เข้าสู่ระบบบ่ายสามโมงตรง เหนือก้าวเข้ามาในครัวสตูดิโอส่วนตัวของคินบนชั้นสิบห้าของคอนโดหรูใจกลางเมือง เด็กหนุ่มเบิกตากว้างเมื่อเห็นความอลังการตรงหน้า
ทุกอย่างที่นี่ทำจากสเตนเลสสตีลเงาวับไร้รอยนิ้วมือ อุปกรณ์ทำอาหารหน้าตาประหลาดวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบราวกับห้องทดลองวิทยาศาสตร์ แสงไฟสีขาวสว่างจ้าตัดกับบรรยากาศทึมๆ ควันโขมงของร้านเจ๊หอมตามสั่งอย่างสิ้นเชิง
"มาตรงเวลาดีนี่"
เสียงทุ้มดังขึ้น คินในชุดเชฟสีขาวสะอาดตาสั่งตัดเข้ารูปยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์หินอ่อน เขาสวมผ้ากันเปื้อนสีดำสนิท ดูสง่างามและเยือกเย็นจนเหนือแอบหมั่นไส้
"ระดับผม ไม่มีคำว่าเลทอยู่แล้ว" เหนือวางกระเป๋าเป้ที่บรรจุเครื่องปรุงสูตรลับของแม่ลงบนโต๊ะ "กติกาคืออะไร ว่ามาเลย"
"โจทย์วันนี้คือ 'Comfort Food' (อาหารเยียวยาจิตใจ) วัตถุดิบหลักคือ เนื้อวัววากิว A5 ที่อยู่ในตู้เย็น" คินชี้ไปที่ตู้แช่กะจกใส "เราจะทำอาหารคนละจาน และสลับกันชิม ตัดสินกันด้วยความสัตย์จริง... หวังว่าคุณจะลิ้นถึงพอนะ"
"ไม่ต้องห่วง ลิ้นผมน่ะแยกกรดด่างได้ยิ่งกว่ากระดาษลิตมัสอีก" เหนือยักคิ้วท้าทาย ก่อนจะพับแขนเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตของตัวเองขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นเล็กๆ จากน้ำมันกระเด็นประปรายตามท่อนแขน
"เริ่มได้!"
สิ้นเสียงสัญญาณ สงครามหน้าเตาก็เริ่มต้นขึ้น
ฝั่งของคินคือ ความสมบูรณ์แบบ เขาหั่นเนื้อด้วยมีดเล่มคมกริบ กะขนาดทุกชิ้นให้เท่ากันเป๊ะระดับมิลลิเมตร นำเนื้อไปซูวี (Sous-vide) ควบคุมอุณหภูมิอย่างแม่นยำ ก่อนจะนำไปเซียร์บนกระทะให้เกรียมสวย กลิ่นไวน์แดงที่เคี่ยวเป็นซอสรีดักชั่น (Reduction) หอมฟุ้งไปทั่วห้อง ทุกท่วงท่าของคินดูไหลลื่นราวกับกำลังเต้นรำ
ส่วนฝั่งของเหนือนั้นคือ ความบ้าคลั่งที่มีศิลปะ เขาไม่ตวงอะไรเลยสักอย่าง มือคว้ากระเทียม พริกขี้หนูสวน รากผักชี โยนลงครกหินแล้วตำด้วยความเร็วแสง เสียง โป๊กๆๆ ดังสะท้อนก้องครัวสุดหรู เหนือหั่นเนื้อวากิวเป็นชิ้นพอดีคำ โยนลงกระทะเหล็กที่ตั้งไฟจนร้อนจัด เปลวไฟลุกพรึบขึ้นท่วมกระทะ!
