Startseite / LGBTQ+ / อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน / บทที่4 ของจริงมันนับต่อจากนี้ต่างหาก (1/2)

Teilen

บทที่4 ของจริงมันนับต่อจากนี้ต่างหาก (1/2)

last update Veröffentlichungsdatum: 03.07.2025 22:49:59

"แล้วหมอธรรมคืออะไรหรอจ๊ะตา"

"หมอธรรมกะคือ คนฮู้ล่ะกะคนเฮ็ดพิธีกรรมตามความเซือบ้านเฮา ที่เกี่ยวข่องการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ การปัดเป่าแนวบ่ดี แล้วกะดูแลจิตวิญญาณของคนในซุมซน" (หมอธรรมก็คือ ผู้รู้แล้วก็ผู้ประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อพื้นบ้าน ที่เกี่ยวข้องการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ การปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และดูแลด้านจิตวิญญาณของคนในชุมชน) ตาค่อยๆหันมาอย่างช้าๆก่อนจะอธิบายให้ผมฟัง

"แล้วถ้าเทียนไม่เป็นละจ๊ะตา"

"ตอนนี้หลานยังน้อย หลานยังบ่เข้าใจที่ตาเว้าดอก ถ้ามื้อได๋ที่หลานใหย่ขึ้นมา คนที่สิตัดสินใจได่ดีที่สุดกะคือโตหลานเอง จำคำเว้าของตาไว้"(ตอนนี้หลายยังเด็กมาก หลานยังไม่เข้าใจในสิ่งที่ตาพูดหรอก ถ้าวันไหนที่หลานโตขึ้น คนที่ตัดสินใจได้ดีที่สุดก็คือตัวของหลานเอง)

"จ่ะตา ถ้างั้นเทียนขอไปนอนก่อนนะจ๊ะ" ตาพยักหน้าก่อนจะหันกลับไปดังเช่นก่อนหน้านั้น

หลายสัปดาห์ต่อมา

ผมได้มาอยู่ที่นี่ได้หลายสัปดาห์แล้ว ยายของผมมักจะพาผมไปทำบุญที่วัดเป็นประจำทุกวัน ส่วนพ่อแม่ของผมก็ได้ออกเดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัดในภาคใต้ทันทีในช่วงเช้าตรูของอีกวันหลังจากที่ได้มาส่งผมอยู่กับตายาย

ในระหว่างที่ผมกับยายกำลังเดินทางกลับบ้านกันอยู่นั้น แสงแดดอุ่นยามสายเริ่มสาดผ่านยอดไม้ บ้านไม้เก่าๆ เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบริมถนนลูกรัง ฝุ่นเบาๆ เด็กน้อยกลุ่มหนึ่งวิ่งเล่นอยู่ข้างลานวัด เสียงหัวเราะของพวกเขาดังก้องไปทั่ว ซึ่งหน้าบ้านของใครบางคนมีผู้ใหญ่หลายคนยืนล้อมกันอยู่สามสี่คน มือบางคนถือหมาก บางคนก็ไขว้หลัง เสียงพึมพำเบาๆ สลับกับเสียงหัวเราะกลั้นๆที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่า เสียงซุบซิบคุยกันเป็นภาษาอีสาน แต่พอกำลังจะเดินผ่าน จู่ๆก็ได้มีเสียงเรียกของคนหนึ่งที่อยู่ในวงสนทนาเรียกชื่อใครบางคนอยู่อย่างเสียงดัง

"ยายจันทร์ มาพี่ๆยาย" (ยายจันทร์ มาตรงนี้ๆยาย) ยายผมเดินไปยังกลุ่มวงสนทนานี้

"ว่าจังได๋อิจ๋า" (ว่ายังไงอิจ๋า)

"ยาย เจ้าฮู้เรื่องบักหมอผีไพรบ่" (ยาย เจ้ารู้เรื่องไอ้หมอผีไพรไหม)

"เป็นหยังล่ะ" (เป็นยังไงบ้างล่ะ)

"ข่อยล่ะบ่อยากเว้าเลยเดะยาย ข่อยน่ะฮู้มาแด ข่อยได่ยินคนเขาซากันตั๋วว่าตอนนี้คึมันกำลังสิตายนิล่ะ" (ฉันล่ะไม่อยากจะพูดเลยนะยาย ฉันน่ะรู้มาบ้าง ฉันได้ยินคนเขาลือกันว่าตอนนี้เหมือนมันกำลังจะตาย) เธอพูดเสียงกระซิบกระซาบ ราวกับคำแต่ละคำเป็นความลับที่ไม่ควรหลุดออกมา

