Share

14

last update publish date: 2026-08-23 00:00:14

หลังจากเดินทางผ่านหมู่บ้านน้อยใหญ่มาหลายหมู่บ้าน ในที่สุดก็มาถึงหมู่บ้านโกวเจียว่าน อั้นปาขับเกวียนวัวมุ่งหน้าไปยังบ้านพี่เขยใหญ่ หมู่บ้านโกวเจียว่านนี้เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ มีชาวบ้านอาศัยอยู่หลายร้อยครัวเรือน ซึ่งใหญ่กว่าหมู่บ้านของพวกเขาถึงสามเท่า แต่ความเป็นอยู่ของชาวบ้านชั้นสามที่อาศัยอยู่ในเขตรอบนอกนั้นก็ไม่ได้มีชีวิตที่ดีนัก

ในแคว้นต้าเฟิ่งก็เป็นเช่นนี้ มีการแบ่งชนชั้นกันอย่างชัดเจน ระหว่างผู้ฝึกยุทธ์และชาวบ้าน ชาวบ้านธรรมดาเองก็มีการแบ่งชนชั้นโดยวัดกันที่ฐานะทรัพย์สินเงินทอง เกวียนวัววิ่งเข้ามาในหมู่บ้านและมาหยุดอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง อั้นจิ่วคิดว่านี่น่าจะเป็นบ้านของท่านป้าใหญ่ 

บ้านดินห้าห้องหลังคามุงด้วยฟางที่อยู่ตรงหน้านี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นบ้านห้าห้องขนาดใหญ่ แต่ก็อยู่ในสภาพที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะบ้านอยู่ในสภาพที่เก่าและทรุดโทรมมาก อั้นจิ่วคิดว่าหลังนี้น่าจะสร้างมานานมากแล้ว

“พี่สาว พี่เขย ท่านลุง ท่านป้า มีผู้ใดอยู่หรือไม่” 

อั้นปายืนรออยู่ไม่นานก็มีคนออกมาเปิดประตู คนที่ออกมาเปิดประตูคือหลานชายคนโต ลู่ฮั่นซวน อั้นจิ่วมองดูลูกพี่ลูกน้องของเขาผู้นี้หน้าตาหล่อเหลามาก ถ้าหากลูกพี่ลูกน้องผู้นี้โตเป็นหนุ่มเต็มตัวคาดว่าจะมีสาว ๆ หลายคนชอบพอเขาเป็นแน่

“ต้าฮุย เจ้าคิดว่าข้าซื้อจ้วงซีดีหรือไม่ อย่างน้อย ๆ ครอบครัวก็จะได้อยู่ด้วยกันไม่ต้องอยู่ใต้อำนาจของผู้ใด”

“นายน้อย จ้วงซีนี่ใช่หมู่บ้านหรือไม่ขอรับ”

“ใช่ มันคือหมู่บ้านของเศรษฐีตระกูลใหญ่ เอาไว้เพาะปลูก ท่านพ่อเล่าว่าในเมืองมีเศรษฐีเจ้าของที่ดินและมีจ้วงซีเป็นของตัวเองมากมาย เพียงแต่พวกเราชาวนายากจนอาศัยเพียงที่ดินไม่กี่หมู่ ที่สำคัญยังได้ปันส่วนที่ดินทำกินเป็นที่ดินที่ไม่อุดมสมบูรณ์อีก”

“โลกมนุษย์ก็เป็นเช่นนี้ นายน้อย ดินแดนเซียนเองก็ยังมีการแบ่งชนชั้นเลยขอรับ ที่โลกมนุษย์จะนับเป็นอันใดได้”

“มันก็จริงอย่างที่เจ้าพูด แต่ละที่ย่อมมีขุมอำนาจกันทั้งนั้น”

“ลูกชาย ทักทายพี่ชายลูกพี่ลูกน้องสิ”

“พี่ชาย”

“สวัสดีน้องเก้า”

“หลานชาย พ่อแม่ของเจ้ากับคนอื่น ๆ ไปที่ใด ไม่มีผู้ใดอยู่รึ”

“ท่านปู่กับท่านย่า ไปที่ทุ่งนากับท่านพ่อ ท่านแม่กับน้องสาวไปซักผ้าที่ลำธารขอรับ ข้าอยู่บ้านกับน้องรอง”