คินเผลอชะงักมองเปลวไฟนั้น... แสงสีส้มสะท้อนเข้ากับใบหน้าที่ชุ่มเหงื่อของเหนือ แววตาของเด็กหนุ่มตอนอยู่หน้าเตามันช่างดูมีชีวิตชีวาและดึงดูดสายตาอย่างประหลาด
สี่สิบห้านาทีผ่านไป อาหารทั้งสองจานวางอยู่บนโต๊ะหินอ่อน
"สเต๊กเนื้อวากิว ซอสไวน์แดงและทรัฟเฟิลพูเร" ของคิน จัดจานอย่างวิจิตรบรรจงราวกับงานศิลปะชั้นสูง "ข้าวกะเพราเนื้อวากิวคั่วแห้ง ไข่เป็ดดาวกรอบลาวา" ของเหนือ ส่งกลิ่นหอมฉุนของใบกะเพราและพริกแห้งเตะจมูกอย่างจัง
"คุณชิมของผมก่อน" คินเลื่อนจานไปให้
เหนือตักสเต๊กเข้าปาก... วินาทีที่เนื้อสัมผัสลิ้น มันละลายหายไปแทบไม่ต้องเคี้ยว ซอสไวน์แดงกลมกล่อมเข้ากันกับความหอมของทรัฟเฟิลสุดๆ เหนือแทบอยากจะร้องไห้เพราะความอร่อย แต่ก็ต้องเก๊กหน้าขรึมไว้
"ก็... งั้นๆ เนื้อนุ่มดี แต่รสชาติมันผู้ดีไปหน่อย กินทุกวันคงเลี่ยนตาย" เหนือวิจารณ์เสียงแข็ง ทั้งที่ในใจให้คะแนนเต็มร้อยไปแล้ว
คินเหยียดยิ้ม ไม่ใส่ใจคำวิจารณ์นั้น เขาหยิบช้อนส้อมตักกะเพราของเหนือเข้าปากบ้าง
เผ็ด! นั่นคือความรู้สึกแรก พริกขี้หนูและพริกแห้งผสมผสานกันกระแทกเข้าที่ปลายลิ้น แต่หลังจากนั้น... ความหวานของเนื้อวากิวที่สุกกำลังดี ความหอมของกระเทียมเจียว และความมันรัวของไข่แดงลาวาที่แตกเคลือบเม็ดข้าวสวยร้อนๆ มันระเบิดรสชาติอูมามิออกมาอย่างรุนแรง
หัวใจของเชฟหนุ่มกระตุกวาบ... รสชาตินี้ ความรู้สึกอบอุ่นแบบนี้... มันเหมือนกับฝีมือของ 'แม่' ที่เขาเคยกินสมัยเด็ก ก่อนที่แม่จะจากไปและทิ้งให้เขาต้องกลายเป็นคนเย็นชาที่ยึดติดกับความสมบูรณ์แบบเพื่อไม่ให้ใครดูถูก
คินนิ่งไปนาน นานจนเหนือเริ่มใจคอไม่ดี
"เป็นไง? เผ็ดจนใบ้กินเลยดิ" เหนือถามอย่างประหม่า
คินวางช้อนลง หยิบผ้าเช็ดปากมาซับริมฝีปากเบาๆ เขากลับมาสวมหน้ากากเชฟมิชลินผู้เยือกเย็นอีกครั้ง
"เนื้อ overcooked (สุกเกินไป) ไปประมาณห้าวินาที ทำให้ความฉ่ำของวากิวหายไปสิบเปอร์เซ็นต์ การหั่นเนื้อไม่เท่ากันทำให้บางชิ้นกระด้าง และ... กลิ่นพริกกลบกลิ่นเนื้อไปเกือบหมด" คินวิจารณ์ด้วยศัพท์เทคนิคเป็นชุด "ในแง่ของไฟน์ไดนิ่ง จานนี้สอบตก"
เหนืออ้าปากค้าง "เฮ้ย! แต่ความอร่อยมันไม่ได้วัดกันที่ไมโครมิเตอร์นะโว้ย!"
