แชร์

บทที่ 11

last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-21 20:10:09

คำว่า “เพื่อนเก่า” ทำให้โจวหยางที่นั่งห่างออกไปไม่ไกล ถึงกับจ้องมองเด็กสาวราวกับไม่อยากเชื่อสายตา

“อาเฟิง เธอคนนี้คือซานชีกับหวงฉินเหรอ”

อวี๋เซิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เธอมองโจวหยางอย่างสงสัย ทว่ายังไม่ทันที่หล่อนจะได้รับคำตอบ เสียงโทรศัพท์ที่เคาน์เตอร์พยาบาลก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน

พยาบาลที่ยืนอยู่หลังโต๊ะรับสาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองมาทางพวกเขา

“ขอถามหน่อยค่ะ ใครคือมู่หลินเฟิง มีคนโทรมาขอคุยด้วยค่ะ”

สายตาของมู่หลินเฟิงมองไปทางโจวหยางอย่างเรียบนิ่ง “คงเป็นทางสำนักงาน นายไปรับที” น้ำเสียงของเขาราบเรียบไม่บ่งบอกว่ารู้สึกเช่นไร

โจวหยางพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินมาทางเคาน์เตอร์เพื่อเป็นกันชนให้เพื่อน เนื่องจากรู้ดีว่าคนที่โทรมานั้นเป็นใคร และก็ไม่ผิดจากที่คาด ทันทีที่เจ้าตัวรับสายเสียงค่อนเร่งร้อนจากทางนั้นก็ดังขึ้นแฝงความคาดหวังระคนเว้าวอน

“ผมโจวหยาง เพื่อนของเขา ไม่ทราบใครพูดสายครับ”

“โจวหยาง หลินเฟิงล่ะ ฉันขอพูดกับเขาหน่อย ทำไมเขาถึงไม่มารับสายเอง”

โจวหยางยกมืออีกข้างปิดปากกระบอกโทรศัพท์ไว้ แล้วหันกลับไปมองมู่หลินเฟิง แม้จะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว กระนั้นเจ้าตัวก็ยังเอ่ยชื่อของคนในสายออกมา ริมฝีปากของเขาขยับเบา ๆ โดยไร้เสียง

“เจิ้งหลาน”

มู่หลินเฟิงหน้าตึงขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าเป็นใคร ก่อนที่เจ้าตัวจะส่ายศีรษะเป็นเชิงปฏิเสธออกมาอย่างเย็นชา

“เจิ้งหลาน… ตอนนี้อาเฟิงไม่สะดวกคุย” เขาหยุดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ

“ต้าไห่ถึงมือหมอแล้ว กำลังผ่าตัดอยู่” พูดจบเจ้าตัวก็วางสายลง ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ

เมื่อเดินกลับมาสายตาของโจวหยางก็สะดุดเข้ากับสภาพของคนทั้งคู่ เด็กสาวในชุดวอร์มยังคงเปียกฝนไปทั้งตัวแม้ภายนอกจะมีเสื้อหนาของมู่หลินเฟิงคลุมไว้ก็ตาม

เส้นผมหางม้าที่เคยเรียบร้อยบัดนี้ยุ่งเล็กน้อยเพราะถูกฝนซัดจนเปียกชื้น มู่หลินเฟิงเองก็ไม่ได้ต่างกัน เสื้อผ้าลายพรางตัวในของเขาเปียกฝนจนเข้มขึ้นหลายส่วน คล้ายหลินเฟิงจะเข้าใจท่าทางของเพื่อนจึงได้มองมาทางอวี๋เซิงที่ยังคงยืนกอดอกของตนเพื่อไล่ความหนาว

“อวี๋เซิง รออยู่ตรงนี้นะ ฉันจะไปหาผ้าเช็ดตัวและชุดมาให้เธอเปลี่ยน”

