Masuk“กร!” ปรียาหน้าตาขึงขังไม่พอใจน้องสามีพูดถึงอดีต ทิวากรยกยิ้มสะใจได้กระตุ้นต่อมโมโหพี่สะใภ้เหยียดแต่คนอื่นไม่ดูการกระทำของตัวเอง
“ผมไม่น่าพาหลานมาให้พวกพี่ทับถม ผมกับหลานคงต้องขอตัวกลับ” เขาคว้ามืออันนาดึงให้ลุกขึ้น อันนาลุกยืนรวดเร็วกำลังจะเดินตามทิวากรออกไปจากโต๊ะอาหาร
“อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่” ชาวีน้ำเสียงเรียบเฉยเงยมองน้องชายที่ดูเหมือนว่าตอนนี้ใครก็คงรั้งไว้ไม่อยู่
“เล่นกับความรู้สึกของคนอื่น คนพูดสนุกปากแต่คนถูกกระทำเขาไม่สนุกด้วยนะครับ” ทิวากรบอกกับพี่ชายก่อนจะพาอันนาออกจากสถานที่โอ่โถงแห่งนี้
ภายในห้องอาหารเงียบกริบปรียาขบกรามแน่น ชาวีนั่งเงียบไม่พูดไม่จา ส่วนลูก ๆ ก็นั่งหน้าเจื่อนวันพบญาติที่ควรจะมีความสุขดูกร่อยเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา..........
หลังจากมื้อเย็นแสนอึดอัด
ชาวีกลับเข้าไปในห้องทำงาน ปรียายังเคืองน้องสามีเหน็บเธอเลยเดินตามเข้าไปบ่นกับสามี
“น้องคุณปกป้องอันนาเกินหน้าเกินไป ไม่ใช่แอบกินกันแล้วนะ!”
“พูดบ้าอะไรคุณยา!” ชาวีหันขวับตะคอกกลับทันควัน
“ก็มันน่าคิด กรเป็นลูกติดท้องเมียน้อยของคุณพ่อ ส่วนอันนาก็แค่เด็กกำพร้าที่เราเอามาเลี้ยง สองคนนั้นไม่ใช่อาหลานกันจริง ๆ คนหนึ่งโสดมาหลายปีกับอีกคนกำลังสวยสะพรั่งมันต้องมีสปาร์คกันบ้างแหละ” ปรียาไม่สะทกสะท้านลอยหน้าลอยตาพ่นคำเหยียบทั้งทิวากรและอันนา
“หยุด! คิดชั่ว ๆ จิตใจคุณมันหยาบกระด้าง!” ชาวีทุบโต๊ะชี้หน้าต่อว่าภรรยา
“ใช่สิ ใครจะไปดีเหมือนน้องสาวเพื่อนสนิทคุณท้องแล้วเอาลูกไปทิ้งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าคุณเลยต้องไปรับมาเลี้ยงเองล่ะ”
“อย่าพาดพิงถึงเนย อย่าให้ผมต้องหมดความอดทน” ชาวีขบกรามแน่นจ้องตาเขม็ง ปรียาโมโหหน้าแดงก่ำกำมือข่มอารมณ์จนตัวเกร็งเจ็บปวด เมื่อนึกถึงตอนที่รู้ว่าอันนาเป็นลูกของชาวีกับเนยน้องสาวของเพื่อนสนิท ในวันที่นัดดื่มเหล้ากันชาวีขับรถกลับไม่ไหวไปนอนค้างบ้านเพื่อนแล้วพลาดมีอะไรกับน้องสาวเพื่อนเพราะความเมาจนท้องเมื่อคลอดลูกเนยก็เอาเด็กไปทิ้งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าส่วนตัวเองหนีชุดตัวไปอยู่ต่างประเทศ ชาวีพยายามตามหาลูกและตื๊อขอให้เนยบอกมาหลายปีจนเนยใจอ่อนยอมบอกว่าลูกอยู่ที่ไหน