“เช่นนั้นเจ้าเปิดประตูให้กว้างหน่อย ข้าจะเอาเกวียนเข้าไปในบ้าน”

“ขอรับท่านน้า”

หลังจากที่เอาเกวียนเข้ามาในบ้านได้ไม่นาน ครอบครัวลู่ก็กลับมาจากทุ่งนา พร้อม ๆ กับพี่สาวที่กลับมาจากซักผ้าที่ลำธารพอดี ลู่จื้อหยวนพี่เขย ยังมีพ่อเฒ่าลู่ แม่เฒ่าฉิน พ่อแม่สามีของพี่สาวคนโต เมื่อลู่จื้อหยวนเห็นว่าน้องชายของภรรยามาเยี่ยมก็ดีใจมาก 

“น้องสาม เจ้ามาได้เยี่ยงไร”

“ข้ากับเจ้าเก้ามาเยี่ยม ลูกชายนี่คือท่านลุงของเจ้า นี่ท่านป้า ส่วนผู้เฒ่าสองคนนี้เป็นพ่อแม่สามีของป้าเจ้า พี่สาวลูกพี่ลูกน้องของเจ้า ยังมีพี่ชายรองลูกพี่ลูกน้องของเจ้าด้วย”

“คารวะท่านตา ท่านยาย ท่านป้า ท่านลุงขอรับ สวัสดีพี่สาว พี่ชาย”

“สวัสดีน้องชาย” 

“น้องสาม มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นที่บ้านหรือไม่”

“พี่สาว ไม่มีเรื่องอันใดขอรับ ข้ากับเจ้าเก้าเพียงแค่มาเยี่ยมพี่สาวเท่านั้น”

“เจ้าจะมาก็มาเถอะ เหตุใดต้องเอาของมากมายถึงเพียงนี้” ลู่จื้อหยวนพูดขึ้นด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ

“นี่เป็นสิ่งของที่เจ้าเก้านำมาเพื่อแสดงความกตัญญูกับพี่สาวและพี่เขย พวกท่านก็รับเอาไว้อย่างสบายใจเถอะ อีกอย่างที่บ้านตอนนี้ไม่ขาดแคลนสิ่งเหล่านี้ พี่เขยไม่ต้องกังวลไปนะขอรับ เมื่อวานข้ากับเจ้าเก้าก็ไปเยี่ยมบ้านพี่สาวรองมาแล้วเช่นเดียวกัน ของที่เจ้าเก้ามอบให้กับบ้านพี่สาวรองก็เหมือนกันกับที่มอบให้พวกท่าน”

“ท่านพ่อตา แม่ยายสบายดีหรือไม่”

“ทั้งสองคนสบายดี ตอนนี้ครอบครัวของพวกเรามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมากแล้ว ข้าเองหลายปีที่ผ่านมาหากไม่มีพวกท่านคอยช่วยเหลือก็คงลำบากมากกว่านี้ เจ้าเก้าคงไม่ได้เกิดมาราบรื่นเช่นนี้ นี่เป็นเงินที่ข้ากับเจ้าเก้าหามาได้ เจ้าเก้าต้องการแบ่งเงินให้กับท่านป้า ท่านลุงของเขา พวกท่านอย่าได้ปฏิเสธเลยนะขอรับ”

“ไม่ได้ ข้าจะรับเงินของเจ้าได้เยี่ยงไร ข้าวของที่พวกเจ้านำมาให้ก็มากมายขนาดนี้”

“ท่านป้า ฮึก ฮึก ท่านไม่รักข้า แง๊ แง๊ แง๊”

“เจ้าเก้าอย่าร้อง ผู้ใดบอกเจ้าว่าป้าไม่รักเจ้ากัน เป็นพ่อของเจ้ารึ”

“ฮึก ฮึก ฮึก ท่านป้า ไม่รับเงิน เงิน ฮึก นี้ถือเป็นความกตัญญูของข้า หากท่านป้า ไม่รับ  ฮึก ฮึก นั่นหมายความว่า ท่านป้าไม่รักข้า” อั้นจิ่วใช้ประโยชน์จากการเป็นเด็กและความน่ารักน่าเอ็นดูร้องไห้งอแงเช่นเคย เพื่อบีบบังคับให้ครอบครัวของท่านป้ารับเงินที่เขามอบให้ 

