Accueil / LGBTQ+ / อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน / บทที่5 ของจริงมันนับต่อจากนี้ต่างหาก (2/2)

Partager

บทที่5 ของจริงมันนับต่อจากนี้ต่างหาก (2/2)

last update Date de publication: 2025-07-03 22:53:06

1 วันก่อน

พาร์ทของขุน

แสงแดดอ่อนของยามเย็นส่องลอดผ่านยอดไม้ลงมาเป็นลำ บรรยากาศรอบๆ เงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหวเบาๆ กับเสียงนกร้องไกลๆ เด็กผู้ชายสองคนนั่งอยู่บนชิงช้าเก่าในสนามเด็กเล่นแถวหมู่บ้าน คนหนึ่งแกว่งชิงช้าไปอย่างช้าๆ อีกคนแค่นั่งเฉยๆ ปล่อยขาแกว่งไปมา สายตาทั้งคู่มองไปไกลลิบ เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างในใจ แสงสุดท้ายของวันแตะขอบฟ้า ทิ้งเงาของพวกเขาให้ทอดยาวไปกับพื้นดินที่เริ่มเย็นลง

"ธร พรุ่งนี้เราจะกลับแล้วนะ" เทียนพูดช้าลงกว่าปกติด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมโตหม่นหมอง ริมฝีปากเม้มแน่นเล็กน้อย คิ้วขมวดเข้าหากันนิดๆพลางก้มหน้าก้มตาขณะนั่งอยู่บนชิงช้า

"อ้าว!!!! เป็นหยังคึกลับไวแถะ" (อ้าว!!!! ทำไมกลับเร็วจัง) เด็กผู้ชายที่กำลังแกว่งชิงช้าอยู่ก่อนหน้านี้ค่อยๆปล่อยชะลอให้มันหยุดนิ่ง ธรหันไปมองหน้าอีกคนที่ตอนนี้กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่บนชิงช้าข้างๆ

"เราต้องกลับไปเรียนหนังสือ"

".....ล่ะเทียนสิกลับมาอีกยามได๋"

(.....แล้วเทียนจะกลับมาอีกตอนไหน)

"คิดว่าน่าจะปิดเทอมของปีหน้า"

"ป๊าดดดดดด คึดนแถะ" (โอ้โหหหหหห ทำไมมันนานจัง) ธรมีสีหน้าตกใจ ดวงตาเบิกกว้าง ริมฝีปากเผยอออกเล็กน้อยเหมือนจะอุทานอะไรสักอย่าง

"อือ..."

บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง ทุกอย่างรอบตัวเหมือนหยุดนิ่ง ไม่มีเสียงพูด ไม่มีเสียงหัวเราะ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านใบไม้แผ่วเบา

"นี่ เฮาให่" (อะนี่ เราให้) ธรค่อยๆถอดกำไลตะกรุดออกจากแขนของตัวเองอย่างช้าๆพลางหยิบกำไลมาใส่ไว้ในกำมือของตนเองแล้วพนมมือยกขึ้นไหว้

"นายเก็บไว้เถอะ เราไม่เอาหรอก"

"เฮาตั้งใจอยากสิให่ เอามือมา" (เราตั้งใจอยากจะให้ เอามือมาสิ) ธรจับมือของเทียนมาไว้ที่ตนเองพลางสวมกำไลตะกรุดบนข้อมือของเพื่อนอย่างทะนุถนอม

"แล้วนายล่ะ"

"กำไลตะกรุดนี่ ตาของเฮาเป็นคนเอาให่ แต่ตอนนี้เฮาอยากสิให่เทียนเก็บไว่กับโต ยามไปไสมาไสเพินกะสิได่รักสมรักษาคุ้มครอง" (กำไลตะกรุดนี้ ตาของเราเป็นคนเอาให้ แต่ตอนนี้เราอยากจะให้เทียนเก็บไว้กับตัวเอง ตอนไปไหนมาไหนท่านจะได้ปกป้องคุ้มครอง)

"แล้วตาของนายจะไม่ว่านายหรอ" เด็กน้อยเอื้อมมือไปจับกำไลที่ข้อมือตัวเอง เตรียมจะถอดมันออก แต่ยังไม่ทันได้ดึง เพื่อนข้างๆ ก็รีบคว้ามือไว้แน่น