"เราไม่ได้แข่งกันที่ความชอบส่วนตัว แต่แข่งกันที่ 'ความสมบูรณ์แบบ' ของการจัดการวัตถุดิบ" คินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเหนือ "คุณแพ้แล้ว... เหนือ"
เด็กหนุ่มเม้มปากแน่น กำหมัดจนสั่น เขาอยากจะเถียงใจแทบขาด แต่ส่วนลึกในใจก็รู้ดีว่า สเต๊กของคินมันไร้ที่ติจริงๆ
"เออ! แพ้ก็แพ้!" เหนือกระแทกเสียง "ผมจะรีบย้ายออกภายในสามวัน แล้วผมต้องไปเป็นเบ๊คุณที่ไหน เมื่อไหร่ ว่ามา!"
"มะรืนนี้ แปดโมงเช้า... ที่ร้าน 'L'Étoile' (เลทวล) ของผม" คินยื่นนามบัตรสีดำขลิบทองให้ "มาให้ตรงเวลาล่ะ... 'ลูกมือ' ของผม"
เหนือกระชากนามบัตรมาถือไว้ หันหลังเดินตึงตังออกจากห้องไป ทิ้งให้คินยืนมองตามแผ่นหลังนั้นจนลับสายตา
เมื่อประตูปิดลง คินหันกลับมามองจานข้าวกะเพราที่เหลืออยู่ครึ่งจาน เชฟหนุ่มผู้ได้ชื่อว่ากินแต่อาหารระดับโลก... ค่อยๆ หยิบช้อนขึ้นมา และตักกะเพราจานนั้นกินจนหมดเกลี้ยงโดยไม่เหลือแม้แต่ข้าวสิบเม็ดเดียว
บ่ายวันอาทิตย์ที่ร้าน "เจ๊หอมตามสั่ง & แกสโตรโนมี" ยังคงคึกคักไปด้วยลูกค้าที่ตามรอยรางวัลมิชลิน บิบ กูร์มองด์ มาชิมฝีมือพ่อครัวสุดฮอตเหนือในชุดเสื้อยืดสีดำสวมทับด้วยผ้ากันเปื้อนกำลังยืนเช็ดโต๊ะสเตนเลสที่เพิ่งว่างลง เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายตามกรอบหน้า ขับให้ผิวขาวๆ ดูเปล่งปลั่งสุขภาพดีจนดึงดูดสายตาใครหลายคน... รวมไปถึงลูกค้ารายใหม่ที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้าน"กวิน" หนุ่มหล่อหุ่นนายแบบ ทายาทเจ้าของธุรกิจอสังหาฯ ที่ตามรีวิวมาถึงร้าน ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเหนือด้วยรอยยิ้มแพรวพราว"ขอโทษนะครับน้อง... โต๊ะนี้ว่างไหมครับ?" กวินถามเสียงนุ่ม สายตาจดจ้องไปที่ดวงตากลมโตและริมฝีปากบางของเถ้าแก่ตัวน้อยอย่างไม่ปิดบัง"อ๋อ ว่างครับ นั่งได้เลย! รับอะไรดีครับ เมนูแนะนำวันนี้มีกะเพราวากิวสับ กับ...""รับคนทำได้ไหมครับ?" กวินแทรกขึ้นมาดื้อๆ พร้อมกับยื่นสมาร์ตโฟนที่เปิดหน้าสแกนคิวอาร์โค้ดค้างไว้ "พี่เห็นรีวิวบอกว่าอาหารร้านนี้เผ็ดจัดจ้าน... แต่ดูจากหน้าเชฟแล้ว น่าจะ 'หวาน' มากกว่า พี่ขอสแกนจ่ายค่าอาหารล่วงหน้า... ด้วยไอดีไลน์ส่วนตัวของน้องได้ไหมครับ?"เหนือชะงักตาโต อ้าปากค้างกับมุกจีบสาว(หนุ่ม)แบบตรงไปตรงม
"ผู้ชนะเลิศ รายการ Siam Culinary Crown ประจำปีนี้ ได้แก่... เชฟเหนือ จากร้าน L'Étoile ครับ!!"สิ้นเสียงประกาศของพิธีกร พลุกระดาษสีทองและสีเงินก็ถูกยิงขึ้นฟ้า ร่วงหล่นลงมาท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีที่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งสตูฯ!