เข้าสู่ระบบ
นิยายเรื่อง : อยากเป็นเมียที่เฮียรัก
ผู้เขียน : นามปากกา บีน่าเลดี้
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และ พ.ศ. 2558 (ฉบับเพิ่มเติม) นิยายเรื่อง อยากเป็นเมียที่เฮียรัก เป็นลิขสิทธิ์ของนามปากกา บีน่าเลดี้ แต่เพียงผู้เดียว ไม่อนุญาตให้คัดลอก ลอกเลียน และดัดแปลง เนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายเรื่องนี้โดยเด็ดขาด
-----------------------------
Chapter 1
“นับจากนี้นายวายุภักษ์กับนางสาวยาหยี เตชะอมรทรัพย์ เป็นสามีภรรยาโดยถูกต้องตามกฎหมาย ผมขอให้คุณทั้งสองครองรักกันชั่วนิรันดร์ หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะครับ...” สิ้นสุดคำพูดของนายทะเบียนที่มาเป็นพยานรักให้กับบ่าวสาวที่ดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก แขกเหรื่อก็ต่างยิ้มกันหน้าชื่นตาบานด้วยความยินดีปรีดา ยกเว้น ‘เขา’ ชายหนุ่มวัยยี่สิบหกปีผู้เป็นเจ้าบ่าวที่เอาแต่แสดงสีหน้าเรียบนิ่งเฉยชาตลอดทั้งวัน จนกระทั่งพิธีส่งตัวเข้าหอ ถึงได้ยินเขาถอนหายใจพรืดใหญ่อย่างเก็บอาการไม่อยู่เมื่อได้ยินคำสั่งคุณพ่อของเขา
“ดูแลน้องให้ดี ๆ ล่ะวายุ...”
“ครับป๊า”
“ดูแลน้องให้ดี ๆ นะวายุ...” จันทร์ฉายผู้เป็นแม่ของวายุพูดต่อจากอาทิตย์ผู้เป็นสามี
“ครับม้า...”
“ดูแลน้องยาหยีให้ดี ๆ ล่ะวายุ...” จันทร์เจ้าผู้เป็นพี่สาวคนโตเอ่ยขึ้นอีกคน
“ครับเจ๊...”
วายุเริ่มตอบรับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อพ่อแม่ และพี่สาวของเขา ต่างพากันก๊อบปี้คำพูดเดียวกันมาสั่งเขาซ้ำ ๆ ซาก ๆ จนเขารู้สึกเอียนกับคำฝากฝังของผู้ใหญ่ที่ให้ดูแลเจ้าสาวเป็นอย่างดี
“เฮียวายุครับ ดูแล...”
“หยุดสั่งกูสักทีเถอะไอ้หมอ ชีวิตของใครก็ดูแลเอาเอง พาป๊า ม้า เจ๊ กลับบ้านไปได้แล้ว...” วายุพูดตัดบทน้องชายที่อายุห่างกันหนึ่งปี จากนั้นเขาก็ดึงเจ้าสาวเข้าห้องหอทันที ทั้งที่พ่อแม่ของเขายังไม่ทันได้อวยพรเจ้าสาวเลยด้วยซ้ำ
และเมื่อประตูห้องปิดสนิท วายุก็เอ่ยหาเรื่องเจ้าสาวทันที
“เธอเป็นง่อยหรือไงยาหยี ทุกคนถึงต้องให้ฉันดูแลเธอ”