"ห้ามถอด เฮาตั้งใจให่" (ห้ามถอด เราตั้งใจให้) แววตาของธรจริงจังจนเขานิ่งงัน รู้สึกถึงน้ำหนักบางอย่างในคำพูดนั้น

"บ่ต้องห่วงเฮาดอก เฮาอยู่กับตาตลอด บ่มีหยังเฮ็ดหยังเฮาได่" (ไม่ต้องห่วงเราหรอก เราอยู่กับตาตลอด ไม่มีอะไรทำร้ายเราได้)

"อือ ขอบคุณนะ" เด็กน้อยยิ้มหน้าบานจนแก้มแทบปริ ดวงตาเป็นประกายสดใส

"เดี๋ยวมื้ออื่นเฮาสิไปหาแต่เซ่าเด้อ"

(เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะไปหาแต่เช้านะ)

"สัญญานะ"

"อื้ม สัญญา" เด็กทั้งสองเกี่ยวก้อยกันแน่น

"ถ้านายไม่มา ขอให้นายโดนมดกัดไข่ ฮ่าาาาาฮ่าาาาาาาาาา" เสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มกว้างจนตาหยี

"ได่" ธรยิ้มออกมาอย่างเงียบๆ

วันต่อมา

กระท่อมหลังเล็กซ่อนตัวอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่กลางป่าทึบ หลังคามุงจากเก่าๆ เริ่มซีดจางตามกาลเวลา ฝาไม้ไผ่สานอย่างหยาบๆ เอียงเล็กน้อยตามแรงลมและอายุขัยของมัน รอบๆกระท่อมมีพงหญ้าขึ้นรก มีทางเดินดินเล็กๆ ลัดเลาะผ่านพุ่มไม้ไปสู่ลำธาร บรรยากาศโดยรอบแม้จะดูโทรมและเงียบเหงา แต่มันกลับแผ่กลิ่นอายของความสงบ ราวกับหลบซ่อนจากโลกภายนอกอย่างตั้งใจ

ชายชรานั่งเงียบนิ่งภายในกระท่อม ซึ่งภายในกระท่อมเต็มไปด้วยกลิ่นคลุ้งสมุนไพรและกลิ่นธูปลอยอวลไปทั่วทั้งภายในห้อง ผนังห้องเต็มไปด้วยยันต์ลายมือขยุกขยิก เส้นหมึกซีดแต่ยังขลัง ตรงกลางห้องมีโต๊ะไม้เก่าๆ บนโต๊ะวางหม้อยาสีดำ ถุงผ้าห้อยของขลัง และหัวกะโหลก

ชายชรานั่งนิ่งปากพูดขมุบขมิบฟังไม่เป็นภาษากำลังพันสายสิญจน์อ้อมดินสีน้ำตาลเข้มที่มีรูปปั้นคล้ายกับคน ทันใดนั้นเขาเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ เลือดสีเข้มไหลซึมออกมาจากมุมปาก ก่อนจะหยดลงพื้นทีละหยด ตาไพรเป็นหมอผีสายดำ เก่งกาจด้านอาคม ว่ากันว่า ตาไพรเคยเป็นหมอธรรมสายขาวมาก่อน เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน แต่หลังจากเหตุการณ์ลึกลับเมื่อหลายสิบปีก่อน เขากลับเลือกหันหลังให้แสงสว่าง และจมดิ่งลงในเงามืด

มือเหี่ยวย่นยังคงจับรูปปั้นดินอาคมแน่น พึมพำบทสวดโบราณที่ไม่มีใครเข้าใจเสียงเบาเหมือนลมหายใจสุดท้าย ทันใดนั้น เสียงข้าวของล้มดังครืน ลมเย็นวูบพัดผ่าน ผนังไม้บางส่วนสั่นระริก ไฟตะเกียงกระพือวูบไหว ตาไพรเบิกตากว้าง หยุดสวดชั่วขณะ ร่างกายเขาสั่นเกร็งก่อนจะทรุดลงกับเสื่อทันที

