หน้าหลัก / LGBTQ+ / อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน / บทที่3 จุดเริ่มต้นของเรื่องราว (3/3)

แชร์

บทที่3 จุดเริ่มต้นของเรื่องราว (3/3)

ผู้เขียน: มังกรพ่นไฟ
last update วันที่เผยแพร่: 2025-07-03 22:48:43

น้ำเสียงที่หนักแน่นของชายชราที่กำลังเดินลงจากบันไดชั้น 2 ของบ้านไม้ ทันใดนั้นเองบรรยากาศโดยรอบเงียบงันลงอย่างฉับพลัน ราวกับว่าโลกทั้งใบหยุดหายใจ เสียงลมที่เคยพัดผ่านก็เงียบไป ไม่มีแม้แต่เสียงแมลง ความเงียบนั้นหนาวเย็นและหนักอึ้ง แผ่ซ่านเข้ามาในทุกอณูของอากาศ ทุกคนสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ บางสิ่งบางอย่างที่ไม่ควรอยู่ที่นี่ กำลังเข้ามาใกล้ พวกผมทั้ง 3 คนหันหลังไปยังบริเวณหน้าบ้าน มีเงาร่างลางเลือนของผู้หญิงผมยาวชุดขาวปรากฏขึ้น ซึ่งผมเห็นเธอก่อนหน้านี้ที่เธอทำให้ผมกลัวมาก ในตอนนี้เธอยืนอยู่ท่ามกลางความมืด ผมยาวสีดำสนิทสยายปิดใบหน้า แต่แววตาที่โผล่พ้นออกมานั้นเต็มไปด้วยไฟแค้นลุกโชน ราวกับจะเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางทาง ริมฝีปากซีดคล้ำขยับพึมพำคำสาปซ้ำไปซ้ำมา เสียงนั้นเบาราวลมหายใจ แต่แฝงด้วยแรงอาฆาตแรงกล้า คอของเธอมีเลือดสีแดงคล้ำซึมออกจากรอยบาดเป็นเส้นยาว ไหลซึมลงมาตามลำคอเปรอะเสื้อจนกลายเป็นคราบดำ ผิวรอบบาดแผลบวมช้ำเป็นสีม่วงคล้ำ ราวกับเชือกนั้นไม่ได้แค่รัด แต่ตั้งใจจะปลิดลมหายใจอย่างโหดเหี้ยม ทันใดนั้นสายตาของผมไปสะดุดเข้าที่ขาสองข้างของเธอ ขาข้างซ้ายของเธอได้หายไป เหลือเพียงขาข้างขวาเท่านั้น พ่อแม่และผมต่างพากันวิ่งไปยังทางที่ตายืนอยู่ พวกผมทั้ง 3 คนวิ่งไปยืนหลบอยู่ข้างหลังตา ส่วนผมนั้นกำลังยืนกอดขาแม่เอาไว้แน่นด้วยความหวาดกลัว แม่ยืนกอดผมเอาไว้ถึงแม้ว่าแม่เองก็มีท่าทีไม่ต่างจากผม พ่อของผมได้โอบกอดแม่ของผมเอาไว้เช่นเดียวกัน ซึ่งผีตนนั้นก็กำลังกระโดดเข้ามายังบริเวณที่พวกผมยืนอยู่ แต่เธอก็ไม่สามารถเข้ามาได้

"กูบ่ให้มึงเข้า มึงอย่าหวังว่าสิเข้าเฮือนกูได้"(กูไม่ให้มึงเข้าบ้านกู มึงเองก็อย่าหวังว่าจะเข้าบ้านกูได้) น้ำเสียงของตาหนักแน่นแข็งกร้าวราวกับว่าคนที่กำลังพูดอยู่นั้นไม่ใช่ตาของผม ตาของผมจ้องตาเขม็งไปยังผีตนนั้น

"บักเฒ่า มึงเฒ่ามึงกะอยู่ส่วนมึง มึงอย่าสิเสือกเรื่องของกู" (ไอ้แก่ มึงแก่มึงก็อยู่ส่วนของมึง อย่ามายุ่งกับเรื่องของกู) เธอตะโกนเสียงสูงเย็นเยียบมาจากที่ไกลๆแต่คนฟังกลับได้ฟังแล้วขนลุกซู่

