LOGINดวงพรลืมตาอย่างยากลำบาก เธอแทบจะเบิกตาตื่นไม่ไหว ร่างกายมันแน่นตึงเหมือนวิ่งมาราธอนมาอย่างนั้น
รอบด้านเป็นเสียงอื้ออึ้ง ได้กลิ่นดอกไม้ลอยมาแต่ไกล มันหอมหวานสำหรับดวงพร หลายคนบ่นไม่ชอบกลิ่นตีนเป็ดนี้ สำหรับเธอที่ต้องอาศัยในเมืองใหญ่ กลิ่นดอกไม้มันน่าอภิรมย์กว่ากลิ่นควันรถเป็นไหน ๆ มันคือความรู้สึกอบอวลที่แสนอบอุ่น เธอรวบรวมพลังในตัวเอง อยากชื่นชมดอกตีนเป็ดให้เห็นกับตา
“ฟื้นแล้วเหรอ?” เสียงใครบางคนดังขึ้น คุ้นหูเหมือนเคยได้ยินที่ไหนสักแห่ง ที่สำคัญมันมาพร้อมความรู้สึกดีใจที่ได้ยินเสียงนี้อีกครั้ง
ดวงพรลืมตาขึ้นมาได้มองไปรอบ ๆ นี่ห้องพักพิเศษ ไม่ใช่ห้องรวม สิ่งแรกที่เธอคิดคือ ฉันต้องจ่ายอะไรนอกเหนือจากประกันคุ้มครองอีกเท่าไร เธอส่งเบี้ยประกันไม่สูงมาก เพราะกำลังทรัพย์ของคนที่มีรายได้น้อยบีบเธอให้จ่ายได้เพียงเท่านั้น
ความรู้สึกหิวน้ำออกอาการชัด ทำให้คนเฝ้ารู้สึกได้ ‘เขา’ รีบรินน้ำใส่แก้วพร้อมกับหลอดดูด ประคองดวงพรขึ้นมาดื่มน้ำ
เดจาวูชัด ๆ สิ่งนี้เคยเกิดขึ้นกับดวงพรแล้ว
มันเกือบจะโรแมนติก ชนิดลงลึกใต้จิตสำนึกส่วนล่างสุด ดวงพรลืมตามองเพื่อขอบคุณชายคนนั้น
แต่ทันทีที่ดวงตาจับภาพตรงหน้าได้ เธอเผลอพ่นน้ำเป็นฝอยใส่เขา ดวงพรไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น พอเขาผงะถอยหลังหนี ดวงพรยังคลานตามไปจ้องหน้าเขาราวกับเห็นผี
“พ...พี่...” ดวงพรพูดไม่ออก
ที่จริงเขาควรอายุใกล้เกษียณ ผมหงอกทั่วหัวและตัดสั้น บางส่วนบนศีรษะต้องบางจนจะเห็นหนังศีรษะ รูปร่างใหญ่อ้วนลงพุง
แต่ตอนนี้เขากลับมาเต่งตึง ผมดำยาวสลวย รูปร่างลีนผอม ทำให้ความสูงที่มีอยู่แล้วสูงมากกว่าเดิม พี่คนดีของดวงพรยังใส่กางเกงยีนขากระบอกได้อยู่ แต่ไม่ว่ายังไง สิ่งที่เหมือนเดิมคือใบหน้าของเขา เขาเช็ดน้ำบนใบหน้าและเสื้อผ้า ค่อย ๆ หันมาจ้องเธอเช่นกัน
“พ...พี่...”
