مشاركة

4

مؤلف: 橙花
last update آخر تحديث: 2025-05-23 07:00:22

นี่..นี่มันอะไรกันเนี่ย? เหตุใดจึงมีสัตว์อสูรมากมายเช่นนี้ แถมยัง..ไม่มีท่าทางก้าวร้าวเลยสักนิดอ่ะ” อู๋อิงหันไปถามเพื่อน ๆ อย่างอดไม่ได้

ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” หานชิงส่ายหน้าอย่างประหลาดใจ

เสี่ยวจู้ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เจิ้งหลินหันไปถามเสี่ยวจู้ที่นอนเล่นรออยู่ข้าง ๆ

หืม? เพื่อนของท่านไม่ได้ต้องการสัตว์อสูรประจำตัวหรือ? ข้าเพียงแค่เรียกพวกเขามาให้เพื่อนของท่านเลือกเท่านั้นเอง” เสี่ยวจู้เงยหน้าตอบตาปริบ ๆ

เจิ้งหลินพอฟังแล้วเห็นหน้าตาน่ารักของหมูน้อยตรงหน้าก็อดไม่ได้ที่จะไปอุ้มเสี่ยวจู้ขึ้นมาหอมแก้มเสียหลายฟอด

ขอบคุณเจ้ามากเสี่ยวจู้ เจ้าน่ารักจริง ๆ ฟอด”

ฮิ ฮิ ท่านทำอะไร ข้าจั๊กจี้นะ ฮิ ฮิ” เสี่ยวจู้หัวเราะคิกคัก

วกเจ้าได้ยินเสี่ยวจู้พูดแล้วนะ ลองเลือกดูว่ามีสัตว์อสูรตนใดที่พวกเจ้าอยากทำพันธะสัญญาบ้าง อ้อ อย่าลืมขอบคุณเสี่ยวจู้ของข้าด้วยเล่า ฮิ ฮิ” เจิ้งหลินพูดอย่างภาคภูมิใจกับสัตว์อสูรสุดน่ารักของนา

ตกลง ๆ ขอบคุณมากนะเสี่ยวจู้ เจ้าน่ารักมากจริง ๆ” เซียวเหมยรีบหันไปหาเสี่ยวจู้

ใช่ ๆ ขอบคุณมากนะเสี่ยวจู้” อู๋อิงหันไปขอบคุณเช่นกัน

ข้าเองก็ต้องขอบคุณเจ้านะเสี่ยวจู้ หากไม่ได้เจ้าช่วย พวกเราคงหาสัตว์อสูรในพันธะสัญญาไม่ได้แน่” หานชิงยิ้มขอบคุ

ทั้งสามรีบขอบคุณเสี่ยวจู้ตัวน้อยก่อนจะหันไปเลือกดูว่าอยากได้สัตว์ตัวใดเป็นสัตว์อสูรประจำตัวของตนเอง สัตว์อสูรตรงหน้าพอเห็นว่ามีใครบ้างที่มากับนายใหม่ของท่านเสี่ยวจู้ ทุกตัวต่างกระตือรือร้นเพื่อที่จะให้เป็นผู้ถูกเลือกจะได้ติดตามท่านเสี่ยวจู้ออกไปนอกป่านี้เพื่อดูโลกภายนอกบ้า

เสือดำระดับฟ้ากระจ่างรีบลุกเดินออกไปหมอบลงตรงหน้าอู๋อิงเพื่อให้นางเลือกตนเอง อู๋อิงนึกไม่ถึงว่าสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเช่นนี้จะเดินมาให้นางเลือก

นี่ พวกเจ้าว่าเสือตัวนี้น่ารักหรือไม่ เจ้าดูสิ มันมองข้าตาแป๋วเลย” อู๋อิงหันไปกล่าว

ข้าว่ามันก็น่ารักดีนะ ดูเชื่องเชื่อไม่น้อย หากเจ้าได้ไปน่าจะช่วยเหลือเจ้าได้เยอะเลย