"พวกกูสิเฮ็ดบุญไปหามึงดอก อย่าสิได้จองเวรจองกรรมกันเถาะ" (พวกกูจะทำบุญไปหามึงหรอก อย่าได้จองเวรจองกรรมกันเลย)

"บ่ กูบ่เอากูสิตามฆ่ามันทุกซาติไป กูสิเฮ็ดให้ซีวิตมันxิบหายคือที่มันเคยเฮ็ดไว้กับกู" (ไม่ กูไม่เอากูจะตามฆ่ามันทุกชาติไป กูจะทำให้ชีวิตมันxิบหายเหมือนที่มันเคยทำไว้กับกู) เธอชี้มาที่ผมจ้องตาเขม็ง ใบหน้านั้นบิดเบี้ยวด้วยโทสะ ดวงตาดำสนิทไร้ตาขาว แววตาแหลมคมจ้องทะลุทะลวงเหมือนจะแช่แข็งหัวใจคนมองได้ในเสี้ยววินาที พร้อมกับน้ำเสียงที่ตะโกนด้วยความโกรธแค้น

เธอพยายามกระโดดเข้ามาอีกครั้งด้วยขาข้างเดียวของเธอ ส่วนทางด้านของตาผมก็ได้สวดแผ่เมตตาให้กับเธอ ทันใดนั้นเองรอบตัวของเธอค่อยๆมีแสงสีขาวโอบล้อมเธอไว้

"กูบ่เอา!!!!!!!กูสิฆ่ามึง" (กูไม่ต้องการ กูจะฆ่ามึง) เสียงเธอตะโกนอีกครั้งด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง แสงสีขาวอ่อนโยนที่โอบล้อมเธอไว้ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยแสงสีดำสนิทเย็นเยียบ

เสียงตะโกนของเธอสะท้อนก้องไปทั่ว รุนแรงจนใบไม้สั่นไหวแม้ไร้สายลม ดวงจันทร์ถูกเมฆดำบดบังจนมืดมิด เงาต้นไม้ยาวเหยียดบิดเบี้ยวเหมือนมีชีวิต พื้นดินเริ่มสั่นเบาๆ ใบไม้แห้งปลิวว่อนขึ้นมาจากพื้นโดยไม่มีแรงผลัก กลิ่นอับชื้นของดินปนกลิ่นเน่าเหม็นโชยมาแตะจมูก เหลือเพียงเสียงบิดเบี้ยวและหลายเสียงซ้อนกันไปทั่วทุกสารทิศ

"มึงตาย มึงตาย มึงตาย มึงตาย ตาย ตาย ตาย ฮ่า ฮ่ะๆๆๆๆ ฮ่าาาาาา มึงต้องตายตามกู" เสียงแหลมสูงฉีกอากาศกลางดึก กรีดผ่านแก้วหูจนเหมือนจะทำให้หัวใจหยุดเต้น มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น

*แนะนำให้ข้ามบทสวดมนต์ไปนะคะ

"นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)

ข้าขอนอบน้อมแด่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

ขออำนาจแห่งแสงสว่างอันบริสุทธิ์

จงปกป้องสถานแห่งนี้ ด้วยพลังเมตตาแห่งธรรม

ด้วยพลังแห่งพระโพธิสัตว์

ด้วยฤทธิ์แห่งพระอรหันต์

ด้วยความจริงแท้แห่งธรรมะ

ขอจิตวิญญาณที่ยังยึดติด…จงสงบ

ขอวิญญาณที่เคียดแค้น…จงปล่อยวาง

ขอผู้หลงผิด…จงไปสู่แสงสว่าง

จงออกไปจากที่แห่งนี้

จงปล่อยผู้คนที่นี่ให้เป็นอิสระ

ด้วยเมตตา ด้วยสันติ ด้วยพลังแห่งความดี" ตากำลังพนมมือหลับตากล่าวบทสวดมนต์เพื่อไล่ให้ผีสาวตนนี้ออกไป แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังไปทั่วทุกสารทิศด้วยความเจ็บปวด

