Share

องค์หญิงจิ่นซี

Author: sanvittayam
last update Last Updated: 2026-02-10 16:47:34

องค์หญิงจิ่นซี

“ส่งนางมาให้ข้าเถอะ” ไทเฮากล่าวก่อนจะหันไปทางนางกำนัลที่กำลังอุ้มองค์หญิงอยู่

“พ่อเจ้าคงโกรธมาก ให้เขาได้ไปสงบจิตสงบใจทบทวนตัวเองสักครู่เถิด ระหว่างนี้ก็อยู่กับย่าก่อน เดี๋ยวย่าจะตั้งชื่อให้เจ้าเอง” ไทเฮาตรัสกับองค์หญิงน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน

องค์หญิงน้อยเมื่อเปลี่ยนจากอยู่ในอ้อมอกของนางกำนัลมาอยู่ในอ้อมอกของเสด็จย่าแล้ว ก็อารมณ์ดีขึ้นมาไม่น้อย จากที่ร้องไห้งอแงเมื่อสักครู่ มาบัดนี้กลับกลายเป็นว่านอนหลับปุ๋ยไปเสียแล้ว ทั้งริมฝีปากยังยกยิ้มราวกับว่ากำลังฝันดีอยู่อย่างไรอย่างนั้น

ไทเฮาอุ้มองค์หญิงน้อยแกว่งไปมาเป็นการกล่อม ในเมื่อองค์หญิงผู้นี้ไม่มีที่จะไปแล้ว พระนางจึงได้อุ้มไปที่ตำหนักอวิ๋นผิงของพระนางก่อน ส่วนจะตัดสินใจอย่างไรนั้น คงต้องใช้เวลาคิดอีกสักพัก หรือไม่ คงรอให้ฮ่องเต้พระทัยเย็นก่อน แล้วคิดหารือกันหลังจากนั้น

ในขณะที่ตำหนักอื่น ๆ กำลังโศกเศร้า แต่จะจริงใจหรือไม่นั้นสุดแล้วแต่จะคาดเดา ฮ่องเต้ทรงมีสนมอยู่มากมาย หลังจากที่ฮองเฮาสิ้นพระชนม์ไปแล้ว สนมเหล่านี้คิดอย่างไรก็ไม่อาจจะรู้ได้ แต่กลับมีอยู่ตำหนักหนึ่ง ที่แทบจะจุกประทัดฉลองให้กับการจากไปของฮองเฮา ซึ่งก็คือตำหนักไฉ่อีของหวงกุ้ยเฟย

หวงกุ้ยเฟยเป็นบุตรสาวของเจ้ากรมการคลังที่เข้ามาถวายตัวเป็นสนมเมื่อหลายปีก่อน ด้วยตำแหน่งและคุณงามความดีของบิดา จึงทำให้นางได้เลื่อนขั้นขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งกุ้ยเฟยได้เร็วกว่าคนอื่น หลังจากขึ้นมาอยู่ในตำแห่งนี้แล้ว นางก็เริ่มตั้งตนเป็นศัตรูกับฮองเฮาอย่างออกหน้า นางทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะยั่วยวนฮ่องเต้ให้มาบรรทมที่ตำหนัก เพื่อที่จะให้ตนเองตั้งครรภ์ก่อนผู้อื่น ทว่าก็ไม่ประสบผลสำเร็จสักที จนในที่สุดแล้วฮองเฮาก็ทรงตั้งพระครรภ์ก่อน

หลายปีมานี้นางถูกฮองเฮากดหัวเอาไว้ใต้อาณัติมาตลอด อีกทั้งฮ่องเต้ก็ยังแทบไม่เสด็จไปตำหนักอื่น อยู่แต่ตำหนักเยี่ยนฟางเป็นส่วนใหญ่ อาจจะมีมาหานางบ้างเพียงแค่เดือนละครั้งสองครั้งเท่านั้น แต่ว่ายังดีที่ช่วงที่ฮองเฮาตั้งพระครรภ์ ฮ่องเต้ก็เสด็จตำหนักอื่นมากขึ้น ทำให้หวงกุ้ยเฟยเองก็พลอยได้ประโยชน์ไปด้วย