ชาวีจึงไปรับอันนาลูกของเขามาเลี้ยงและอ้างกับปรียาว่าแต่งงานกันมาหกปียังไม่มีลูกเลยแก้เคล็ดอยากให้มีลูกอิจฉาตอนนั้นเธอโง่เชื่อเขาจึงรับอันนามาเลี้ยงจนเมื่อเด็กโตขึ้นหน้าตาคล้ายกับชาวีมาก ปรียาเลยแอบเก็บเส้นผมของชาวีกับอันนาไปตรวจและพบว่าทั้งสองดีเอ็นเอตรงกันในวันนั้นหัวใจเธอแหลกสลายเสียใจที่ถูกสามีหลอกให้เลี้ยงลูกของเมียน้อย
เมื่อรู้ความจริงเธอกลับมาต่อว่าสามีซึ่งเขาก็ยอมรับและเล่าเรื่องราวความผิดพลาดให้ฟัง ปรียาร้องไห้ฟูมฟายความรู้สึกถาโถมโกรธแค้นเกลียดชังถูกทรยศไม่พอยังถูกหลอกให้เลี้ยงอันนามาด้วยความรักและเอ็นดูเหมือนลูกสาวแท้ ๆ แต่เมื่อรู้ความจริงเธอก็รับการกระทำของสามีและแม่เด็กไม่ได้ทำให้ตั้งแง่รังเกียจเดียดฉันท์ลูกเลี้ยงที่เคยรักปานแก้วตาดวงใจยิ่งเห็นหน้าอันนาเธอก็ยิ่งเจ็บปวดไม่สามารถทำใจรักได้ดั่งเดิม.........
บ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์น
รถหรูแล่นจอดหน้าประตูบ้าน อันนานิ่งเงียบมาตลอดทางค่อย ๆ เปิดประตูรถเดินเข้าไปในบ้านไปอย่างเงียบ ๆ ทิวากรยืนมองห่วงใย เขารู้เรื่องความผิดพลาดของพี่ชายและรู้ว่าปรียาเกลียดอันนาเพราะอะไร นั่นเป็นเหตุผลที่เขารับอันนาผู้น่าสงสารมาอยู่ด้วยเพราะไม่อยากปล่อยให้อันนาเศร้าคนเดียวจนเคยคิดฆ่าตัวตายตั้งแต่อายุสิบสาม
ในเวลาค่ำคืน
ทิวากรนอนกระสับกระส่ายเป็นห่วงที่อันนาเงียบไปด้วยความกังวลว่าหลานจะคิดสั้นเหมือนที่ผ่านมา กายกำยำเดินมายังหน้าห้องนอนของอันนามีแสงไฟอ่อน ๆ ลอดผ่านช่องประตูจึงเปิดประตูเข้าไปข้างในมองไปบนที่นอนว่างเปล่าแต่ในความสลัวเขาเห็นหัวคนอยู่ข้างเตียงฝั่งหน้าต่างซึ่งพอเอาได้ว่าคืออันนา เขาพ่นลมหายใจตั้งสติก่อนจะเดินเข้าไปใกล้เห็นอันนานั่งชันเข่าฟุบหน้าลงคุดคู้ตัวสั่นเทา
“อันนา......ทำอะไรอยู่”
“อากร........” หน้าสวยเงยมองน้ำตานองหน้าค่อย ๆ ยกแขนขึ้นยื่นให้เขาดูข้อมือที่ถูกกรีดเลือดไหลนองพื้น สายตาคมเบิกโพลงใจตื่นตระหนก
“อันนา!” กายหนาสะดุ้งเฮือกตื่นจากความฝันบนที่นอนนุ่ม หน้าหล่อเลิ่กลั่กหายใจหอบเหนื่อยก่อนจะรีบลุกวิ่งไปห้องของอันนาเปิดประตูพรวดพราดเข้าไปทันทีโดยไม่เคาะประตูห้อง
“อากร!” อันนาผงะหน้าตาเหลอหลาพึ่งอาบน้ำเสร็จพันผ้าขนหนูรอบกายเธอรีบงอตัวยกมือขึ้นปิดหน้าอกอัตโนมัติ ทิวากรไม่สนใจพุ่งเข้าหาตัวเธอแล้วกระชากข้อมือเรียวออกมาพลิกดูบาดแผล