"มึงกะเว้าไปทั่วทีปทั่วแดน มันสิเป็นไปได่จังได๋มันกะคึยังเบิงดีๆยุ" (มึงก็พูดไปเรื่อย มันจะเป็นไปได้ยังไงมันก็ดูร่างกายแข็งแรงดี)

"เอ้อกูกะว่าจังซั่นล่ะ มันเก่งวะสั่นนิแต่ไคเดะมันบ่ยุ่งนำผุได๋ กูเคยไปหามันดนๆเทือกูกะเห็นแต่มันอยู่นำหลานน้อยสองคน กูแฮงย่านแต่ผีหลอกกูตั๋วยามไปแต่ละเทือ" (เอ้อกูก็ว่าอย่างงั้นแหละ มันเก่งจะตายแต่ดีนะที่มันไม่ยุ่งกับใคร กูเคยไปหามันนานๆครั้งกูเห็นแต่มันอยู่กับหลานเล็กกันสองคน กูรู้สึกกลัวว่าผีจะหลอกตอนไปหาเเต่ละครั้ง) เสียงยายแก่คนนึงที่กำลังเคี้ยวหมากพลูอยู่พูดแทรกขึ้นมา

ในขณะที่ผมยืนฟังอยู่นั้น สายตาของผมก็ไปสะดุดกับกลุ่มเด็กผู้ชายกลุ่มหนึ่ง มีเด็กผู้ชาย 3 คนยืนล้อมกันเป็นวงกลมกำลังรังแกเด็กผู้ชายที่ตัวเล็กกว่า เด็กผู้ชายตัวโตกำลังผลักเด็กที่ตัวเล็กกว่าจนล้ม ส่วนเพื่อนของเขา 2 คน ได้จับแขนเด็กที่ถูกผลักจนล้มให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ทันใดนั้นผมได้รีบวิ่งไปยังบริเวณนัันทันที ซึ่งอยู่ห่างจากผมไกลพอสมควร

พาร์ทของขุน

"บักธร กูเคยบอกมึงแล้วแมนบ่ ว่าให้เซายุ่งกับมะปราง" (ไอ้ธร กูเคยบอกมึงแล้วใช่มั้ย ว่าให้เลิกยุ่งกับมะปราง) ต้นตาลพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง

"กูบ่ได้ยุ่ง มีแต่มะปรางเป็นคนมายุ่งกับกูเอง" (กูไม่ได้ยุ่ง มีแต่มะปรางเป็นคนมายุ่งกับกูเอง)

"บักตอแหล มึงคึดว่ามะปรางสิมักคนขี้ฮ้ายคึมึงติ" (ไอ้คนโกหก มึงคิดว่ามะปรางจะชอบคนหน้าตาน่าเกลียดแบบมึงเหรอ)

"กูบ่ได้ยุ่งนำมะปรางอิหลี" (กูไม่ได้ยุ่งกับมะปรางจริงๆ) ธรพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย

"มึงมันเด็กน้อยพ่อแม่บ่สั่งสอน มักแย่งแต่ของผุอื่น อ๋ออกูลืมไปเพราะมึงมันโตปัญหา ไผๆกะบ่ได้อยากเล่นนำมึง" (มึงมันเด็กน้อยพ่อแม่ไม่สั่งสอน ชอบแย่งแต่ของคนอื่น อ๋ออกูลืมไปเพราะมึงเป็นตัวปัญหา ใครๆก็ไม่ได้อยากเล่นด้วยกับมึง) ต้นตามพูดด้วยน้ำเสียงเสียดสีเน้นคำบางคำพลางผลักเด็กตัวเล็กให้ล้มลง

พลั่ก!!!!!!! ธรล้มกระแทกพื้นอย่างจัง ความเจ็บแปลบแล่นผ่านกลางหลังกับข้อศอกที่กระแทกพื้นเต็มๆ ใจเต้นโครมคราม ทั้งตกใจ ทั้งเจ็บ และทั้งโกรธ

"พวกมึงจับมันลุกขึ้นมา!!" (พวกมึงจับมันลุกขึ้นมา!!) เสียงตะโกนของต้นตาลสั่งให้เพื่อนทั้ง 2 คนจับให้ธรลุกขึ้นมาอีกครั้ง

ตุ้บบบ!!!!!!!