น้ำเสียงของเขานุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนโจวหยางถึงกับมองเพื่อนอย่างประหลาดใจ มู่หลินเฟิงเดินหายไปไม่นานเจ้าตัวก็กลับมาพร้อมกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวตัวโคร่งที่เขาพอจะหาซื้อมาได้กับผ้าขนหนูสีขาวสะอาดผืนหนา

เขายื่นผ้าขนหนูให้เธอ “ซับผมก่อน เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”

อวี๋เซิงรับผ้ามาซับหยดน้ำบนใบหน้าพลางเหลือบมองชายหนุ่มที่สภาพไม่ต่างจากเธอเท่าไหร่นัก

“คุณเองก็เปียกเหมือนกันนะหลินเฟิง”

มู่หลินเฟิงมองสภาพตัวเองก่อนจะพยักหน้ารับ “รอเธอเช็ดให้เสร็จก่อนค่อยเอาผ้ามาให้ฉัน” เขาพูดขึ้นราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับคนฟังอย่างโจวหยางตอนนี้ถึงกับอ้าปากค้างไปเรียบร้อยแล้ว ‘นี่ยังใช่อาเฟิงที่ฉันรู้จักอยู่ไหม’

“ได้สิ ถ้าคุณไม่รังเกียจ” อวี๋เซิงตอบรับอย่างไม่คิดอะไรให้มากความ ก่อนจะเช็ดผมของตัวเองต่อไป แต่มู่หลินเฟิงถึงกับทนไม่ได้ที่เห็นเธอเช็ดแบบขอไปที

“มานั่งตรงนี้” เขาพูดขึ้นพร้อมกับตบเก้าอี้ว่างข้างกายหลังจากเดินไปนั่งก่อนเด็กสาว

อวี๋เซิงที่รู้สึกเมื่อยก็ทำตามอย่างว่าง่าย และเธอก็ต้องตกใจเมื่อผ้าเช็ดตัวผืนหนาถูกมือของชายหนุ่มแย่งไปก่อนที่เขาจะนำมาเช็ดผมให้เธออย่างเบามือ และบางครั้งก็สลับไปเช็ดผมของตัวเอง

“ทำอย่างนี้ดีกว่า ได้เช็ดพร้อมกันด้วย”

“อืม” อวี๋เซิงครางในลำคอแผ่วเบาเป็นเชิงรับรู้ ส่วนโจวหยาง หากมีกล้องถ่ายรูปในมือเกรงว่าเขาคงจะนำขึ้นมาถ่ายรูปนี้เอาไว้เป็นหลักฐานอย่างแน่นอน แม้ว่าเขาไม่อยากจะเก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับก็ตาม แต่น่าเสียดายที่เขาไม่มีหลักฐานอะไรนอกจากตาของตัวเอง

ทางด้านของหลินเฟิงเพื่อไม่ให้บรรยากาศระหว่างพวกเขาเงียบจนเกินไป ชายหนุ่มจึงได้ชวนเด็กสาวพูดคุยขึ้นก่อน

“ยายหลินเป็นยังไงบ้าง”

อวี๋เซิงเผยรอยยิ้มบางออกมาเมื่อได้ยินคำถามถึงบุคคลที่เธอผูกพันที่สุดในโลกใบนี้ เธอหลุบสายตาลงต่ำ แววตาที่เคยนิ่งสงบอ่อนแสงลงเมื่อนึกถึงกลิ่นหอมของซาลาเปาและน้ำเต้าหู้ที่ร้านในยามเช้า

“ยายสบายดีค่ะ ตอนนี้พวกเรามีร้านอาหารเช้าด้วย อยู่ห่างจากโรงเรียนไปไม่มาก” อวี๋เซิงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงความภูมิใจ “ช่วงนี้คนมาอุดหนุนเยอะขึ้น ยายเลยยุ่งกว่าปกตินิดหน่อยค่ะ เอาไว้หากคุณไปที่นั่นก็แวะไปหาพวกเราสิคะ”

