LOGINแพทย์วิสัญญีเข้ามาในห้องเตรียม ในนั้นมีคนไข้นอนมองหน้าตาปริบ ๆ นี่เป็นห้องดมยารวมเพื่อแยกย้ายคนไข้เข้าห้องผ่าตัด
ดวงพรไม่ใช่คนไข้พิเศษ ถึงจะมีประกันชีวิตและประกันสังคม แต่มันมีหลายอย่างที่ไม่ครอบคลุมการรักษา อะไรประหยัดได้ก็ทำไปก่อน ไม่อยากให้เป็นภาระตัวเองหากพ้นช่วงเวลานี้
หมอครอบหน้ากากที่ต่อท่อดมยา ครอบใบหน้าคนไข้ไล่ตามเตียงเป็นลำดับ พอคนไข้บนเตียงสลบแล้ว จะเข็นเตียงคนไข้ไปห้องผ่าตัดที่แจ้งไว้ในชาร์ตเหล็กที่ปลายเตียง
ก่อนจะถึงคิวของดวงพร เธอรีบบอกกับหมอที่ถือหน้ากากและพยาบาลผู้ยืนข้าง ๆ
“ถ้าพี่ตายระหว่างผ่าตัด ไม่ต้องปั๊มนะคะ”
ดวงพรหมายความอย่างนั้นจริง ๆ ชีวิตเธอมีแต่หนี้สิน แทบไม่มีเงินกินเงินใช้ ที่ผ่านมาเธอต้องตามใช้หนี้ให้พี่ชาย ทรัพย์สินที่พอมีพ่อก็ให้กับแม่เลี้ยงและลูกทางฝั่งนั้นไปทั้งหมด ทุกอย่างต่อรองด้วยคำว่ากตัญญูแล้วจะเจริญ ตลอดชีวิตของดวงพร เธอเป็นเครื่องจักรที่ทำงานแบบบ้าคลั่ง ทำงานทำเงินเลี้ยงดูพ่อที่ฟื้นจากเส้นเลือดในสมองแตก ชำระหนี้ให้พี่ชายตามที่พ่อร้องขอด้วยท่าทีที่น่าเวทนา
ดวงพรทำตามที่พ่อขอทุกประการ เพื่อให้พ่อที่ป่วยหนักสบายใจ และดวงวิญญาณแม่บนสวรรค์ไม่ต้องทุกข์ทนกับเรื่องเหล่านี้
ทำทุกอย่าง แม้กระทั่งส่งน้องต่างมารดาเรียนด้วยกำลังของตัวเอง สุดท้ายแม่เลี้ยงก็ประกาศว่า ตัวเธอส่งลูกเรียนจนจบ ไม่เกี่ยวกับเงินของดวงพรแม้แต่สลึงเดียว
กตัญญูแล้วเจริญ นี่ไง...ชีวิตเธอถึงได้เจริญฮวบ ๆ ถึงทุกวันนี้
ถึงเวลานี้ เธอไม่ต้องการให้หมอปั๊มขึ้นมา หากถึงเวลาต้องไปดวงพรก็พร้อมจากลาแล้ว
ไม่อยากฟื้นมาเผชิญหน้ากับใบแจ้งหนี้ แล้วก็บ้าทำงานเพื่อใช้หนี้ต่อ เธอฝากบัตรบริจาคร่างเป็นอาจารย์ใหญ่ก่อนเข้ามาอยู่ในนี้ กำชับกับพยาบาลว่าหากเธอตาย ฝากส่งร่างให้สภากาชาดใช้ประโยชน์ต่อ ไม่ต้องตามญาติ เพราะคงไม่มีญาติมารับศพเธอแน่
ที่สำคัญเธอไม่มีห่วงอีกแล้ว เพราะอาคิราแมวดำสุดรักไปวิ่งบนดาวแมวล่วงหน้า ก่อนที่ตัวเจ้าของจะมานอนในห้องนี้
หมอบอกให้ดวงพรนับเลขถอยหลัง เธอก็ทำตามอย่างว่าง่าย เพราะเคยผ่านช่วงเวลาแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง
เสียงนับเลขแผ่ว ๆ มันลอยมาไกลแสนไกล ไกลเสียจนได้ยินเสียงตัวเองในวัยเด็กมาช่วยนับเลขนั้นด้วย เธอมองรอบด้าน เห็นตัวเองในช่วงวัยต่าง ๆ ทั้งร้องไห้ ทั้งหัวเราะ ช่วงชีวิตเข้าสู่หัวเลี้ยวหัวต่อ คือช่วงเวลาหลังจากแม่ตาย