"ตา!!!!!!!!!! ตาเป็นหยัง" (ตา!!!!!!!!ตาเป็นอะไร) เสียงฝีเท้าเล็กๆ ดังถี่ๆ บนพื้นไม้ ตามมาด้วยเสียงหอบหายใจแรงของเด็กชายคนหนึ่ง เสียงของเขาสั่นด้วยความตกใจกลัว

"ธร มึงฟังตาให่ดี มื้อฮือยามเซ่าพ่อกับแม่มึงสิมาฮับมึงไปอยู่นำ ตอนนั่นมึงต้องไป" (ธร มึงฟังตาให้ดีนะ อีกสองวันตอนเช้าพ่อกับแม่ของมึงจะมารับมึงไปอยู่ด้วย ตอนนั้นมึงต้องไป) ตาไพรพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วลงเป็นช่วงๆจากความรู้สึกเจ็บบริเวณช่วงท้อง

"บ่ไป จั่งได๋ธรกะบ่ไป ธรสิอยู่นำตา!!" (ไม่ไป ยังไงธรก็ไม่ไป ธรจะอยู่กับตา!!) เด็กกำลังร้องไห้น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง เสียงสะอื้นเบาๆ ดังสลับกับเสียงหายใจติดขัด ตาไพรนั่งลูบหัวทุยๆของธร

"มันกำลังสิมา"

"ไผตา ไผกำลังสิมา" (ใครตา ใครกำลังจะมา)

"บักคำแสน" คนแก่สีหน้าจริงจัง นัยน์ตาแน่วนิ่งจ้องมองไปข้างหน้า คิ้วขมวดเล็กน้อยแสดงถึงความคิด ร่องลึกบนใบหน้าที่ผ่านกาลเวลาเพิ่มความเคร่งขรึมให้กับแววตา ท่าทางนิ่งสงบ เหมือนกำลังเตรียมตัดสินใจเรื่องสำคัญ

"มันคือไผตา" (มันคือใครตา)

"อึก...อึก..." เลือดพุ่งออกมาอย่างรุนแรงเป็นสาย แรงดันของเลือดบ่งบอกถึงความบาดเจ็บ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

"ตา!!!!!!!!" เสียงร้องเรียกดังขึ้นด้วยความตกใจอีกครั้ง

"แล้วมีทางได๋บ่ที่มันสิเฮ็ดหยังบ่ได่อีก" (มีทางไหนไหมที่มันไม่สามารถทำอะไรได้อีก)

"มีอยู่ทางเดียว"

"ทางหยังตา ตาฟ้าวบอกธร ธรสิฟ้าวซอยตาให่ได่" (ทางอะไรตา ตารีบบอกธร ธรจะรีบช่วยตาให้ได้)

"..."

"มึงต้องรับของต่อจากตา"

"..."

"จ่ะ ธรสิรับต่อจากตาเอง"

หลังจากนั้นทั้งวัน ชายชราร่างผอมเกร็ง นั่งขัดสมาธิบนพื้นเสื่อเก่า ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา แต่ดวงตากลับแน่วนิ่งและแฝงอำนาจลึกล้ำ มือเหี่ยวย่นแต่มั่นคง จับไม้เหล็กจารจ่อลงบนแผ่นหลังของเด็กน้อยที่นั่งก้มหน้าด้วยความเคารพ ข้างกายมีถาดใส่หมึกผสมว่านยา เลือดสัตว์ และน้ำมันเสก กลิ่นฉุนของสมุนไพรลอยอบอวลในอากาศ เสียงสวดคาถาโบราณเปล่งออกมาแผ่วเบาแต่ทรงพลัง สะกดทุกอย่างให้เงียบสงบ เส้นอักขระเริ่มปรากฏเป็นรอยลึกบนผิวเด็ก เสมือนถูกจารด้วยไฟศักดิ์สิทธิ์ พลังลึกลับแผ่ซ่านออกจากตัวชายชรากลับเข้าสู่ตัวของเด็ก

