LOGINบ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์น
ทิวากรอุ้มหลานสาวไว้ในอ้อมกอดแล้วพาไปส่งในห้องนอนสีขาวเฟอร์นิเจอร์สีขาวสลับสีชมพูราวกับห้องเจ้าหญิง
“อากรพาไปห้องน้ำได้ไหมคะ อันนาเหนียวตัวอยากอาบน้ำ” เสียงหวานอ่อนแรงใบหน้าหม่นเศร้า
“ได้สิ”เขาอุ้มร่างบางไปเข้าห้องน้ำก่อนจะออกมาหยิบชุดนอนเสื้อเชิ้ตแขนยาวขายาวลายการ์ตูนเข้าชุดมาวางไว้บนหินอ่อนข้างอ่างล้างมือ
“ระวังข้อเท้าด้วยนะ ทำอะไรช้า ๆหน่อย” เขาเหลือบมองที่ข้อเท้าเล็กอยากให้ระมัดระวังเพราะอันนาค่อนข้างซนกระโดกกระเดกไม่ค่อยระวังเดินชนโน่นชนนี่อยู่บ่อยครั้ง
“ค่ะ”อันนาพยักหน้าเนือย ๆ หยิบเสื้อผ้ากะเผลกเข้าไปในพื้นที่อาบน้ำ เขาเลยเดินออกมานั่งรอบนโซฟาตรงปลายเตียง
เสียงน้ำตกกระทบพื้นดังลอดออกมาจากภายในห้องน้ำ ชายไร้เมียจินตนาการไปถึงสายน้ำที่ไหลรินบนเรือนร่างขาวเนียนละเอียดแล้วใจสั่นเมื่อได้สติก็รีบสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนเช็คข่าวสารอัปเดตต่าง ๆ ลดความหมกหมุ่น
“ติ้ง!”เสียงข้อความดังขึ้นนัยน์ตาคมเหล่มองไปทางห้องน้ำก่อนจะเปิดอ่านข้อความขึ้นรูปเนินอกอวบอิ่มขาวเนียนประคองด้วยชุดชั้นในสีดำ
ข้อความจากปลายทาง “มาหาไหมคะ?”
ข้อความจากทิวากร “ไม่ไป ต้องดูแลอันนา”
ข้อความจากปลายทาง “หลานคุณไม่ใช่เด็กแล้ว ต้องดูตลอดเวลาเลยเหรอคะ”
ข้อความจากทิวากร “อย่าเซ้าซี้ ไม่ไปก็คือไม่ไป”
ข้อความจากปลายทาง “ขอโทษค่ะ”
ทิวากรวางโทรศัพท์ลงอย่างหงุดหงิดไม่ชอบให้ใครเซ้าซี้เรื่องส่วนตัว
สักพักเสียงกลอนประตูห้องน้ำดังขึ้นอันนากำลังเขย่งปลายเท้าเดินออกมาในชุดนอนแขนขายาว กายหนาลุกพรวดปรี่เข้าไปหาทันทีแล้วช้อนแขนแกร่งเข้ารวบร่างบางยกขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน
“ทำไมไม่เรียกอา”
“คิดว่าอากรกลับห้องไปแล้วค่ะ” แขนเรียวคล้องลำคอหนาเงยมองหน้าหล่อคมคายที่หลงใหลอย่างใกล้ชิด
“อารออุ้มมาส่งที่เตียง” เขาค่อย ๆ วางเธอลงอย่างระมัดระวัง อันนาเขยิบเอนนอนเบา ๆ มือหนาหยิบผ้านวมห่มให้พลางลูบผมยาวสลวยแผ่วเบา
“หลับพักผ่อนซะ อย่าคิดมาก ถ้าจะเข้าห้องน้ำหรือมีอะไรก็โทรไปหาอาได้ เดี๋ยวอามาอุ้ม”