“คนครับ ไม่ใช่ผี” เขาสุภาพเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน
ดวงพรพูดไม่ออก เธอมองไปรอบ ๆ ที่นี่โรงพยาบาลแน่ แต่ทำไมมาอยู่ตรงนี้ เธอจับท้องตัวเอง มันราบเรียบ มีเอวเอสเซ็กซี่ไลน์ เธอจำได้ ตอนนั้นเด็ก ๆ ผอมไม่ใช่เพราะไดเอท แต่รายรับน้อยไม่มีเงินกินเงินใช้ ทำงานหนักประหนึ่งวัวเทียมเกวียน พ่อต้องใช้ พี่ต้องใช้ น้องต้องเรียน เลยทำให้ผอมแบบจำใจ เธอก้มลงมองแผลผ่าตัดครั้งล่าสุด
มันไม่มีจริง ๆ แล้วความฝันที่เห็นหน้าท้องแยกจากกันคืออะไร ก็เธอจำได้ว่า เข้าโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดรักษามะเร็ง
“ฝันแน่ ๆ นี่ฝันไปแน่ ๆ”
มองขวดน้ำเกลือที่แขวนเสา มองไล่ตามสายยาง ปลายสายต่อกับเข็มที่แทงเข้าข้อพับ ไม่รอช้า ดวงพรดึงเข็มน้ำเกลือออกทันที เลือดพุ่งเหมือนเปิดก๊อกน้ำรั่ว เลือดฉีดไปทั่วแบบไร้ทิศทาง
“เฮ้ย...เจ็บจริงนี่หว่า” เธอบอกกับตัวเอง หันไปมอง ‘อ้ายอิน’ ที่ยืนมองดวงพรด้วยอาการงุนงง เขาทำท่าจะห้ามก็ห้ามไม่ได้ แถมมีอาการแปลก ๆ เขาวิ่งไปตามหมอด้วยท่าทีที่เธอไม่แน่ใจ
ช่างแม่ง…ไม่มีอะไรแปลกไปกว่าฉันผู้อยู่บนเตียงนี่แล้ว
เธอไม่รอช้า รีบกระโดดจากเตียง วิ่งเข้าห้องน้ำไปดูตัวเองในกระจก
“ฉิบหายแล้ว อะไรวะเนี่ย” ดวงพรสาวใหญ่วัยห้าสิบ แต่ในเงาสะท้อนก็คือดวงพรคนเดิมในวัยยี่สิบห้า ที่ศีรษะมีผ้าก๊อซม้วนกลมเย็บแผลไว้ เธอหน้าตาเหวอเหมือนโดนผีหลอก ยิ่งเขามาชะโงกหน้ามองจากนอกห้องน้ำด้วยท่าทีเป็นห่วง เรียกดวงพรว่า ‘น้องครับ’ เบา ๆ ยิ่งทำให้เธอสติแตกมากกว่าเดิม
“อย่ามาหลอกกันแบบนี้ นี่ฉันตายแล้วใช่ไหม ฉันตายแล้วใช่ไหม” ดวงพรจิ้มอกตัวเองถามเขาทั้งน้ำตา ในขณะที่เขาห่วงแขนที่เลือดอาบเพราะเธอดึงเข็มน้ำเกลือออกเอง
ดวงพรยืนสับสน ย่ำเท้าซ้าย ๆ ขวา ๆ เหมือนเตรียมออกวิ่ง เธอตวาดถามอ้ายอินที่ยืนมองอีกครั้ง
“วันนี้วันที่เท่าไร...บอกมา บอกมาเร็ว ๆ”
“13 มีนาครับ”
“ปีล่ะ ปีอะไร พูดเร็ว ๆ”
“2540 ครับ”
“2540” ดวงพรพูดตามเบา ๆ
เธอกำลังคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง นี่เธอย้อนกลับมาช่วงเบญจเพสอีกครั้ง
ดวงพรจำได้ เธอถูกไอ้กอบเกียรติลูกนายจ้างจากกรุงเทพฯ ลวนลาม พอดวงพรต่อสู้เพื่อป้องกันตัวเอง มันตีด้วยไม้จนสลบ คลับคล้ายคลับคลาว่ามันลากเธอลงไปโยนที่อ่างแก้ว พวกเขาคิดว่าเธอตาย คิดว่าฐานะทางสังคมจะจัดการปัญหาทุกอย่างได้ จึงทำกับดวงพรเหมือนหมูเหมือนหมา แล้วดวงพรก็เจอเขา คำอิน ปงศิลา คนที่ช่วยเธอจากการจมน้ำในอ่างแก้ว คนที่เธอตกหลุมรัก คนที่เป็นรักเดียวในชีวิตของเธอมาตลอด แต่ทั้งหมดมันเป็นเหตุการณ์เมื่อยี่สิบห้าปีที่ผ่านมา ตอนนี้เธอควรจะอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดรักษามะเร็งไม่ใช่หรือ ทำไมเธอมาอยู่ที่โรงพยาบาลสวนดอก ทำไมถึงกลับมาเป็นตัวเองตอนอายุยี่สิบห้าอีก
“หนู...หนูชื่ออะไรคะ?” คุณหมอเดินเข้ามาถาม แต่ดวงพรไม่อยากคุยด้วย เธอพยายามคิดถึงเรื่องที่ทำให้มาอยู่ตรงนี้
ใช่ ไอ้คุ้ง...ไอ้เจ้าแมวตัวดีที่กระโดดลงน้ำ
“หนู จำชื่อตัวเองได้ไหม?”
อย่าว่าแต่จำชื่อตัวเองได้เลย จำได้ว่าหลังจากนี้ไม่กี่วัน ชีวิตเธอจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้า จากนั้นเงื่อนไขความกตัญญูแลกความเจริญฮวบ ๆ จะเข้าครอบงำชีวิต
สิ่งสำคัญคือกลับกรุงเทพฯ ก่อน
“หนูได้รับความกระทบกระเทือนที่ศีรษะ โดนตีตกน้ำ จำได้ไหมว่าใครทำร้ายหนู จำชื่อตัวเองได้ไหม”
จำแม่นทุกอย่าง ไอ้กอบเกียรติลูกชายสื่อยักษ์ใหญ่ ถ้าเธอไม่เจตนาลืม รับรองว่าจำหน้าและพฤติกรรมของไอ้ชั่วได้ดีทีเดียว แต่จะให้ดวงพรบอกกับหมอว่าอย่างไร ถ้าบอกชื่อจริงไป หมอต้องไปค้นชื่อเธอเจอแน่ แต่ก่อนหมอจะเจอ ขอเธอคลำหาประวัติตัวเองให้เจอก่อน
“อาคิรา”
ดวงพรบอกชื่อแมวรักที่เคยเลี้ยง อย่างน้อยให้ชื่อนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าเธอไม่ได้ฝันไป เธอกลับมาเริ่มต้นใหม่วันที่ 13 มีนาคม 2540 เหลือเวลาอีกแค่เจ็ดวัน ก่อนที่แม่ของเธอจะตายจาก
“ทำไมฉันต้องมาเจอความพลัดพรากอีกวะ?”
ดวงพรขยุ้มผมตัวเองเป็นกำ ดูท่ามันคงไม่ค่อยงามสำหรับแพทย์ผู้รักษา หมอจึงรีบเข้ามาแกะมือ สั่งพยาบาลทำแผลที่ข้อพับใหม่
“จะกลับกรุงเทพฯ จะกลับเดี๋ยวนี้” เธอพูดเหมือนละเมอ
“หนูยังเจ็บหนักอยู่ จะกลับได้ยังไง” หมอเตือนสติคนเจ็บ
“เครื่องบินไง หรือไม่ก็...รถไฟชั้นสามหรือรถทัวร์ก็ได้ กระเป๋าฉันอยู่ไหน มือถืออยู่ไหน ปล่อย...ฉันจะจองตั๋ว จะกลับไปหาแม่ก่อน” ดวงพรกลั้นน้ำตา อยากเจอแม่เป็นคนแรก เธอคิดถึงแม่จับใจ ขอเจอแม่อีกสักครั้ง
ชีวิตที่ขาดแม่มายี่สิบห้าปี มันว้าเหว่และโดดเดี่ยว ถ้าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นจริง เธอจะห้ามแม่ไม่ให้เดินทางไปตามพ่อ แม่ก็จะไม่เกิดอุบัติเหตุ แม่ก็จะไม่ตาย เธอก็จะไม่มีแม่เลี้ยง ชีวิตทั้งหมดของดวงพรจะทุ่มเทให้กับแม่อย่างเต็มที่
อาการคิดแล้วพูดคนเดียวเหมือนคนสติแตก เดี๋ยวก็ร้องไห้หาแม่ เดี๋ยวก็อยากกลับบ้าน ทำให้หมอและคนรอบข้างได้แต่มอง แล้ว ‘อ้ายอิน’ ก็ยื่นบางอย่างระงับอาการฟุ้งซ่านของดวงพร
“จำเบอร์ใครได้บ้างไหม? เอาของผมไปใช้ก่อนก็ได้ครับ”
ดวงพรชะงัก เธอสบตาอ้ายอินทั้งที่น้ำตาไหลพราก ไม่ได้ตื้นตันในความมีน้ำใจของเขาเหมือนเมื่อยี่สิบห้าปีที่แล้ว
แต่เธอดีใจที่ได้ใช้อีริคสัน PH388 ในตำนานอีกครั้ง