**ให้ข้ามบทสวด**

นะโมพุทธายะ มะอะอุ กายะ วาจา จิตตัง ปิยังมะมะ

ติกะตัง นะมะพะธะ สะนุ สะนัง สังขะมะระตัง

อิติฤทธิ์ อิติสังขะระ อิติปัญญา อิติโลกะวิทู

ยันตังอาฆาต ปิตตังอาฆะโต สะสะตะวะ สะตะโน อักขะโต ปะระโลมะ

ข้าเรียกจิต เรียกเงา เรียกเหงาแห่งความมืด จงมาสถิตเถิด

ด้วยโลหิตนี้ ข้าผูกสัญญา ด้วยควันธูป

ข้าปลุกท่าน

อิติปิโสสังขะระ สะวาหะ สะวาหะ

"ยันต์ที่ตาได่สักลงให่ มันสิบ่มีไผเห็นนอกจากพวกที่มีวิชาอาคม ต่อไปนี่ทุกอย่างที่เป็นของกู กูได้ยกให้มึงเบิดแล้ว ผีเบิดทุกโตที่อยู่นี่มันสิเคารพมึง มึงเป็นคึพ่อของพวกมัน" (ยันต์ที่ตาได้สักลงให้ มันจะไม่มีใครได้เห็นรอยสักพวกนี้ นอกซะจากพวกที่มีวิชาอาคม ต่อไปนี้ทุกอย่างที่เป็นของกู กูได้ยกให้มึงหมดแล้ว ผีทุกตัวที่อยู่นี่มันจะเคารพมึง มึงจะเหมือนเป็นพ่อของพวกมัน)

"แล้วธรต้องเฮ็ดหยังแด" (แล้วธรต้องทำอะไรบ้าง)

"1. ห้ามลืมเลี้ยงของหรือวิญญาณ

2. ห้ามผิดคำสาบานต่อครูหรือวิญญาณ

3. ห้ามใช้ของในทางบ่สมควร

4. ห้ามเปิดเผยของหรือวิชา

5. ห้ามลอดของต่ำหรือเข้าที่อโคจรโดยบ่ป้องกัน

6. ห้ามดูหมิ่นของ ครู วิญญาณโตเองหรือผุอื่น"

"เข้าใจแล้วจ่ะตา"

"ต่อจากนี่ไปมึงต้องเปลี่ยนซือใหม่ว่า ขุน มึงต้องหลบซ่อนจากบักคำแสนไว้ให่ดี มันตามไปฆ่าเบิดซูคนที่มีวิซาอาคมจนเบิดบ่ว่ามึงสิสายดำหรือสายขาว มันสิเอาของไปไว่ในโตของมัน โดยเฉพาะหนังโตของพวกที่มีวิชา คนที่สิเฮ็ดมันได่กะมีแต่มึง" (ต่อจากนี้ไปมึงต้องเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า ขุน มึงต้องหลบซ่อนจากบักคำแสนเอาไว้ให้ดี มันตามไปฆ่าหมดทุกคนที่มีวิชาอาคมจนหมดไม่ว่ามึงจะสายดำหรือขาว มันจะเอาของไปไว้ในตัวของมัน โดยเฉพาะหนังตัวของพวกที่มีวิชา คนที่จะฆ่ามันได้ก็มีแต่มึง)

"ตา เป็นหยังฮอยสักตาคึจางลง" (ตา ทำไมรอยสักของตาถึงจางลง) เด็กน้อยนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย มองชายชรา

"บ่มีหยัง ธรยามมึงไปอยู่ในกรุงเทพฯสิบ่มีไผเฮ็ดหยังมึงได่ ตาได่ลงคาถาอาคมซ่อนของให่มึงแล้ว แต่ยามมึงอายุครบซาวปี พวกที่มีอาคมกะสิฮู้ มึงบ่ต่องย่านในระหว่างต่อจากนี่ไปอีผีพรายมันสิคอยซอยมึงจนมึงเก่งกาจในเรื่องคาถาอาคม"(ไม่มีอะไร ธรตอนมึงไปอยู่ในกรุงเทพฯแล้ว จะไม่มีใครทำอะไรมึงได้ ตาได้ลงคาถาอาคมซ่อนของไว้ให้มึงแล้ว แต่ถ้าตอนไหนมึงอายุครบ 20 ปี พวกที่มีอาคมมันจะรู้ มึงไม่ต้องกลัวในระหว่างต่อจากนี้ไปอีผีพรายมันจะคอยช่วยเหลือมึงจนมึงเก่งกาจในเรื่องคาถาอาคม)