“...” ถึงจะรู้สึกจุกอกกับคำถามของเขาเพียงใด แต่ยาหยีก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรเขา เพราะคิดว่าการเงียบคือทางออกที่ดีที่สุด
แต่อีกคนกลับไม่ได้คิดแบบนั้น ยิ่งเขาเห็นยาหยีเอาแต่ปิดปากเงียบราวกับเจ้าสาวใบ้ มันยิ่งกระตุ้นอารมณ์ขุ่นเคืองของเขาจนแทบระเบิด ชายหนุ่มก็เลยใช้วิธีเปิดปากหญิงสาวด้วยการถอดชุดทักซีโดตามด้วยกางเกงในสลัดออกจากขา เพื่อโชว์เรือนร่างกำยำของเขา
“ว้าย!...อุ๊บ!” ยาหยีรีบยกมือปิดปากอุดเสียงกรี๊ด ก่อนจะก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเองด้วยใจเต้นตุบ ๆ ตอนนี้หัวใจข้างในอกมันเต้นถี่ยิบราวกับจะทะลุออกมา เมื่อเห็นส่วนกลางกายของเขาเต็มตา
‘เฮียนี่หน้าไม่อายจริง ๆ’ ยาหยีค่อนขอดในใจให้กับคนตัวสูงที่ยืนเปลือยกายล่อนจ้อนอย่างหน้าไม่อาย
“หึ...จะตกใจอะไรนักหนากะแค่เห็นค...ของฉัน” วายุที่เห็นยาหยีทำท่าทางตกใจแบบโอเวอร์ก็อดไม่ได้ที่จะพูดประชดแดกดันใส่หญิงสาว เขาน่ะเพิ่งดูออกเมื่อวันนั้นว่าแท้จริงแล้วผู้หญิงหน้าซื่อตาใสอย่างยาหยีร้ายเดียงสามากกว่าไร้เดียงสาเสียอีก “มองให้เต็มตาสิ จะก้มหน้าทำไม อยากได้ฉันเป็นผัวนักไม่ใช่เหรอ?”
“...”
“เธอมันน่าเบื่อจริง ๆ ยาหยี...” พอยาหยีปิดปากเงียบอีกครั้ง เขาก็จิ๊ปากอย่างหงุดหงิด ก่อนที่จะเดินล่อนจ้อนไปทางประตูเชื่อมห้องแต่งตัว หยิบเอาผ้าเช็ดตัวมาพันเอวสอบอย่างหมิ่นเหม่ จากนั้นก็หยิบพอตติดมือเดินออกไปนอกระเบียงบ้าน
ครืด!
เสียงประตูบานเลื่อนเปิดและปิดลง ยาหยีจึงเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงที่ยืนสูบบุหรี่ไฟฟ้า พลางคิดในใจว่า...
‘เมื่อไรเขาจะกลับมาเป็นเฮียวายุคนเดิมของเธอ...’
“มองอะไร” เสียงเข้มทำให้หญิงสาวหลุดจากภวังค์ รู้ตัวอีกทีคนตัวสูงก็ยืนจังก้าอยู่ตรงหน้าแล้ว มิหนำซ้ำเขายังปล่อยควันบุหรี่พ่นใส่หน้าหญิงสาวอย่างป่าเถื่อนอีกด้วย
“แค่ก ๆ สูบพอตมาก ๆ ทำให้อายุสั้นนะคะเฮีย” ถึงจะสำลักควันจนหน้าแดง แต่เธอยังเอ่ยเตือนเขาด้วยความเป็นห่วง
“แล้วคนได้รับควันบุหรี่อย่างเธอตายไวด้วยหรือเปล่า”