"เอ๊อะ!!!!!!!! ไผถีบกู!!!!!" ต้นตาลล้มลงไปนอนกองกับพื้นดินเสียงดังลั่น ฝุ่นปลิวกระจาย

สิ่งที่ปรากฏขึ้นคือเด็กชายตัวสูงผิวขาว ผมสีน้ำตาลกระโดดถีบเด็กตัวโตที่มีชื่อว่าต้นตาล จนล้มลงไปนอนกองที่พื้นดิน

"มึงเป็นไผ!!" (มึงเป็นใคร!!) ต้นตาลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้นด้วยความโกรธ

"จะเป็นใครก็ช่าง ไม่ใช่พ่อใช่แม่ของนายก็แล้วกัน" คนที่มาใหม่ตอบด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความยียวนเหมือนตั้งใจยั่วให้คนฟังหงุดหงิด

พาร์ทของเทียน

เทียนเป็นฝ่ายพุ่งเข้าก่อน หมัดเล็กๆ ฟาดใส่ไหล่ของเพื่อนต้นตาลทั้งสองคน"ปั่ก!!" เสียงหมัดกระทบตัวดังขึ้น เพื่อนของต้นตาลเซล้มลงไปนอนกองบนพื้นทั้งคู่ "นี่หมัดสำหรับที่รังแกคนไม่มีทางสู้!!" เทียนตะโกนพร้อมฟาดหมัดกลับเข้าแก้มต้นตาลอย่างไม่ยั้ง

เสียง "อั่ก!" ดังขึ้นเบาๆ กัดฟันแน่น ความเจ็บซ่านขึ้นแก้ม แต่เขายังไม่ยอมแพ้ เด็กทั้งสองผลัดกันผลัก ดึง แขนขาพัลวันอย่างไม่มีใครยอมใคร ฝุ่นใต้เท้าฟุ้งกระจาย เสียงร้องตะโกนปะทะกันจนผู้ใหญ่ต้องรีบวิ่งเข้ามาห้าม

"เทียน!!!!เซา!!!!ยายบอกให้เซา!!!" (เทียน!!!!หยุด!!!!ยายบอกให้หยุด!!!) เสียงยายจันทร์ร้องตะโกนห้าม

ผมชะงักมือกำหมัดเล็กค้างอยู่กลางอากาศ ยายผมรีบเดินมาบิดหูผมให้กลับบ้านพลางบ่นผมตลอดทางจนถึงบ้าน ส่วนตาของผมตอนนี้กำลังนั่งฟังวิทยุเก่าๆอยู่บนแคร่หน้าบ้าน ผมรีบวิ่งไปหาตาทันที

"เทียน หน้าหลานไปถืกอิหยัง" (เทียน หน้าของหลานไปโดนอะไรมา)

"โอ้ยยย มันไปซกกับพวกบักต้นตาล ตีกันยุวะสั่นนิ ไคเดะข่อยไปห้ามไว้ทัน จังซั่นมันเละแล้ว"(โอ้ยยย มันไปชกกับกลุ่มต้นตาลมาตีกัน ดีนะฉันไปห้ามไว้ทัน ไม่อย่างงั้นมันเละแล้ว) ยายพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

"ไสเป็นหยังคึได้ตีกัน" (ทำไมถึงได้ตีกัน) ตาหันมามองด้วยสายตานิ่งๆ แต่แฝงไปด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเนิบช้า

"ก็กลุ่มนั้นรังแกคนอื่นก่อนไงจ๊ะตา เทียนเห็นเขาผลักเด็กผู้ชายคนนึงจนล้ม เทียนก็เลยวิ่งเข้าไปช่วยแค่นั้นเองงง" ผมพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนพลางส่งสายตาปริบๆ มองขึ้นมาอย่างคนกำลังรู้สึกผิด

"ตาฮู้ว่าหลานฮู้สึกแนวได๋ แต่การที่ใซ่ความรุนแรงมันบ่แมนทางออกเสมอไป เข้าใจที่ตาเว้าบ่"(ตารู้ว่าหลายรู้สึกยังไง แต่การที่ใช้ความรุนแรงมันก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีเสมอไป เข้าใจที่ตาพูดไหม)

"เข้าใจแล้วจ่ะตา" ผมก้มหน้ารู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองทำไว้