"ธรต้องไปอิหลีเบาะตา" (ธรต้องไปจริงๆหรอตา)

"ความหวังสุดท้ายของกู กะคือมึง"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่41 ขอตึงๆดิ้

    "มึงมาช้า! ทุกคนเขารอมึงคนเดียว รีบไปวอร์ม!!" เสียงเข้มของพี่คนหนึ่งดังขึ้นแทรกกลางบรรยากาศที่กำลังครึกครื้น เทียนชะงักก้าวทันที หันไปมองก็เห็นชายร่างสูงในชุดพละของคณะ ยืนกอดอกอยู่ไม่ไกล ใบหน้าคมเข้ม ท่าทางมั่นใจแต่ดูจริงจังจนน่ากลัวนิดๆ เทียนไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อน คิดว่าน่าจะเป็นรุ่นพี่ปีสามที่เพิ่งเข้ามาช่วยดูแลทีม เสียงรอบข้างเริ่มเงียบลง"ขอโทษครับ" ก่อนที่เทียนจะรีบพยักหน้าแล้วก้าวเท้าไปวอร์มตามคำสั่งทันที..."พวกมึงเล่นอะไรกันอยู่วะ?! คิดว่ามาเล่นขายของก้นอยู่เหรอ! เล่นแบบนี้อย่าหวังว่าจะชนะ" เสียงตะโกนดังลั่นไปทั่วสนาม เสียงเข้มของพี่ปีสามสะท้อนก้องจนทุกคนหยุดเคลื่อนไหวทันที เหงื่อที่ไหลตามขมับของเทียนเย็นวาบขึ้นมาในพริบตา พี่คนนั้นยืนกอดอกอยู่กลางสนาม แววตาคมกริบฉายชัดทั้งความไม่พอใจและความกดดัน"ตั้งสติให้ดี แล้วเริ่มใหม่ รอบนี้อย่าเห็นพลาดแบบเมื่อกี้อีก เข้าใจไหม!""ครับ" เสียงของทุกคนในสนามดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่แต่ละคนจะขยับตัวกลับเข้าตำแหน่งของตัวเองอย่างรวดเร็ว เทียนสูดหายใจลึก พยายามเรียกสมาธิกลับมาอีกครั้ง ขณะที่แววตาของพี่ปีสามยังคงจับจ้องอยู่ตรงกลางสนามเวลาล่วงเ

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่40 คำว่า"แพ้"สถาปัตย์ไม่เคยรู้จักอยู่แล้ว

    ณ โรงอาหารคณะวิศวะในโรงอาหาร บรรยากาศช่วงเที่ยงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและจอแจของนักศึกษา กลิ่นอาหารจากหลายร้านลอยคลุ้งอบอวลทั่วบริเวณ ที่โต๊ะมุมหนึ่งใกล้หน้าต่าง มีกลุ่มนักศึกษาชายสามคนนั่งกินข้าวด้วยกัน พวกเขาสวมเสื้อนักศึกษา หน้าตาดูเหนื่อยเล็กน้อยจากการเรียนเช้าหนึ่งในนั้นก้มหน้ากินข้าวเงียบๆ อีกคนหัวเราะกับโทรศัพท์ในมือ ส่วนคนที่พูดอยู่นั้นก็บ่นขึ้นมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิด"แม่ง!! ทำไมพี่มึงต้องนัดมาคณวิดวะด้วยวะ?! ไกลฉิบหายย! แทนที่จะนัดคณะเราหรือไม่ก็คณะแพทย์ก็ได้" ต้นกล้าบ่นเสียงดังพลางวางช้อนลงกับจาน แล้วหันไปมองหน้า ปอที่กำลังเล่นโทรศัพท์อยู่ด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อนปอเงยหน้าขึ้นนิดหนึ่ง ก่อนจะตอบเรียบๆ "กูบอกมันอยู่ เห็นบอกว่าเป็นความลับขั้นสุดยอด" "สุดยอดห่าไร!! กูอยากไปล่อสาวสถาปัตย์โว้ยยย!" ต้นกล้าพูดต่อเสียงดังขึ้นเล็กน้อย"เงียบๆไอ้สัส! มึงพกโทรโข่งมาด้วยรึไง? เห็นไหมคนมองโต๊ะเราหมดแล้วนิ" เทียนว่าพลางขมวดคิ้ว มองไปรอบๆ ที่ตอนนี้มีสายตาหลายคู่เหลือบมองโต๊ะของพวกเขาต้นกล้าทำตาโตเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าหลายโต๊ะยังหันมามอง เขารีบยกมือขึ้นพนมเหนืออกอย่างรวดเร็ว พนมอยู่อ