นี่เป็นความแปลกประหลาด ไม่เคยเห็นภาพแบบนี้มาก่อน ทั้งที่ครั้งนี้เป็นการดมยาครั้งที่ 3 แล้ว
ที่ดีไปกว่านั้น เธอได้เห็นความรักที่เคยมอบให้กับผู้ชายคนหนึ่ง ช่วงเวลาดีที่สุดในชีวิตเธอมอบให้กับเขา ‘อ้ายอิน’ ชายที่ดวงพรรักมาตลอด ไม่เคยลืมชายคนนี้แม้แต่ลมหายใจเดียว
หญิงสาวยืนสบตาเขา อ้ายอินยังยิ้มกว้างเหมือนเคย ดวงพรกล่าวขอโทษที่เข้าใจเขาผิด เสียใจที่ไม่รับรักเขาทั้งที่ตัวเธอรักเขามาก แต่ไม่อยากดึงเขามาลำบากกับชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ ของตัวเอง เธอสูดลมหายใจเข้าอีกครั้ง เงยหน้ารับความเป็นจริงว่าเธอได้สูญเสียเขาไปนานแล้ว
แต่ ‘อ้ายอิน’ หายไปแล้ว...ไม่ได้ยืนตรงหน้าฟังคำสารภาพรักของดวงพรอีก ไม่อยู่ฟังคำขอโทษจากเธอด้วย
มองไปรอบ ๆ ห้องขาวว่างเปล่า โล่งยาว ตกลงที่นี่นรกหรือสวรรค์กันแน่
“ไม่...ฉันยังใช้กรรมไม่หมด ยังมีกรรมต้องใช้ต่อ”
ดวงพรบอกกับตัวเอง แต่แล้วความรู้สึกเจ็บจุกที่หน้าท้องทำให้เธอก้มลงมองตัวเอง เห็นเลือดจำนวนมากซึมจากเสื้อจนแดงไปหมด จากนั้นมันก็ไหลนองไปเต็มพื้น รู้สึกได้ว่าผิวหน้าท้องแยกจากกันช้า ๆ
“อะไรวะเนี่ย”
ผิวหนังโดนตะขอเกี่ยวแยกออกจนเห็นอวัยวะภายใน สองมือรีบดึงผิวหนังออกจากตะขอ แต่ดึงเท่าไรก็ไม่เป็นผล ดวงพรไม่ได้กลัวเลือด ไม่ได้กลัวความเจ็บปวด แต่กลัวเครื่องในตัวเองจะไหลออกมาเลอะห้องนี้ แล้วทำความสะอาดให้เอี่ยมอ่องไม่ไหว
“ไม่ ๆ ฉันเป็นต้นแบบคูโบต้า ทน ถึก อึด ฉันต้องรอดกลับไปสู้ต่อ” ดวงพรเตือนตัวเอง “กุ้ง เอ็งต้องกลับไปเลี้ยงคุ้ง คุ้งรออยู่” ดวงพรตะโกนบอกตัวเองอีกรอบ แล้วทุกอย่างก็หยุดนิ่ง
น้ำฝนหล่นจากฟ้า แต่แล้วหยาดฝนก็ค้างอยู่กลางอากาศเป็นเม็ด ๆ ดวงพรสับสนต่อสิ่งที่เกิด แตะเม็ดฝนที่ค้างบนอากาศเบา ๆ มันเด้งเหมือนลูกบอล ไม่สลายมาเปียกนิ้ว
“หง่าว”
สาวใหญ่วัยห้าสิบหันไปมองต้นเสียง เห็นแมวดำพุงห้อย อวดเหนียงใหญ่ ๆ นั่งแกว่งหางเรียกเธออยู่ ดวงพรน้ำตาไหลพราก เพราะจำภาพของคุ้งในอุ้งมือได้ ตอนนี้เธอสับสนไม่รู้ว่าอะไรจริง อะไรฝัน
“หง่าว หง่าว” คุ้งร้องเรียกอีกครั้ง
“คุ้ง!”
มันคงรำคาญดวงพรเต็มแก่ จึงเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ดวงพรวิ่งตาม ปากก็ร้องเรียกให้คุ้งกลับมา แต่แล้วเจ้าคุ้งก็พาดวงพรมาที่สนามหญ้าคุ้นตาแห่งหนึ่ง ตรงหน้ามีบ่อน้ำ มันหันมามองเจ้าของที่วิ่งตามมาติด ๆ
อีกนิดเดียว ดวงพรจะจับคุ้งมากอดได้แล้ว แต่เจ้าแมวดำแสนรักกระโดดลงน้ำต่อหน้าต่อตา
“คุ้ง!”