ที่จริงวันนี้ดวงพรจะเข้าบริษัท เพื่อไปจัดการไอ้บ้ากามที่ทำร้ายร่างกายเธอ แต่แม่ตัดสินใจยกที่ดินที่เชียงใหม่ให้ดวงพร ขอร้องลูก อย่าไปอาละวาดที่เชียงใหม่ หากเขาจะปลูกผักปลูกหญ้าให้วัวกินต่อ สาเหตุที่แม่ยอมยกให้ ก็เพราะเมื่อคืนเธอกราบขอโทษแม่ด้วยพวงมาลัยที่เตรียมมา ชีวิตแม่ไม่เคยได้พวงมาลัยจากลูกมาก่อน แม่เขินอายที่ไม่เคยได้แบบนี้มาก่อน แต่เมื่อคืนลูกสาวมอบให้ทั้งน้ำตา แถมยังชวนแม่อาบน้ำปรุงให้ตากับยาย ตอนแรกดวงพรจะเทน้ำอบในโกศเลย แต่แม่อยากสัมผัสกับกระดูกตายายอีกสักครั้ง เพราะสิ่งที่ดวงพรพูดทำให้แม่คิดถึงคำสอนของตายายมาก เลยได้เจอจดหมายน้อยที่ยายซ่อนไว้ในโกศกระดูกของตา เป็นจดหมายที่ตาเขียนด้วยลายมืออย่างสวยงาม ใส่ซองจดหมายแล้วม้วนกลมเหมือนบุหรี่ม้วนใหญ่ ๆ ใส่ถุงพลาสติกอีก 2 ชั้น ซ่อนไว้ในโกศทองเหลืองที่ใส่กระดูกตาบุญเป็ง&nbs
ดวงพรเดินเข้าบ้านจากปากซอยด้วยสองขาของตัวเอง เธอตื้นตันที่ได้สัมผัสกับภาพเก่าเมื่อยี่สิบห้าปีก่อน ตลอดเส้นทางมันดูเปลี่ยว บ้านของเธออยู่สุดซอยบนถนนลาดพร้าว เข้าซอยนี้จะทะลุอีกซอยหนึ่งที่เป็นรูปตัว U ได้ บ้านของดวงพรอยู่ซอยลาดพร้าวเลขคู่ ไม่ห่างจากตะวันนามากนัก สามารถเดินออกกำลังแบบเหนื่อยหอบนิด ๆ ไปชอปปิงที่นั่นได้ แล้วเดินกลับแบบไม่ต้องนั่งรถให้รำคาญใจ พอมาถึงหน้าบ้าน ดวงพรยังไม่เข้าไป เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ก่อนที่เธอจะกลับมาเป็นสาวเบญจเพส บ้านหลังนี้เป็นชื่อของแม่ หลังจากแม่ตายได้ไม่นาน พ่อกับพี่ชายตัดสินใจขายเพื่อใช้เงินรักษาอาการป่วยของพ่อ พี่ชายได้ส่วนแบ่งตามมา ส่วนดวงพรได้เงินจำนวนหนึ่งแค่พอซื้อคอนโดฯ มือสามมือสี่ เธออยู่ที่คอนโดฯ นั่น เพราะแม่เลี้ยงพาพ่อไปอยู่บ้านหลังใหม่ในหมู่บ้านจัดสรร และไม่อยากให้ดวงพรมีชื่อในทะเบียนบ้านหลังใหม่ จากนั้นที่ดินตรงนี้ก็ใช้ก่อสร้างอะพาร์ตเมนต์เพื่อรองรับการเติบโตของคนย่านลาดพร้าว ส่วนคอนโดฯ ที่เคยอยู่ ดวงพรขายเพราะพี่กั้ง-พชรเมาแล้วขับขับรถชนคนตาย จึงเอาเงินจากการขายคอนโดฯ ไปใช