“ค่ะ” เสียงหวานอ่อนแรงเหนื่อยล้าไม่สดใสเสียใจไม่สามารถลงแข่งตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ได้ ทิวากรลูบผมนุ่มลื่นอย่างอ่อนโยนทำให้ร่างกายที่อ่อนล้าค่อย ๆ ปิดเปลือกตานอนหลับอย่างง่ายดาย
ทิวากรปิดไฟในห้องเดินออกจากห้องนอนของเธอเงียบ ๆ เมื่อเสียงประตูห้องนอนปิดลงอันนาลืมตาขึ้นความเงียบสงัดเข้าครอบคลุมรู้สึกอ้างว้างเสียใจต้องดับฝันการเป็นเชียร์ลีดเดอร์เพื่อให้ได้รางวัลใหญ่เป็นการยืนยันความสำเร็จที่จะทำให้ทางครอบครัวรู้ว่าเธอจริงจังและทำได้ดี ไม่ใช่แค่เต้นแร้งเต้นกาไปวัน ๆ อย่างที่ใครดูถูกแต่ตอนนี้กลับทำไม่ได้ดั่งที่หวัง……
ช่วงกลางดึก
ทิวากรเดินย่องเข้ามาภายในห้องนอนของหลานสาวเพื่อดูอาการแต่ไม่อยากให้เธอตกใจตื่น ร่างหนาเดินเข้ามาใกล้เตียงนอนเขาได้ยินเสียงสูดน้ำมูกสะอึกสะอื้นอยู่ภายใต้ผ้านวมผืนหนา คิ้วเข้มขมวดพอจะเดาได้ว่าหลานสาวกำลังคลุมโปงร้องไห้ เขานั่งลงขอบเตียงค่อย ๆ วางมือแตะผ้านวมที่คาดว่าเป็นบริเวณแผ่นหลังของหลานสาว
“ยังไม่นอนอีก” เสียงทุ้มอ่อนโยนเต็มไปด้วยความห่วงใย ร่างบางใต้ผ้านวมสะอื้นหนักเมื่อได้ยินเสียงอาเซฟโซนเดียวของเธอ
“ยังทำใจไม่ได้ อุตส่าห์ซ้อมมาหลายเดือนเพื่อลงแข่งรายการนี้”
“ไม่ร้องนะคนเก่ง มันเป็นเหตุสุดวิสัย หลานอาปลอดภัยถือว่าโชคดีที่สุดแล้ว”
“แต่นี่เป็นปีสุดท้ายที่ได้แข่งทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย หรือว่าอันนาจะดรอปเรียนคงสภาพนักศึกษาเพื่อลงแข่งดีคะ” อันนาเปิดผ้านวมออกแม้ในห้องจะสลัวแต่ก็มองเห็นน้ำตานองหน้าตาแดงขอบตาบวมตุ่ย ทิวากรถอนหายใจกับทางออกที่หลานเลือก
“ทำอย่างนั้นไม่ได้ ถ้าดรอปเรียนเพราะอยากรอแข่งขันเชียร์ลีดเดอร์ อันนาโดนคุณพ่อดุแน่” เขาพยายามพูดอย่างใจเย็นเข้าใจดีว่าวัยรุ่นมักพุ่งเป้าไปหาสิ่งที่ต้องการเพียงด้านเดียวยังขาดการคิดวิเคราะห์แยกแยะในด้านอื่นและผลกระทบหลายอย่างที่จะตามมา
“การแข่งขันไม่ใช่ที่สุดของชีวิต เรายังต้องดำเนินชีวิตต่อเพื่อเป้าหมายอื่นที่สำคัญกว่าอีกเยอะแยะอย่ายอมแพ้กับเรื่องแค่นี้สิ”
“ฮือ ๆๆๆ” อันนาร้องไห้โฮน้ำตาไหลพรากโผเข้ากอดกายหนาหาที่ยึดเหนี่ยวเยียวยาจิตใจ วงแขนแกร่งกอดกระชับหน้าเครียดเมื่อไหร่ที่หลานไม่มีความสุขตัวเขาเองก็ไม่มีความสุขไปด้วยทุกครั้ง.....