ไม่สนว่าตัวเองจะโดนคมมีดแหวกกลางลำตัวหรือเปล่า แต่เธอกระโจนลงน้ำเพื่อพาคุ้งกลับเข้าฝั่งให้ได้ เสียงเอะอะโวยวายดังลั่น มันดังมากขึ้นเรื่อย ๆ จนหมอตะโกนบอกให้เตรียมปั๊ม
“ปั๊มอะไรเล่า สั่งไปไม่จำเลย บอกว่าอย่าปั๊มมารับใบแจ้งหนี้”
ดวงพรหันไปด่าเสียงด้านหลัง เสียงนั้นวุ่นวายไปหมด เธอรีบเพิ่มแรงแขนว่ายน้ำไปตามแมวให้ได้ แต่แล้วเธอก็นึกขึ้นมาได้ว่า...ตัวเองว่ายน้ำไม่เป็น
“ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย ฉันว่ายน้ำไม่เป็น”
ที่จริงวันนี้ดวงพรจะเข้าบริษัท เพื่อไปจัดการไอ้บ้ากามที่ทำร้ายร่างกายเธอ แต่แม่ตัดสินใจยกที่ดินที่เชียงใหม่ให้ดวงพร ขอร้องลูก อย่าไปอาละวาดที่เชียงใหม่ หากเขาจะปลูกผักปลูกหญ้าให้วัวกินต่อ สาเหตุที่แม่ยอมยกให้ ก็เพราะเมื่อคืนเธอกราบขอโทษแม่ด้วยพวงมาลัยที่เตรียมมา ชีวิตแม่ไม่เคยได้พวงมาลัยจากลูกมาก่อน แม่เขินอายที่ไม่เคยได้แบบนี้มาก่อน แต่เมื่อคืนลูกสาวมอบให้ทั้งน้ำตา แถมยังชวนแม่อาบน้ำปรุงให้ตากับยาย ตอนแรกดวงพรจะเทน้ำอบในโกศเลย แต่แม่อยากสัมผัสกับกระดูกตายายอีกสักครั้ง เพราะสิ่งที่ดวงพรพูดทำให้แม่คิดถึงคำสอนของตายายมาก เลยได้เจอจดหมายน้อยที่ยายซ่อนไว้ในโกศกระดูกของตา เป็นจดหมายที่ตาเขียนด้วยลายมืออย่างสวยงาม ใส่ซองจดหมายแล้วม้วนกลมเหมือนบุหรี่ม้วนใหญ่ ๆ ใส่ถุงพลาสติกอีก 2 ชั้น ซ่อนไว้ในโกศทองเหลืองที่ใส่กระดูกตาบุญเป็ง&nbs
ดวงพรเดินเข้าบ้านจากปากซอยด้วยสองขาของตัวเอง เธอตื้นตันที่ได้สัมผัสกับภาพเก่าเมื่อยี่สิบห้าปีก่อน ตลอดเส้นทางมันดูเปลี่ยว บ้านของเธออยู่สุดซอยบนถนนลาดพร้าว เข้าซอยนี้จะทะลุอีกซอยหนึ่งที่เป็นรูปตัว U ได้ บ้านของดวงพรอยู่ซอยลาดพร้าวเลขคู่ ไม่ห่างจากตะวันนามากนัก สามารถเดินออกกำลังแบบเหนื่อยหอบนิด ๆ ไปชอปปิงที่นั่นได้ แล้วเดินกลับแบบไม่ต้องนั่งรถให้รำคาญใจ พอมาถึงหน้าบ้าน ดวงพรยังไม่เข้าไป เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ก่อนที่เธอจะกลับมาเป็นสาวเบญจเพส บ้านหลังนี้เป็นชื่อของแม่ หลังจากแม่ตายได้ไม่นาน พ่อกับพี่ชายตัดสินใจขายเพื่อใช้เงินรักษาอาการป่วยของพ่อ พี่ชายได้ส่วนแบ่งตามมา ส่วนดวงพรได้เงินจำนวนหนึ่งแค่พอซื้อคอนโดฯ มือสามมือสี่ เธออยู่ที่คอนโดฯ นั่น เพราะแม่เลี้ยงพาพ่อไปอยู่บ้านหลังใหม่ในหมู่บ้านจัดสรร และไม่อยากให้ดวงพรมีชื่อในทะเบียนบ้านหลังใหม่ จากนั้นที่ดินตรงนี้ก็ใช้ก่อสร้างอะพาร์ตเมนต์เพื่อรองรับการเติบโตของคนย่านลาดพร้าว ส่วนคอนโดฯ ที่เคยอยู่ ดวงพรขายเพราะพี่กั้ง-พชรเมาแล้วขับขับรถชนคนตาย จึงเอาเงินจากการขายคอนโดฯ ไปใช