“ระฆังมรณะลั่นแล้ว สิ่งที่ข้าคาดหวังไว้ก็เป็นจริงแล้วสินะ” หวงกุ้ยเฟยหันไปกล่าวกับเยี่ยหงนางกำนัลคนสนิทที่ตอนนี้กำลังจัดการชงชาให้นางอยู่

นอกจากนางจะไม่รู้สึกเสียใจเลยที่ได้รับข่าวการสิ้นพระชนม์ของฮองเฮา ทว่ายังมีอารมณ์มานั่งดื่มชาอย่างสุนทรีอีก อย่าว่าแต่ไม่เสียใจเลย นางกลับรู้สึกยินดีเสียด้วยซ้ำ ที่ศัตรูคนสำคัญตายจากไปเสียที มิหนำซ้ำการจากไปของฮองเฮาในครั้งนี้ จะทำให้นางเข้าใกล้ตำแหน่งสูงสุดมากยิ่งขึ้น

เมื่อไม่มีฮองเฮา ตอนนี้นางที่เป็นถึงกุ้ยเฟยก็ถือได้ว่าเป็นใหญ่ที่สุดในวังหลังรองจากไทเฮา และตำแหน่งฮองเฮาคนต่อไปนั้นก็อยู่แค่เอื้อม อีกแค่ขั้นเดียวเท่านั้น จะไม่ให้นางดีใจได้อย่างไร และถ้าหากว่าหลังจากนี้นางตั้งครรภ์แล้วล่ะก็ อำนาจในวังหลังอย่างไรก็ต้องเป็นของนาง

“พระสนมจะดื่มชาอะไรหรือเพคะ” เยี่ยหงถาม ตรงหน้านางได้เตรียมชาเอาไว้สี่ห้าอย่างแล้ว เหลือแต่เพียงให้หวงกุ้ยเฟยเลือก

“วันนี้ฝนตกอากาศดียิ่ง อีกทั้งยังมีเรื่องมงคลอีก เหมาะที่สุดเห็นเป็นชาหลงจิ่งแล้วกระมัง” หวงกุ้ยเฟยจีบปากจีบคอเอ่ยหน้าระรื่น

ชาหลงจิ่งเป็นชาราคาแพงที่จะนิยมดื่มกันในวันที่พิเศษ ส่วนมากแล้วจะมีดื่มกันเฉพาะในวัง หรือไม่ก็จวนขุนนางระดับสูงเท่านั้น วันนี้หวงกุ้ยเฟยคิดว่าเป็นวันดี วันมงคล จึงเลือกเป็นชาหลงจิ่งมาดื่มให้สบายอารมณ์สักหน่อย

“เพคะพระสนม” เยี่ยหงรับคำ จากนั้นจึงเริ่มต้นชงชา

กลิ่นชาหอมโชยมาถึงโต๊ะที่หวงกุ้ยเฟยนั่งอยู่ เยี่ยหงถือกาน้ำชาร้อน ๆ มาวางลงแล้วรินส่งให้กับนาง

“แล้วบุตรของฮองเฮาเล่า เป็นหญิงหรือชาย” หวงกุ้ยเฟยถามแล้วยกน้ำชาขึ้นจิบ

“เป็นองค์หญิงเพคะ ตอนนี้ทราบข่าวว่าอยู่ที่ตำหนักอวิ๋นผิง” เยี่ยหงเอ่ยตอบตามข่าวที่ได้รับมาจากนางกำนัลคนอื่นๆ

เมื่อทราบว่าตอนนี้องค์หญิงอยู่ที่ตำหนักของไทเฮาก็แปลกใจ ปกติแล้วสมควรจะอยู่ที่ตำหนักอื่นที่เป็นการส่วนตัวมิใช่หรือถึงแม้ว่าจะไม่มีฮองเฮาแล้ว แต่อย่างน้อยฮ่องเต้ก็ควรต้องจัดหาคนมาดูแลนาง