“ไม่เป็นอะไรใช่ไหม” สีหน้าเขาเต็มไปด้วยความกังวล มองสำรวจร่างกายหลานสาว อันนาเขินก้มหลบสายตาหน้าแดงก่ำ เขาเงยมองหน้าสวยเห็นเธอทำเหนียมอายจึงได้สติตาโตอ้าปากค้างรีบหันหลังหนีหัวใจเต้นโครมครามเป็นห่วงจนลืมดูว่าเธอมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวปิดบังร่างกาย
“อากรเข้ามาทำไมคะ?” ปลายเท้าเขย่งรีบไปหยิบชุดนอนกระโปรงตัวขาวมาสวมใส่อย่างรวดเร็ว
“อาฝันร้ายเลยเป็นห่วง แต่ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” หน้าคมเคร่งเครียดกลืนน้ำอึกใหญ่กำลังจะก้าวเท้าเดินออกจากห้อง
“นอนเป็นเพื่อนได้ไหมคะ อันนาไม่อยากอยู่คนเดียว”
“............” เขาชะงักเหล่มองหางตาไม่กล้าหันไปมองไม่รู้ว่าเธอแต่งตัวเสร็จหรือยัง รู้สึกตัวอีกทีก็ถูกสวมกอดทางด้านหลังแขนเรียวโอบล้อมเอวหนาซบหน้าแนบหลังแกร่ง
“ตอนคุณพ่อพลาด แต่งงานกับคุณแม่แล้วใช่ไหมคะ”“แต่งหลายปีแล้วแต่ไม่มีลูก ตอนเลี้ยงอันนาแรก ๆ พี่ยารักอันนามากแต่พอรู้เรื่องก็รับไม่ได้”“ไม่น่าคุณแม่ถึงเกลียดอันนา ไม่มีใครรับได้ที่สามีนอกกาย อันนาเข้าใจคุณแม่แล้ว” เสียงหวานสั่นเครือสงสารแม่บุญธรรมจับใจความจริงคือเธอเป็นลูกเมียน้อยที่คุณแม่ต้องมาอุปการะเลี้ยงดูเพราะถูกสามีหลอกถ้าเป็นเธอก็รับไม่ได้เหมือนกัน“พี่วีก็รักอันนานะ ถึงจะไม่ค่อยใกล้ชิดแต่เขาก็ห่วงทุกอย่างที่เกี่ยวกับอันนา วางแผนการศึกษาเรียนเสริมต่าง ๆ ที่อันนาคิดว่าถูกบังคับแต่ที่จริงคือหวังดี” ทิวากรพูดต่อเพื่อให้เธอเข้าใจพ่อว่าไม่ได้ใจร้ายอย่างที่คิด“ที่อันนาเคยคิดว่าตัวเองถูกกระทำฝ่ายเดียวมันไม่ใช่อย่างนั้นเลยใช่ไหมคะ” หน้าสวยแดงก่ำแววตาเศร้าเธอเคยคิดว่าทุกเกลียดไม่เป็นที่ต้องการถูกทำร้ายจิตใจซ้ำ ๆ ที่จริงคุณแม่ต้องเจ็บช้ำยิ่งกว่าที่ต้องทนมองลูกเมียน้อยอย่างเธอ“ใช่ พี่ยายังเอ็นดูอันนาอยู่บ้างถ้าเขาเอาจริงอันนาไม่ได้โตมาถึงตอนนี้หรอก”“ขอบคุณที่เล่าให้ฟังนะคะ พอได้รู้ความจริงอันนาถึงได้เข้าใจคุณแม่มากขึ้น” ร่างบางโผกอดกายหนาน้ำตาร่วงสะเทือนใจที่ได้รับรู้ความจริงและเข้าใจค