"ครอบครัวของพวกมึงสิต้องพ้อแต่ความพินาศย่อยยับ บ่มีความสุขมีแต่เรื่องให้ต้องxิบหาย โดยเฉพาะมึงบักเทียน ถ้ามึงอายุครบซาวปียามได๋ มึงต้องตาย กูสิฆ่ามึงโดยโตของกูเอง"(ครอบครัวของพวกมึงจะต้องเจอแต่ความพินาศย่อยยับ ไม่มีความสุขมีแต่เรื่องให้ต้องxิบหาย โดยเฉพาะมึงไอ้เทียน ถ้ามึงอายุครบ20ปีตอนไหน มึงต้องตาย กูจะฆ่ามึงด้วยตัวของกูเอง) หลังจากที่เธอพูดจบ เสียงของเธอก็ค่อยๆหายไป จนเหลือเพียงความเงียบสงบราวกับก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นเลย

ผมมองไปยังตาของผม ใบหน้าของชายชราที่มีรอยย่นลึกตามหน้าผากและรอบดวงตา ดวงตาแฝงความกังวลลึกอยู่ภายใน ชายชราขมวดคิ้วแน่น มุมปากตกลงเล็กน้อยเหมือนมีเรื่องให้ครุ่นคิดตลอดเวลา แววตาเขามองไปข้างหน้าอย่างเลื่อนลอย คล้ายกำลังแบกรับบางสิ่งที่หนักหนาไว้ในใจ โดยไม่อาจระบายออกมาเป็นคำพูดได้ ตาหันหลังกลับมามองที่พวกผมทั้ง 3 คนซึ่งต่างคนต่างโอบกอดกันไว้แน่นด้วยความหวาดกลัวกับสิ่งที่พบเจอก่อนหน้านี้ ตาบอกให้พวกผมขึ้นบ้าน

หลังจากนั้นแม่ได้เล่าให้ตาฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในระหว่างที่เดินทางมาถึงที่นี่ พอแม่เล่าจบแม่ได้ถามหายายเพราะไม่เห็นยายอยู่ในบ้าน ตาของผมได้บอกพวกผมว่ายายไปเวียนเทียนที่วัด สักพักเดี๋ยวยายก็กลับ บรรยากาศในตอนนี้เริ่มผ่อนคลายมากขึ้น เสียงพูดคุยค่อยๆ กลับมาอีกครั้ง ทุกคนเริ่มแลกเปลี่ยนเรื่องราวถามไถ่ชีวิตกัน รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้า เสียงหัวเราะเบาๆ แทรกเข้ามาเป็นระยะ ความตึงเครียดที่เคยปกคลุมค่อยๆจางหาย ราวกับลมเย็นที่พัดพาความกังวลออกไป เหลือเพียงความอบอุ่นที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นใหม่ในวงสนทนา ผ่านไปสักพักทุกคนก็แยกย้ายกันไป ตาของผมเดินไปยังห้องพระที่อยู่ทางทิศตะวันออก พ่อแม่ก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำแล้วเตรียมตัวเข้านอนเนื่องจากความเหนื่อยล้าที่พบเจอกันในวันนี้ ส่วนผมได้เดินตามตาไปอย่างเงียบๆ ตานั่งหันหลังให้กับผม ผมค่อยๆนั่งลงเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังรบกวน ภายในห้องพระ เงียบสงบและอบอวลไปด้วยกลิ่นธูปจางๆ พระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่บนหิ้งไม้สักขนาดใหญ่ เงาทองอร่ามสะท้อนแสงดูศักดิ์สิทธิ์และสงบนิ่ง ผนังห้องประดับด้วยผ้าขาวด้านล่างมีพรมผืนเล็กสำหรับนั่งสวดมนต์ มีแจกันดอกไม้ ธูป เทียน และพานน้ำเปล่าวางอย่างเป็นระเบียบ

"เทียน ยามเอ็งใหย่ขึ้นเอ็งอยากสิเป็นหมอธรรมคึตาบ่" (เทียน ตอนเอ็งโตขึ้นเอ็งอยากเป็นหมอธรรมเหมือนตาไหม)

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่41 ขอตึงๆดิ้

    "มึงมาช้า! ทุกคนเขารอมึงคนเดียว รีบไปวอร์ม!!" เสียงเข้มของพี่คนหนึ่งดังขึ้นแทรกกลางบรรยากาศที่กำลังครึกครื้น เทียนชะงักก้าวทันที หันไปมองก็เห็นชายร่างสูงในชุดพละของคณะ ยืนกอดอกอยู่ไม่ไกล ใบหน้าคมเข้ม ท่าทางมั่นใจแต่ดูจริงจังจนน่ากลัวนิดๆ เทียนไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อน คิดว่าน่าจะเป็นรุ่นพี่ปีสามที่เพิ่งเข้ามาช่วยดูแลทีม เสียงรอบข้างเริ่มเงียบลง"ขอโทษครับ" ก่อนที่เทียนจะรีบพยักหน้าแล้วก้าวเท้าไปวอร์มตามคำสั่งทันที..."พวกมึงเล่นอะไรกันอยู่วะ?! คิดว่ามาเล่นขายของก้นอยู่เหรอ! เล่นแบบนี้อย่าหวังว่าจะชนะ" เสียงตะโกนดังลั่นไปทั่วสนาม เสียงเข้มของพี่ปีสามสะท้อนก้องจนทุกคนหยุดเคลื่อนไหวทันที เหงื่อที่ไหลตามขมับของเทียนเย็นวาบขึ้นมาในพริบตา พี่คนนั้นยืนกอดอกอยู่กลางสนาม แววตาคมกริบฉายชัดทั้งความไม่พอใจและความกดดัน"ตั้งสติให้ดี แล้วเริ่มใหม่ รอบนี้อย่าเห็นพลาดแบบเมื่อกี้อีก เข้าใจไหม!""ครับ" เสียงของทุกคนในสนามดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่แต่ละคนจะขยับตัวกลับเข้าตำแหน่งของตัวเองอย่างรวดเร็ว เทียนสูดหายใจลึก พยายามเรียกสมาธิกลับมาอีกครั้ง ขณะที่แววตาของพี่ปีสามยังคงจับจ้องอยู่ตรงกลางสนามเวลาล่วงเ

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่40 คำว่า"แพ้"สถาปัตย์ไม่เคยรู้จักอยู่แล้ว

    ณ โรงอาหารคณะวิศวะในโรงอาหาร บรรยากาศช่วงเที่ยงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและจอแจของนักศึกษา กลิ่นอาหารจากหลายร้านลอยคลุ้งอบอวลทั่วบริเวณ ที่โต๊ะมุมหนึ่งใกล้หน้าต่าง มีกลุ่มนักศึกษาชายสามคนนั่งกินข้าวด้วยกัน พวกเขาสวมเสื้อนักศึกษา หน้าตาดูเหนื่อยเล็กน้อยจากการเรียนเช้าหนึ่งในนั้นก้มหน้ากินข้าวเงียบๆ อีกคนหัวเราะกับโทรศัพท์ในมือ ส่วนคนที่พูดอยู่นั้นก็บ่นขึ้นมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิด"แม่ง!! ทำไมพี่มึงต้องนัดมาคณวิดวะด้วยวะ?! ไกลฉิบหายย! แทนที่จะนัดคณะเราหรือไม่ก็คณะแพทย์ก็ได้" ต้นกล้าบ่นเสียงดังพลางวางช้อนลงกับจาน แล้วหันไปมองหน้า ปอที่กำลังเล่นโทรศัพท์อยู่ด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อนปอเงยหน้าขึ้นนิดหนึ่ง ก่อนจะตอบเรียบๆ "กูบอกมันอยู่ เห็นบอกว่าเป็นความลับขั้นสุดยอด" "สุดยอดห่าไร!! กูอยากไปล่อสาวสถาปัตย์โว้ยยย!" ต้นกล้าพูดต่อเสียงดังขึ้นเล็กน้อย"เงียบๆไอ้สัส! มึงพกโทรโข่งมาด้วยรึไง? เห็นไหมคนมองโต๊ะเราหมดแล้วนิ" เทียนว่าพลางขมวดคิ้ว มองไปรอบๆ ที่ตอนนี้มีสายตาหลายคู่เหลือบมองโต๊ะของพวกเขาต้นกล้าทำตาโตเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าหลายโต๊ะยังหันมามอง เขารีบยกมือขึ้นพนมเหนืออกอย่างรวดเร็ว พนมอยู่อ