“เหตุใดจึงไปอยู่ที่ตำหนักอวิ๋นผิงได้เล่า” คิดแล้วก็แปลกใจจึงได้ถามออกไป

เยี่ยหงขยับเข้ามาใกล้หวงกุ้ยเฟยเล็กน้อย ก่อนจะเล่าอย่างกระซิบกระซาบ เพราะเกรงว่าจะไปเข้าหูผู้อื่น “หม่อมฉันทราบจากนางกำนัลตำหนักเยี่ยนฟางมาว่า ฝ่าบาททรงเสียพระทัยมากที่ฮองเฮาทรงสิ้นพระชนม์ ยิ่งพระนางสิ้นพระชนม์ตอนคลอดบุตร ก็เลยทำให้ฝ่าบาทไม่ทรงโปรดองค์หญิงเพคะ จึงไม่ได้ตรัสว่าจะให้จัดการเรื่ององค์หญิงอย่างไร ไทเฮาก็เลยรับองค์หญิงไปไว้ที่ตำหนักก่อนเพคะ”

หวงกุ้ยเฟยฟังแล้วก็ถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ ไม่มีเรื่องไหนทำให้นางมีความสุขไปมากกว่านี้อีกแล้ว ฮองเฮาสิ้นพระชนม์สำหรับนางถือเป็นเรื่องดี บุตรที่เกิดจากฮองเฮาก็เป็นองค์หญิง ทั้งยังเป็นองค์หญิงที่ฮ่องเต้ไม่ทรงโปรดอีก นี่สวรรค์เข้าข้างนางชัด ๆ ดังนั้นหากว่านางตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ก็ย่อมได้รับการโปรดปรานมากกว่าองค์หญิงน้อยผู้นี้อยู่แล้ว

มือข้างหนึ่งยกชาขึ้นมาจิบอีกครั้ง มุมปากของนางยกยิ้มขึ้นพร้อมส่งสายตาที่มาดร้ายออกไปยังเบื้องหน้าที่ปราศจากผู้คน หวงกุ้ยเฟยแค่นเสียงเอ่ย ‘หึ’ออกมาคำหนึ่ง

ไทเฮาตอนที่อยู่หน้าตำหนักเยี่ยนฟาง เมื่อทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ของฮองเฮาจากหมอหลวงแล้วก็แทบล้มทั้งยืน แม้ว่าฮองเฮาจะไม่ใช่ญาติฝ่ายใดของนาง แต่หลายปีมานี้ ฮองเฮาก็ปรนนิบัติกตัญญูนางอย่างดี หนำซ้ำยังจัดการเรื่องภายในได้อย่างเรียบร้อย เรียกได้ว่าเป็นฮองเฮาที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติและรูปสมบัติโดยแท้ เสียก็แต่ไม่อาจมีบุตรชายให้กับฮ่องเต้เสียที ยามนี้พอมีบุตรได้แล้ว แม่ลูกยังไม่ทันได้พบหน้า นางก็ด่วนจากไปเสียก่อนอีก คิดแล้วอดสงสารทั้งแม่ทั้งลูกไม่ได้

และยิ่งพอมารู้ว่าฮ่องเต้ไม่ทรงโปรดบุตรของตนคนนี้ ไทเฮาก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร จึงได้เพียงแต่รับนางมาดูแลก่อนในคืนนี้ พรุ่งนี้จึงจะจัดการมอบตำหนักท้ายวังให้ แล้วส่งคนไปดูแลนาง รอให้ฮ่องเต้พระทัยเย็นก่อน แล้วค่อยเรียกตัวนางกลับมา

ไทเฮาทรงอุ้มองค์หญิงน้อยไว้ในอ้อมอก ก้มพระพักตร์ลงไปแล้วกล่าวด้วยพระสุรเสียงที่อ่อนโยนว่า “ย่าจะตั้งชื่อให้เจ้าว่าจิ่นซีดีหรือไม่ นามนี้ไพเราะเหมาะกับเจ้าแล้ว”

