INICIAR SESIÓN“วันนี้ไม่มีความสุขเลย กว่าจะสลัดความทุกข์ลุกอาบน้ำได้ก็หลายชั่วโมง” อันนาออดอ้อนสีหน้าหมองเศร้า คนตัวโตใจเต้นรัวเหงื่อผุดไรผมสติกระเจิดกระเจิงเพราะความนุ่มนิ่มที่สัมผัสกับแผ่นหลัง
“ได้....อานอนบนโซฟานะ” เขารีบแกะมือเธอออกจากเอวหนาแล้วเดินตรงไปยังโซฟาตัวเล็กตรงข้ามเตียงนอนรีบนอนตะแคงหันหน้าเข้าพนักพิง อันนามองงงไม่เข้าใจว่าทำไมเขาทำท่าทางลุกลี้ลุกลนแปลก ๆ
“อากรไม่สบายหรือเปล่าคะ” กายบางนั่งลงข้าง ๆ เอื้อมมือแตะหน้าผากเปียกชื้น ทิวากรคว้าข้อมือเธอแล้วเหวี่ยงออกห่าง
“อาง่วง ไปนอนเถอะ”
“ค่ะ” อันนานิ่วหน้าสงสัยลุกเดินไปยังเตียงนอนนั่งมองทิวากรนอนหันหลังให้อยู่สักพักก็เอนกายนอนบนที่นอนข่มตาหลับพยายามลืมความทุกข์ทีรบกวนภายในใจ…
เกือบรุ่งสาง
อันนาตื่นขึ้นมารู้สึกว่าอากาศเย็นเฉียบ เธอหันมองทิวากรนอนขดตัวหันหลังท่าเดิมจึงหยิบผ้านวมอีกผืนในตู้เก็บของใช้เอามาห่มให้เบา ๆ ไม่ให้เขาตื่น
กายบางคุกเข่าชะเง้อมองใบหน้าหล่อหลับใหลเขาผู้เป็นทุกอย่างเสมือนแสงสว่างในชีวิตหากไม่มีเขาเธอคงจบชีวิตตัวเองไปตั้งแต่อายุสิบสามไม่ได้มีโอกาสรอดมาถึงตอนนี้ ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันความผูกพันสนิทสนมก่อตัวขึ้นในใจกลายเป็นความรักเธอไม่เคยเปิดใจให้ผู้ชายคนไหนที่มาจีบเพราะลึก ๆ แล้วรู้ว่าตัวเองรักใครและรู้ดีว่าทำได้แค่แอบรัก เขามีศักดิ์เป็นอาที่รักและเอ็นดูเธออย่างหลานคนหนึ่งหากเมื่อไหร่ที่เขาล่วงรู้ความลับในใจ เธอกลัวว่าจะเสียเขาไปตลอดกาล ระหว่างอันนานั่งมองเคลิ้มอยู่ใกล้ ๆ ทิวากรกระดุกกระดิกตัวทำให้เธอตกใจรีบลุกยืนรวดเร็วลืมตัวทิ้งน้ำหนักลงเท้าเต็มที่จึงเจ็บแปลบข้อเท้าทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น
“โอ๊ย!” เสียงร้องของเธอทำให้ทิวากรสะดุ้งตื่นผงกหัวหันมองข้างหลังเห็นอันนานั่งจับข้อเท้าหน้าตาบูดเบี้ยว
“เป็นอะไร?”