ดวงพรลืมตาอย่างยากลำบาก เธอแทบจะเบิกตาตื่นไม่ไหว ร่างกายมันแน่นตึงเหมือนวิ่งมาราธอนมาอย่างนั้น รอบด้านเป็นเสียงอื้ออึ้ง ได้กลิ่นดอกไม้ลอยมาแต่ไกล มันหอมหวานสำหรับดวงพร หลายคนบ่นไม่ชอบกลิ่นตีนเป็ดนี้ สำหรับเธอที่ต้องอาศัยในเมืองใหญ่ กลิ่นดอกไม้มันน่าอภิรมย์กว่ากลิ่นควันรถเป็นไหน ๆ มันคือความรู้สึกอบอวลที่แสนอบอุ่น เธอรวบรวมพลังในตัวเอง อยากชื่นชมดอกตีนเป็ดให้เห็นกับตา “ฟื้นแล้วเหรอ?” เสียงใครบางคนดังขึ้น คุ้นหูเหมือนเคยได้ยินที่ไหนสักแห่ง ที่สำคัญมันมาพร้อมความรู้สึกดีใจที่ได้ยินเสียงนี้อีกครั้ง ดวงพรลืมตาขึ้นมาได้มองไปรอบ ๆ นี่ห้องพักพิเศษ ไม่ใช่ห้องรวม สิ่งแรกที่เธอคิดคือ ฉันต้องจ่ายอะไรนอกเหนือจากประกันคุ้มครองอีกเท่าไร เธอส่งเบี้ยประกันไม่สูงมาก เพราะกำลังทรัพย์ของคนที่มีรายได้น้อยบีบเธอให้จ่ายได้เพียงเท่านั้น ความรู้สึกหิวน้ำออกอาการชัด ทำให้คนเฝ้ารู้สึกได้ ‘เขา’ รีบรินน้ำใส่แก้วพร้อมกับหลอดดูด ประคองดวงพรขึ้นมาดื่มน้ำ เดจาวูชัด ๆ สิ่งนี้เคยเกิดขึ้นกับดวงพรแล้ว มันเกือบจะโรแมนติก ชนิดลงลึกใต้จิตสำนึกส่วนล่างสุด ดวงพรลืมตาม
แพทย์วิสัญญีเข้ามาในห้องเตรียม ในนั้นมีคนไข้นอนมองหน้าตาปริบ ๆ นี่เป็นห้องดมยารวมเพื่อแยกย้ายคนไข้เข้าห้องผ่าตัด ดวงพรไม่ใช่คนไข้พิเศษ ถึงจะมีประกันชีวิตและประกันสังคม แต่มันมีหลายอย่างที่ไม่ครอบคลุมการรักษา อะไรประหยัดได้ก็ทำไปก่อน ไม่อยากให้เป็นภาระตัวเองหากพ้นช่วงเวลานี้ หมอครอบหน้ากากที่ต่อท่อดมยา ครอบใบหน้าคนไข้ไล่ตามเตียงเป็นลำดับ พอคนไข้บนเตียงสลบแล้ว จะเข็นเตียงคนไข้ไปห้องผ่าตัดที่แจ้งไว้ในชาร์ตเหล็กที่ปลายเตียง ก่อนจะถึงคิวของดวงพร เธอรีบบอกกับหมอที่ถือหน้ากากและพยาบาลผู้ยืนข้าง ๆ “ถ้าพี่ตายระหว่างผ่าตัด ไม่ต้องปั๊มนะคะ” ดวงพรหมายความอย่างนั้นจริง ๆ ชีวิตเธอมีแต่หนี้สิน แทบไม่มีเงินกินเงินใช้ ที่ผ่านมาเธอต้องตามใช้หนี้ให้พี่ชาย ทรัพย์สินที่พอมีพ่อก็ให้กับแม่เลี้ยงและลูกทางฝั่งนั้นไปทั้งหมด ทุกอย่างต่อรองด้วยคำว่ากตัญญูแล้วจะเจริญ ตลอดชีวิตของดวงพร เธอเป็นเครื่องจักรที่ทำงานแบบบ้าคลั่ง ทำงานทำเงินเลี้ยงดูพ่อที่ฟื้นจากเส้นเลือดในสมองแตก ชำระหนี้ให้พี่ชายตามที่พ่อร้องขอด้วยท่าทีที่น่าเวทนา ดวงพรทำตามที่พ่อขอทุกประการ เพื่อให้พ่อ