ค่ำคืนมืดมิด
อันนานอนตะแคงข้างวางคอทับแขนแกร่งโอบกายหนาหลับสนิทหลังจากร้องไห้อย่างนัก ยังดีมีอาสุดที่รักคอยปลอบใจเธออยู่นานก่อนจะผล็อยหลับไปอย่างอ่อนเพลีย ทิวากรกอดเธอไว้ในอ้อมแขนพลางลูบมือบนแผ่นหลังเล็กอย่างอ่อนโยน ผ่านไปเกือบชั่วโมงเขาเห็นอันนาหลับสนิทเลยค่อย ๆ ผละตัวจะกลับไปนอนห้องของตัวเอง แต่คนตัวเล็กกลับกอดเขาแน่นไม่ยอมให้ห่าง
กายหนาเขยิบเข้าชิดใกล้ชิดเธออีกครั้ง นัยน์ตาคมจ้องมองดวงหน้าสวยแม้ในขณะหลับไม่ว่าจะคิ้วตาจมูกปากดูดีมีเสน่ห์หาที่ติไม่ได้ ใบหน้าหล่อโน้มลงเข้าใกล้คล้ายมีแรงดึงดูดกดปลายจมูกลงแก้มเนียนเนื้อตัวแนบชิดรู้สึกวาบหวามเลือดลมสูบฉีด
มือหนาลูบไล้แผ่นหลังเนียนเคลื่อนไปยังก้นงอนอยากบีบขยำให้หนักมือพลางเหลือบมองอันนานอนหลับสนิทหายใจสม่ำเสมอ กายแกร่งร้อนรุ่มหายใจหอบค่อย ๆ กดจมูกลงแก้มเนียนใสจูบแทะเล็มแผ่วเบาลากไล้ลงลำคอเรียวประทับริมฝีปากกดจูบแผ่วเบาสูดกลิ่นกายหอมน่าหลงใหลเกินต้านมือหนาสอดเข้าไปใต้กางเกงขายาวลายการ์ตูนลูบไล้ก้นงอนกับเรียวขาอย่างย่ามใจ
“อื้อ.......” เสียงหวานครางในลำคอ เขาชะงักค่อย ๆ ดึงมือออกจากกางเกงขายาวอันนาพลิกตัวออกจากอ้อมกอดมานอนหงายหายใจสม่ำเสมอ ทิวากรทำตัวนิ่งจ้องมองใบหน้าสวยไล่ลงเรือนร่างเพรียวระหงในชุดนอนเชิ้ตแขนยาว บรรยากาศพาไปทำให้ตัณหาเข้าครอบงำความคิดและจิตสำนึก เขาไม่พะวงถึงความเหมาะสมแต่กลับมองหลานสาวที่เลี้ยงมาด้วยสายตาแพรวพราวก่อนจะโน้มลงประกบจูบริมฝีปากบางอย่างนุ่มนวลมือหนาแกะกระดุมชุดนอนออกหนึ่งเม็ด สองเม็ดแล้วแทรกมือเข้าเคล้นคลึงความอวบอิ่มภายใน ลิ้นหนาสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากนุ่มกวัดเลียกวาดความหอมอย่างหื่นกระหาย
“ตอนคุณพ่อพลาด แต่งงานกับคุณแม่แล้วใช่ไหมคะ”“แต่งหลายปีแล้วแต่ไม่มีลูก ตอนเลี้ยงอันนาแรก ๆ พี่ยารักอันนามากแต่พอรู้เรื่องก็รับไม่ได้”“ไม่น่าคุณแม่ถึงเกลียดอันนา ไม่มีใครรับได้ที่สามีนอกกาย อันนาเข้าใจคุณแม่แล้ว” เสียงหวานสั่นเครือสงสารแม่บุญธรรมจับใจความจริงคือเธอเป็นลูกเมียน้อยที่คุณแม่ต้องมาอุปการะเลี้ยงดูเพราะถูกสามีหลอกถ้าเป็นเธอก็รับไม่ได้เหมือนกัน“พี่วีก็รักอันนานะ ถึงจะไม่ค่อยใกล้ชิดแต่เขาก็ห่วงทุกอย่างที่เกี่ยวกับอันนา วางแผนการศึกษาเรียนเสริมต่าง ๆ ที่อันนาคิดว่าถูกบังคับแต่ที่จริงคือหวังดี” ทิวากรพูดต่อเพื่อให้เธอเข้าใจพ่อว่าไม่ได้ใจร้ายอย่างที่คิด“ที่อันนาเคยคิดว่าตัวเองถูกกระทำฝ่ายเดียวมันไม่ใช่อย่างนั้นเลยใช่ไหมคะ” หน้าสวยแดงก่ำแววตาเศร้าเธอเคยคิดว่าทุกเกลียดไม่เป็นที่ต้องการถูกทำร้ายจิตใจซ้ำ ๆ ที่จริงคุณแม่ต้องเจ็บช้ำยิ่งกว่าที่ต้องทนมองลูกเมียน้อยอย่างเธอ“ใช่ พี่ยายังเอ็นดูอันนาอยู่บ้างถ้าเขาเอาจริงอันนาไม่ได้โตมาถึงตอนนี้หรอก”“ขอบคุณที่เล่าให้ฟังนะคะ พอได้รู้ความจริงอันนาถึงได้เข้าใจคุณแม่มากขึ้น” ร่างบางโผกอดกายหนาน้ำตาร่วงสะเทือนใจที่ได้รับรู้ความจริงและเข้าใจค
สองอาทิตย์ผ่านไป อันนาอยู่อพาร์ทเม้นท์หรูเริ่มมีเพื่อนมากขึ้นได้พูดคุยกับเพื่อนต่างชาติทั้งเอเชียอังกฤษและยุโรปเธอหัดขึ้นรถโดยสารสาธารณะกินฟาสต์ฟู้ดและทำอาหารกินเองในบางวันชีวิตเรียบง่ายตัวคนเดียวก็ทำให้เธอสุขแบบเหงา ๆ แต่อีกไม่นานก็คงก็ชินเพราะนี่คือสิ่งที่เธอเลือกเองหลังเลิกเรียนอันนาพยายามติดต่อหาทิวากรหลังจากที่ติดต่อไม่ได้เลยตั้งแต่เช้าปกติเขาจะติดต่อมาเช้ากลางวันเย็นและก่อนนอนแต่วันนี้โทรศัพท์เงียบผิดปกติทำให้กังวลว่าเขาจะเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยเลยติดต่อไปหาพ่อก็บอกว่าเขาปกติดีไม่ได้เป็นอะไรอีกเดี๋ยวคงติดต่อกลับ อันนาเลยได้แต่กระวนกระวายใจอยู่ไกลกันความเป็นห่วงมันมากแบบนี้นี่เองอพาร์ทเม้นท์หรู อันนาเดินห่อเหี่ยวใจลอยขึ้นบันไดไปห้องพักชั้นสามระหว่างที่เดินอยู่บริเวณชั้นสองเพื่อนชาวอังกฤษเปิดประตูออกมาแล้วกระซิบบอกอันนาว่ามีชายเอเชียตัวสูงผิวขาวผมดำอยู่ที่ห้องของอันนา ๆ รู้สึกกลัวถามอีกครั้งให้แน่ใจว่าเป็นห้องเธอแน่ใช่ไหมเพื่อนบอกว่าใช่เลยชวนกันข
หลังจากหายเข้าไปตั้งสติในห้องน้ำ ทิวากรก้าวเดินออกเชื่องช้ารู้ตัวว่าอาละวาดเกินเหตุ อันนากอดอกจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง เขาเดินตัวลีบยิ้มแห้งค่อย ๆ นั่งลงข้างอันนา“ทีหลังไม่ทำแบบนี้แล้วนะคะ” เสียงหวานกระเง้ากระงอดรู้ว่าเขาโมโหร้ายแต่ไม่ควรทำกับเธอเพราะเธอกลัว เขาพยักหน้าเบา ๆ รู้สึกผิด อันนาเขยิบตัวเข้าใกล้แล้วนั่งลงบนตักแกร่งโอบกอดลำคอหนาเอนซบหน้าลงไหล่กว้างออดอ้อน วงแขนแกร่งโอบล้อมกายบาง“อันนารักอากรมากนะคะ”“อารู้ พูดประชดเพราะโมโห ขอโทษที่ทำให้เสียใจ” เขาก้มมองหน้าสวยที่เอนซบแล้วเกลี่ยแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม“รับคำขอโทษค่ะ” อันนาเงยมองสบตาคนรัก“แล้วเรื่องที่อยากเล่าให้ฟังล่ะ”“อ๋อ..........คือพี่หมอกเสนอตัวช่วยพวกเราเพราะไม่อยากถูกทางบ้านพาไปจับคู่กับผู้หญิงคนอื่นเลยร่วมมือกับอันนาบอกที่บ้านว่าจะหมั้นกันและไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ แต่ไม่ได้จะหมั้นจริงแค่พูดเอาตัวรอดพวกเราจะออกเดินทางอีกสองอาทิตย์ข้างหน้ายังไงฤกษ์หมั้นก็ไม่ทันอยู่ดี พี่ห