ข้าก็เห็นด้วยกับอาชิงนะ” เซียวเหมยพยักหน้ายิ้มตอบเพื่อน

อืม เช่นนั้นข้าขอฝากตัวด้วยนะเจ้าเสือดำ” อู๋อิงยื่นมือไปให้เสือดำทำพันธะสัญญา

แสงสว่างระดับฟ้ากระจ่างส่องประกายออกมาหลังจากการทำพันธะสัญญาแบบเท่าเทียมเสร็จสิ้น อู๋อิงไม่อยากทำพันธะสัญญาทาสกับเสือดำตัวนี้ นางจึงเลือกใช้พันธะสัญญาแบบเท่าเทียมแทน ทำให้เสือดำคิดไม่ผิดที่เลือกนางมาเป็นนายตน

หานชิงเองก็มีสิงโตทองเดินมาหมอบตรงหน้าเช่นเดียวกัน นางจึงไม่รีรอที่จะทำพันธะสัญญากับมันทันทีไม่ต่างจากอู๋อิง แสงสว่างอีกดวงส่องสว่างขึ้นมาเพื่อแสดงว่าการทำพันธะสัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว

ส่วนเซียวเหมยนั้นมีอินทรีฟ้าที่ลดขนาดตัวลงไปยืนเกาะอยู่ที่ไหล่ของนางอย่างถือสิทธิ์ ทำให้สัตว์อสูรตัวอื่น ๆ ไม่กล้าแย่งเจ้านายกับเขา เซียวเหมยหันมองก็เห็นว่านกตัวนี้น่ารักไม่แพ้หมูน้อยของเจิ้งหลินจึงไม่ลังเลที่จะทำพันธะสัญญากับมันเช่นเดียวกับเพื่อน ๆ ทุกคนต่างทำพันธะสัญญาแบบเท่าเทียมเหมือนกัน พวกนางรู้ดีว่าสัญญาแบบนี้จะทำให้สามารถอยู่ร่วมกับสัตว์อสูรของตนได้ดีกว่าการใช้สัญญาทาสที่เอาเปรียบสัตว์อสูรเหล่านี้

หลังจากการทำพันธะสัญญาเสร็จสิ้นลง เสี่ยวจู้ก็ใช้กระแสจิตบอกให้สัตว์ที่เหลือตามหาผู้มีวาสนากับตนเอง เผื่อว่าพวกมันจะได้พบกับนางอีกครั้งที่สำนักของเจิ้งหลินบ้าง สัตว์อสูรตัวอื่น ๆ รับคำเสี่ยวจู้ก่อนจะแยกย้ายกันไปตามหาเจ้านายตนตามคำแนะนำของเสี่ยวจู้ทันที

ตอนนี้พวกเราก็ได้สัตว์อสูรกัครบแล้ว เราจะทำอะไรกันต่อล่ะ ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งวันในการตามหาสัตว์อสูรนะ” อู๋อิงถามเพื่อน ๆ

ข้าว่าเราเดินเล่นหาผลไม้กับแม่น้ำเพื่อล้างหน้าล้างตากันสักหน่อยเถอะค่อยว่ากัน”

ตกลง ไปกัน ๆ” เซียวเหมยยิ้มตอบเพื่อน

ทั้งสี่คนเดินไปตามทางที่เจิ้งหลินจำได้ว่ามีแม่น้ำสายหนึ่งอยู่เมื่อวานนี้ เพื่อนทั้งสามของนางต่างคุยกับสัตว์อสูรของตนเพื่อแนะนำตัวในระหว่างทาง ทั้งยังตั้งชื่อให้กับสัตว์อสูรของตนตามคำที่พวกมันร้องของด้วย เสือดำของอู๋อิงได้ชื่อใหม่ว่าเสี่ยวเฮย สิงโตทองของหานชิงได้ชื่อว่าเสี่ยวเหวิน ส่วนอินทรีฟ้าของเซียวเหมยได้ชื่อว่าเสี่ยวเหิง เสือดำและสิงโตทองให้นายของพวกมันนั่งบนหลังเดินตามเจิ้งหลินกับเซียวเหมยไปอย่างสบาย ๆ ทำให้ทั้งสองอิจฉาไม่น้อย เพียงแต่พวกนางมีหรือจะกล้านั่งกันบนหลังของสัตว์อสูรตนเองอย่างเพื่อนทั้งสอง เพราะเจิ้งหลินรักและเอ็นดูเสี่ยวจู้มากจนไม่กล้าทำเช่นนั้น ส่วนเซียวเหมยก็กลัวว่าอินทรีฟ้าของตนจะลำบาก พวกนางจึงเดินเท้าด้วยตัวเอง ทั้งยังกอดสัตว์อสูรทั้งสองเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างรักใคร่ด้ว