“ทิ้งน้ำหนักเยอะไปหน่อย มันเจ็บแปลบ ๆ”
“อาบอกแล้วให้ระวัง” เขาส่ายหน้าถอนหายใจเบา ๆ ช้อนแขนแกร่งเข้าใต้เรียวขาและช่วงตัวอุ้มสาวน้อยจอมวุ่นของเขาให้นั่งบนโซฟาแล้วเดินไปหยิบยาทาแก้ปวดบวมกลับมาคุกเข่าค่อย ๆ ประคองข้อเท้าเรียวขึ้นมาวางบนหน้าขาบีบยาทาข้อเท้าให้อย่างเบามือ อันนาขมวดคิ้วก้มมองข้อเท้าที่ยังเสียวแปลบ ๆ
“อ่ะห์....” ขาเรียวกระตุกขึ้นเสียงร้องเบา ๆ นั้นทำคนตัวโตชะงักเสียงนั้นกระตุ้นอารมณ์ชายโสดให้พุ่งพล่าน เขาก้มหน้ามองข้อเท้าเล็กไล่ขึ้นไปยังเรียวขาขาว อันนามองสายคมเคลื่อนขึ้นมาเรื่อย ๆ ทำเอาเธอหายใจไม่ทั่วท้องกำผ้านวมเกร็ง ๆ เขายังคงมองไต่ขึ้นมาถึงเขาอ่อนเลือดลมสูบฉีดแรงขึ้นหัวใจเต้นแรงตุบ ตุบแล้วเผลอกดน้ำหนักมือบนข้อเท้าเล็ก
“โอ๊ย อากร!” หน้าสวยบิดเบี้ยวดึงข้อเท้าออกห่าง ทิวากรสะดุ้งรีบหลบลงตามองพื้นเม้มริมฝีปากแน่น
“น่าจะดีขึ้นแล้ว.......อากลับห้องก่อนนะ” กายหนารีบดีดตัวเหยียดยืนไม่มองหน้าเธอ
“ค่ะ........” อันนาก้มหน้างุดตอบรับเสียงแผ่วเบาเขินอายแก้มแดงไม่กล้าเงยมองชายในดวงใจ เมื่อทิวากรเดินออกไปจากห้องไปแล้วอันนาถึงกับถอนหายใจโล่งอกยกมือแตะหน้าอกข้างซ้ายหัวใจเต้นรัวราวกับกลองศึกพร้อมกับรอยยิ้มที่ฉายชัดบนหน้าสวย........
หลายวันต่อมา
บนรถคอมมูเตอร์สีดำ
สองอาหลานดำเนินชีวิตตามปกติแม้จะมีเก้อเขินกันบ้างบางเวลา วันนี้อันนาสวมชุดนักศึกษารองหุ้มส้นสีดำรวบผมมัดไว้ข้างหลังเรียบร้อยเพื่อไปรายงานตัวฝึกงานกับเพื่อน ๆ ที่บริษัทย่อยของทิวากร ซึ่งไม่มีใครในบริษัทรู้ว่าอันนาเป็นหลานสาวของเขาเพราะใช้คนละนามสกุลแบะทิวากรให้ปิดเป็นความลับไม่อยากให้มีความเหลื่อมล้ำและไม่อยากให้พนักงานรู้สึกเกรงหลานเจ้าของบริษัทจนไม่กล้าใช้งานเธอ
“ช่วงนี้อาต้องเข้าบริษัทใหญ่จะเข้าบริษัทลูกประมาณอาทิตย์หน้า อันนาต้องดูแลตัวเองนะ” ทิวากรนั่งไขว่ห้างก้มหน้าเลื่อนดูหน้าจอแท็บเล็ตตรวจดูตารางงาน
“ค่ะ อากรส่งอันนาลงตรงนี้ก็ได้นะคะอีกแค่หนึ่งป้ายรถเมล์จะถึงบริษัทแล้ว จะได้ไม่มีคนสงสัย”
“อาลืมนึกไป วันหลังอาจะขับรถอีกคันมาส่งแล้วกัน” เขาหันมองเพิ่งนึกได้ว่าถ้าจอดรถหน้าบริษัทหากมีใครเห็นรถและทะเบียนต้องจำได้ว่าเป็นรถของผู้บริหาร