วันแถลงข่าว นักข่าวจากหลายสำนักรุมล้อมอยู่บริเวณหน้าโต๊ะยาวมีผ้าคลุมสีขาวและไมโครโฟนจัดเตรียมไว้สำหรับการแถลงข่าวของบริษัทยักษ์ใหญ่เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวที่กำลังเป็นข่าวเด่นในโลกโซเชียลชาวี กับทิวากรสวมสูทผูกเนกไทเรียบหรูกำลังเดินมาที่โต๊ะแล้วนั่งลงเพื่อทำการแถลงข่าว ทิวากรสีหน้าเรียบเฉยใบหน้าหล่อแต่งเติมรองพื้นปกปิดรอยช้ำแววตาของเขาหมองเศร้าอยากเปิดเผยเรื่องของเขาและอันนาให้ทุกคนรับรู้แต่ทำไม่ได้เพราะเรื่องราวจะบานปลายระหว่างที่นั่งจัดการแถลงข่าวทิวากรได้ประกาศชัดว่าอันนากับเขาเป็นเพียงอาหลานที่เลี้ยงดูกันมาตั้งแต่เธอมาตั้งแต่อายุสิบสามปีไม่ได้มีความสัมพันธ์กันฉันชู้สาวอย่างที่เป็นข่าว ทั้งคู่สนิทสนมกันมากอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดด้านนักข่าวถามข้อมูลที่ได้ทราบมากันเป็นระยะทิวากรก็ตอบกลับไปได้หมดอย่างฉะฉาน ก่อนที่จะมีนักข่าวคนหนึ่งที่ได้รับกระดาษใบเล็ก ๆ เขียนข้อความบางอย่างไว้ นักข่าวคนนั้นนั่งอ่านแล้วรีบยกมือขึ้นสูงเพื่อแทรกคำถาม“คนที่ให้ข้อมูลระบุว่าความสัมพันธ์
หนึ่งเดือนผ่านไปบริษัทของครอบครัว ปรียาหน้าตาขึงขังสวมชุดสวยหรูเดินผ่านพนักงานที่ยกมือไหว้แต่เธอไม่รับไหว้ใครสักคนแล้วขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นผู้บริหารกอดอกหายใจแรงแววตาแข็งกร้าว ก่อนจะออกจากเดินดุ่มไปยังห้องทำงานของชาวีแต่ผ่านห้องของทิวากรก่อนจึงเปิดประตูเข้าไปหาทั้งที่เขากำลังติดคุยงานกับผู้จัดการฝ่าย“ไปที่ห้องคุณวี พี่มีเรื่องด่วน” ปรียาพูดแค่นั้นแล้วปิดประตูห้อง ทิวากรแปลกใจรีบยกเลิกการคุยงานแล้วลุกขึ้นเดินตามหลังพี่สะใภ้ไปทันทีเมื่อมาถึงห้องทำงานของชาวี เขาเห็นปรียายืนกอดอกหน้าเครียดหันหน้าออกกระจกมองอาคารสูงใจกลางเมืองเลยมองพี่ชายที่ยักไหล่ขึ้นไม่รู้สาเหตุที่ทำให้ปรียาเครียดขนาดนี้ ปรียาถอนหายใจหันมามองตาขวางใส่น้องสามี“กรกับอันนามีอะไรเกินเลยกว่าอาหลานจริงหรือเปล่า”“......มีเรื่องอะไรครับ?” ทิวากรกระตุกเลี่ยงไม่ตอบแปลกใจที่อยู่ ๆ ปรียาถามจี้จุดโดยไม่ต้องเกริ่นอะไรก่อน“จริงอย่างที่คุณยาถามมั้ยกร” ชาวีขมวดคิ้วหน้าเครียดจ้องหน้าน้องชายไม