พัชร์ยืนหน้าซีดเผือด เข่าแทบทรุดเมื่อจานของเขาถูกกรรมการวิจารณ์ว่า 'ไร้วิญญาณเพราะอีโก้ที่ล้นเกิน' ในขณะที่จานของเหนือและคิน ได้รับคำชมเชยจากเชฟอองตวนว่าเป็น 'ความสมบูรณ์แบบที่เกิดจากความรักและความเข้าใจในรากเหง้าของตัวเอง'เหนือยืนอึ้ง น้ำตาแห่งความปิติไหลอาบแก้ม ก่อนที่ร่างโปร่งจะถูกรวบเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดที่คุ้นเคย คินสวมกอดเด็กหนุ่มแน่น ลูบกลุ่มผมนุ่มด้วยความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต"ผมทำได้แล้วคิน... ผมทำได้แล้ว!" เหนือสะอื้น ซุกหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง"คุณทำได้... คนเก่งของผม" คินกระซิบ กระกดจูบลงบนขมับชื้นเหงื่ออย่างไม่อายสายตากล้องนับสิบตัวที่จับภาพอยู่พิธีกรเดินเข้ามาพร้อมกับถ้วยรางวัลเกียรติยศและป้ายรางวัลใหญ่ "ขอแสดงความยินดีด้วยครับเชฟเหนือ! และนี่คือรางวัลสูงสุดของคุณ... เงินรางวัลสิบล้านบาท พร้อมกับตำแหน่ง Executive Chef ประจำห้องอาหารฝรั่งเศสระดับ 5 ดาว
บรรยากาศในสตูดิโอถ่ายทอดสดรอบ Grand Finale ของรายการ ‘Siam Culinary Crown’ ตึงเครียดและร้อนระอุยิ่งกว่าทุกรอบที่ผ่านมา ผู้ชมบนอัฒจันทร์ล้นหลาม แสงสปอตไลต์สาดส่องลงมาที่สเตชั่นทำอาหารสองฝั่งที่เหลือรอดเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฝั่งหนึ่งคือ พัชร์ เชฟขนมหวานสุดไฮโซ ที่วันนี้ต้องจับคู่กับโค้ชของเขา เชฟวิคเตอร์ และอีกฝั่งคือ เหนือ พ่อครัวสตรีทฟู้ดม้ามืดในชุดเชฟสีดำสนิท ที่ยืนเคียงข้างโค้ชของเขา... เชฟคิน ในชุดเชฟสีขาวสะอาดตา ความแตกต่างของสีเสื้อราวกับหยินและหยางที่ดึงดูดสายตาทุกคนในสตูฯ"โจทย์ในรอบชิงชนะเลิศวันนี้คือ 'Symphony of Two Worlds' (บทเพลงประสานสองโลก)!" พิธีกรประกาศก้อง "ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทำอาหารร่วมกับ 'โค้ช' ในสเตชั่นเดียวกัน ภายในเวลา 90 นาที เพื่อผสานสองเทคนิค สองตัวตน ให้กลายเป็นจานที่สมบูรณ์แบบที่สุด... เริ่มได้ครับ!"สิ้นเสียงสัญญาณ พัชร์และวิคเตอร์ก็พุ่งตัวไปที่ตู้แช่วัตถุดิบ แต่อีโก้ที่สูงปรี๊ดของเชฟไฟน์ไดนิ่งทั้งสองคนทำให้พวกเขาเริ่มเถียงกันตั้งแต่การเลือกเนื้อสัตว์ตัดภาพมาที่สเตชั่นของเหนือและคิน... ไม่มีการถกเถียงใดๆ มีเพียงสายตาที่สบกัน และรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก"พร้อ
แสงแดดยามสายสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงเข้ามาในห้องนอนกว้างขวางของเพนต์เฮาส์หรูเหนือค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกปวดเมื่อยร้าวไปทั้งร่างราวกับเพิ่งถูกรถสิบล้อทับ... ไม่สิ ราวกับถูกเชฟมิชลินร่างยักษ์เคี้ยวกลืนลงท้องไปทั้งตัวต่างหาก! เด็กหนุ่มขยับตัวซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาทันทีเมื่อภาพเหตุการณ์อันเร่าร้อนบนเคาน์เตอร์หินอ่อน (และลามมาถึงเตียงคิงไซส์) เมื่อคืนฉายซ้ำในหัวเป็นฉากๆ"ตื่นแล้วเหรอ เด็กดี"เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น เหนือสะดุ้งหันไปมอง คินในสภาพที่สวมเพียงกางเกงวอร์มสีเทาตัวเดียว ท่อนบนเปลือยเปล่าโชว์แผงอกและซิกซ์แพ็กแน่นๆ ที่มีรอยข่วนจางๆ (ฝีมือใครก็ไม่ต้องสืบ) กำลังยืนพิงกรอบประตู ในมือถือแก้วกาแฟดำส่งกลิ่นหอมกรุ่น"มองขนาดนี้... อยากกินมื้อเช้า หรืออยากกินเชฟครับ?" คินเลิกคิ้ว ยิ้มกริ่มอย่างคนอารมณ์ดีขั้นสุด"กินบ้ากินบออะไร! ลุกไม่ขึ้นแล้วโว้ย!" เหนือโวยวายเสียงแหบพร่า รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้าจนมิด "ออกไปเลยนะไอ้เชฟหื่น! ไปทำข้าวต้มมาเสิร์ฟเลย ผมหิวจนไส้จะกิ่วแล้ว!"คินหัวเราะร่วนในลำคอด้วยความเอ็นดู เขาเดินเข้ามายีกลุ่มผมนุ่มของคนที่มุดอยู่ใต้ผ้าห่มเ
ติ๊ด... แกร๊ก!เสียงปลดล็อกประตูดิจิทัลของเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดดังขึ้น ทว่าทันทีที่บานประตูหนาหนักปิดลงและล็อกอัตโนมัติ ร่างโปร่งของเหนือก็ถูกดันจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับบานประตูอย่างแรงโดยไม่ทันตั้งตัว!ความมืดมิดในห้องถูกแทนที่ด้วยลมหายใจร้อนผ่าวและกลิ่นซีดาร์วูดผสมไวน์แดงที่พุ่งเข้าจู่โจม แขนแกร่งสองข้างของคินกักขังเหนือเอาไว้ในวงแขนอย่างแน่นหนา"ชะ... เชฟ คิน! เดี๋ยวสิ ไฟยังไม่ได้เปิดเลยนะ อ๊ะ!"คำประท้วงถูกกลืนหายไปทันที เมื่อริมฝีปากหยักร้อนจัดทาบทับลงมาอย่างดุดันและเอาแต่ใจ! คราวนี้มันไม่ใช่จูบที่แฝงความละล้าละลังเหมือนที่หน้าลานจอดรถ หรือจูบที่เต็มไปด้วยความสับสนเหมือนคืนนั้น แต่มันคือจูบของการ 'ลงทัณฑ์' และการ 'ครอบครอง' อย่างสมบูรณ์แบบ!คินบดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างหนักหน่วง ฟันคมขบเม้มกลีบปากล่างของเหนือจนเด็กหนุ่มต้องเผยอปากออกร้องประท้วง ซึ่งนั่นเป็นการเปิดทางให้เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปกวาดชิมความหวานภายในได้อย่างง่ายดาย"อื้อออ..." เหนือครางอือในลำคอ สองมือที่สั่นเทาระดมทุบแผงอกกว้างของคนพี่ แต่กลับถูกมือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียว!คินผละริมฝีปากออ
ลานจอดรถวีไอพีชั้นใต้ดินของสตูดิโอมืดสลัวและเงียบสงัด แตกต่างจากความวุ่นวายและเสียงกึกก้องบนเวทีเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนลิบลับเหนือเดินควงกุญแจรถสปอร์ตของคินที่เพิ่งได้รับมอบหมายให้ล่วงหน้ามารอที่รถก่อน รอยยิ้มกว้างยังคงประดับอยู่บนใบหน้า