าจารย์ทั้งสามในตำหนักสัตว์อสูรไม่รู้ว่าพวกเจิ้งหลินเข้าไปในป่าชั้นกลางกันแล้ว เป็นเพราะมีศิษย์มากกว่าอาจารย์จึงทำให้พวกเขาไม่ทันสังเกต หากพวกเขารู้ว่าเจิ้งหลินกับเพื่อนเข้าไปในป่าชั้นกลางคงถูกทำโทษกันเป็นแน่

ลังจากที่เจิ้งหลินพาทุกคนพักผ่อนที่ริมแม่น้ำเกือบหนึ่งชั่วยามแล้ว นางจึงชวนเพื่อน ๆ ไปหาสมุนไพรโดยมีเสี่ยวจู้กับสัตว์อสูรทั้งสามช่วยกันตามหาเพื่อคร่าเวลาจนกว่าจะถึงวันเดินทางกลับในช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้

ศิษย์คนอื่น ๆ ในตำหนักสัตว์อสูรถึงแม้จะได้สัตว์อสูรระดับสูงสุดเพียงแค่ระดับนภาเท่านั้น แต่พวกเขาก็ดีใจกันมากแล้ว ขอเพียงตั้งใจฝึกฝน พวกเขากับสัตว์อสูรในพันธะสัญญาจะต้องมีพลังเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน

สำหรับศิษย์ในตำหนักปรุงยากับตำหนักกระบี่นั้นไม่ค่อยใส่ใจมากนักกับเรื่องระดับของสัตว์อสูร พวกเขาเพียงหาตัวที่เหมาะสมสำหรับการต่อสู้และช่วยหาสมุนไพรให้เท่านั้น

ฟินเสี่ยวหยางที่บาดเจ็บตั้งแต่วันแรกนั้นได้รับสัตว์อสูรจิ้งจอกเงินระดับนภาด้วยการบังคับทำพันธะสัญญาในวันที่สองของการเดินทาง ทำให้จิ้งจอกเงินรังเกียจเฟินเสี่ยวหยางที่จู่ ๆ มาบังคับมันไม่น้อย แถมยังทำให้มันเป็นทาสตนเองอีกด้วย มันได้แต่นึกเสียใจที่ไม่ติดตามท่านเสี่ยวจู้ไปอีกทางหนึ่งจึงต้องมาซวยถูกคนเลวจับตัวไปเช่นนี้

ฟินเสี่ยวเซี่ยเองก็พบกับหนูทองสำหรับใช้หาสมุนไพรระดับปฐพีตัวหนึ่งเข้าเช่นกัน นางก็ไม่ต่างกับพี่ชายที่บังคับทำสัญญาทาสกับหนูทองเช่นเดียวกัน หนูทองได้แต่โมโหที่เจอนายแบบนี้ นางสัญญากับตนเองว่าจะไม่ยอมหาสมุนไพรดี ๆ ให้กับเฟินเสี่ยวเซี่ยแน่จนกว่ามันจะสามารถยกเลิกพันธะสัญญาได้