มู่หลินเฟิงฟังแล้วก็พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มบางยามนึกถึงหญิงชราคนนั้น มือหนายังคงขยับผ้าขนหนูเช็ดผมให้เด็กสาวอย่างทะนุถนอม สลับกับซับหยดน้ำบนผมสั้นของตัวเองไปด้วย

“ดีแล้ว... ฝากความคิดถึงไปให้ยายด้วยนะ ถ้ามีโอกาสได้ไปเมืองนั้นฉันจะแวะไป”

“ยายคงดีใจค่ะ ถ้าเห็นว่าคุณยังปลอดภัยดีและยังได้เป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้สมความปรารถนา” อวี๋เซิงเอ่ยตอบตามตรง

ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูนุ่มนวลผิดหูผิดตา โจวหยางที่รู้สึกคันปากยุบยิบ พยายามกลั้นยิ้มจนหน้าแดงเมื่อเห็น ‘จอมโหด’ แห่งหน่วยเขี้ยวพยัคฆ์ กลายเป็น ‘พี่ชายผู้อ่อนโยน’

“อาเฟิง... นายช่วยเช็ดผมให้ฉันบ้างได้ไหม” ไม่พูดเปล่าชายหนุ่มยังคงเดินเข้ามาใกล้คนทั้งคู่ด้วย

“เอาไปเช็ดเอง ผมของฉันกับอวี๋เซิงแห้งพอดี” ความอ่อนโยนเมื่อครู่ที่โจวหยางเห็นถูกทิ้งไว้เบื้องหลังอย่างรวดเร็ว เมื่อมู่หลินเฟิงโยนผ้าเช็ดตัวมาให้เขาอย่างไม่ไยดี

เวลาหลายชั่วโมงผ่านไป ในขณะที่ฝนด้านนอกเริ่มหยุดลง ไฟหน้าห้องผ่าตัดก็เปลี่ยนเป็นสีเขียว... เสียงประตูห้องผ่าตัดเปิดออกพร้อมกับร่างของหมอศัลยกรรมในชุดสครับที่เดินออกมาด้วยท่าทางเหนื่อยล้าแต่แววตาดูผ่อนคลาย

มู่หลินเฟิงและอวี๋เซิงลุกขึ้นยืนพร้อมกันโดยไม่ต้องรอให้ใครเตือน ส่วนโจวหยางที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่ดีดตัวตื่นแล้วเข้ามาหาคุณหมอทันที

“หมอครับ! ต้าไห่เป็นยังไงบ้าง!” เขาถามเสียงดังอย่างลืมตัว

“ตอนนี้คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วครับ หมอจะย้ายเขาไปห้องพักฟื้นเพื่อรอดูอาการคืนนี้ก่อน” นายแพทย์เอ่ยสรุปก่อนจะขอตัวเดินเลี่ยงออกไป

เสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกของโจวหยางดังลั่นโถงทางเดินอันเงียบสงัด เขาแทบอยากจะตะโกนออกมาเสียงดังแต่พอคิดว่าที่นี่คือโรงพยาบาลเจ้าตัวก็เปลี่ยนเป็นพึมพำซ้ำไปซ้ำมาแทน

“รอดแล้ว...” เขาทรุดกายลงนั่งอย่างหมดแรง “เจ้าอ้วนรอดตายแล้ว”

มู่หลินเฟิงเองก็ดีใจเช่นกัน เขาหลับตาลงเพื่อระงับความอัดอั้นในใจที่แบกรับมาตลอดหลายชั่วโมง ก่อนจะหันมามองเด็กสาวข้างกายที่บัดนี้แววตาของเธอยังคงนิ่งแต่หากมองให้ดีจะเห็นว่าเธอเองก็ดีใจไม่น้อย

“อวี๋เซิง... ตอนนี้ฉันคงพูดขอบคุณเธอได้แล้วนะ” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนเป็นอย่างมาก