ความรู้สึกตอนที่เชฟอองตวนลุกขึ้นยืนปรบมือให้ยังคงทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงไม่หยุด"ดีใจจนเนื้อเต้นเลยสิ... ที่ฟลุคชนะมาได้"เสียงทุ้มแหลมที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นจากมุมมืดหลังเสาปูน เหนือชะงักฝีเท้า รอยยิ้มหุบลงทันทีเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งในชุดเชฟสีขาวเดินกอดอกก้าวออกมาพัชร์ นั่นเอง ใบหน้าหล่อเหลาสไตล์ลูกครึ่งบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดและริษยาจนปิดไม่มิด"ผมไม่ได้ฟลุค เชฟพัชร์" เหนือตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ไม่ยอมหลบสายตา "อาหารของผมผ่านการคิดและฝึกซ้อมมาอย่างหนัก กรรมการชิมที่รสชาติ ไม่ใช่ดูแค่หน้าตา""หึ! รสชาติงั้นเหรอ?" พัชร์แค่นหัวเราะ เหยียดยิ้มร้ายกาจ "เด็กตลาดล่างที่วันๆ จับแต่ตะหลิวคั่วกะเพราอย่างเธอ คิดจริงๆ เหรอว่าเชฟระดับอองตวนจะมาอวยอาหารข้างถนนแบบนั้น ถ้า 'คิน' ไม่ได้ไปล็อบบี้หรือใช้เส้นสายแอบคุยกับกรรมการไว้ล่วงหน้า!""คุณอย่าม
ตีหนึ่งสิบห้านาที ณ ลานจอดรถวีไอพีใต้ตึกคอนโดหรูเหนือยืนเตะฝุ่นรอด้วยความรู้สึกประหม่าปนสงสัย เสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาตอนนี้ยับยู่ยี่แถมยังมีกลิ่นควันจางๆ ติดมาด้วย ทันใดนั้น แสงไฟหน้าจากรถสปอร์ตยุโรปสีดำขลับก็สาดเข้ามากระทบตา เสียงเครื่องยนต์ V8 ครางกระหึ่มก่อนที่รถจะจอดเทียบตรงหน้าเขา กระจกฝั่งผู้โ
ค่ำวันศุกร์คือช่วงเวลาที่ครัวของ 'L'Étoile' เดือดพล่านที่สุด บิลออเดอร์ยาวเหยียดถูกเสียบเรียงราย เสียงกระทะ เสียงมีด และเสียงสั่งการของคินดังก้องไปทั่ว ทุกอย่างดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบตามจังหวะที่ถูกเซ็ตไว้จนกระทั่ง... ผู้จัดการร้านวิ่งหน้าตั้งเข้ามาในครัวด้วยสีหน้าซีดเผือด"เชฟครับ! โต๊ะวีไอพี...
สิบโมงเช้าตรงเป๊ะเหนือในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่รีดมาอย่างดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ในตู้เสื้อผ้า นั่งตัวเกร็งอยู่บนเก้าอี้หนังอิตาลีแท้ในห้องทำงานส่วนตัวของเชฟคิน บนโต๊ะกระจกใสมีสัญญาจ้างงานและสัญญากู้ยืมเงินวางอยู่เด็กหนุ่มจรดปากกาเซ็นชื่อลงไปทีละหน้าจนครบ ก่อนจะดันแฟ้มกลับไปให้คนร่างสูงที่นั่งไขว่ห้า
เช้าตรู่วันที่สามของข้อตกลง... วันนี้คือเส้นตายที่ร้าน "เจ๊หอมตามสั่ง" ต้องย้ายออกบรรยากาศหน้าร้านที่เคยคึกคักไปด้วยเสียงตะหลิวและควันพริกแกง บัดนี้เหลือเพียงกองลังกระดาษสีน้ำตาลวางซ้อนกันระเกะระกะ เหนือในชุดเสื้อยืดสีซีดกำลังก้มหน้าก้มตาใช้เทปกาวปิดกล่องใบใหญ่ ใบหน้าคมคายหมองคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัด



![ผัวของผมมันคลั่งรักเกินไปแล้วนะ [YAOI]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