ดวงพรลืมตาอย่างยากลำบาก เธอแทบจะเบิกตาตื่นไม่ไหว ร่างกายมันแน่นตึงเหมือนวิ่งมาราธอนมาอย่างนั้น รอบด้านเป็นเสียงอื้ออึ้ง ได้กลิ่นดอกไม้ลอยมาแต่ไกล มันหอมหวานสำหรับดวงพร หลายคนบ่นไม่ชอบกลิ่นตีนเป็ดนี้ สำหรับเธอที่ต้องอาศัยในเมืองใหญ่ กลิ่นดอกไม้มันน่าอภิรมย์กว่ากลิ่นควันรถเป็นไหน ๆ มันคือความรู้สึกอบอวลที่แสนอบอุ่น เธอรวบรวมพลังในตัวเอง อยากชื่นชมดอกตีนเป็ดให้เห็นกับตา “ฟื้นแล้วเหรอ?” เสียงใครบางคนดังขึ้น คุ้นหูเหมือนเคยได้ยินที่ไหนสักแห่ง ที่สำคัญมันมาพร้อมความรู้สึกดีใจที่ได้ยินเสียงนี้อีกครั้ง ดวงพรลืมตาขึ้นมาได้มองไปรอบ ๆ นี่ห้องพักพิเศษ ไม่ใช่ห้องรวม สิ่งแรกที่เธอคิดคือ ฉันต้องจ่ายอะไรนอกเหนือจากประกันคุ้มครองอีกเท่าไร เธอส่งเบี้ยประกันไม่สูงมาก เพราะกำลังทรัพย์ของคนที่มีรายได้น้อยบีบเธอให้จ่ายได้เพียงเท่านั้น ความรู้สึกหิวน้ำออกอาการชัด ทำให้คนเฝ้ารู้สึกได้ ‘เขา’ รีบรินน้ำใส่แก้วพร้อมกับหลอดดูด ประคองดวงพรขึ้นมาดื่มน้ำ เดจาวูชัด ๆ สิ่งนี้เคยเกิดขึ้นกับดวงพรแล้ว มันเกือบจะโรแมนติก ชนิดลงลึกใต้จิตสำนึกส่วนล่างสุด ดวงพรลืมตาม
แพทย์วิสัญญีเข้ามาในห้องเตรียม ในนั้นมีคนไข้นอนมองหน้าตาปริบ ๆ นี่เป็นห้องดมยารวมเพื่อแยกย้ายคนไข้เข้าห้องผ่าตัด ดวงพรไม่ใช่คนไข้พิเศษ ถึงจะมีประกันชีวิตและประกันสังคม แต่มันมีหลายอย่างที่ไม่ครอบคลุมการรักษา อะไรประหยัดได้ก็ทำไปก่อน ไม่อยากให้เป็นภาระตัวเองหากพ้นช่วงเวลานี้ หมอครอบหน้ากากที่ต่อท่อดมยา ครอบใบหน้าคนไข้ไล่ตามเตียงเป็นลำดับ พอคนไข้บนเตียงสลบแล้ว จะเข็นเตียงคนไข้ไปห้องผ่าตัดที่แจ้งไว้ในชาร์ตเหล็กที่ปลายเตียง ก่อนจะถึงคิวของดวงพร เธอรีบบอกกับหมอที่ถือหน้ากากและพยาบาลผู้ยืนข้าง ๆ “ถ้าพี่ตายระหว่างผ่าตัด ไม่ต้องปั๊มนะคะ” ดวงพรหมายความอย่างนั้นจริง ๆ ชีวิตเธอมีแต่หนี้สิน แทบไม่มีเงินกินเงินใช้ ที่ผ่านมาเธอต้องตามใช้หนี้ให้พี่ชาย ทรัพย์สินที่พอมีพ่อก็ให้กับแม่เลี้ยงและลูกทางฝั่งนั้นไปทั้งหมด ทุกอย่างต่อรองด้วยคำว่ากตัญญูแล้วจะเจริญ ตลอดชีวิตของดวงพร เธอเป็นเครื่องจักรที่ทำงานแบบบ้าคลั่ง ทำงานทำเงินเลี้ยงดูพ่อที่ฟื้นจากเส้นเลือดในสมองแตก ชำระหนี้ให้พี่ชายตามที่พ่อร้องขอด้วยท่าทีที่น่าเวทนา ดวงพรทำตามที่พ่อขอทุกประการ เพื่อให้พ่อ