สองเดือนผ่านไป เบลกับอันนาแยกย้ายกันหลังจากฝึกงานเสร็จเมื่อเดือนก่อนและไม่ได้เจอกันอีก อันนาไม่ยอมไปเรียนต่อประเทศเพราะติดทิวากรไม่อยากอยู่ห่างกัน เธอเริ่มสมัครงานที่บริษัทอื่นเพื่อเรียนรู้งานในแผนกระหว่างประเทศเพราะหากไปฝึกที่บริษัทครอบครัวมีคนรู้ว่าเธอเป็นลูกเจ้าของบริษัทอาจไม่กล้าสอนงาน วันเงินเดือนออกอันนาไปเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าใกล้ ๆ ที่ทำงานกับกลุ่มเพื่อนที่ทำงานใหม่สาว ๆ ช็อปปิ้งหอบถุงกันพะรุงพะรังแต่ยังคงเข้าร้านนู้นออกร้านนี่ทั้งที่แทบไม่มีมือว่างถือ ผู้จัดการวัยกลางคนกับหนุ่มพนักงานสุดหล่อคอยดูแลเทคแคร์สาว ๆ เป้าหมายของพวกเขาคือจีบอันนา สองหนุ่มเสนอตัวช่วยถือถุงช็อปปิ้งหลายครั้งแต่อันนาจะถือเองเลยทำได้แค่เดินตามเธอกับช่วยเพื่อนพนักงานคนอื่นถือถุงช็อปปิ้ง ระหว่างที่กลุ่มสาว ๆ กำลังตรงไปยังร้านอาหารเพื่อนั่งพักขาและเติมพลังก็เดินสวนกับชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ผิวขาวใบหน้าหล่อเหลาสวมเสื้อเชิ้ตกางเกงสแลคสีดำเดินผ่านมา สาว ๆ ถึงกับมองอมยิ้มกรุ้มกริ่มตั้งแต่เห็นไกล ๆ แล้วยกแขนขึ้นสะกิดกันเป็นทอด ๆ มองคว
“วันนี้ไม่มีความสุขเลย กว่าจะสลัดความทุกข์ลุกอาบน้ำได้ก็หลายชั่วโมง” อันนาออดอ้อนสีหน้าหมองเศร้า คนตัวโตใจเต้นรัวเหงื่อผุดไรผมสติกระเจิดกระเจิงเพราะความนุ่มนิ่มที่สัมผัสกับแผ่นหลัง“ได้....อานอนบนโซฟานะ” เขารีบแกะมือเธอออกจากเอวหนาแล้วเดินตรงไปยังโซฟาตัวเล็กตรงข้ามเตียงนอนรีบนอนตะแคงหันหน้าเข้าพนัก
“กร!” ปรียาหน้าตาขึงขังไม่พอใจน้องสามีพูดถึงอดีต ทิวากรยกยิ้มสะใจได้กระตุ้นต่อมโมโหพี่สะใภ้เหยียดแต่คนอื่นไม่ดูการกระทำของตัวเอง“ผมไม่น่าพาหลานมาให้พวกพี่ทับถม ผมกับหลานคงต้องขอตัวกลับ” เขาคว้ามืออันนาดึงให้ลุกขึ้น อันนาลุกยืนรวดเร็วกำลังจะเดินตามทิวากรออกไปจากโต๊ะอาหาร“อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื
“อื้อ.......” เสียงหวานครางในลำคอ เขาชะงักค่อย ๆ ดึงมือออกจากกางเกงขายาวอันนาพลิกตัวออกจากอ้อมกอดมานอนหงายหายใจสม่ำเสมอ ทิวากรทำตัวนิ่งจ้องมองใบหน้าสวยไล่ลงเรือนร่างเพรียวระหงในชุดนอนเชิ้ตแขนยาว บรรยากาศพาไปทำให้ตัณหาเข้าครอบงำความคิดและจิตสำนึก เขาไม่พะวงถึงความเหมาะสมแต่กลับมองหลานสาวที่เลี้ยงมาด
โดมเชียร์กีฬา มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง รถคอมมูเตอร์สีดำคันหรูแล่นมาจอดบริเวณโดมกีฬาที่มีเหล่านักศึกษาชายหญิงนั่งรวมกลุ่มพูดคุยกันมีกระเป๋าใบใหญ่วางกองรวมกันข้างสนาม อันนาลงจากรถเอื้อมไปหยิบกระเป๋าลากใบใหญ่ที่วางอยู่ตรงที่วางเท้าด้านหลัง ทิวากรเอื้อมมือไปช่วยจับหูกระเป๋าแต่ดันจับไปที่มือนุ่มของห