“ขอบใจนะ ถ้าไม่ได้เธอช่วยนำทางและห้ามเลือด ต้าไห่คง...” มู่หลินเฟิงหยุดคำพูดไว้เพียงเท่านั้น เขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดถึงภาพเหตุการณ์อันเลวร้ายกว่านี้

“ฉันแค่ทำหน้าที่ที่ควรทำค่ะ” อวี๋เซิงตอบเสียงเรียบ แม้ใบหน้าจะดูซีดเซียวจากความเหนื่อยล้า แต่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่ามือของเธอสองข้างนี้ได้ช่วยชีวิตคนอีกครั้งแล้ว

มู่หลินเฟิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังตัดสินใจบางอย่าง

“อวี๋เซิง... ฉันขอที่อยู่กับเบอร์โทรที่โรงเรียนของเธอได้ไหม” เขาถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

แม้จะรู้ว่าร้านของเธออยู่ตรงไหนตามที่เธอบอกมาแล้วก่อนหน้า แต่เธอไม่ได้บอกเลขที่บ้านสักหน่อยแล้วเขาจะเขียนจดหมายไปหาได้ยังไงกัน... โจวหยางที่กำลังขยี้ผมอยู่ถึงกับหยุดนิ่งเพื่อเงี่ยหูฟังด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“เผื่อว่าสวีต้าไห่ฟื้นขึ้นมาแล้วเขาอยากจะขอบคุณเธอด้วยตัวเอง... หรือถ้าฉันมีเรื่องอยากจะปรึกษา”

หลินอวี๋เซิงมองหน้าชายหนุ่มที่พยายามหาเหตุผลมาอ้างเพื่อขอช่องทางติดต่อของเธอด้วยรอยยิ้มขำ แววตาคมกริบของ มู่หลินเฟิงในตอนนี้ดูเว้าวอนอย่างประหลาดจนเธอบอกไม่ถูกว่ารู้สึกเช่นไร แต่เธอก็เดินไปยืมปากกาจากพยาบาลก่อนจะดึงฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านแต่ทว่าอบอุ่นของเขาขึ้นมาเขียนที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของโรงเรียนลงไป

“นี่คือที่อยู่ของฉันกับเบอร์โรงเรียนค่ะ หวังว่าคุณจะไม่ทำหาย” มู่หลินเฟิงจ้องมองตัวอักษรบนฝ่ามือตัวเองราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า เขากำหมัดแน่นทันทีเพื่อไม่ให้รอยหมึกจางหาย

“ฉันสัญญาจะรักษาด้วยชีวิต”

หัวใจของเด็กสาวดูเหมือนจะเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะเมื่อได้ยินเขากล่าวออกมาเช่นนี้

“คุณพูดเกินไปหรือเปล่า มันคงไม่ได้สำคัญขนาดนั้นมั้งคะ” อวี๋เซิงเอ่ยแก้เก้อ แต่สำหรับโจวหยางบัดนี้เจ้าตัวรู้แล้วว่าแท้จริงเพื่อนสนิทของเขาไม่ได้เย็นชา

เพียงแต่แค่กำลังรอเท่านั้นเอง... รอให้ดอกไม้ดอกหนึ่งผลิบานจนถึงวัยอันสมควร แต่ตอนนี้เขามีเรื่องไปเม้ากับพรรคพวกแล้วว่า

‘หัวหน้ามีน้องน้อยเป็นของตัวเองเรียบร้อยแล้ว’

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • อวี๋เซิง หัตถ์เทวะจากวันสิ้นโลก    บทที่ 203

    “ขึ้นมา”หญิงสาวชะงัก“อะไรนะ”“ฉันไม่มีเวลาพูดซ้ำ”อวี๋เซิงมองแผ่นหลังกว้างของเขาอย่างนิ่งงัน ภาพบางอย่างซ้อนทับขึ้นมาในหัวอย่างห้ามไม่ได้ เขาเคยแบกเธอเดินฝ่าสายฝนกลับบ้านฉับพลันน้ำตาก็รื้นขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัวนี่มันอะไรกัน… โลกวันสิ้นโลกคือความจริง หรือชีวิตในซงเยว่ต่างหากที่เป็นจริง แต่สุดท้ายอ