“เฮียเกลียดหนูมากเลยเหรอคะ ถึงอยากให้หนูตายนัก” ยาหยีเอ่ยถามน้ำเสียงสั่นเครือ นอกจากเขาจะไม่ได้เห็นความหวังดีของเธอแล้ว เขายังถามกลับราวกับอยากให้เธอตายไปให้พ้นหน้า
“ทำไมต้องถามโง่ ๆ ทั้งที่เธอรู้คำตอบอยู่แล้ว” ปากหยักพ่นควันบุหรี่สีเทาใส่หน้ายาหยีไม่หยุดกับคำถามสิ้นคิดของเธอ
“เฮียคงเกลียดหนูมากเลยใช่ไหมคะ” ยาหยีถามย้ำด้วยน้ำเสียงเบาหวิวราวกับคนละเมอ
“อืม...ฉันเกลียดผู้หญิงอย่างเธอที่สุด”
“...” หญิงสาวพยักหน้าขึ้นลงหงึก ๆ น้ำตาไหลพรากอาบแก้มอย่างกลั้นไว้ไม่ไหวกับคำตอบหนักแน่นของเขา ที่เธอถามย้ำเพราะแอบหวังว่าคำตอบของเขาจะเปลี่ยนไปจากเดิมบ้าง แต่สุดท้ายคำตอบของเขาก็ยังเหมือนเดิม
“อย่ามาบีบน้ำตาแถวนี้ รำคาญตา” พอเห็นยาหยีเบ้ปากคว่ำร้องไห้ วายุก็ยกมือเสยผมอย่างหงุดหงิดที่ยาหยีชอบบีบน้ำตาใส่เขา
“ฮึก!” ยิ่งโดนดุ ยาหยีก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม เธอยกมือเช็ดน้ำตาจนมือเปียกชุ่ม ก่อนจะรีบเดินหนีไปทางห้องแต่งตัว และพอเดินพ้นหน้าเขามาอยู่ในห้องแต่งตัวเพียงลำพัง หญิงสาวก็ทรุดตัวนั่งร้องไห้สะอื้นอย่างหนัก “ฮึก ฮือ”
“จะร้องไห้อะไรหนักหนาวะ หนวกหู” วายุตะโกนเข้ามาในห้องแต่งตัว
ตอนพิเศษ 2“เอิงเอยไม่เอา”“เอาไปเถอะ” ลีโอรีบยัดเงินใส่มือให้เอิงเอยทันที “กลับบ้านได้แล้วเจ้าสองแสบ” ยาหยีเอ่ยเรียกลูกฝาแฝดของเธอจากในรถ“ครับ / ค่ะ” ฝาแฝดหันไปตอบรับคุณแม่ของเขา ก่อนที่จะวิ่งขึ้นรถไปทันที และเมื่อลีโอกับซีน่าขึ้นมาบนรถแล้ว ยาหยีก็แซวลูกชายของเธอทันที“มีสาวเอาดอกบัวมาให้เหรอลูก”“ผมไม่ได้เอามาฟรี ๆ หรอกม้า ผมให้เงินเธอไปหนึ่งร้อยบาทครับ เพราะผมสงสารเอิงเอย” ลีโอบอกแม่ของเขา“สงสารเอิงเอยจนต้องซื้อดอกไม้กลับบ้านทุกวันเลยใช่ไหม” “ครับผม” ลีโอพยักหน้าตอบคุณแม่ของเขา “เฮ้อ” จู่ ๆ ซีน่าก็ถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ จนวายุที่เห็นลูกสาวนั่งหน้างอถือดอกกุหลาบช่อโตเอาไว้ในอ้อมกอด รีบอุ้มลูกสาวมานั่งตักทันที “ใครให้ดอกกุหลาบลูกสาวคนสวยปะป๊าเนี่ย” “ไม่มีใครให้หรอกค่ะป๊า หนูตั้งใจแกะกระปุกออมสินซื้อดอกกุหลาบให้ป๊าในวันวาเลนไทน์เลยนะคะ” ในระหว่างที่ซีน่าพูดบอกคุณพ่อของเธอ ซีน่าก็มองหน้าลีโอไปด้วยความระแวง เพราะกลัวว่าลีโอจะแฉความจริงออกมาว่าแท้จริงแล้ว เธอแอบขโมยเงินคุณพ่อไปซื้อดอกกุหลาบให้พี่ฉลาม แต่ทว่าพอพี่ฉลามกลับไม่เอา เธอก็เลยเอามาให้คุณพ่อของเธอแทน“ว้าว...หนูซื้อดอกกุหลา
