ชายเจ็ดตอบกลับทันที “ข้าไม่ต้องการเป็นภาระให้กับผู้อื่นที่นี่ ข้าอยากทำหน้าที่ที่เป็นประโยชน์ต่อแคว้น”แม่ทัพเสวี่ยมององค์ชายเจ็ดอย่างพินิจพิจารณาอีกค

  • องค์หญิงใหญ่อย่างข้าจะถูกลืมได้อย่างไร   ตอนพิเศษ 6 ความรู้สึกที่อยู่ข้างใน

    ตอนพิเศษ 6 ความรู้สึกที่อยู่ข้างในหลังจากที่ได้รับคำตอบอันเจ็บปวดจากเหวินหลิง องค์ชายเจ็ดรู้สึกเหมือนหัวใจของเขาถูกบีบคั้นอย่างแรง เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าความรักที่เขามีต่อนางจะจบลงเช่นนี้ แต่เมื่อนางขอร้องให้เขาไม่มาปรากฏตัวต่อหน้านางอีก เขาก็ต้องทำตามสิ่งที่นางต้องการ แม้ว่าจะเจ็บปวดเพียงใดก็ตามในช่วงเวลาที่องค์ชายเจ็ดกำลังหาทางจัดการกับความรู้สึกของตนเองนั้น ข่าวจากวังหลวงก็ทำให้เขาต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดข่าวนั้นคือฮ่องเต้ได้ทรงอนุญาตให้พี่หญิงใหญ่ของเขาสามารถนำทัพออกรบเองได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์หญิงใหญ่ปรารถนามานานแล้ว องค์ชายเจ็ดรู้สึกว่าการที่พี่หญิงใหญ่จะต้องเผชิญกับอันตราย เป็นสิ่งที่เขาไม่อาจนิ่งเฉยได้ความคิดนี้ทำให้เขาเห็นโอกาสในการหลบหนีจากสถานการณ์ที่ไม่อาจทนได้อีกต่อไป ทั้งจากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากความรักที่ไม่สมหวัง และความตั้งใจที่จะช่วยพี่หญิงใหญ่ ดังนั้นองค์ชายเจ็ดจึงตัดสินใจที่จะอาสาติดตามทัพขององค์หญิงจิ่นซีออกไปรบด้วยเมื่อตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้ว องค์ชายเจ็ดจึงเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อทูลขออนุญาตที่จะติดตามทัพขององค์หญิงจิ่นซี ฮ่องเต้เองก็ทรงทราบถึงความรู้สึกของอ

  • องค์หญิงใหญ่อย่างข้าจะถูกลืมได้อย่างไร   ตอนพิเศษ 5 ทำทุกอย่างเพื่อขอโทษ

    ตอนพิเศษ 5 ทำทุกอย่างเพื่อขอโทษองค์ชายเริ่มต้นปฏิบัติการง้อเหวินหลิงด้วยวิธีต่าง ๆ ที่คิดว่าอาจจะได้ผล เริ่มจากการส่งกลอนบทที่นางเคยชมว่าไพเราะในวันที่พวกเขาพบกันที่โรงน้ำชา เขาเลือกใช้ถ้อยคำที่อ่อนหวานสื่อถึงความรู้สึกผิดและความตั้งใจจริงที่จะขอโทษ หวังว่านางจะเปิดใจและเข้าใจความรู้สึกที่พระองค์มีให้นาง“เพียงหนึ่งวันจากล่วงไปไม่พบหน้าข้านี้คล้ายดั่งใจจะขาดหายขอโทษเถิดที่ข้าได้พลาดไปหวังเพียงเจ้ารับใจข้าอีกครั้ง”กลอนที่งดงามนี้ถูกเขียนด้วยน้ำหมึกดำบนกระดาษขาวสะอาด และถูกส่งผ่านไปยังจวนของตระกูลเหวิน เขาแน่ใจว่านางจะต้องเห็นและซาบซึ้งใจในความพยายามของเขาแต่ทว่าชะตากลับเล่นตลก กลอนบทนี้กลับไม่ถึงมือนางอย่างที่องค์ชายเจ็ดตั้งใจไว้ เนื่องจากกระดาษที่ถูกพับไว้อย่างเรียบร้อยและผูกด้วยริบบิ้นสีแดง กลับถูกหยิบขึ้นโดยมือของผู้อื่น ก่อนที่มันจะไปถึงมือเหวินหลิง คนผู้นั้นคือเหวินเจี่ยน พี่สาวของเหวินหลิง ซึ่งเป็นบุตรสาวของฮูหยินรอง ซึ่งเห็นกระดาษนี้ในระหว่างที่คนรับใช้กำลังส่งของในจวน นางรู้สึกสงสัยว่าเนื้อหาในกระดาษนั้นจะเป็นสิ่งใด จึงเปิดดูและอ่านกลอนขององค์ชายเจ็ดที่ส่งมาเมื่อเหวินเจ