บ่ายของวันที่สาม เหล่าศิษย์ต่างออกมารวมตัวกันในจุดนัดพบที่นอกป่าสัตว์อสูรตามคำสั่งของอาจารย์ในวันแรก มีหลายคนที่ไม่พบสัตว์อสูรที่ต้องการทำให้ปีหน้าพวกเขาจะต้องเดินทางเข้ามาตามหาใหม่อีกครั้ง ก่อนจะเดินทางร่วมกันกลับไปยังสำนักพรตหนานหนิงพร้อมสัตว์อสูรของตนเอง คนที่เห็นสัตว์อสูรของเจิ้งหลินต่างตกหลุมรักหมูน้อยน่ารักตัวนี้เข้าเต็มเปา พวกเขาไม่คิดว่าในป่าสัตว์อสูรจะยังมีสัตว์ที่น่ารักได้มากขนาดนี้ นอกจากพวกของเฟินเสี่ยวหยางกับเฟินเสี่ยวเซี่ยแล้ว คนอื่น ๆ ต่างชื่นชมเจิ้งหลินแทบทั้งนั้

ฮอะ แค่หมูตัวหนึ่งทำเป็นได้ใจ สู้จิ้งจอกเงินของข้าก็ไม่ได้” เฟินเสี่ยวหยางกล่าวอย่างอวดโอ่เสียงดั

พี่ชายพูดถูก แค่หมูตัวเดียวจะไปมีพลังอะไรได้ ไร้ประโยชน์สิ้นดี” เฟินเสี่ยวเซี่ยรีบกล่าวรับพี่ชายตนเอ

สียงหมาที่ใดเห่าอีกแล้วล่ะเนี่ย พวกเจ้าได้ยินไหมหลินเอ๋อ ชิงเอ๋อ” เซียวเหมยกล่า

ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันนะอาเหมย น่าจะเป็นพวกหมาไม่มีเจ้าของน่ะ” อู๋อิงเสริม

หนอย!! พวกสารเลว คิดว่ามีสัตว์อสูรเป็นเสือกับสิงโตแล้วพวกข้าจะกลัวหรือ?”

โอ้ หมามันเห่าอีกแล้ว พวกเรารีบไปห่าง ๆ จะดีกว่า ข้ากลัวว่าหมามันจะกัดเอา”

เฮ้อ พวกเจ้านี่นะ อย่าไปสนใจพวกเขาก็สิ้นเรื่อง เราไปเดินด้านโน้นกันดีกว่าจะได้ไม่ต้องคอยรำคาญเสียงพวกนี้” เจิ้งหลินรีบชวนเพื่อนไปเดินอีกทางหนึ่ง

เฮอะ นึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็ขี้ขลาด” เฟินเสี่ยวหยางกล่าวอย่างดูถูก

จิ้งหลินที่กำลังอุ้มเสี่ยวจู้ไม่สนใจคำถากถางของพวกเขา นางเบื่อที่จะต้องมีเรื่องกับคนตระกูลเฟินเต็มที หน้าที่นางมาเพื่อร่ำเรียนให้สมกับที่ท่านตาคาดหวังเอาไว้ นางไม่อยากให้เกิดเรื่องจนเสียชื่อเสียงไปถึงท่านตาของนา

หล่าอาจารย์ใช่ว่าจะไม่ได้ยิน พวกเขาได้แต่ส่ายหัวอย่างระอากับเด็กตระกูลเฟินสองคนนี้ที่คอยแต่จะหาเรื่องหลานสาวท่านกั๋วกง ทั้งที่จวนของตนเองเป็นเพียงขุนนางขั้นสี่เท่านั้น แต่ในเมื่อเจิ้งหลินไม่ต้องการมีเรื่องมีราว พวกเขาที่เป็นอาจารย์จึงได้แต่ไม่พูดสิ่งใด ปล่อยให้เด็กนิสัยเสียพวกนั้นพูดพร่ำไปดั่งหมาเห่าตามที่เพื่อนของเจิ้งหลินพูดนั่นแหละดีแล้

สี่ยวจู้ตอนแรกคิดว่าเจิ้งหลินจะมีเรื่องก็ตั้งใจจะแสดงฝีมือสักหน่อย พอเห็นเจิ้งหลินพานางเดินไปทางอื่นพร้อมเพื่อน เสี่ยวจู้จึงได้แต่เงยหน้ามองเจิ้งหลินตาแป๋ว เสี่ยวจู้ไม่คิดว่านายใหม่คนนี้จะมีจิตใจแข็งแกร่งและสงบนิ่งเช่นนี้ หากว่าเสี่ยวจู้สอนเจิ้งหลินให้หลอมยาก็น่าจะไม่ยากนัก เพราะนักหลอมยาจะต้องมีจิตใจที่แข็งแกร่งและสงบนิ่งมากจึงจะหลอมยาออกมาได้เป็นอย่างดี เสี่ยวจู้รู้ว่าเจิ้งหลินเข้าเรียนที่ตำหนักสัตว์อสูรจากการที่อยู่ร่วมกันมาหลายวัน หากเสี่ยวจู้ทำให้เจิ้งหลินเป็นนักปรุงยาแบบลับ ๆ ได้ล่ะก็ การทำให้พลังปราณของเจิ้งหลินเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วก็ไม่ใช่เรื่องยาก

ว่าที่ทุกคนในสำนักพรตหนานหนิงจะกลับถึงตำหนักของตนเองก็เลยเวลาอาหารเย็นไปมากแล้ว ศิษย์ทุกคนจึงนำเสบียงที่เหลืออยู่กินแทนก่อนจะเข้าไปอาบน้ำและนอนพักผ่อนเพื่อเข้าเรียนกันในวันพรุ่งนี้ สำหรับการรายงานสัตว์อสูรของตนเองนั้นจะมีอาจารย์คอยสำรวจในวันพรุ่งนี้ก่อนเข้าเรียนเช่นกัน

คืนนั้นเสี่ยวจู้ส่งกระแสจิตบอกตำแหน่งของตนให้กับสัตว์อสูรที่ออกจากป่าพร้อมกันว่าหากมีเรื่องใดให้มาหาที่นี่ เสี่ยวจู้จะช่วยเหลือพวกเขาอย่างแน่นอน ทำให้สัตว์อสูรที่ถูกบังคับทำสัญญาต่างอยากรีบมาหาเสี่ยวจู้ให้ช่วยเหลือพวกมันหลายตน หลังจากคุยรายละเอียดแล้วเสี่ยวจู้ได้แต่บอกพวกมันอย่างเศร้า ๆ ว่าตอนนี้พลังของเสี่ยวจู้ยังไม่สามารถช่วยตัดพันธะสัญญาให้กับพวกมันได้ ต้องรอให้นางมีพลังเพิ่มมากกว่านี้เสียก่อนจึงจะช่วยได้

สัตว์ทั้งหลายที่ถูกบังคับมาเข้าใจดีถึงความลำบากของท่านเสี่ยวจู้ พวกมันจึงบอกให้เสี่ยวจู้ไม่ต้องกังวล พวกมันจะรอจนกว่าเสี่ยวจู้จะมีพลังเพียงพอ ตอนนั้นพวกมันจะได้แก้แค้นคนที่บังคับพวกมันมาด้วยเช่นเดียวกัน

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   90

    เสียงฮือฮาด้านล่างดังขึ้นอย่างอดไม่ได้เมื่อพวกเขาเห็นสัตว์เทพโบราณอย่างกิเลนไฟและมังกรดำ ส่วนเสี่ยวจู้ที่รูปร่างไม่ต่างจากหมูน้อยไม่ได้ถูกพูดถึงมากนัก จ้าววังมังกรยังมองเสี่ยวจู้อย่างแปลกใจที่สัตว์เทพซึ่งเสด็จพี่ของพระองค์สร้างมากับมือกลับรวมอยู่ในหมู่คนตระกูลเจิ้งด้วย ชา