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่39 มันกำลังตามมา (2/2)

    ก่อนหน้านี้พาร์ทของขุนความเงียบเข้าครอบคลุมทั่วทั้งห้อง มีเพียงแสงจากโคมตั้งโต๊ะที่ส่องสลัวลงบนใบหน้าของขุน เขายกมือขึ้นแตะจมูกเมื่อรู้สึกถึงของเหลวอุ่นๆ ไหลรินลงมาช้าๆ เลือดสีเข้มซึมผ่านปลายนิ้วอย่างไม่ทันตั้งตัว ขุนขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหยุดนิ่ง ในวินาทีนั้นเอง เขารับรู้ได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างไปจากเดิมอากาศรอบตัวเหมือนเปลี่ยนไปทันที ความเงียบหนักอึ้งที่กดทับจนหัวใจเต้นแรงขึ้น ขุนหันไปมองทางหน้าต่าง เมฆหนาทึบเคลื่อนเข้ามาช้าๆ แล้วบดบังแสงของพระจันทร์จนหมดสิ้น ในความมืดนั้น ขุนรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งจ้องมองเขาอยู่จากที่ใดที่หนึ่งภายนอกขุนหันขวับไปทางเตียง เสียงลมหวิวลอดเข้ามาจากหน้าต่างที่แง้มไว้ทำให้ม่านบางสะบัดเบาๆ เขาก้าวเร็วๆ เข้าไปหาเตียงที่เทียนนอนอยู่ เลือดกำเดายังไหลรินอยู่ แต่ขุนกลับไม่สนใจ เขายกมือขึ้นเช็ดลวกๆ ก่อนจะยกสองมือประสานตรงหน้าอก เสียงพึมพำแผ่วต่ำหลุดออกมาจากริมฝีปาก คำบริกรรมที่ไม่มีใครฟังเข้าใจทันทีที่เสียงบริกรรมสุดท้ายจางหาย ขุนลืมตาขึ้นช้าๆ แววตานิ่งลึกแต่แฝงความรีบร้อน เขาหันไปมองเทียนที่ยังหลับนิ่ง ลมหายใจของอีกฝ่ายกลับสม่ำเสมอขึ้นเหมือนไม่มีอะไ

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่38 มันกำลังตามมา (1/2)