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่39 มันกำลังตามมา (2/2)

    ก่อนหน้านี้พาร์ทของขุนความเงียบเข้าครอบคลุมทั่วทั้งห้อง มีเพียงแสงจากโคมตั้งโต๊ะที่ส่องสลัวลงบนใบหน้าของขุน เขายกมือขึ้นแตะจมูกเมื่อรู้สึกถึงของเหลวอุ่นๆ ไหลรินลงมาช้าๆ เลือดสีเข้มซึมผ่านปลายนิ้วอย่างไม่ทันตั้งตัว ขุนขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหยุดนิ่ง ในวินาทีนั้นเอง เขารับรู้ได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างไปจากเดิมอากาศรอบตัวเหมือนเปลี่ยนไปทันที ความเงียบหนักอึ้งที่กดทับจนหัวใจเต้นแรงขึ้น ขุนหันไปมองทางหน้าต่าง เมฆหนาทึบเคลื่อนเข้ามาช้าๆ แล้วบดบังแสงของพระจันทร์จนหมดสิ้น ในความมืดนั้น ขุนรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งจ้องมองเขาอยู่จากที่ใดที่หนึ่งภายนอกขุนหันขวับไปทางเตียง เสียงลมหวิวลอดเข้ามาจากหน้าต่างที่แง้มไว้ทำให้ม่านบางสะบัดเบาๆ เขาก้าวเร็วๆ เข้าไปหาเตียงที่เทียนนอนอยู่ เลือดกำเดายังไหลรินอยู่ แต่ขุนกลับไม่สนใจ เขายกมือขึ้นเช็ดลวกๆ ก่อนจะยกสองมือประสานตรงหน้าอก เสียงพึมพำแผ่วต่ำหลุดออกมาจากริมฝีปาก คำบริกรรมที่ไม่มีใครฟังเข้าใจทันทีที่เสียงบริกรรมสุดท้ายจางหาย ขุนลืมตาขึ้นช้าๆ แววตานิ่งลึกแต่แฝงความรีบร้อน เขาหันไปมองเทียนที่ยังหลับนิ่ง ลมหายใจของอีกฝ่ายกลับสม่ำเสมอขึ้นเหมือนไม่มีอะไ

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่38 มันกำลังตามมา (1/2)

    ขุนก้มหน้าจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า แสงจากโคมตั้งโต๊ะสาดทอเป็นวงเล็กๆ บนกองเอกสาร เงาของเขาทาบลงบนพื้น เสียงพิมพ์คีย์บอร์ดหยุดบ้างต่อบ้างสลับกับเสียงพลิกกระดาษ เวลาในห้องค่อยๆ ไหลผ่านอย่างเชื่องช้าบนเตียงด้านหลัง เทียนนอนขดอยู่ใต้ผ้าห่ม ผมปรกหน้าผากเล็กน้อย ลมหายใจสม่ำเสมอแผ่วเบาแสดงถึงการหลับลึก ห้องทั้งห้องมีเพียงเสียงแอร์และเสียงปลายปากกาที่ถูกขุนแตะลงบนกระดาษเป็นบางครั้งขุนเงยหน้ามองนาฬิกา เกือบเที่ยงคืนแล้ว แต่ดวงตาเขายังคงฝืนอ่านบรรทัดสุดท้ายของเอกสารอีกกองหนึ่ง ความล้าทำให้สายตาพร่าเล็กน้อย แต่ยังฝืนทำต่อไปในจังหวะที่เขาขมวดคิ้วจากความปวดหนึบในศีรษะ ขุนก็รู้สึกได้ถึงของเหลวอุ่นๆ ไหลผ่านริมจมูก เขายกมือขึ้นแตะอย่างไม่ใส่ใจในตอนแรก คิดว่าอาจเป็นเหงื่อ แต่เมื่อมองลง มือของเขากลับเปื้อนสีแดงสดเลือดกำลังไหลออกมาจากจมูกของเขาอย่างช้า ๆ รินลงตามร่องริมฝีปากและหยดลงบนกระดาษที่ยังทำไม่เสร็จ ขุนนิ่งไปชั่วอึดใจ เสียงแอร์ยังคงดังเท่าเดิม แต่บรรยากาศกลับหนักอึ้งขึ้นราวกับห้องทั้งห้องกำลังกดทับลงมาที่หัวไหล่ของเขาและที่เตียง เทียนยังคงนอนหลับสนิท ไม่รู้เลยว่าในความเงียบของค่ำคืนนี้ กำลังมี