  • อวี๋เซิง หัตถ์เทวะจากวันสิ้นโลก    บทที่ 202

    ความหนาวเย็น… คือสิ่งแรกที่อวี๋เซิงรู้สึกได้ มันเย็นจนเหมือนเลือดทั้งร่างกำลังกลายเป็นน้ำแข็ง กลิ่นสนิม กลิ่นเลือดและควันดินปืนอวลอยู่เต็มโพรงจมูก เสียงระเบิดดังอยู่ไกลออกไปเป็นระยะ พร้อมเสียงกรีดร้องของบางสิ่งที่ไม่เหมือนมนุษย์เปลือกตาของเธอสั่นเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ลืมขึ้นอย่างเชื่องช้า ภาพแรกที่

  • อวี๋เซิง หัตถ์เทวะจากวันสิ้นโลก    บทที่ 201

    แสงอาทิตย์ยามเย็นทาทาบบนยอดเขายุงเฟรา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อากาศที่นี่หนาวเหน็บและบริสุทธิ์จนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง อวี๋เซิงในวัยเลขหกที่ยังคงดูสง่างามและมีสุขภาพแข็งแรงจากการดูแลตัวเองอย่างดี ยืนอยู่บนระเบียงไม้ของที่พักสไตล์ชาเล่ต์ เธอสวมเสื้อไหมพรมคอเต่าสีครีมทับด้วยผ้าพันคอขนสัตว์ที่มู่หลิน

  • อวี๋เซิง หัตถ์เทวะจากวันสิ้นโลก    บทที่ 200

    สิบสองปีต่อมา…สายฝนฤดูร้อนกำลังตกโปรยปรายเหนือเกาะซงเยว่ ทะเลสีเข้มกระเพื่อมเป็นระลอกอยู่ใต้ท้องฟ้าหม่น ขณะที่อาคารสีขาวขนาดมหึมาซึ่งตั้งอยู่ริมหน้าผาของเกาะกำลังส่องแสงเรืองรองท่ามกลางสายฝน“ศูนย์วิจัยชีวการแพทย์ซิงหลาน” สถานที่ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นหัวใจทางการแพทย์แห่งใหม่ของประเทศ ภายในอาคารหลัก

  • อวี๋เซิง หัตถ์เทวะจากวันสิ้นโลก    บทที่ 199

    แสงแดดยามเช้าของเกาะซงเยว่ทอดผ่านผ้าม่านสีอ่อนเข้าสู่ห้องนอนกว้าง พร้อมกับกลิ่นลมทะเลพัดตามสายลมเข้ามาคลอเคล้ากับเสียงคลื่นที่ดังอยู่ด้านนอกบนเตียงขนาดใหญ่มู่หลินเฟิงกำลังจะลืมตาตื่น...แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ขยับตัว…ตุ้บ!อะไรบางอย่างก็กระโจนทับลงบนอกเขาเต็มแรง“พ่อครับ! ตื่นได้แล้ว!”เสียงเด็กผู้ชา

  • อวี๋เซิง หัตถ์เทวะจากวันสิ้นโลก    บทที่ 198

    สามปีหลังเหตุการณ์ทะเลหลงซา หิมะบางเบากำลังโปรยปรายเหนือมหานครเซี่ยงไฮ้ แสงไฟจากตึกสูงสะท้อนกระจกหน้าต่างห้องทำงานชั้นบนสุดของ “เสิ่นกรุ๊ป เมดิคอล” จนเกิดเป็นภาพเมืองยามค่ำที่งดงามราวทะเลดวงดาวภายในห้องทำงานกว้างใหญ่ เสิ่นอวี้เหิงยังคงนั่งอยู่หลังโต๊ะเอกสาร แฟ้มประชุมกองพะเนินสูงเกือบถึงแขน โทรศัพท

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status