"มาๆมากินข้าว" เสียงยายร้องเรียกให้ผมกับตาลุกขึ้นไปกินข้าว

บ้านไม้ยกใต้ถุนสูงตั้งอยู่เคียงข้างทุ่งนาเขียวขจีที่ทอดยาวไปสุดสายตา ลมอ่อนๆ พัดผ่านรวงข้าวที่เริ่มออกรวง ส่งเสียงเสียดสีเบาๆ คล้ายเสียงกระซิบของธรรมชาติตา ยาย กับหลานชายตัวน้อยนั่งล้อมวงกันอยู่กับสำรับอาหารง่ายๆที่วางอยู่บนเสื่อผืนน้อย ในขันโตกมีแกงหน่อไม้ใส่ใบย่านาง ต้มจืดมะระกับกระดูกหมู และปลาทูทอดวางอยู่คู่กับน้ำพริกปลาร้า ผักลวกพื้นบ้านอย่างบวบอ่อน และถั่วฝักยาว

เช้าของวันใหม่ผมกับยายได้ไปวัดด้วยกันอย่างเช่นเคย ในระหว่างทางกำลังจะกลับบ้าน มีเด็กผู้ชายยืนรออยู่ตรงมุมเดิมของถนนลูกรัง แววตานิ่งแต่เต็มไปด้วยความหวัง มือซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกง เขาไม่ได้พูดอะไร แค่ยืนอยู่เงียบๆ อย่างนั้น ราวกับกลัวว่าถ้าเผลอกระพริบตา จะพลาดการมาของใครบางคน เด็กคนนั้นวิ่งมาทางผมกับยาย

"สวัสดีครับ ยายจันทร์" เด็กเมื่อวานที่ผมได้ช่วยเหลือไว้กำลังยืนไหว้ยายของผม ผมมองไปที่เด็กคนนั้นด้วยความงุนงง

"อ้าวววธรบ่นิ แม่นหลานพ่อใหญ่ไพรบ่นิ"(อ้าวววธรใช่ไหม ใช่หลายของตาไพรไหมนิ)

"แมนครับ" (ใช่ครับ)

"พ่อใหญ่โตแนวได๋ล่ะช่วงนี้ ยายคึบ่ค่อยได่พ่อมันเลย" (ตาเป็นยังไงบ้างช่วงนี้ ยายไม่ค่อยได้เจอเลย)

"ตาสำบายดีครับ" (ตาสบายดีครับ)

"ไคยุถ้าเว้าแนวนี้ มาๆมาเฮือนยายก่อน เดี๋ยวยายสิเอาแนวกินให้เอาไปฝากพ่อใหญ่"(ดีอยู่ที่พูดแบบนี้ มาๆมาบ้านยายก่อน เดี๋ยวยายจะเอาของกินให้เอาไปฝากให้ตา)

หลังจากถึงบ้านเรียบร้อย ยายก็รีบเดินเข้าไปในกลัวเพื่อทำอาหารเช้า ตอนนี้เหลือเพียงผมกับเด็กคนเมื่อวาน พวกผมทั้งสองคนนั่งอยู่บนแคร่ไม้หน้าบ้าน

"นี่ นายชื่ออะไร" ผมเอ่ยถามเด็กผู้ชายที่นั่งข้างผม

"เอิ้นเฮาว่าธรกะได่" (เรียกเราว่าธรก็ได้)

"เราชื่อเทียนนะ มาจากต่างจังหวัด"

"อื้ม...ขอบคุณเทียนเด้อ..ที่ซอยเฮามื้อวานนี้"(อื้ม...ขอบคุณเทียนนะ..ที่ช่วยเราเมื่อวานนี้)

"บ่เป็นอะไรดอก" (ไม่เป็นอะไรหรอก) เทียนพูดภาษาอีสานปนภาษาไทย ทำให้คนฟังข้างๆหัวเราะจนน้ำตาไหล

"ฮ่าาาาาฮ่าาาาฮ่าาาาาฮ่าาาาาา" ธรกุมท้องหัวเราะไม่หยุด

"หัวเราะอะไร!!! เราไม่คุยด้วยแล้ว"เทียนเม้มปากแน่น หันหน้าหนีไปอีกทางอย่างประชด มือเล็กๆ กอดอกแน่น ไหล่สะบัดเบาๆแบบไม่แคร์ คิ้วขมวดหน่อยๆ ใบหน้าบึ้งแต่กลับดูน่าเอ็นดูมากกว่าโกรธจริงจัง