เสียงอ้อแอ้ดังออกมาจากปากของทารกน้อย ราวกับว่านางเข้าใจความหมายของชื่อตนเองอย่างไรอย่างนั้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • องค์หญิงใหญ่อย่างข้าจะถูกลืมได้อย่างไร   องค์หญิงใหญ่ผู้โดดเดี่ยว

    องค์หญิงใหญ่ผู้โดดเดี่ยวเหล่านางกำนัลได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก พร้อมกับเอ่ยขึ้นมาเหมือนเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย “โธ่…พวกข้าก็นึกว่าอะไรเสียอีก ในใจนั้นนึกว่าท่านแม่นมเกิ่งเกิดอุบัติเหตุขึ้น ที่แท้ก็แค่ถูกองค์หญิงกัดนี่เอง” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาแม้ว่าจะดูเป็นห่วง แต่ก็แฝงไปด้วยความสนุกสนานเล็กน้อยที่แม่นมเกิ่งถูกองค์หญิงใหญ่กลั่นแกล้ง“เจ้าลองมาให้นางกัดดูไหมล่ะจะได้รู้ว่ามันเจ็บเพียงใด” แม่นมเกิ่งกล่าวอย่างไม่พอใจ ใครจะรู้บ้างว่าเวลาถูกเด็กน้อยกัดหัวนมตอนดื่มนมนั้นความรู้สึกเป็นอย่างไร“เอาเถอะท่านแม่นมเกิ่ง ถึงอย่างไรมันก็เป็นหน้าที่ของท่านจะหลีกเลี่ยงก็ไม่ได้แล้ว” นางกำนัลคนหนึ่งกล่าวขึ้นมา“ก็ถูกของเจ้า ข้าล่ะอิจฉาพวกแม่นมเกิ่งที่ตำหนักอื่นเสียจริง ๆ โดยเฉพาะแม่นมเกิ่งและข้ารับใช้ที่ตำหนักไฉ่อีของพระสนมหวงกุ้ยเฟย ข้าได้ข่าวว่าองค์ชายใหญ่มีแม่นมเกิ่งถึงหกคน แล้วเหตุใดข้าต้องมาติดอยู่ที่ตำหนักร้างเช่นนี้ด้วยเล่า”แม่นมเกิ่งกล่าวแล้วก็ได้แต่คิดน้อยใจขึ้นมาว่า ทำไมตนเองถึงต้องมาเป็นแม่นมเกิ่งให้กับองค์หญิงที่ถูกลืมผู้นี้ ในขณะที่แม่นมเกิ่งคนอื่น ๆ ต่างก็มีชีวิตที่ดีกันทั้ง

  • องค์หญิงใหญ่อย่างข้าจะถูกลืมได้อย่างไร   ความเกลียดชังที่ได้รับ

    ความเกลียดชังที่ได้รับ ตำหนักท้ายวัง หากวัดจากระยะทางแล้วนับเป็นตำหนักที่อยู่ห่างไกลเป็นที่สุด ซึ่งตำหนักแห่งนี้แทบจะเป็นตำหนักร้างอยู่แล้วเพราะไม่มีผู้ใดมาอาศัยอยู่เสียนาน ดังนั้นก่อนที่จะให้องค์หญิงน้อยมาอยู่ จึงต้องทำความสะอาดกันเสียยกใหญ่ กว่าจะได้ย้ายเข้ามาก็ปาเข้าไปยามเว่ยเกือบจะเช้าแล้วไทเฮาทรงจัดแจงให้องค์หญิงจิ๋นซีมีแม่นมเกิ่งคนหนึ่งและนางกำนัลอีกสี่ห้าคน คราแรกเสี่ยวหลัวจะขอไปดูแลองค์หญิงน้อยด้วยตัวเอง แต่ทว่านางต้องไว้ทุกข์ให้กับฮองเฮาที่เพิ่งจากไป จึงยังไม่สามารถทำหน้าที่ดูแลองค์หญิงได้ในตอนนี้ ดังนั้นนางกำนัลที่ไปอยู่ตำหนักท้ายวังจึงเป็นคนของไทเฮาทั้งหมดซึ่งทั้งแม่นมเกิ่งและนางกำนัลเหล่านั้นไม่ค่อยพอใจสักเท่าไรที่ถูกส่งไปอยู่ตำหนักท้ายวังแห่งนี้ เป็นเพราะที่นี่เปลี่ยวร้างน่ากลัวเสียเหลือเกิน เนื่องจากความเป็นอยู่ก็ไม่ดีงามและสะดวกสบายเหมือนตำหนักอื่น ๆ อีกทั้งโอกาสที่จะได้รับความดีความชอบก็แทบไม่มีเสียด้วย เนื่องจากองค์หญิงจิ่นซีเองก็เป็นเพียงทารกน้อยผู้หนึ่งเท่านั้น นางจะประทานรางวัลให้ผู้ใดได้ ว่าไปแล้วนับเป็นการสูญเสียโอกาสของพวกนางเสียมากกว่ายามเว่ยของวันหนึ่ง ใน