“ลุงหมึกจอดข้างหน้าด้วยครับ” เสียงทุ้มเอ่ยบอกกับคนขับรถ อันนาหยิบกระเป๋าหนังใบใหญ่ขึ้นมาสะพายเขยิบตัวกดเปิดประตูอัตโนมัติแล้วลงไปยืนบนฟุตบาท
“บ๊าย บาย......” หน้าสวยสดใสโบกมือลาอาสุดที่รักก่อนจะกดปิดประตู
“คุณอันนาโตขึ้นเยอะเลยนะครับ” ลุงหมึกพูดขึ้นเอ็นดูคุณหนูน่ารักแสนอาภัพ ทว่ายังโชคดีที่ทิวากรพามาเลี้ยงดูจนเติบใหญ่
“ใช่ครับ พวกเราจะไม่แก่ได้ยังไง” ทิวากรอมยิ้มมองอันนาเดินไปเมื่อรถเคลื่อนผ่านเขาก็หันมองเธอสุดสายตา อันนาโตเป็นสาวใกล้เรียนจบมีอนาคตหน้าที่การงานที่ดีอีกหน่อยก็มีคนรักและครอบครัวที่อบอุ่น นั่นเป็นสิ่งที่ทิวากรยังนึกภาพไม่ออกเลยว่าเขาจะทนเห็นเธอมีความสุขกับผู้ชายอื่นที่ไม่ใช่เขาได้ยังไง.......
“ตอนคุณพ่อพลาด แต่งงานกับคุณแม่แล้วใช่ไหมคะ”“แต่งหลายปีแล้วแต่ไม่มีลูก ตอนเลี้ยงอันนาแรก ๆ พี่ยารักอันนามากแต่พอรู้เรื่องก็รับไม่ได้”“ไม่น่าคุณแม่ถึงเกลียดอันนา ไม่มีใครรับได้ที่สามีนอกกาย อันนาเข้าใจคุณแม่แล้ว” เสียงหวานสั่นเครือสงสารแม่บุญธรรมจับใจความจริงคือเธอเป็นลูกเมียน้อยที่คุณแม่ต้องมาอุปการะเลี้ยงดูเพราะถูกสามีหลอกถ้าเป็นเธอก็รับไม่ได้เหมือนกัน“พี่วีก็รักอันนานะ ถึงจะไม่ค่อยใกล้ชิดแต่เขาก็ห่วงทุกอย่างที่เกี่ยวกับอันนา วางแผนการศึกษาเรียนเสริมต่าง ๆ ที่อันนาคิดว่าถูกบังคับแต่ที่จริงคือหวังดี” ทิวากรพูดต่อเพื่อให้เธอเข้าใจพ่อว่าไม่ได้ใจร้ายอย่างที่คิด“ที่อันนาเคยคิดว่าตัวเองถูกกระทำฝ่ายเดียวมันไม่ใช่อย่างนั้นเลยใช่ไหมคะ” หน้าสวยแดงก่ำแววตาเศร้าเธอเคยคิดว่าทุกเกลียดไม่เป็นที่ต้องการถูกทำร้ายจิตใจซ้ำ ๆ ที่จริงคุณแม่ต้องเจ็บช้ำยิ่งกว่าที่ต้องทนมองลูกเมียน้อยอย่างเธอ“ใช่ พี่ยายังเอ็นดูอันนาอยู่บ้างถ้าเขาเอาจริงอันนาไม่ได้โตมาถึงตอนนี้หรอก”“ขอบคุณที่เล่าให้ฟังนะคะ พอได้รู้ความจริงอันนาถึงได้เข้าใจคุณแม่มากขึ้น” ร่างบางโผกอดกายหนาน้ำตาร่วงสะเทือนใจที่ได้รับรู้ความจริงและเข้าใจค
สองอาทิตย์ผ่านไป อันนาอยู่อพาร์ทเม้นท์หรูเริ่มมีเพื่อนมากขึ้นได้พูดคุยกับเพื่อนต่างชาติทั้งเอเชียอังกฤษและยุโรปเธอหัดขึ้นรถโดยสารสาธารณะกินฟาสต์ฟู้ดและทำอาหารกินเองในบางวันชีวิตเรียบง่ายตัวคนเดียวก็ทำให้เธอสุขแบบเหงา ๆ แต่อีกไม่นานก็คงก็ชินเพราะนี่คือสิ่งที่เธอเลือกเองหลังเลิกเรียนอันนาพยายามติดต่อหาทิวากรหลังจากที่ติดต่อไม่ได้เลยตั้งแต่เช้าปกติเขาจะติดต่อมาเช้ากลางวันเย็นและก่อนนอนแต่วันนี้โทรศัพท์เงียบผิดปกติทำให้กังวลว่าเขาจะเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยเลยติดต่อไปหาพ่อก็บอกว่าเขาปกติดีไม่ได้เป็นอะไรอีกเดี๋ยวคงติดต่อกลับ อันนาเลยได้แต่กระวนกระวายใจอยู่ไกลกันความเป็นห่วงมันมากแบบนี้นี่เองอพาร์ทเม้นท์หรู อันนาเดินห่อเหี่ยวใจลอยขึ้นบันไดไปห้องพักชั้นสามระหว่างที่เดินอยู่บริเวณชั้นสองเพื่อนชาวอังกฤษเปิดประตูออกมาแล้วกระซิบบอกอันนาว่ามีชายเอเชียตัวสูงผิวขาวผมดำอยู่ที่ห้องของอันนา ๆ รู้สึกกลัวถามอีกครั้งให้แน่ใจว่าเป็นห้องเธอแน่ใช่ไหมเพื่อนบอกว่าใช่เลยชวนกันข
หลังจากหายเข้าไปตั้งสติในห้องน้ำ ทิวากรก้าวเดินออกเชื่องช้ารู้ตัวว่าอาละวาดเกินเหตุ อันนากอดอกจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง เขาเดินตัวลีบยิ้มแห้งค่อย ๆ นั่งลงข้างอันนา“ทีหลังไม่ทำแบบนี้แล้วนะคะ” เสียงหวานกระเง้ากระงอดรู้ว่าเขาโมโหร้ายแต่ไม่ควรทำกับเธอเพราะเธอกลัว เขาพยักหน้าเบา ๆ รู้สึกผิด อันนาเขยิบตัวเข้าใกล้แล้วนั่งลงบนตักแกร่งโอบกอดลำคอหนาเอนซบหน้าลงไหล่กว้างออดอ้อน วงแขนแกร่งโอบล้อมกายบาง“อันนารักอากรมากนะคะ”“อารู้ พูดประชดเพราะโมโห ขอโทษที่ทำให้เสียใจ” เขาก้มมองหน้าสวยที่เอนซบแล้วเกลี่ยแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม“รับคำขอโทษค่ะ” อันนาเงยมองสบตาคนรัก“แล้วเรื่องที่อยากเล่าให้ฟังล่ะ”“อ๋อ..........คือพี่หมอกเสนอตัวช่วยพวกเราเพราะไม่อยากถูกทางบ้านพาไปจับคู่กับผู้หญิงคนอื่นเลยร่วมมือกับอันนาบอกที่บ้านว่าจะหมั้นกันและไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ แต่ไม่ได้จะหมั้นจริงแค่พูดเอาตัวรอดพวกเราจะออกเดินทางอีกสองอาทิตย์ข้างหน้ายังไงฤกษ์หมั้นก็ไม่ทันอยู่ดี พี่ห
วันแถลงข่าว นักข่าวจากหลายสำนักรุมล้อมอยู่บริเวณหน้าโต๊ะยาวมีผ้าคลุมสีขาวและไมโครโฟนจัดเตรียมไว้สำหรับการแถลงข่าวของบริษัทยักษ์ใหญ่เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวที่กำลังเป็นข่าวเด่นในโลกโซเชียลชาวี กับทิวากรสวมสูทผูกเนกไทเรียบหรูกำลังเดินมาที่โต๊ะแล้วนั่งลงเพื่อทำการแถลงข่าว