"โทษๆๆ ฮ่าฮ่าาาาาาาฮ่าาา" ธรพูดขอโทษทั้งที่มือยังกุมท้องหัวเราะเทียนไม่หยุด

หลังจากนั้นทั้งคู่ก็สนิทกัน ไปไหนก็ไปด้วยกัน กลุ่มต้นตาลก็ไม่ได้มาหาเรื่องธรอีกเลย นับตั้งแต่ทะเลาะกัน จนในที่สุดวันนี้ก็มาถึง เทียนได้บอกลาตากับยายก่อนที่จะกลับบ้าน ในขณะที่พ่อแม่เทียนกำลังคุยกับตายายอยู่นั้น เทียนก็ยืนรอใครบางคนที่หน้าบ้าน เทียนรอแล้วรออีกจนในที่สุดธรก็ยังไม่มา ดวงตาที่เคยสดใสกลับดูเศร้าหมอง เหมือนแสงในนั้นดับลงชั่วคราว แก้มยุ้ยๆหย่อนคล้อยนิดหน่อยเมื่อเขาเม้มปากแน่น สะกดกลั้นบางอย่างไว้ในใจ แม้จะยังเด็ก แต่ใบหน้าที่หม่นหมองนั้นเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ทั้งที่สัญญากันไว้แล้วว่าจะมาส่ง เทียนล้มเลิกความหวังแล้ววิ่งไปกอดตากับยายแล้วค่อยๆเดินขึ้นรถไป

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่41 ขอตึงๆดิ้

    "มึงมาช้า! ทุกคนเขารอมึงคนเดียว รีบไปวอร์ม!!" เสียงเข้มของพี่คนหนึ่งดังขึ้นแทรกกลางบรรยากาศที่กำลังครึกครื้น เทียนชะงักก้าวทันที หันไปมองก็เห็นชายร่างสูงในชุดพละของคณะ ยืนกอดอกอยู่ไม่ไกล ใบหน้าคมเข้ม ท่าทางมั่นใจแต่ดูจริงจังจนน่ากลัวนิดๆ เทียนไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อน คิดว่าน่าจะเป็นรุ่นพี่ปีสามที่เพิ่งเข้ามาช่วยดูแลทีม เสียงรอบข้างเริ่มเงียบลง"ขอโทษครับ" ก่อนที่เทียนจะรีบพยักหน้าแล้วก้าวเท้าไปวอร์มตามคำสั่งทันที..."พวกมึงเล่นอะไรกันอยู่วะ?! คิดว่ามาเล่นขายของก้นอยู่เหรอ! เล่นแบบนี้อย่าหวังว่าจะชนะ" เสียงตะโกนดังลั่นไปทั่วสนาม เสียงเข้มของพี่ปีสามสะท้อนก้องจนทุกคนหยุดเคลื่อนไหวทันที เหงื่อที่ไหลตามขมับของเทียนเย็นวาบขึ้นมาในพริบตา พี่คนนั้นยืนกอดอกอยู่กลางสนาม แววตาคมกริบฉายชัดทั้งความไม่พอใจและความกดดัน"ตั้งสติให้ดี แล้วเริ่มใหม่ รอบนี้อย่าเห็นพลาดแบบเมื่อกี้อีก เข้าใจไหม!""ครับ" เสียงของทุกคนในสนามดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่แต่ละคนจะขยับตัวกลับเข้าตำแหน่งของตัวเองอย่างรวดเร็ว เทียนสูดหายใจลึก พยายามเรียกสมาธิกลับมาอีกครั้ง ขณะที่แววตาของพี่ปีสามยังคงจับจ้องอยู่ตรงกลางสนามเวลาล่วงเ

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่40 คำว่า"แพ้"สถาปัตย์ไม่เคยรู้จักอยู่แล้ว