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่37 จะร้องให้ฟังเป็นคนแรก

    ขุนผลักบานประตูให้เปิดออก เทียนก้าวเข้ามาในห้องก่อนโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรสักคำ เสียงฝีเท้าดังแผ่วเบาก้องท่ามกลางความเงียบ ไม่นานนักไฟในห้องก็ค่อยๆสว่างขึ้น เขาปิดประตูตามหลัง ก่อนจะยืนอยู่ไม่ไกลจากเทียน ทั้งสองยังคงนิ่ง ไม่มีบทสนทนาใดเกิดขึ้น ราวกับต่างฝ่ายต่างกำลังรอให้ใครสักคนเริ่มพูดก่อน ในที่สุด ขุนก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้น พลางเอ่ยเสียงเรียบ " อยากกินอะไรไหม?" "หื่อ ตอนนี้ยังไม่หิว" "แน่ใจ?" "ก็เออดิ ถามอยู่ได้" ขุนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินน้ำเสียงของเทียน "..." "...โกรธอะไร จะได้ขอโทษ" "แล้วทำไมกูต้องโกรธมึงด้วยมิทราบครับ" เทียนมองด้วยสีหน้าไม่พอใจปนหงุดหงิดเล็กน้อย บรรยากาศในห้องยังเงียบ ขุนจ้องเทียนนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยช้าๆ "รู้ไหม ว่าตัวเองเป็นคนโกหกไม่เก่ง" เทียนนิ่งไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินขุนพูดแบบนั้น เขาเลิกคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ "อะไรของนายอีกเนี่ย ก็กูไม่หิว! มึงเซ้าซี้กูอยู่ได้" เทียนตอบสั้นๆ น้ำเสียงหงุดหงิดยังไม่ลดลง ขุนมองหน้าเทียนตรงๆไม่หลบสายตา เทียนยังทำหน้าดุใส่ขุนอยู่ แต่ก่อนที่เขาจะอ้าปากเถียงต่อ เสียงท้องของเขาดันร้องดังขึ้นมากอย่

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่36 รายการQ&A

    "สวัสดีค่าา ยินดีตอนรับเข้าสู่ช่วงQ&A ถามปุ๊บตอบปั๊บ ถามปั๊บปั๊บตอบปุ๊บปุ๊บEP.4แล้วนะคะ~""แขกรับเชิญของเราก็คือออออ..เดือนมหาลัยปีนี้ น้องขุนค่าาาาาาาาา!!"ทั้งพิธีกรกับน้องขุนยกมือไหว้พร้อมกัน"ทุกคนคะ! ตัวจริงน้องขุนหล่อม้ากกกกกกก ทำเอาพิธีกรเกร็งเลยค่ะ5555555""ขอบคุณครับ" น้ำเสียงของขุนเรียบนิ่ง ไม่มีวี่แววตื่นเต้น หรือเคอะเขินรุ่นพี่พิธีกรกลับหัวเราะกลบความเงียบได้อย่างมืออาชีพ เธอกำลังนั่งไขว่ห้างอย่างเป็นกันเองบนเก้าอี้ทรงสูง ใบหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา สวมชุดนักศึกษาแบบเรียบร้อย"เอาล่ะค่าาา วันนี้เราจะมาถามคำถามสั้นๆ สนุกๆ ให้แฟนๆ ได้รู้จักตัวตนของขุนมากขึ้น! ทั้งหมดมี 10 คำถามค่ะ พร้อมยังคะ?""ครับ""คำถามแรก ทำไมถึงได้ชื่อเล่นว่า ขุน คะ?""...""ตาเป็นคนตั้งให้...ผมเองก็ไม่ทราบครับ"พิธีกรถึงกับชะงักเล็กน้อย ก่อนจะรีบส่งยิ้มกลบอึดอัด"เราไปกันต่อที่คำถามต่อไปดีกว่าค่าาาา~""คำถามที่สอง ชอบสีอะไรคะ?""ดำครับ""คำถามที่สาม งานอดิเรกที่ชอบทำค่ะ""แกะเพลงเล่นเปียโนครับ"รุ่นพี่พิธีกรพลิกกระดาษคำถามในมืออีกครั้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อย"แล้ววว~ น้องขุนมีแพลนจ