  • องค์หญิงใหญ่อย่างข้าจะถูกลืมได้อย่างไร   องค์หญิงจิ่นซี

    องค์หญิงจิ่นซี“ส่งนางมาให้ข้าเถอะ” ไทเฮากล่าวก่อนจะหันไปทางนางกำนัลที่กำลังอุ้มองค์หญิงอยู่“พ่อเจ้าคงโกรธมาก ให้เขาได้ไปสงบจิตสงบใจทบทวนตัวเองสักครู่เถิด ระหว่างนี้ก็อยู่กับย่าก่อน เดี๋ยวย่าจะตั้งชื่อให้เจ้าเอง” ไทเฮาตรัสกับองค์หญิงน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยนองค์หญิงน้อยเมื่อเปลี่ยนจากอยู่ในอ้อมอกของนางกำนัลมาอยู่ในอ้อมอกของเสด็จย่าแล้ว ก็อารมณ์ดีขึ้นมาไม่น้อย จากที่ร้องไห้งอแงเมื่อสักครู่ มาบัดนี้กลับกลายเป็นว่านอนหลับปุ๋ยไปเสียแล้ว ทั้งริมฝีปากยังยกยิ้มราวกับว่ากำลังฝันดีอยู่อย่างไรอย่างนั้นไทเฮาอุ้มองค์หญิงน้อยแกว่งไปมาเป็นการกล่อม ในเมื่อองค์หญิงผู้นี้ไม่มีที่จะไปแล้ว พระนางจึงได้อุ้มไปที่ตำหนักอวิ๋นผิงของพระนางก่อน ส่วนจะตัดสินใจอย่างไรนั้น คงต้องใช้เวลาคิดอีกสักพัก หรือไม่ คงรอให้ฮ่องเต้พระทัยเย็นก่อน แล้วคิดหารือกันหลังจากนั้นในขณะที่ตำหนักอื่น ๆ กำลังโศกเศร้า แต่จะจริงใจหรือไม่นั้นสุดแล้วแต่จะคาดเดา ฮ่องเต้ทรงมีสนมอยู่มากมาย หลังจากที่ฮองเฮาสิ้นพระชนม์ไปแล้ว สนมเหล่านี้คิดอย่างไรก็ไม่อาจจะรู้ได้ แต่กลับมีอยู่ตำหนักหนึ่ง ที่แทบจะจุกประทัดฉลองให้กับการจากไปของฮองเฮา ซึ