  • องค์หญิงใหญ่อย่างข้าจะถูกลืมได้อย่างไร   ตอนพิเศษ 4 เปิดเผยตัว ข้าคือองค์ชายเจ็ด

    ตอนพิเศษ 4 เปิดเผยตัว ข้าคือองค์ชายเจ็ดที่โรงน้ำชาซีเฟิงในย่านตลาดเก่า บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก แต่ก็ยังมีมุมสงบที่เหมาะแก่การสนทนาเรื่องราวส่วนตัวและการพักผ่อนจิบชาของบัณฑิตและชนชั้นสูง ผู้คนเดินเข้าออกโรงน้ำชาอย่างไม่ขาดสาย บางคนมาสนทนากับสหาย บางคนมาเพื่ออ่านตำราในมุมสงบของตนเอง โรงน้ำชาแห่งนี้เป็นสถานที่ที่องค์ชายเจ็ดเลือกที่จะมาพบปะกับเหล่าสหาย แต่ในวันนี้มีเหตุผลมากกว่านั้นที่เขาต้องการมาเยือนองค์ชายเจ็ดในวันนี้มาในชุดบัณฑิตธรรมดา ไม่ได้มีเครื่องแต่งกายอันหรูหราหรือเครื่องประดับที่บ่งบอกถึงฐานะสูงศักดิ์ของตนเอง นัยน์ตาที่เคยเฉียบคมในวังหลวง ตอนนี้เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและใคร่รู้ เมื่อเขาก้าวเข้ามาในโรงน้ำชา ผู้คนที่อยู่ภายในแทบจะไม่สังเกตเห็นถึงตัวตนของเขา เหมือนเขาเป็นเพียงบุคคลธรรมดาที่ไม่มีอะไรโดดเด่นเมื่อเดินเข้ามาในห้องด้านในสุด องค์ชายเจ็ดมองเห็นเหวินหลิงนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของโรงน้ำชา นางกำลังอ่านตำราแพทย์เล่มหนึ่งด้วยความตั้งใจ ดูเคร่งเครียดและจริงจังในการศึกษา เหมือนเช่นทุกครั้งที่เขาเห็นจากระยะไกล หัวใจขององค์ชายเจ็ดรู้สึกกระตุกเมื่อเห็นใบหน้าที่มีความมุ่งมั่นขอ