ดวงพรปาดน้ำตาอีกครั้ง เธอกลับมาที่โรงแรมแมวอีกรอบ ทั้งที่ตัวเองต้องไปโรงพยาบาลให้ทันก่อนบ่ายสาม เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกำชับให้เธอเข้าไปตรวจสุขภาพเพิ่มเติมก่อนผ่าตัด แต่ดวงพรขอมาดูอาคิราก่อน “เราไม่ได้เจตนาให้เกิดเหตุการณ์นี้” เจ้าของโรงแรมแมวพูดกับเจ้าของน้ำตาคลอเบ้า อาคิราเป็นแมวดำสนิท เขาเปิดกรงให้อาหาร แต่มันซุกตัวด้านในสุดด้วยความกลัวคนแปลกหน้า ทำให้คนให้อาหารไม่ทันระวัง พอไม่เห็นตัวเจ้าอาคิรา มันกระโดดออกจากกรงมาด้านนอก เจอแมวอีกหลายตัวที่แยกมุมกินอาหารตามจุดต่าง ๆ อารามตกใจมันกระโดดออกไปด้านนอก แล้วโดนหมาเจ้าของโรงแรมกัดสะบัด อาการของมันสาหัส สิ่งที่พวกเขาทำได้คือพยายามแย่งตัวมันกลับมาจากคมเขี้ยวหมา แล้วพาไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ เวลานี้เจ้าของชื่อดวงพรหัวใจสลาย เมื่อได้ข่าวจากโรงแรมแมวที่รับอาคิราไปดูแล เพราะมันคือกำลังใจที่มีชีวิต ดวงพรร้องไห้เหมือนคนเสียสติ เสียงร้องไห้ดังโหยหวนไปทั่วคลินิกรักษาสัตว์ เพื่อฟ้องว่า เธอเจ็บปวดหัวใจขนาดไหน สำหรับดวงพร อาคิราไม่ใช่แมวเลี้ยงที่เธออุปถัมภ์ แต่เป็นเพื่อน เป็นกำลังใจให้เธอต่อสู้ชีวิต
“ชื่ออะไรคะ?” พนักงานโรงแรมแมวถาม ขณะที่รับกรงแมวจากมือของดวงพร “เจ้าของชื่อดวงพร แมวชื่ออาคิรา” “เพราะจัง” แน่นอนว่าพนักงานคนนั้น ไม่ได้ชมชื่อเจ้าของแมว แต่เป็นชื่อของแมวที่ดวงพรตั้งให้ “พี่เอาอาหารมาให้ด้วย ฝากน้องดูแลด้วยนะคะ พี่ไม่เคยห่างกันเลย เพิ่งจะห่างครั้งนี้เป็นครั้งแรก” สาวใหญ่วัยห้าสิบยื่นกล่องใส่อาหารให้เจ้าหน้าที่ เธอเสียงสั่นเครือ อดคิดไม่ได้ว่า หากการผ่าตัดวันพรุ่งนี้ไม่ราบรื่น ทำให้ดวงพรกลับมารับแมวไม่ได้คิดไม่ออกเหมือนกันว่า ‘อาคิรา’ แมวดำตัวนี้จะอยู่อย่างไรต่อไป แต่ดวงพรจะสู้กับโรคภัย เพื่อมีชีวิตรอดกลับมารับเพื่อนสนิทตัวนี้ไปดูแลอีกครั้ง ในกล่องที่ยื่นให้พนักงาน มีทั้งอาหารแมวแบบเม็ดและอาหารเหลวจำนวนมาก ที่สำคัญเธอไม่ลืมแนบซองจดหมายสั่งเสีย หากเลยวันที่วางเงินมัดจำแล้ว ดวงพรไม่กลับมารับอาคิรา ให้เจ้าหน้าที่ติดต่อเพื่อนที่ทำคาเฟแมว มารับแมวของเธอไปอยู่ด้วย “ถ้าพี่ไหว พี่จะโทรศัพท์กลับมานะ น้องถ่ายรูปคุ้ง...เอ่อ...อาคิราให้พี่ดูหน่อยนะ พี่จะได้มีกำลังใจในการรักษาตัว” ดวงพรเผลอเรียกชื่อเล่