    ณ โรงอาหารคณะวิศวะในโรงอาหาร บรรยากาศช่วงเที่ยงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและจอแจของนักศึกษา กลิ่นอาหารจากหลายร้านลอยคลุ้งอบอวลทั่วบริเวณ ที่โต๊ะมุมหนึ่งใกล้หน้าต่าง มีกลุ่มนักศึกษาชายสามคนนั่งกินข้าวด้วยกัน พวกเขาสวมเสื้อนักศึกษา หน้าตาดูเหนื่อยเล็กน้อยจากการเรียนเช้าหนึ่งในนั้นก้มหน้ากินข้าวเงียบๆ อีกคนหัวเราะกับโทรศัพท์ในมือ ส่วนคนที่พูดอยู่นั้นก็บ่นขึ้นมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิด"แม่ง!! ทำไมพี่มึงต้องนัดมาคณวิดวะด้วยวะ?! ไกลฉิบหายย! แทนที่จะนัดคณะเราหรือไม่ก็คณะแพทย์ก็ได้" ต้นกล้าบ่นเสียงดังพลางวางช้อนลงกับจาน แล้วหันไปมองหน้า ปอที่กำลังเล่นโทรศัพท์อยู่ด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อนปอเงยหน้าขึ้นนิดหนึ่ง ก่อนจะตอบเรียบๆ "กูบอกมันอยู่ เห็นบอกว่าเป็นความลับขั้นสุดยอด" "สุดยอดห่าไร!! กูอยากไปล่อสาวสถาปัตย์โว้ยยย!" ต้นกล้าพูดต่อเสียงดังขึ้นเล็กน้อย"เงียบๆไอ้สัส! มึงพกโทรโข่งมาด้วยรึไง? เห็นไหมคนมองโต๊ะเราหมดแล้วนิ" เทียนว่าพลางขมวดคิ้ว มองไปรอบๆ ที่ตอนนี้มีสายตาหลายคู่เหลือบมองโต๊ะของพวกเขาต้นกล้าทำตาโตเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าหลายโต๊ะยังหันมามอง เขารีบยกมือขึ้นพนมเหนืออกอย่างรวดเร็ว พนมอยู่อ

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่39 มันกำลังตามมา (2/2)

    ก่อนหน้านี้พาร์ทของขุนความเงียบเข้าครอบคลุมทั่วทั้งห้อง มีเพียงแสงจากโคมตั้งโต๊ะที่ส่องสลัวลงบนใบหน้าของขุน เขายกมือขึ้นแตะจมูกเมื่อรู้สึกถึงของเหลวอุ่นๆ ไหลรินลงมาช้าๆ เลือดสีเข้มซึมผ่านปลายนิ้วอย่างไม่ทันตั้งตัว ขุนขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหยุดนิ่ง ในวินาทีนั้นเอง เขารับรู้ได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างไปจากเดิมอากาศรอบตัวเหมือนเปลี่ยนไปทันที ความเงียบหนักอึ้งที่กดทับจนหัวใจเต้นแรงขึ้น ขุนหันไปมองทางหน้าต่าง เมฆหนาทึบเคลื่อนเข้ามาช้าๆ แล้วบดบังแสงของพระจันทร์จนหมดสิ้น ในความมืดนั้น ขุนรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งจ้องมองเขาอยู่จากที่ใดที่หนึ่งภายนอกขุนหันขวับไปทางเตียง เสียงลมหวิวลอดเข้ามาจากหน้าต่างที่แง้มไว้ทำให้ม่านบางสะบัดเบาๆ เขาก้าวเร็วๆ เข้าไปหาเตียงที่เทียนนอนอยู่ เลือดกำเดายังไหลรินอยู่ แต่ขุนกลับไม่สนใจ เขายกมือขึ้นเช็ดลวกๆ ก่อนจะยกสองมือประสานตรงหน้าอก เสียงพึมพำแผ่วต่ำหลุดออกมาจากริมฝีปาก คำบริกรรมที่ไม่มีใครฟังเข้าใจทันทีที่เสียงบริกรรมสุดท้ายจางหาย ขุนลืมตาขึ้นช้าๆ แววตานิ่งลึกแต่แฝงความรีบร้อน เขาหันไปมองเทียนที่ยังหลับนิ่ง ลมหายใจของอีกฝ่ายกลับสม่ำเสมอขึ้นเหมือนไม่มีอะไ

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่38 มันกำลังตามมา (1/2)