ดวงพรปาดน้ำตาอีกครั้ง เธอกลับมาที่โรงแรมแมวอีกรอบ ทั้งที่ตัวเองต้องไปโรงพยาบาลให้ทันก่อนบ่ายสาม เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกำชับให้เธอเข้าไปตรวจสุขภาพเพิ่มเติมก่อนผ่าตัด แต่ดวงพรขอมาดูอาคิราก่อน “เราไม่ได้เจตนาให้เกิดเหตุการณ์นี้” เจ้าของโรงแรมแมวพูดกับเจ้าของน้ำตาคลอเบ้า อาคิราเป็นแมวดำสนิท เขาเปิดกรงให้อาหาร แต่มันซุกตัวด้านในสุดด้วยความกลัวคนแปลกหน้า ทำให้คนให้อาหารไม่ทันระวัง พอไม่เห็นตัวเจ้าอาคิรา มันกระโดดออกจากกรงมาด้านนอก เจอแมวอีกหลายตัวที่แยกมุมกินอาหารตามจุดต่าง ๆ อารามตกใจมันกระโดดออกไปด้านนอก แล้วโดนหมาเจ้าของโรงแรมกัดสะบัด อาการของมันสาหัส สิ่งที่พวกเขาทำได้คือพยายามแย่งตัวมันกลับมาจากคมเขี้ยวหมา แล้วพาไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ เวลานี้เจ้าของชื่อดวงพรหัวใจสลาย เมื่อได้ข่าวจากโรงแรมแมวที่รับอาคิราไปดูแล เพราะมันคือกำลังใจที่มีชีวิต ดวงพรร้องไห้เหมือนคนเสียสติ เสียงร้องไห้ดังโหยหวนไปทั่วคลินิกรักษาสัตว์ เพื่อฟ้องว่า เธอเจ็บปวดหัวใจขนาดไหน สำหรับดวงพร อาคิราไม่ใช่แมวเลี้ยงที่เธออุปถัมภ์ แต่เป็นเพื่อน เป็นกำลังใจให้เธอต่อสู้ชีวิต
“ชื่ออะไรคะ?” พนักงานโรงแรมแมวถาม ขณะที่รับกรงแมวจากมือของดวงพร “เจ้าของชื่อดวงพร แมวชื่ออาคิรา” “เพราะจัง” แน่นอนว่าพนักงานคนนั้น ไม่ได้ชมชื่อเจ้าของแมว แต่เป็นชื่อของแมวที่ดวงพรตั้งให้ “พี่เอาอาหารมาให้ด้วย ฝากน้องดูแลด้วยนะคะ พี่ไม่เคยห่างกันเลย เพิ่งจะห่างครั้งนี้เป็นครั้งแรก” สาวใหญ่วัยห้าสิบยื่นกล่องใส่อาหารให้เจ้าหน้าที่ เธอเสียงสั่นเครือ อดคิดไม่ได้ว่า หากการผ่าตัดวันพรุ่งนี้ไม่ราบรื่น ทำให้ดวงพรกลับมารับแมวไม่ได้คิดไม่ออกเหมือนกันว่า ‘อาคิรา’ แมวดำตัวนี้จะอยู่อย่างไรต่อไป แต่ดวงพรจะสู้กับโรคภัย เพื่อมีชีวิตรอดกลับมารับเพื่อนสนิทตัวนี้ไปดูแลอีกครั้ง ในกล่องที่ยื่นให้พนักงาน มีทั้งอาหารแมวแบบเม็ดและอาหารเหลวจำนวนมาก ที่สำคัญเธอไม่ลืมแนบซองจดหมายสั่งเสีย หากเลยวันที่วางเงินมัดจำแล้ว ดวงพรไม่กลับมารับอาคิรา ให้เจ้าหน้าที่ติดต่อเพื่อนที่ทำคาเฟแมว มารับแมวของเธอไปอยู่ด้วย “ถ้าพี่ไหว พี่จะโทรศัพท์กลับมานะ น้องถ่ายรูปคุ้ง...เอ่อ...อาคิราให้พี่ดูหน่อยนะ พี่จะได้มีกำลังใจในการรักษาตัว” ดวงพรเผลอเรียกชื่อเล่