ทางด้านพ่อเฒ่าลู่กับภรรยา มองดูการแสดงเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเด็กอ้วนตรงหน้าก็อดที่จะหัวเราะอยู่ในใจไม่ได้ เจ้าเด็กคนนี้ช่างฉลาดรู้ความและเป็นเด็กที่มีจิตใจดี นับว่าตัวเองแต่งลูกสะใภ้ได้ดี พี่น้องรักใคร่ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถึงแม้ว่าวันนี้ครอบครัวของพวกเขาจะลำบากอยู่บ้าง แต่ไม่ถึงกับขนาดที่ต้องไม่มีอันใดจะกิน 

เมื่อหวนนึกถึงวันที่ลูกสะใภ้นำเอาอาหารกลับไปบ้านแม่เพื่อให้น้องสะใภ้ท้องแก่ได้มีอาหารกิน ตนเองกับภรรยาก็ไม่ได้คัดค้านหรือว่ากล่าวตักเตือนลูกสะใภ้ เพราะทั้งสองคนรู้ว่าลูกสะใภ้เองก็มีความลำบากใจของนางเอง ตลอดเวลานางทุ่มเทให้กับครอบครัวมากมาย ไม่เคยทำสิ่งใดที่ผิดต่อครอบครัวสามี หากนางอยากเอาอาหารไปให้น้องชายในฐานะที่นางเป็นพี่สาวคนโต พวกเขาเองก็ไม่คัดค้าน และไม่สร้างความลำบากให้ลูกสะใภ้

วันนี้ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าการกระทำของตัวเองที่ผ่านมาคือสิ่งที่ถูกต้อง และก็ต้องยอมรับว่า คำทำนายของนักพรตพเนจรนั้นน่าจะเป็นความจริง คำทำนายที่ว่า หากมีเด็กผู้ชายเกิดในครอบครัวสกุลฉือเป็นคนแรก ครอบครัวจะเจริญรุ่งเรือง เห็นได้ชัดจากวันนี้ ต่อไปบ้านสกุลฉือจะเจริญรุ่งเรืองขึ้นมากกว่านี้เป็นแน่

“เจ้าสาม เงินมากมายเพียงนี้จะดีหรือ ด้วยเงินจำนวนนี้ก็พอที่จะให้เราอยู่ได้อีกร้อยปี”

“พี่สาว เงินจำนวนนี้สำหรับพวกเราแล้วมันเป็นเงินมากมายจริง ๆ แต่สำหรับคนพวกนั้นแล้ว เงินพวกนี้ก็ไม่นับเป็นอันใดได้ ท่านเห็นหมาป่าที่นั่งอยู่กับเจ้าเก้าหรือไม่ นั่นคือหมาป่าอสูรวิญญาณระดับสูง มันจะคอยคุ้มครองดูแลความปลอดภัยให้กับเจ้าเก้าและบ้านของเรา หน้าที่หลักคือล่าสัตว์เพื่อเพิ่มอาหารและให้ข้านำไปขาย ท่านเองก็รู้ตามที่นักพรตได้ทำนายเอาไว้หลานท่านหาใช่เด็กธรรมดาไม่ ตอนแรกข้าเองก็ตกใจมากเช่นกัน”

“นับว่าสวรรค์เมตตาบ้านสกุลฉือของเราแล้ว”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   169

    “ท่านพี่จ้าว ท่านอย่าเพิ่งรีบคุยโวไป ผักกาดหยกที่แปลงของข้า ใบใหญ่จนเอาไปทำร่มกางบังฝนได้แล้ว เมื่อวานข้าขุดดินพลิกหน้าดินได้ลึกกว่าท่านไปตั้งสามชุ่นเชียวนะ หากจะแข่งกัน ปีนี้ข้าต้องได้รางวัลชาวนาขยันขันแข็งจากนายน้อยแน่”ต้าเฮย อสูรหมีขนเหล็ก ในร่างบุรุษร่างยักษ์ หัวเราะร่าจนพุงกระเพื่อม “พวกเจ้าทั้งสองอย่าเพิ่งเถียงกัน กองปุ๋ยมูลสัตว์ของข้าต่างหากที่หมักได้ที่ที่สุด หมักจนกลิ่นหอมฟุ้งไปถึงภูเขาลูกนู้นแล้ว ฮ่า ๆ ๆ”ที่แห่งนี้ ไม่มีคำว่าฮ่องเต้ผู้ครองแผ่นดิน ไม่มีคำว่าผู้เฒ่าปุถุชน หรืออสูรบรรพกาลอันน่าสะพรึงกลัว มีเพียง ‘สหายร่วมอุดมการณ์ชาวนา’ ที่กำลังทุ่มเทจิตวิญญาณให้แก่ผืนดิน ถกเถียงกันเรื่องสูตรปุ๋ยและขนาดของหัวไชเท้าอย่างมีความสุขและเป็นอิสระที่สุด รอยยิ้มของอดีตฮ่องเต้จ้าวเทียนหลง บัดนี้คือรอยยิ้มที่บริสุทธิ์และเบิกบานที่สุดในรอบเจ็ดสิบปีของชีวิตพระองค์ห่างออกไปไม่ไกลนัก ภายใต้ร่มเงาอันร่มรื่นของต้นท้อสวรรค์ยักษ์ที่แผ่กิ่งก้านสาขาครอบคลุมลานกว้างของจวนตระกูลฉือ กลีบดอกท้อสีชมพูร่วงหล่นลงมาตามสายลมประดุจหิมะในวสันตฤดูฉืออั้นจิ่ว เด็กน้อยที่บัดนี้เจริญวัยขึ้น มีอายุครบหกขวบปี

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   168

    “ท่านเจ้าสำนัก พวกเราจะทำเยี่ยงไรดีขอรับ ภาษีอาวุธแพงหูฉี่ พวกเราต้องอดตายแน่ ๆ” เหล่าศิษย์ร้องไห้คร่ำครวญเจ้าสำนักพยัคฆ์คำรามกัดฟันกรอด ก่อนจะตัดสินใจกระทำการที่ทำให้ศักดิ์ศรีของชาวยุทธ์ต้องจารึกความอัปยศไว้ชั่วกัลปาวสาน“ทำเยี่ยงไรน่ะรึ ก็รีบเอาดาบเอาหน้าไม้ ไปหลอมตีเป็น จอบ กับ เสียม น่ะสิ พวกเราจะยุบสำนัก แล้วไปเช่าที่ดินปลูกข้าวสาลี ข้าจะไม่ยอมเป็นชนชั้นล่างให้พวกชาวนาหัวเราะเยาะเด็ดขาด ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป สำนักพยัคฆ์คำราม จะเปลี่ยนชื่อเป็น ‘สมาคมกสิกรรมพยัคฆ์ไถนา’ ”และปรากฏการณ์แห่งความตลกร้ายก็บังเกิดขึ้นทั่วทั้งแคว้นต้าเฟิ่ง เหล่ายอดฝีมือ จอมกระบี่ และผู้เฒ่าที่เคยปิดด่านกักตน ต่างรีบทุบกระบี่ทิ้ง เปลี่ยนอาวุธเป็นเครื่องมือช่างไม้และอุปกรณ์ทำนา พวกเขาวิ่งวุ่นไปทั่วตลาดเพื่อขอประจบสอพลอชาวนาตัวจริง หวังจะขอเช่าที่ดิน หรือขอเป็นลูกจ้างถอนหญ้า เพื่อยกระดับสถานะทางสังคมของตนเองให้รอดพ้นจากการเป็นชนชั้นต่ำวิถีแห่งชาวยุทธ์ที่เคยรุ่งโรจน์ บัดนี้ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดด้วยความอิ่มท้อง วิถีชาวนา ได้ผงาดขึ้นสู่จุดสูงสุดของสายพานแห่งอำนาจอย่างแท้จริง และทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นจากกุ