สองอาทิตย์ผ่านไป อันนาอยู่อพาร์ทเม้นท์หรูเริ่มมีเพื่อนมากขึ้นได้พูดคุยกับเพื่อนต่างชาติทั้งเอเชียอังกฤษและยุโรปเธอหัดขึ้นรถโดยสารสาธารณะกินฟาสต์ฟู้ดและทำอาหารกินเองในบางวันชีวิตเรียบง่ายตัวคนเดียวก็ทำให้เธอสุขแบบเหงา ๆ แต่อีกไม่นานก็คงก็ชินเพราะนี่คือสิ่งที่เธอเลือกเองหลังเลิกเรียนอันนาพยายามติดต่อหาทิวากรหลังจากที่ติดต่อไม่ได้เลยตั้งแต่เช้าปกติเขาจะติดต่อมาเช้ากลางวันเย็นและก่อนนอนแต่วันนี้โทรศัพท์เงียบผิดปกติทำให้กังวลว่าเขาจะเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยเลยติดต่อไปหาพ่อก็บอกว่าเขาปกติดีไม่ได้เป็นอะไรอีกเดี๋ยวคงติดต่อกลับ อันนาเลยได้แต่กระวนกระวายใจอยู่ไกลกันความเป็นห่วงมันมากแบบนี้นี่เองอพาร์ทเม้นท์หรู อันนาเดินห่อเหี่ยวใจลอยขึ้นบันไดไปห้องพักชั้นสามระหว่างที่เดินอยู่บริเวณชั้นสองเพื่อนชาวอังกฤษเปิดประตูออกมาแล้วกระซิบบอกอันนาว่ามีชายเอเชียตัวสูงผิวขาวผมดำอยู่ที่ห้องของอันนา ๆ รู้สึกกลัวถามอีกครั้งให้แน่ใจว่าเป็นห้องเธอแน่ใช่ไหมเพื่อนบอกว่าใช่เลยชวนกันข
หลังจากหายเข้าไปตั้งสติในห้องน้ำ ทิวากรก้าวเดินออกเชื่องช้ารู้ตัวว่าอาละวาดเกินเหตุ อันนากอดอกจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง เขาเดินตัวลีบยิ้มแห้งค่อย ๆ นั่งลงข้างอันนา“ทีหลังไม่ทำแบบนี้แล้วนะคะ” เสียงหวานกระเง้ากระงอดรู้ว่าเขาโมโหร้ายแต่ไม่ควรทำกับเธอเพราะเธอกลัว เขาพยักหน้าเบา ๆ รู้สึกผิด อันนาเขยิบตัวเข้าใกล้แล้วนั่งลงบนตักแกร่งโอบกอดลำคอหนาเอนซบหน้าลงไหล่กว้างออดอ้อน วงแขนแกร่งโอบล้อมกายบาง“อันนารักอากรมากนะคะ”“อารู้ พูดประชดเพราะโมโห ขอโทษที่ทำให้เสียใจ” เขาก้มมองหน้าสวยที่เอนซบแล้วเกลี่ยแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม“รับคำขอโทษค่ะ” อันนาเงยมองสบตาคนรัก“แล้วเรื่องที่อยากเล่าให้ฟังล่ะ”“อ๋อ..........คือพี่หมอกเสนอตัวช่วยพวกเราเพราะไม่อยากถูกทางบ้านพาไปจับคู่กับผู้หญิงคนอื่นเลยร่วมมือกับอันนาบอกที่บ้านว่าจะหมั้นกันและไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ แต่ไม่ได้จะหมั้นจริงแค่พูดเอาตัวรอดพวกเราจะออกเดินทางอีกสองอาทิตย์ข้างหน้ายังไงฤกษ์หมั้นก็ไม่ทันอยู่ดี พี่ห