ทิวากรสีหน้าเรียบเฉยใบหน้าหล่อแต่งเติมรองพื้นปกปิดรอยช้ำแววตาของเขาหมองเศร้าอยากเปิดเผยเรื่องของเขาและอันนาให้ทุกคนรับรู้แต่ทำไม่ได้เพราะเรื่องราวจะบานปลายระหว่างที่นั่งจัดการแถลงข่าวทิวากรได้ประกาศชัดว่าอันนากับเขาเป็นเพียงอาหลานที่เลี้ยงดูกันมาตั้งแต่เธอมาตั้งแต่อายุสิบสามปีไม่ได้มีความสัมพันธ์กันฉันชู้สาวอย่างที่เป็นข่าว ทั้งคู่สนิทสนมกันมากอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดด้านนักข่าวถามข้อมูลที่ได้ทราบมากันเป็นระยะทิวากรก็ตอบกลับไปได้หมดอย่างฉะฉาน ก่อนที่จะมีนักข่าวคนหนึ่งที่ได้รับกระดาษใบเล็ก ๆ เขียนข้อความบางอย่างไว้ นักข่าวคนนั้นนั่งอ่านแล้วรีบยกมือขึ้นสูงเพื่อแทรกคำถาม“คนที่ให้ข้อมูลระบุว่าความสัมพันธ์
หนึ่งเดือนผ่านไปบริษัทของครอบครัว ปรียาหน้าตาขึงขังสวมชุดสวยหรูเดินผ่านพนักงานที่ยกมือไหว้แต่เธอไม่รับไหว้ใครสักคนแล้วขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นผู้บริหารกอดอกหายใจแรงแววตาแข็งกร้าว ก่อนจะออกจากเดินดุ่มไปยังห้องทำงานของชาวีแต่ผ่านห้องของทิวากรก่อนจึงเปิดประตูเข้าไปหาทั้งที่เขากำลังติดคุยงานกับผู้จัดการฝ่าย“ไปที่ห้องคุณวี พี่มีเรื่องด่วน” ปรียาพูดแค่นั้นแล้วปิดประตูห้อง ทิวากรแปลกใจรีบยกเลิกการคุยงานแล้วลุกขึ้นเดินตามหลังพี่สะใภ้ไปทันทีเมื่อมาถึงห้องทำงานของชาวี เขาเห็นปรียายืนกอดอกหน้าเครียดหันหน้าออกกระจกมองอาคารสูงใจกลางเมืองเลยมองพี่ชายที่ยักไหล่ขึ้นไม่รู้สาเหตุที่ทำให้ปรียาเครียดขนาดนี้ ปรียาถอนหายใจหันมามองตาขวางใส่น้องสามี“กรกับอันนามีอะไรเกินเลยกว่าอาหลานจริงหรือเปล่า”“......มีเรื่องอะไรครับ?” ทิวากรกระตุกเลี่ยงไม่ตอบแปลกใจที่อยู่ ๆ ปรียาถามจี้จุดโดยไม่ต้องเกริ่นอะไรก่อน“จริงอย่างที่คุณยาถามมั้ยกร” ชาวีขมวดคิ้วหน้าเครียดจ้องหน้าน้องชายไม
สองเดือนผ่านไป เบลกับอันนาแยกย้ายกันหลังจากฝึกงานเสร็จเมื่อเดือนก่อนและไม่ได้เจอกันอีก อันนาไม่ยอมไปเรียนต่อประเทศเพราะติดทิวากรไม่อยากอยู่ห่างกัน เธอเริ่มสมัครงานที่บริษัทอื่นเพื่อเรียนรู้งานในแผนกระหว่างประเทศเพราะหากไปฝึกที่บริษัทครอบครัวมีคนรู้ว่าเธอเป็นลูกเจ้าของบริษัทอาจไม่กล้าสอนงาน วันเงินเดือนออกอันนาไปเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าใกล้ ๆ ที่ทำงานกับกลุ่มเพื่อนที่ทำงานใหม่สาว ๆ ช็อปปิ้งหอบถุงกันพะรุงพะรังแต่ยังคงเข้าร้านนู้นออกร้านนี่ทั้งที่แทบไม่มีมือว่างถือ ผู้จัดการวัยกลางคนกับหนุ่มพนักงานสุดหล่อคอยดูแลเทคแคร์สาว ๆ เป้าหมายของพวกเขาคือจีบอันนา สองหนุ่มเสนอตัวช่วยถือถุงช็อปปิ้งหลายครั้งแต่อันนาจะถือเองเลยทำได้แค่เดินตามเธอกับช่วยเพื่อนพนักงานคนอื่นถือถุงช็อปปิ้ง ระหว่างที่กลุ่มสาว ๆ กำลังตรงไปยังร้านอาหารเพื่อนั่งพักขาและเติมพลังก็เดินสวนกับชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ผิวขาวใบหน้าหล่อเหลาสวมเสื้อเชิ้ตกางเกงสแลคสีดำเดินผ่านมา สาว ๆ ถึงกับมองอมยิ้มกรุ้มกริ่มตั้งแต่เห็นไกล ๆ แล้วยกแขนขึ้นสะกิดกันเป็นทอด ๆ มองคว
บ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์น ทิวากรอุ้มหลานสาวไว้ในอ้อมกอดแล้วพาไปส่งในห้องนอนสีขาวเฟอร์นิเจอร์สีขาวสลับสีชมพูราวกับห้องเจ้าหญิง“อากรพาไปห้องน้ำได้ไหมคะ อันนาเหนียวตัวอยากอาบน้ำ” เสียงหวานอ่อนแรงใบหน้าหม่นเศร้า“ได้สิ”เขาอุ้มร่างบางไปเข้าห้องน้ำก่อนจะออกมาหยิบชุดนอนเสื้อเชิ้ตแขนยาวขายาวลายการ์ตูนเ
โดมเชียร์กีฬา มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง รถคอมมูเตอร์สีดำคันหรูแล่นมาจอดบริเวณโดมกีฬาที่มีเหล่านักศึกษาชายหญิงนั่งรวมกลุ่มพูดคุยกันมีกระเป๋าใบใหญ่วางกองรวมกันข้างสนาม อันนาลงจากรถเอื้อมไปหยิบกระเป๋าลากใบใหญ่ที่วางอยู่ตรงที่วางเท้าด้านหลัง ทิวากรเอื้อมมือไปช่วยจับหูกระเป๋าแต่ดันจับไปที่มือนุ่มของห
แนะนำตัวละครทิวากร ชายวัยสามสิบแปด มาดขรึมหล่อรวยมีเสน่ห์แต่ไม่มีเมีย คนมักลือกันว่าเขาเป็นเกย์เพราะไม่เคยเห็นเขาควงหญิงมีแต่อยู่กับเพื่อนผู้ชายอันนา สาวน้อยวัยยี่สิบสองนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชน ลูกเลี้ยงของชาวีพี่ชายของทิวากรที่อยากมีลูกเลยรับเธอมาเลี้ยงดูพอมีลูกอิจฉา ทางครอบครัวก็ไม่ต้องการเด็กค
“กร!” ปรียาหน้าตาขึงขังไม่พอใจน้องสามีพูดถึงอดีต ทิวากรยกยิ้มสะใจได้กระตุ้นต่อมโมโหพี่สะใภ้เหยียดแต่คนอื่นไม่ดูการกระทำของตัวเอง“ผมไม่น่าพาหลานมาให้พวกพี่ทับถม ผมกับหลานคงต้องขอตัวกลับ” เขาคว้ามืออันนาดึงให้ลุกขึ้น อันนาลุกยืนรวดเร็วกำลังจะเดินตามทิวากรออกไปจากโต๊ะอาหาร“อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื







![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)