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่14 วันร(ซ)วยของเทียน

    ก่อนหน้านี้ณ ร้านถูกดีบุฟเฟ่ต์ร้านบุฟเฟ่ต์ตั้งอยู่ริมถนนใกล้หน้ามหาวิทยาลัย ตัวร้านเป็นอาคารชั้นเดียวทรงยาว ตกแต่งสไตล์ลอฟต์ผสมญี่ปุ่นเล็กน้อย มีโครงเหล็กสีดำตัดกับไม้สีอบอุ่น โต๊ะไม้เนื้อหนากับเก้าอี้เหล็กบุเบาะสีเข้มเรียงเป็นระเบียบ แต่ก็เต็มแทบทุกโต๊ะมุมหนึ่งเป็นไลน์อาหารที่ยาวเกือบครึ่งร้าน

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่11 เพจพักรบพบคนน่าร้ากก

    หลังจากรับน้องได้จบลง เทียนมีเพื่อนเพิ่มมาอีกหนึ่งคนชื่อปอ เขาเป็นคนผิวแทน ตัวสูง หุ่นนักกีฬา และงานอดิเรกของเขานอกจากวาดรูปก็คือเป็นนักบาส ในกลุ่มของเทียนมีทั้งหมด 3 คนก่อนหน้านี้ณ โรงยิมของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์"เราชื่อเทียนนะ""ส่วนเราชื่อต้นกล้า""นายล่ะ?" ผมเอ่ยถามผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าผิวสีแทน

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่10 รับน้องเฟรชชี่ปี 1

    ปัจจุบันพาร์ทเทียน...มันใช่สถาปัตจริงหรอวะ ทำไมมีแต่ศูนย์รวมเด็กเนิร์ดกันเต็มไปหมด นั่นก็แว่น นี่ก็แว่น ส่วนนู่นก็ยังจะแว่นอีก ถ้าไม่บอกว่าเป็นสถาปัตก็คงคิดว่าแม่งเข้าผิดคณะ ไปอยู่คณะแพทย์ละมั้ง แต่ใครจะโง่เข้าผิดคณะวะมหาลัยเปิดเทอมวันแรกก็รับน้องเลย ตอนนี้ผมอยู่กลุ่มกับใครก็ไม่รู๊!!!!!! กลุ่มนี

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่6 ศึกระหว่างเพื่อน(เก่า)

    "ธร มื้อนี่ยามแลงมึงต้องไปซ่อนให่ดีห้ามออกมาหากูเด็ดขาด บ่ว่าสิเกิดหยังขึ้น มึงห้ามออกมา มึงเข้าใจที่กูเว้าบ่" (ธร วันนี้ตอนกลางคืนมึงต้องไปหลบซ่อนให้ดีห้ามออกมาหากูเด็ดขาด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมึงห้ามออกมา เข้าใจที่กูพูดไหม) "เป็นหยังตา" (ทำไมตา) "มึงฟังที่กูเว้ากะพอ ห้ามถาม" (มึงฟังที่กูพูดก็พอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status