ตอนพิเศษ 14 ปีผ่านไป... 14 กุมภาพันธ์ ลีโอ เด็กชายวัยสามขวบ นั่งกอดอกบนม้านั่งชิงช้า แล้วทำสีหน้าเซ็งที่แม้จะเลิกเรียนแล้ว แต่ต้องมานั่งรอน้องสาวฝาแฝดที่จะเอาดอกกุหลาบไปให้รุ่นพี่ ป.2 “ยืนบิดอะไรนักหนาวะซีน่า รีบเอาดอกกุหลาบไปให้พี่ฉลามดิเดินมานู่นแล้ว” ลีโอรบเร้าน้องสาวฝาแฝดที่ยืนตัวบิดเขินเป็นไส้เดือน ไม่ยอมเอาดอกกุหลาบไปให้ฉลามสักที ทั้งที่ตอนนี้ฉลามเดินตรงดิ่งไปยังรถหรูของทางบ้านที่มารอรับแล้ว “ซีน่าไม่กล้า” ซีน่าหันมาหาพี่ชายฝาแฝดด้วยสีหน้าไม่มั่นใจนัก“งั้นก็กลับบ้าน ป๊ากับม้ามารอรับแล้วเนี่ย”“ไม่กลับ ซีน่ายังไม่ได้ให้ดอกกุหลาบกับพี่ฉลามเลย”“มึงก็รีบเอาไปให้พี่ฉลามสิซีน่า มายืนบิดแบบนี้ วันนี้พี่ฉลามจะได้ดอกกุหลาบของมึงไหม” ลีโอกัดฟันพูดด้วยความมันเขี้ยวน้องสาวของเขาสุด ๆ ที่เพิ่งจะอายุเพียงแค่สามขวบ แต่ทำตัวแรดตั้งแต่เด็ก “งั้นซีน่าเอาดอกกุหลาบไปให้พี่ฉลามเลยนะ”“มึงรีบไปเถอะซีน่า ก่อนที่พี่ฉลามจะขึ้นรถกลับบ้านซะก่อน” “พี่ลีโอให้กำลังใจซีน่าหน่อยสิ”“เออ...สู้ ๆ รีบวิ่งไปดิ” ลีโอลุกจากม้านั่ง แล้วเดินมาดันซีน่าให้เดินไปหาฉลามทันทีและเมื่อเด็กหญิงตุ้ยนุ้ยผิวขาวราวกับน
The End“หนูมีอะไรจะบอก แต่ถ้าหนูบอกแล้ว เฮียห้ามโกรธหนูนะคะ” ยาหยีดึงเขามานอนบนเตียง แล้วเอาขาก่ายตัววายุเอาไว้“ไม่มีทางที่เฮียจะโกรธหนูหรอก ตอนนี้เฮียแทบจะกราบขอบคุณหนูเป็นพัน ๆ ครั้งที่ให้โอกาสกับเฮีย ว่าแต่หนูมีอะไรจะบอกเฮียเหรอครับ”“เฮียจำเหตุการณ์คืนนั้นที่หนูไปนอนถอดเสื้อผ้าที่ห้องเฮียได้ไหมคะ”“จำได้ไม่ลืมครับ แต่หนูอย่ารื้อฟื้นเรื่องนี้เลยนะเพราะมันผ่านมาแล้ว อีกอย่างตอนนี้เฮียก็รักหนูที่สุด” วายุน่ะรู้แล้วว่าเรื่องทั้งหมดเกิดจากแผนการของคุณพ่อของเขา และเขาอยากจะขอบคุณคุณพ่อของเขามาก ๆ ที่คิดแผนนี้ขึ้นมา จนเขาได้เมียดี ๆ อย่างยาหยี“ไม่ได้ค่ะ เรื่องนี้หนูต้องพูด”“พูดแล้วก็อย่านอยด์นะ เพราะตอนนี้เฮียรักหนูมาก”“ไม่นอยด์แน่นอนค่ะ หนูขอเล่าต่อนะคะ ย้อนไปตอนที่หนูเข้าไปนอนที่ห้องเฮีย แล้วหนูบอกว่าเจ็บจิ๋ม ทั้งที่ความจริงแล้วเฮียไม่ได้ทำอะไรหนูเลย เพราะหนูโดนเฮียเปิดซิงที่นี่ หนูค้างคาใจมาก ก็เลยแอบไปถามความจริงกับม้า ว่าผู้หญิงเราจะเจ็บจิ๋มทั้งที่ไม่โดนเปิดซิงได้ด้วยเหรอ? ม้าก็หัวเราะขึ้นแล้วบอกกับหนูว่าเรื่องทั้งหมดเป็นแผนการของป๊า และที่หนูเจ็บจิ๋มทั้งที่เฮียไม่ได้ทำอะไรหนู
Chapter 117วันต่อมา...15.00 น.“ยูริครับ มาหาป๊าเร็ว” วายุเอ่ยเรียกยูริด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่ทว่ายูริกลับเมินและไม่ยอมเข้าใกล้วายุแม้แต่น้อย“ยูริยังงอนเฮียอยู่เหรอคะ” ยาหยีที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องแต่งตัว มองไปที่ยูริด้วยความเอ็นดู เพราะไม่ว่าวายุจะเรียกกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ทว่ายูริกลับทำเมินราวกับว่าไม่ได้ยินที่วายุเอ่ยเรียก“ถ้ายูริงอนป๊า งั้นป๊าไม่ให้ยูริไปเกาะด้วยนะ” พอยูริโดนวายุขู่ เจ้าแมวแสนรู้ก็เดินเข้ามาวายุทันที “เมี้ยว”“หายงอนป๊าได้แล้ว ป๊าขอโทษนะลูก” วายุอุ้มยูริมานั่งบนตัก แล้วเอามือลูบหัวยูริด้วยความอ่อนโยน เรื่องวันนั้นเขาเองก็รู้สึกผิดกับยูริมาโดยตลอด ที่ยูริถูกยี่หวาทำร้าย แต่เขากลับเข้าข้างยี่หวาอย่างไม่ลืมหูลืมตา“เมี้ยว” ยูริร้องขึ้นแล้วเอาหัวถูไถที่ขาของวายุอย่างออดอ้อน“ถ้ายูริหายงอนป๊า เดี๋ยวป๊าหาเมียให้เอาไหม”“หยุดความคิดเฮียเดี๋ยวนี้เลย หนูจะให้ยูริอยู่เป็นโสดตลอดไป” ยาหยีรีบพูดขัดขึ้นทันที“ถ้ายูริมันโสด เดี๋ยวยูริมันจะมีลูกไม่ทันใช้นะ”“อย่าไปคิดแทนมัน ยูริมันอยากโสดไปตลอดชีวิต”“เนอะยูริ หนูอยากโสดใช่ไหมครับ” ว่าแล้วยาหยีก็อุ้มยูริออกจากตักวายุทันที