  • องค์หญิงใหญ่อย่างข้าจะถูกลืมได้อย่างไร   หนึ่งกำเนิด หนึ่งจากลา

    หนึ่งกำเนิด หนึ่งจากลาในที่สุดระยะเวลาอันยาวนานก็สิ้นสุดเสียที ทารกที่ฮองเฮาคลอดออกมานั้นเป็นองค์หญิงน้อยผู้หนึ่งที่มีสุขภาพแข็งแรงและอ้วนท้วนสมบูรณ์ แก้มย้วย ๆ ขององค์หญิงน้อยทำให้นางดูน่ารักน่าชังราวกับเทพเซียนตัวน้อยก็มิปาน เหล่านางกำนัลต่างก็ตื่นเต้นที่ได้เห็นองค์หญิง หลังจากที่ใช้เวลาทำคลอดกันอยู่ครึ่งค่อนวัน ทุกคนต่างก็ยินดีที่ฮองเฮาคลอดบุตรได้สำเร็จเสี่ยวหลัวนางกำนัลคนสนิทคลี่ยิ้มทั้งน้ำตา นางหันไปหาฮองเฮาเพื่อจะบอกกล่าวเรื่องที่พระนางคลอดองค์หญิงน้อยออกมา แต่แล้วเลือดในกายของนางก็พลันแข็งค้างไปทั่วร่างกาย เมื่อเห็นว่าฮองเฮาที่สลบไป กลับนอนนิ่งไม่ไหวติง แม้กระทั่งหน้าอกยังไม่กระเพื่อมขึ้นลงนางยืนตัวแข็งทื่ออยู่พักหนึ่ง ก่อนจะรวบรวมความกล้ายื่นมือไปอังที่จมูกของร่างที่อยู่บนเตียง จึงได้รู้ว่าฮองเฮาไร้ลมหายใจแล้ว“หมอหลวง!!” เสี่ยวหลัวกรีดร้องเสียงดังเพื่อเรียกหมอหลวง จนทุกคนที่อยู่ในตำหนักต่างสะดุ้งพร้อมกับหันมาตามเสียงร้องของนางหมอหลวงที่อุ้มองค์หญิงน้อยอยู่เมื่อได้ยินเสียงเรียก ก็ยื่นองค์หญิงให้กับนางกำนัลอีกคน ก่อนจะรุดมาที่เตียงอีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยถามขึ้น “เกิดอะไรขึ้นอ

  • องค์หญิงใหญ่อย่างข้าจะถูกลืมได้อย่างไร   สัญญาณร้ายหรือดี

    บทที่ 1 สัญญาณร้ายหรือดีย่างเข้ายามเว่ยของวันหนึ่งในรัชศกเทียนเจี้ยที่สิบสอง เมืองหลวงแคว้นเยียนถูกปกคลุมไปด้วยเมฆฝนหนาทึบราวกับว่าพายุจะเข้า เสียงฝนฟ้าคะนองดังกึกก้องไปทั่วผืนแผ่นดินเมฆฝนพวกนี้เคลื่อนตัวมาอย่างกะทันหัน ทำให้ชาวเมืองต่างพากันเก็บข้าวของหลบฝนกันวุ่นวาย พวกร้านค้าที่ตั้งอยู่ที่ถนนฟางเป่ยต่างก็รีบปิดประตูลง เพราะมีลมพัดกระโชกแรงพัดเอาเสื้อผ้าที่แขวนห้อยไว้หน้าร้านปลิวสะบัด บางตัวถึงกับหลุดออกจากราวแขวนไปกองอยู่ที่พื้นก็มี“ไม่รู้ว่าวันนี้เกิดอันใดขึ้น เหตุใดฝนฟ้าถึงได้พิโรธถึงเพียงนี้” เจ้าของร้านผ้าเอ่ยกับเด็กเฝ้าร้านที่เพิ่งจ้างมาได้ไม่กี่วันด้วยความแปลกใจเด็กเฝ้าร้านได้ยินเถ้าแก่เอ่ยก็ตอบกลับ พร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างรีบเก็บของเข้าร้านไปด้วย “ข้าคิดว่าคงไม่มีเรื่องร้ายอันใดหรอกขอรับเถ้าแก่ นี่ก็เข้าฤดูคิมหันต์แล้ว ย่อมมีพายุเป็นธรรมดา อย่าคิดมากเลยขอรับ”“อ้อ…จริงของเจ้า ข้าก็ลืมนึกไปเลยว่านี่เข้าฤดูคิมหันต์แล้ว เช่นนั้นรีบเก็บของกันเถอะ ประเดี๋ยวฝนจะสาดเข้ามาในร้านเสียก่อน” เถ้าแก่เอ่ยจบก็รีบออกมาช่วยเด็กเฝ้าร้านเก็บของด้วยเพราะกลัวว่าจะไม่ทันการเมื่อทุกอย่างกลั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status