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   89

    “แต่ข้าไม่เห็นด้วยกับเจ้านะเสี่ยวจู้” กิเลนไฟเอ่ยขึ้นหลังจากฟังมานาน“ทำไมกันเจ้านกบ้า หรือเจ้าอยากเข้าร่วมสงครามบ้าบอนี่กัน” เสี่ยวจู้กล่าวอย่างโมโห“เจ้าใจเย็นก่อนได้หรือไม่เล่า ถึงพวกเราจะหลบอยู่ที่นี่จนจบสงครามแล้วอย่างไร

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   88

    ณ วังสวรรค์ จ้าวสวรรค์ที่ได้รับข่าวจากองครักษ์ลับว่าเผ่าต่าง ๆ เสริมความแข็งแกร่งจนพวกเขาไม่อาจคาดเดาได้ก็เริ่มร้อนรนใจ พระองค์ที่ไม่ได้รับยาดี ๆ จากเผ่ามังกรมาสิบกว่าปีเริ่มรู้ตัวว่าตนเองกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ถึงแม้ตอนนี้ในวังของพระองค์จะมีพระสนมและลูกหลานมากมาย อย่างไรก็ยังมีกำลังไม่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับทหารเดนตายของแต่ละเผ่าอยู่ดี อีกทั้งอดีตจ้าวสวรรค์ผู้เป็นบิดายังต้องเวียนว่ายตายเกิดในโลกมนุษย

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   87

    เสี่ยวจู้พอได้ฟังคำขององค์หญิงใหญ่เข้า มันก็แสดงสีหน้าเศร้าสร้อยลงตามที่เคยวางแผนกับเจิ้งหลินเอาไว้นานแล้ว เจิ้งหลินเห็นเสี่ยวจู้รับลูกทันจึงรีบเอ่ยตอบ“หม่อมฉันยินดีดูแลเสี่ยวจู้เพคะ เป็นพระกรุณายิ่งแล้วที่องค์หญิงมอบมันกลับมา”“อืม… เช่นนั้นคงต้องรบกวนเจ้าแล้ว หากเจ้ามีสมุนไพรใหม่ ๆ ก็ส่งคนไปแจ้งเราที่ตำหนักได้ตลอดนะ เรายังหวังว่าเจ้าจะสามารถหาสมุนไพรดี ๆ มาขายเราได้”“หม่

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   86

    ค่ำคืนนั้นทุกคนต่างช่วยกันเตรียมอาหารและนั่งกินกันที่ลานด้านหน้าอย่างสนุกสนาน ด้วยคนจำนวนมากที่เพิ่งมาถึง ทำให้บ้านเจิ้งครึกครื้นกันอยู่นานถึงค่อนคืนเลยทีเดียว ถึงแม้ตอนนี้องครักษ์ทั้งหมดจะยังไม่มีที่พักดี ๆ แต่พวกเขาที่เคยนอนกลางดินกินกลางทรายเวลาออกปฏิบัติหน้าที่ก็ไม่ได้บ่นว่าอันใด พวกเขากลับมีความสุขมากที่ได้กลับมารับใช้นายท่านอย่างชิงก้านหลง

  • อภินิหารหมูน้อยตกสวรรค์   85

    เมื่อทุกคนปรึกษากันเสร็จสิ้น ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนในเรือนโดยที่พรุ่งนี้เช้ากิเลนไฟจะมาปลุกพวกเขาเพื่อออกจากมิติทีหลังเหมือนกับทุกวัน หลังเจิ้งหลินกับชิงก้านหลงดูแลแปลงสมุนไพรในมิติเสร็จ ทั้งสามก็ออกจากมิติลับไปด้านนอกโดยที่ตอนนี้บ่าวไพร่กำลังแตกตื่นที่สมุนไพรในสวนหายไปจำนวนมาก ยิ่งกับสมุนไพรล้ำค่าที่หายไปทั้งหมดด้วยแล้ว พวกเขายิ่งหวาดกลัวจะถูกเจ้านายลงโทษหากหาตัวคนร้ายไม่พบทั้งที่มีเวรยามคอยเดินตลอดทั้งคืน

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status