    ขุนก้มหน้าจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า แสงจากโคมตั้งโต๊ะสาดทอเป็นวงเล็กๆ บนกองเอกสาร เงาของเขาทาบลงบนพื้น เสียงพิมพ์คีย์บอร์ดหยุดบ้างต่อบ้างสลับกับเสียงพลิกกระดาษ เวลาในห้องค่อยๆ ไหลผ่านอย่างเชื่องช้าบนเตียงด้านหลัง เทียนนอนขดอยู่ใต้ผ้าห่ม ผมปรกหน้าผากเล็กน้อย ลมหายใจสม่ำเสมอแผ่วเบาแสดงถึงการหลับลึก ห้องทั้งห้องมีเพียงเสียงแอร์และเสียงปลายปากกาที่ถูกขุนแตะลงบนกระดาษเป็นบางครั้งขุนเงยหน้ามองนาฬิกา เกือบเที่ยงคืนแล้ว แต่ดวงตาเขายังคงฝืนอ่านบรรทัดสุดท้ายของเอกสารอีกกองหนึ่ง ความล้าทำให้สายตาพร่าเล็กน้อย แต่ยังฝืนทำต่อไปในจังหวะที่เขาขมวดคิ้วจากความปวดหนึบในศีรษะ ขุนก็รู้สึกได้ถึงของเหลวอุ่นๆ ไหลผ่านริมจมูก เขายกมือขึ้นแตะอย่างไม่ใส่ใจในตอนแรก คิดว่าอาจเป็นเหงื่อ แต่เมื่อมองลง มือของเขากลับเปื้อนสีแดงสดเลือดกำลังไหลออกมาจากจมูกของเขาอย่างช้า ๆ รินลงตามร่องริมฝีปากและหยดลงบนกระดาษที่ยังทำไม่เสร็จ ขุนนิ่งไปชั่วอึดใจ เสียงแอร์ยังคงดังเท่าเดิม แต่บรรยากาศกลับหนักอึ้งขึ้นราวกับห้องทั้งห้องกำลังกดทับลงมาที่หัวไหล่ของเขาและที่เตียง เทียนยังคงนอนหลับสนิท ไม่รู้เลยว่าในความเงียบของค่ำคืนนี้ กำลังมี

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่37 จะร้องให้ฟังเป็นคนแรก

    ขุนผลักบานประตูให้เปิดออก เทียนก้าวเข้ามาในห้องก่อนโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรสักคำ เสียงฝีเท้าดังแผ่วเบาก้องท่ามกลางความเงียบ ไม่นานนักไฟในห้องก็ค่อยๆสว่างขึ้น เขาปิดประตูตามหลัง ก่อนจะยืนอยู่ไม่ไกลจากเทียน ทั้งสองยังคงนิ่ง ไม่มีบทสนทนาใดเกิดขึ้น ราวกับต่างฝ่ายต่างกำลังรอให้ใครสักคนเริ่มพูดก่อน ในที่สุด ขุนก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้น พลางเอ่ยเสียงเรียบ " อยากกินอะไรไหม?" "หื่อ ตอนนี้ยังไม่หิว" "แน่ใจ?" "ก็เออดิ ถามอยู่ได้" ขุนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินน้ำเสียงของเทียน "..." "...โกรธอะไร จะได้ขอโทษ" "แล้วทำไมกูต้องโกรธมึงด้วยมิทราบครับ" เทียนมองด้วยสีหน้าไม่พอใจปนหงุดหงิดเล็กน้อย บรรยากาศในห้องยังเงียบ ขุนจ้องเทียนนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยช้าๆ "รู้ไหม ว่าตัวเองเป็นคนโกหกไม่เก่ง" เทียนนิ่งไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินขุนพูดแบบนั้น เขาเลิกคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ "อะไรของนายอีกเนี่ย ก็กูไม่หิว! มึงเซ้าซี้กูอยู่ได้" เทียนตอบสั้นๆ น้ำเสียงหงุดหงิดยังไม่ลดลง ขุนมองหน้าเทียนตรงๆไม่หลบสายตา เทียนยังทำหน้าดุใส่ขุนอยู่ แต่ก่อนที่เขาจะอ้าปากเถียงต่อ เสียงท้องของเขาดันร้องดังขึ้นมากอย่