Chapter 116“หึ...” วายุแสยะยิ้มร้ายออกมา เมื่อเห็นเพื่อนสนิททำหน้าราวกับอยากกระทืบเขาเต็มทน “เอาน้ำเปล่ามาให้เมียกูก็แล้วกัน”“อะเอาไป” พัตเตอร์หยิบน้ำแร่ส่งให้วายุหนึ่งขวด แต่เมื่อวายุรับมา เขาก็ตรวจเช็กดูขวดน้ำทันที “ส่องอะไรนักหนาไอ้เชี่ย”“เผื่อมีใครคิดพิเรนทร์หยอดยาเชี่ย ๆ ให้เมียกูดื่ม” “ที่คลับกูปลอดภัย 100%”“นอกจากเจ้าของคลับจะทำซะเองใช่ไหมวะ” ดินแดนช็อตฟีลพัตเตอร์ทันที“ทำอะไรกันอยู่เหรอ?” เสียงหวาน ๆ ของหญิงสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องเอ่ยถามขึ้น“ก็พี่ชายของเธอชอบใส่ยาปลุกเซ็กซ์ให้สาว ๆ กินน่ะสิ” ดินแดนเอ่ยบอกพริกหวาน “แกยังทำนิสัยเชี่ย ๆ อีกเหรอพัตเตอร์ ฉันจะฟ้องเมียแกแน่”“นั่นมันเรื่องในอดีต ตอนนี้กูรักเมียที่สุด” พัตเตอร์เอ่ยขึ้นทันที “แล้วเนี่ยมึงมาทำไม”“มาเฝ้าเฮียคิมน่ะ เฮียคิมพาลูกค้ามาเลี้ยงที่นี่ เมื่อกี้เห็นเขาคุยงานกันอยู่ ก็เลยกะว่าจะมานั่งเล่นที่นี่สักหน่อย แต่พอเห็นคนบางคนอยู่ที่นี่ด้วย ตอนนี้ไม่อยากนั่งละ เกลียด” “เขาดีกันแล้ว มึงไม่แหกตาดูหน่อยเหรออีพริก” “สวัสดีค่ะพี่พริกหวาน” “สวัสดีค่ะน้องยาหยี” พริกหวานยิ้มหวานให้ยาหยีก่อนจะเบ้ปากใส่วายุ“มึงก็งอ
Chapter 115@คลับ20.00 น.ก่อนหน้าที่เขาจะมาคลับ ในระหว่างที่กำลังนอนกอดยาหยีที่เพนต์เฮาส์ พัตเตอร์ที่รู้ข่าวว่าเขากลับมากรุงเทพฯ แล้ว ก็โทรชวนเขามาหาที่คลับ อ้างว่ามีธุระสำคัญจะคุยด้วย “เฮียขา” ยาหยีจับมือวายุเอาไว้ ในขณะที่เขากำลังจะลงจากรถ “ครับ” วายุหันกลับมายกมือลูบหน้ายาหยีด้วยความรัก“พอเฮียโกนหนวดโกนเคราออกแล้ว เฮียหล่อจังเลยค่ะ มาให้หนูหอมแก้มหน่อยเร็ว” ตั้งแต่ออกจากเพนต์เฮาส์เธอแอบมองเขาตลอดทางเลย จนตอนนี้อดใจไม่ไหวที่จะหอมแก้มสากสักฟอด “มากกว่าหอมแก้มก็ทำเลยครับ”พอวายุเอียงหน้าเข้าหาเธอโดยไม่อิดออด ยาหยีก็ยื่นหน้าไปพรมจูบใบหน้าหล่อเหลาด้วยความรักการกลับมาอยู่ด้วยกันครั้งนี้มันดีกว่าที่ผ่านมามาก ๆ เธอตัดสินใจไม่ผิดเลยที่ให้โอกาสเขาอีกครั้ง เพราะตอนนี้เธอมีความสุขมาก ๆ ที่ได้อยู่กับเขา “ชื่นใจจังเลยค่ะที่รักของหนู”“ไหน ๆ ก็เรียกเฮียว่าที่รักแล้ว บอกรักเฮียให้ชื่นใจหน่อยสิครับ” “เฮียก็บอกรักหนูก่อนสิคะ” ยาหยียักคิ้วแล้วทำหน้าทะเล้นใส่เขา“เฮียรักหนูมาก ๆ เลยนะครับยาหยี”“หนูก็รักเฮียมากเช่นกันค่ะ” “โคตรชื่นใจเลย เมียบอกรักแล้ว” ว่าจบ เขาก็จับล็อกใบหน้าสวยมาประกบจูบปาก