วันแถลงข่าว นักข่าวจากหลายสำนักรุมล้อมอยู่บริเวณหน้าโต๊ะยาวมีผ้าคลุมสีขาวและไมโครโฟนจัดเตรียมไว้สำหรับการแถลงข่าวของบริษัทยักษ์ใหญ่เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวที่กำลังเป็นข่าวเด่นในโลกโซเชียลชาวี กับทิวากรสวมสูทผูกเนกไทเรียบหรูกำลังเดินมาที่โต๊ะแล้วนั่งลงเพื่อทำการแถลงข่าว ทิวากรสีหน้าเรียบเฉยใบหน้าหล่อแต่งเติมรองพื้นปกปิดรอยช้ำแววตาของเขาหมองเศร้าอยากเปิดเผยเรื่องของเขาและอันนาให้ทุกคนรับรู้แต่ทำไม่ได้เพราะเรื่องราวจะบานปลายระหว่างที่นั่งจัดการแถลงข่าวทิวากรได้ประกาศชัดว่าอันนากับเขาเป็นเพียงอาหลานที่เลี้ยงดูกันมาตั้งแต่เธอมาตั้งแต่อายุสิบสามปีไม่ได้มีความสัมพันธ์กันฉันชู้สาวอย่างที่เป็นข่าว ทั้งคู่สนิทสนมกันมากอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดด้านนักข่าวถามข้อมูลที่ได้ทราบมากันเป็นระยะทิวากรก็ตอบกลับไปได้หมดอย่างฉะฉาน ก่อนที่จะมีนักข่าวคนหนึ่งที่ได้รับกระดาษใบเล็ก ๆ เขียนข้อความบางอย่างไว้ นักข่าวคนนั้นนั่งอ่านแล้วรีบยกมือขึ้นสูงเพื่อแทรกคำถาม“คนที่ให้ข้อมูลระบุว่าความสัมพันธ์
หนึ่งเดือนผ่านไปบริษัทของครอบครัว ปรียาหน้าตาขึงขังสวมชุดสวยหรูเดินผ่านพนักงานที่ยกมือไหว้แต่เธอไม่รับไหว้ใครสักคนแล้วขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นผู้บริหารกอดอกหายใจแรงแววตาแข็งกร้าว ก่อนจะออกจากเดินดุ่มไปยังห้องทำงานของชาวีแต่ผ่านห้องของทิวากรก่อนจึงเปิดประตูเข้าไปหาทั้งที่เขากำลังติดคุยงานกับผู้จัดการฝ่าย“ไปที่ห้องคุณวี พี่มีเรื่องด่วน” ปรียาพูดแค่นั้นแล้วปิดประตูห้อง ทิวากรแปลกใจรีบยกเลิกการคุยงานแล้วลุกขึ้นเดินตามหลังพี่สะใภ้ไปทันทีเมื่อมาถึงห้องทำงานของชาวี เขาเห็นปรียายืนกอดอกหน้าเครียดหันหน้าออกกระจกมองอาคารสูงใจกลางเมืองเลยมองพี่ชายที่ยักไหล่ขึ้นไม่รู้สาเหตุที่ทำให้ปรียาเครียดขนาดนี้ ปรียาถอนหายใจหันมามองตาขวางใส่น้องสามี“กรกับอันนามีอะไรเกินเลยกว่าอาหลานจริงหรือเปล่า”“......มีเรื่องอะไรครับ?” ทิวากรกระตุกเลี่ยงไม่ตอบแปลกใจที่อยู่ ๆ ปรียาถามจี้จุดโดยไม่ต้องเกริ่นอะไรก่อน“จริงอย่างที่คุณยาถามมั้ยกร” ชาวีขมวดคิ้วหน้าเครียดจ้องหน้าน้องชายไม
สองเดือนผ่านไป เบลกับอันนาแยกย้ายกันหลังจากฝึกงานเสร็จเมื่อเดือนก่อนและไม่ได้เจอกันอีก อันนาไม่ยอมไปเรียนต่อประเทศเพราะติดทิวากรไม่อยากอยู่ห่างกัน เธอเริ่มสมัครงานที่บริษัทอื่นเพื่อเรียนรู้งานในแผนกระหว่างประเทศเพราะหากไปฝึกที่บริษัทครอบครัวมีคนรู้ว่าเธอเป็นลูกเจ้าของบริษัทอาจไม่กล้าสอนงาน วันเงินเดือนออกอันนาไปเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าใกล้ ๆ ที่ทำงานกับกลุ่มเพื่อนที่ทำงานใหม่สาว ๆ ช็อปปิ้งหอบถุงกันพะรุงพะรังแต่ยังคงเข้าร้านนู้นออกร้านนี่ทั้งที่แทบไม่มีมือว่างถือ ผู้จัดการวัยกลางคนกับหนุ่มพนักงานสุดหล่อคอยดูแลเทคแคร์สาว ๆ เป้าหมายของพวกเขาคือจีบอันนา สองหนุ่มเสนอตัวช่วยถือถุงช็อปปิ้งหลายครั้งแต่อันนาจะถือเองเลยทำได้แค่เดินตามเธอกับช่วยเพื่อนพนักงานคนอื่นถือถุงช็อปปิ้ง ระหว่างที่กลุ่มสาว ๆ กำลังตรงไปยังร้านอาหารเพื่อนั่งพักขาและเติมพลังก็เดินสวนกับชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ผิวขาวใบหน้าหล่อเหลาสวมเสื้อเชิ้ตกางเกงสแลคสีดำเดินผ่านมา สาว ๆ ถึงกับมองอมยิ้มกรุ้มกริ่มตั้งแต่เห็นไกล ๆ แล้วยกแขนขึ้นสะกิดกันเป็นทอด ๆ มองคว
“วันนี้ไม่มีความสุขเลย กว่าจะสลัดความทุกข์ลุกอาบน้ำได้ก็หลายชั่วโมง” อันนาออดอ้อนสีหน้าหมองเศร้า คนตัวโตใจเต้นรัวเหงื่อผุดไรผมสติกระเจิดกระเจิงเพราะความนุ่มนิ่มที่สัมผัสกับแผ่นหลัง“ได้....อานอนบนโซฟานะ” เขารีบแกะมือเธอออกจากเอวหนาแล้วเดินตรงไปยังโซฟาตัวเล็กตรงข้ามเตียงนอนรีบนอนตะแคงหันหน้าเข้าพนัก
“อื้อ.......” เสียงหวานครางในลำคอ เขาชะงักค่อย ๆ ดึงมือออกจากกางเกงขายาวอันนาพลิกตัวออกจากอ้อมกอดมานอนหงายหายใจสม่ำเสมอ ทิวากรทำตัวนิ่งจ้องมองใบหน้าสวยไล่ลงเรือนร่างเพรียวระหงในชุดนอนเชิ้ตแขนยาว บรรยากาศพาไปทำให้ตัณหาเข้าครอบงำความคิดและจิตสำนึก เขาไม่พะวงถึงความเหมาะสมแต่กลับมองหลานสาวที่เลี้ยงมาด
บ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์น ทิวากรอุ้มหลานสาวไว้ในอ้อมกอดแล้วพาไปส่งในห้องนอนสีขาวเฟอร์นิเจอร์สีขาวสลับสีชมพูราวกับห้องเจ้าหญิง“อากรพาไปห้องน้ำได้ไหมคะ อันนาเหนียวตัวอยากอาบน้ำ” เสียงหวานอ่อนแรงใบหน้าหม่นเศร้า“ได้สิ”เขาอุ้มร่างบางไปเข้าห้องน้ำก่อนจะออกมาหยิบชุดนอนเสื้อเชิ้ตแขนยาวขายาวลายการ์ตูนเ
โดมเชียร์กีฬา มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง รถคอมมูเตอร์สีดำคันหรูแล่นมาจอดบริเวณโดมกีฬาที่มีเหล่านักศึกษาชายหญิงนั่งรวมกลุ่มพูดคุยกันมีกระเป๋าใบใหญ่วางกองรวมกันข้างสนาม อันนาลงจากรถเอื้อมไปหยิบกระเป๋าลากใบใหญ่ที่วางอยู่ตรงที่วางเท้าด้านหลัง ทิวากรเอื้อมมือไปช่วยจับหูกระเป๋าแต่ดันจับไปที่มือนุ่มของห