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่36 รายการQ&A

    "สวัสดีค่าา ยินดีตอนรับเข้าสู่ช่วงQ&A ถามปุ๊บตอบปั๊บ ถามปั๊บปั๊บตอบปุ๊บปุ๊บEP.4แล้วนะคะ~""แขกรับเชิญของเราก็คือออออ..เดือนมหาลัยปีนี้ น้องขุนค่าาาาาาาาา!!"ทั้งพิธีกรกับน้องขุนยกมือไหว้พร้อมกัน"ทุกคนคะ! ตัวจริงน้องขุนหล่อม้ากกกกกกก ทำเอาพิธีกรเกร็งเลยค่ะ5555555""ขอบคุณครับ" น้ำเสียงของขุนเรียบนิ่ง ไม่มีวี่แววตื่นเต้น หรือเคอะเขินรุ่นพี่พิธีกรกลับหัวเราะกลบความเงียบได้อย่างมืออาชีพ เธอกำลังนั่งไขว่ห้างอย่างเป็นกันเองบนเก้าอี้ทรงสูง ใบหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา สวมชุดนักศึกษาแบบเรียบร้อย"เอาล่ะค่าาา วันนี้เราจะมาถามคำถามสั้นๆ สนุกๆ ให้แฟนๆ ได้รู้จักตัวตนของขุนมากขึ้น! ทั้งหมดมี 10 คำถามค่ะ พร้อมยังคะ?""ครับ""คำถามแรก ทำไมถึงได้ชื่อเล่นว่า ขุน คะ?""...""ตาเป็นคนตั้งให้...ผมเองก็ไม่ทราบครับ"พิธีกรถึงกับชะงักเล็กน้อย ก่อนจะรีบส่งยิ้มกลบอึดอัด"เราไปกันต่อที่คำถามต่อไปดีกว่าค่าาาา~""คำถามที่สอง ชอบสีอะไรคะ?""ดำครับ""คำถามที่สาม งานอดิเรกที่ชอบทำค่ะ""แกะเพลงเล่นเปียโนครับ"รุ่นพี่พิธีกรพลิกกระดาษคำถามในมืออีกครั้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อย"แล้ววว~ น้องขุนมีแพลนจ

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่30 เพื่อนรักสมัยเด็ก...?

    เทียนค่อยๆลืมตาขึ้นกลางดึก ความเงียบงันอบอวลทั่วห้อง เขาค่อยๆหันไปยังปลายเตียงภายในห้องนอน มุมกลางห้อง ปรากฏเด็กชายคนหนึ่งยืนอยู่เงียบๆ ไม่ไกลจากเตียงนอนมากนัก ร่างเล็กในเสื้อยืดสีดำ ยืนนิ่งจ้องมาทางเขา ด้วยแววตาว่างเปล่าแต่กลับทำให้รู้สึกสบายใจแปลกๆเทียนขยับตัวขึ้นเล็กน้อย เหมือนเคยเห็นจากที่ไห

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่26 ฉลองดิ้วะ!!

    ก่อนหน้านี้"จุกช่วยสอนร้องเพลงอีสานหน่อย""เป็นหยังเทียนคึสิฮ่องเพลงเป็นภาษาอีสาน" (ทำไมเทียนถึงอยากร้องเพลงเป็นภาษาอีสาน) จุกขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอียงคอพลางจ้องเทียนที่กำลังนั่งอยู่บนเตียงนอน"อาทิตย์หน้ามีประกวดดาวเดือน แล้วมันมีรอบแสดงความสามารถ เลยคิดว่าอยากร้องเพลงเป็นแนวผสมสนุกๆแหวกแนวหน่

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่25 ดาวเดือนมหาลัยประจำปี 2568

    "สวัสดีค่ะชื่ออลิซ มาจากคณะพยาบาลศาสตร์ค่ะ" ทันทีที่อลิซแนะนำตัวเสร็จ เสียงปรบมือก็ดังขึ้นทั่วทั้งหอประชุม "สวัสดีครับชื่อตอง มาจากคณะพยาบาลศาสตร์ครับ" "สวัสดีค่ะชื่อกอหญ้า มาจากคณะเภสัชศาสตร์ค่าา" "สวัสดีครับชื่อเตอร์ครับ มาจากคณะเภสัชศาสตร์" . . . "สวัสดีค่าาชื่อน้ำผึ้ง มาจากคณะแพทยศ

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่23 ในคืนที่ฝนตกหนัก

    "...อะไรนะ?" ขุนเลิกคิ้วขึ้นสูง เขาจ้องมองไปที่เทียน ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน"กูบอกว่า ขึ้นมาบนห้องกูก่อน ถ้าเกิดมึงไม่อยากขึ้น มึงก็ยืนอยู่ตรงนี้แหละ ตามใจ" เทียนว่าพลางเดินขึ้นบันไดไปอย่างไม่เร่งรีบ ทิ้งคำพูดค้างคาไว้ในอากาศ ขุนมองตามคนตัวเล็ก ก่อนจะค่อยๆก้าวตามขึ้นไปอย่างเงียบๆ...ภายในห

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status