    ขุนก้มหน้าจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า แสงจากโคมตั้งโต๊ะสาดทอเป็นวงเล็กๆ บนกองเอกสาร เงาของเขาทาบลงบนพื้น เสียงพิมพ์คีย์บอร์ดหยุดบ้างต่อบ้างสลับกับเสียงพลิกกระดาษ เวลาในห้องค่อยๆ ไหลผ่านอย่างเชื่องช้าบนเตียงด้านหลัง เทียนนอนขดอยู่ใต้ผ้าห่ม ผมปรกหน้าผากเล็กน้อย ลมหายใจสม่ำเสมอแผ่วเบาแสดงถึงการหลับลึก ห้องทั้งห้องมีเพียงเสียงแอร์และเสียงปลายปากกาที่ถูกขุนแตะลงบนกระดาษเป็นบางครั้งขุนเงยหน้ามองนาฬิกา เกือบเที่ยงคืนแล้ว แต่ดวงตาเขายังคงฝืนอ่านบรรทัดสุดท้ายของเอกสารอีกกองหนึ่ง ความล้าทำให้สายตาพร่าเล็กน้อย แต่ยังฝืนทำต่อไปในจังหวะที่เขาขมวดคิ้วจากความปวดหนึบในศีรษะ ขุนก็รู้สึกได้ถึงของเหลวอุ่นๆ ไหลผ่านริมจมูก เขายกมือขึ้นแตะอย่างไม่ใส่ใจในตอนแรก คิดว่าอาจเป็นเหงื่อ แต่เมื่อมองลง มือของเขากลับเปื้อนสีแดงสดเลือดกำลังไหลออกมาจากจมูกของเขาอย่างช้า ๆ รินลงตามร่องริมฝีปากและหยดลงบนกระดาษที่ยังทำไม่เสร็จ ขุนนิ่งไปชั่วอึดใจ เสียงแอร์ยังคงดังเท่าเดิม แต่บรรยากาศกลับหนักอึ้งขึ้นราวกับห้องทั้งห้องกำลังกดทับลงมาที่หัวไหล่ของเขาและที่เตียง เทียนยังคงนอนหลับสนิท ไม่รู้เลยว่าในความเงียบของค่ำคืนนี้ กำลังมี

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่37 จะร้องให้ฟังเป็นคนแรก

    ขุนผลักบานประตูให้เปิดออก เทียนก้าวเข้ามาในห้องก่อนโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรสักคำ เสียงฝีเท้าดังแผ่วเบาก้องท่ามกลางความเงียบ ไม่นานนักไฟในห้องก็ค่อยๆสว่างขึ้น เขาปิดประตูตามหลัง ก่อนจะยืนอยู่ไม่ไกลจากเทียน ทั้งสองยังคงนิ่ง ไม่มีบทสนทนาใดเกิดขึ้น ราวกับต่างฝ่ายต่างกำลังรอให้ใครสักคนเริ่มพูดก่อน ในที่สุด ขุนก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้น พลางเอ่ยเสียงเรียบ " อยากกินอะไรไหม?" "หื่อ ตอนนี้ยังไม่หิว" "แน่ใจ?" "ก็เออดิ ถามอยู่ได้" ขุนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินน้ำเสียงของเทียน "..." "...โกรธอะไร จะได้ขอโทษ" "แล้วทำไมกูต้องโกรธมึงด้วยมิทราบครับ" เทียนมองด้วยสีหน้าไม่พอใจปนหงุดหงิดเล็กน้อย บรรยากาศในห้องยังเงียบ ขุนจ้องเทียนนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยช้าๆ "รู้ไหม ว่าตัวเองเป็นคนโกหกไม่เก่ง" เทียนนิ่งไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินขุนพูดแบบนั้น เขาเลิกคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ "อะไรของนายอีกเนี่ย ก็กูไม่หิว! มึงเซ้าซี้กูอยู่ได้" เทียนตอบสั้นๆ น้ำเสียงหงุดหงิดยังไม่ลดลง ขุนมองหน้าเทียนตรงๆไม่หลบสายตา เทียนยังทำหน้าดุใส่ขุนอยู่ แต่ก่อนที่เขาจะอ้าปากเถียงต่อ เสียงท้องของเขาดันร้องดังขึ้นมากอย่