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   167

    ตึง ฮ่องเต้จ้าวเฟิ่งเทียนทรุดเข่าลงกระแทกพื้นดินอีกครั้ง น้ำตาแห่งความปีติยินดีไหลทะลักออกมาดั่งเขื่อนแตก พระองค์ทรงทราบดีว่า ปัญหาที่กัดกินแคว้นต้าเฟิ่งและทุกแคว้นในใต้หล้ามานับพันปี มิใช่สงคราม ทว่าคือความอดอยากและภัยพิบัติทางธรรมชาติ ราษฎรนับล้านต้องล้มตายเมื่อเกิดภัยแล้งหรือตั๊กแตนลง ทว่าบัดนี้ เด็กน้อยวัยห้าขวบเบื้องหน้า กลับมอบกุญแจแห่งความรอดพ้นมาใส่มือของพระองค์“ท่านอาจารย์ พระคุณของท่านยิ่งใหญ่ดั่งฟ้าดิน ของขวัญชิ้นนี้ มีค่าเหนือยิ่งกว่าหินวิญญาณระดับสวรรค์นับล้านก้อน หรือกระบี่วิเศษหมื่นเล่มรวมกันเสียอีก แคว้นต้าเฟิ่งจะเป็นหนี้บุญคุณท่านไปชั่วลูกชั่วหลานขอรับ” โอรสสวรรค์โขกพระเศียรคำนับด้วยความเลื่อมใสอย่างสูงสุด“อย่าเพิ่งรีบขอบคุณข้า” ฉืออั้นจิ่วแสยะยิ้มบาง ๆ ยกพัดขนนกขึ้นปิดปาก “การที่ข้ามอบเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ให้เจ้าโดยมิคิดอัฐแม้แต่อีแปะเดียว ย่อมมีเงื่อนไขที่เจ้าต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด”เด็กน้อยกางพัดขนนกออกสะบัดเบา ๆ ปราณพฤกษาแผ่ซ่านกดทับจนอากาศรอบด้านเย็นเยียบ “แผ่นดินนี้เน่าเฟะมานานเกินไปแล้ว เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่เอาแต่ปิดด่านกักตนหรือวัน ๆ เอาแต่ถือกระบี่ฟาดฟัน

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   166

    ยามเว่ย (13.00-15.00 น.) ขบวนเสด็จลับ ๆ ของฮ่องเต้จ้าวเฟิ่งเทียน เดินทางมาถึงลานกว้างหน้าจวนตระกูลฉือ ทันทีที่เสด็จลงจากรถม้า ภาพแรกที่ปะทะเข้ากับสายตาของโอรสสวรรค์หนุ่ม กลับทำให้พระองค์ต้องเบิกพระเนตรกว้างจนแทบถลน และรีบยกพระหัตถ์ขึ้นขยี้พระเนตรซ้ำแล้วซ้ำเล่าเบื้องหน้าของพระองค์ ที่บริเวณแปลงหมักปุ๋ยคอกด้านข้างจวน บุรุษชราผู้หนึ่งสวมเพียงกางเกงผ้าป่านซอมซ่อ เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและมูลสัตว์ กำลังถือส้อมพรวนดิน จ้วงตักมูลสุกรผสมกับเศษใบไม้แห้งอย่างขะมักเขม้น ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและริ้วรอยแห่งอำนาจ บัดนี้กลับประดับไปด้วยรอยยิ้มกว้างขวางและเสียงหัวเราะที่สดใสยิ่งกว่าทารก บุรุษชราผู้นั้นกำลังพูดคุยหยอกล้อเรื่อง สูตรลับการผสมปุ๋ย กับชายหนุ่มกล้ามโตอย่างออกรสออกชาติ“สะ เสด็จพ่อ นั่นเสด็จพ่อมิใช่หรือพะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้จ้าวเฟิ่งเทียนอุทานเสียงหลง พระวรกายสั่นสะท้าน รีบวิ่งถลาเข้าไปหาอดีตจอมราชันย์ที่กำลังขะมักเขม้นกับการทำปุ๋ยเฒ่าจ้าว อดีตฮ่องเต้จ้าวเทียนหลง เงยหน้าขึ้นมองบุตรชาย ก่อนจะใช้หลังมือที่เปื้อนโคลนปาดเหงื่อบนหน้าผาก “อ้อ เฟิ่งเทียนเอ๋ย เจ้ามาถึงแล้วรึ มา ๆ