  • องค์หญิงใหญ่อย่างข้าจะถูกลืมได้อย่างไร   ตอนพิเศษ 3 ข้าก็แค่ผู้ชายธรรมดา

    ตอนพิเศษ 3 ข้าก็แค่ผู้ชายธรรมดาเมื่อองค์ชายเจ็ดเติบโตขึ้น เขาค่อย ๆ ถอยห่างจากการเป็นส่วนหนึ่งของราชสำนักอย่างเห็นได้ชัด แต่ละวันเขามักจะออกไปเที่ยวเล่นนอกวัง ดูเหมือนว่าเขาเป็นเพียงองค์ชายที่ไม่สนใจเรื่องการเมืองหรือการปกครองเลย ผู้คนต่างก็มองว่าเขาเพียงแค่หนีจากความรับผิดชอบที่ควรจะมี และด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขาได้รับฉายาเป็น “องค์ชายเจ้าสำราญ”แต่ความจริงแล้ว องค์ชายเจ็ดกลับไปนั่งอ่านตำรากับบรรดาสหายร่วมเรียนที่หอน้ำชาเสมอ การใช้เวลาที่หอน้ำชาในยามบ่ายนั้นเป็นเหมือนกิจวัตรประจำวันของเขาในสายตาของสหายร่วมเรียนทั้งหมดต่างสงสัยว่าเหตุใดองค์ชายเจ็ดจึงเลือกทำเช่นนี้ เหตุใดเขาจึงเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับการอ่านตำรา ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นเลยหากไม่คิดจะเข้าไปมีบทบาทในราชสำนัก แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยหรือเปิดโปงเรื่องนี้ออกมาในขณะที่โลกภายนอกเห็นว่าเขาเป็นเพียงองค์ชายผู้ไร้ความทะเยอทะยาน ไม่สนใจในตำแหน่งหรืออำนาจ ความจริงแล้วเขากลับเตรียมตัวอย่างเงียบ ๆ ความรู้ที่สะสมมาจากการอ่านตำราและศึกษาอย่างลึกซึ้ง ทำให้เขามีความเข้าใจในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการปกครอง การทหาร หรือปรัชญา และความรู้

  • องค์หญิงใหญ่อย่างข้าจะถูกลืมได้อย่างไร   ตอนพิเศษ 2 องค์ชายเจ็ดผู้ไร้ค่า

    ตอนพิเศษ 2 องค์ชายเจ็ดผู้ไร้ค่านับตั้งแต่วันที่องค์หญิงจิ่นซีเข้ามาช่วยเหลือองค์ชายเจ็ดจากหวงกุ้ยเฟย ความสัมพันธ์ระหว่างสองพี่น้องก็แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น องค์ชายเจ็ดคอยตามติดองค์หญิงจิ่นซีไปทุกที่ ทั้งยังมาเดินหมากอยู่ที่ตำหนักท้ายวังของนางทุกเย็นทุกครั้งที่มีสิ่งของหรือสิ่งใดที่องค์ชายเจ็ดพบว่าเป็นของดี เขาก็มักจะนำไปมอบให้กับองค์หญิงจิ่นซีโดยไม่คิดมาก ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ที่สวยงาม ผ้าไหมที่มีลวดลายละเอียด หรือเครื่องประดับเล็ก ๆ ที่เขาพบเห็นในวัง ทั้งหมดนี้เขามอบให้พี่หญิงใหญ่ของเขาด้วยความรักและความเคารพวันหนึ่งองค์ชายเจ็ดซึ่งเป็นเด็กที่ชอบความประณีตและมีฝีมือในการออกแบบสิ่งของ คิดที่จะมอบของขวัญพิเศษให้กับองค์หญิงจิ่นซีเนื่องในวันประสูติของนาง เขาใช้เวลาอยู่หลายวันในการวาดแบบมีดพก ที่เขาคิดว่ามีขนาดพอดีและเหมาะสมสำหรับสตรี จากนั้นก็ส่งให้ขันทีนำไปให้ร้านตีเหล็กที่ขึ้นชื่อที่สุดของเมืองหลวงสร้างมีดพกตามแบบที่เขาวาดมีดพกนั้นถูกออกแบบให้มีความเรียบง่ายแต่แข็งแรง ใบมีดถูกหลอมขึ้นจากเหล็กกล้าที่คมและทนทาน ด้ามจับทำจากไม้ที่ถูกขัดเงาอย่างดี และประดับด้วยลวดลายที่สลักลงไปด้วยความประณีตเมื

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status