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่36 รายการQ&A

    "สวัสดีค่าา ยินดีตอนรับเข้าสู่ช่วงQ&A ถามปุ๊บตอบปั๊บ ถามปั๊บปั๊บตอบปุ๊บปุ๊บEP.4แล้วนะคะ~""แขกรับเชิญของเราก็คือออออ..เดือนมหาลัยปีนี้ น้องขุนค่าาาาาาาาา!!"ทั้งพิธีกรกับน้องขุนยกมือไหว้พร้อมกัน"ทุกคนคะ! ตัวจริงน้องขุนหล่อม้ากกกกกกก ทำเอาพิธีกรเกร็งเลยค่ะ5555555""ขอบคุณครับ" น้ำเสียงของขุนเรียบนิ่ง ไม่มีวี่แววตื่นเต้น หรือเคอะเขินรุ่นพี่พิธีกรกลับหัวเราะกลบความเงียบได้อย่างมืออาชีพ เธอกำลังนั่งไขว่ห้างอย่างเป็นกันเองบนเก้าอี้ทรงสูง ใบหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา สวมชุดนักศึกษาแบบเรียบร้อย"เอาล่ะค่าาา วันนี้เราจะมาถามคำถามสั้นๆ สนุกๆ ให้แฟนๆ ได้รู้จักตัวตนของขุนมากขึ้น! ทั้งหมดมี 10 คำถามค่ะ พร้อมยังคะ?""ครับ""คำถามแรก ทำไมถึงได้ชื่อเล่นว่า ขุน คะ?""...""ตาเป็นคนตั้งให้...ผมเองก็ไม่ทราบครับ"พิธีกรถึงกับชะงักเล็กน้อย ก่อนจะรีบส่งยิ้มกลบอึดอัด"เราไปกันต่อที่คำถามต่อไปดีกว่าค่าาาา~""คำถามที่สอง ชอบสีอะไรคะ?""ดำครับ""คำถามที่สาม งานอดิเรกที่ชอบทำค่ะ""แกะเพลงเล่นเปียโนครับ"รุ่นพี่พิธีกรพลิกกระดาษคำถามในมืออีกครั้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อย"แล้ววว~ น้องขุนมีแพลนจ

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่35 ใจสั่นเพราะแก

    แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าทะลุผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาอย่างเงียบงัน แสงนั้นส่องลอดผ่านผ้าม่านที่ถูกเลื่อนเปิดไว้ เทียนหันหน้าหนีแสงอย่างงัวเงีย เปลือกตายังคงปิดแน่น เส้นผมยุ่งเล็กน้อยกระจายบนหมอนเขาพลิกตัวไปมาอย่างไม่สบอารมณ์ เทียนขยับพลิกตัวหนีแสงไปอีกด้านหนึ่ง แต่ความร้อนเบาๆ และแสงที่ค่อยๆ สว่างขึ้นเรื

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่34 วันพระใหญ่ ขึ้น 15 ค่ำ

    "เxี้ย!! แม่งเอ๊ยย!!! ใครจะรู้วะ เกมจะพลิก...เล่นมาตั้ง 30 นาที แถมไม่ได้เชี้ยไรเลย!!!!!" ปอบ่นออกมาจากปลายสาย เสียงเต็มไปด้วยความหัวเสีย"กูว่าเราไหวว่ะ มาอีกสักตามา""เทียน กูว่าพอเหอะวันนี้""ทำไมวะ""มึงน่ะตัวดีเลย! ออกของเชี้ยไรเนี่ย?! มึงเล่นแครี่แต่เxือกออกของเมจ!""เอ้า!! มึงว่าแบบนี้ได้ไงว

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่33 เฝ้าไข้ 1 คืน 2000 บาท

    ชายส่งอาหารในเสื้อแจ็กเก็ต ยื่นถุงพลาสติกที่มีคราบไอน้ำเกาะอยู่ให้เขา"ขอบคุณครับ" ขุนรับถุงอาหารมาด้วยสองมือ ชายคนนั้นยิ้มสุภาพ ก่อนหมุนตัวกลับ ขุนปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา..."มึงสั่งอะไรเยอะแยะวะ?! กินกันแค่สองคน" เทียนมองของกินตรงหน้าอย่างอึ้งๆ ทั้งข้าวต้มกุ้ง ผัดผงกะหรี่ทะเล ปีกไก่ทอด หมูทอดก

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่32 แสร้ง

    เทียนมีไฟ ใจมีเธอ อ่านแล้ว "มึงตอบพี่แตงไทยหน่อย"อ่านแล้ว "ตอบยัง"Khun_2k"ไม่" เทียนมีไฟ ใจมีเธอ อ่านแล้ว "เพื่อ?""ทำไมมึงไม่ไปมอวันนี้"Khun_2k"ทำไมรู้?"เทียนมีไฟ ใจมีเธอ"กูเก่ง สรุปเป็นไร""แดกยายัง"Khun_2k"มีแผลนิดหน่อย""กินแล้ว เหลือแต่ทำแผล"เทียนมีไฟ ใจมีเธออ่านแล้ว "แล้วทำไมไม่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status