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   165

    อดีตฮ่องเต้จ้าวอู๋จี๋ตรัสด้วยน้ำเสียงโล่งอก ประดุจได้ยกภูเขาไท่ซานออกจากพระอุระ พระองค์ทรงกระชากเสื้อคลุมผ้าไหมราคาแพง เข็มขัดประดับหยก และป้ายหยกประจำพระองค์ โยนทิ้งลงบนพื้นดินฝุ่นคลุ้งอย่างไร้เยื่อใย เหลือเพียงชุดกางเกงและเสื้อตัวในที่ทำจากผ้าฝ้ายสีขาวธรรมดา ๆ ซอมซ่อจากนั้น อดีตโอรสสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ที่เคยสั่งเป็นสั่งตายคนนับแสน ก็ทรุดตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าเด็กน้อยวัยห้าขวบ โขกพระเศียรลงบนพื้นดินดังปึก ปึก ปึก“ท่านปราชญ์น้อย ข้าได้เห็นแสงสว่างแห่งวิถีชีวิตที่แท้จริงแล้ว อำนาจในวังหลวงมีแต่ความว่างเปล่าและคาวเลือด ข้าไม่ปรารถนาสิ่งใดอีกแล้ว นอกจากความสงบสุขที่ได้สัมผัสกับผืนดิน”อดีตฮ่องเต้เงยหน้าขึ้น แววตาเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและเว้าวอนอย่างสุดซึ้ง “ข้าน้อย จ้าวเทียนหลง ขอฝากตัวเป็น ศิษย์ชาวนาฝึกหัด แห่งหมู่บ้านเถาหยวนขอรับ ข้าน้อยยินดีสับฟืน หาบน้ำ ถอนหญ้า พรวนดิน หรือแม้แต่ตักมูลสัตว์ ขอเพียงท่านอนุญาตให้ข้าน้อยได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ที่นี่ ได้เรียนรู้วิถีแห่งกสิกรรม ข้าน้อยยอมเป็นข้ารับใช้ ทำทุกอย่างโดยมิต้องจ่ายเบี้ยหวัดให้ข้าน้อยแม้แต่อีแปะเดียวเลยขอรับ”ความเงียบสงัดปก

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   164

    พระองค์ทรงพระดำเนินลัดเลาะไปตามคันนา ทอดพระเนตรดูวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่อย่างเงียบ ๆ ทว่า สิ่งที่ทำให้พระองค์ต้องเบิกพระเนตรกว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า กลับมิใช่ความงดงามของทิวทัศน์ ทว่า คือผู้คนที่กำลังทำไร่ทำนาอยู่เบื้องหน้าต่างหาก ที่แปลงปลูกผักกาดหยกด้านซ้าย ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรเห็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำล่ำสันผู้หนึ่ง กล้ามเนื้อบนเรือนร่างของเขาอัดแน่นดุจสลักจากหินผาพันปี ชายหนุ่มผู้นั้นสวมเพียงกางเกงเตี่ยว เปลือยท่อนบนรับแสงแดด เขากำลังใช้มือเปล่า ๆ ดึงถอนวัชพืชปราณวิญญาณออกจากผืนดินอย่างง่ายดาย“สวรรค์ ชายหนุ่มผู้นั้นมีพลังลมปราณบริสุทธิ์และแข็งแกร่งระดับแม่ทัพยุทธ์ขั้นสมบูรณ์เป็นอย่างน้อย ด้วยพละกำลังระดับนี้ หากไปสวามิภักดิ์ต่อราชสำนัก ย่อมได้เป็นถึงแม่ทัพใหญ่คุมกำลังนับแสนนาย ทว่า เหตุใดเขาถึงมานั่งยิ้มแฉ่ง ถอนหญ้าอยู่ในแปลงผักอย่างมีความสุขถึงเพียงนี้”ฮ่องเต้จ้าวอู๋จี๋ทรงรำพึงด้วยความตกตะลึง พระองค์หารู้ไม่ว่า ชายหนุ่มยอดฝีมือผู้นี้ แท้จริงแล้วคือ ผู้เฒ่าซุน ชายชราธรรมดาที่เพิ่งกินไข่ไก่บรรพกาลจนกลับกลายเป็นหนุ่มและมีพลังมหาศาลเมื่อไม่กี่วันก่อนถัดไปที่บริเวณริมลำธาร พระองค์ทรง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status