เข้าสู่ระบบ[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]
Part : ปกป้องคนรัก
--------------------------------------------------------------------------
โต๊ะทานข้าว…
หลังจากที่หมอปืนเตรียมอาหารเย็นเสร็จ ทั้งสามคนก็มานั่งทานข้าวด้วยกัน แต่ญะญ๋าก็ยังไม่หยุดคิดถึงเรื่องแชทที่มีคนส่งมาหาแสนดี
“ไหนบอกว่าจะให้ดูแชทไง”
“มันไม่มีอะไรแล้ว กินข้าวเถอะ” ฉันกลัวว่าญะญ๋าเห็นข้อความพวกนั้นแล้วจะคิดมากอีก เลยจะรีบกินข้าวและรีบหนีกลับบ้านซะ
“มีอะไรเหรอครับ”
“มีคนส่งภาพแชทมาหาแสนดี ญ๋าเห็นว่าเขาพูดถึงญ๋าด้วย” เธอพูดสีหน้าเป็นกังวล
“มันไม่มีอะไรหรอก แค่เรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อย ฉันโทรไปเคลียร์มาแล้ว แกอ่านก็จะคิดมากเปล่า ๆ อีกอย่างฉันลบแชททิ้งไปแล้วด้วย” แสนดีพยายามอธิบายสิ่งที่ญะญ๋าอยากรู้เพื่อไม่ให้กระทบจิตใจของเธอมากที่สุด
“จริงเหรอ แกโกหกให้ฉันสบายใจหรือเปล่า?” เธอพูดอย่างรู้ทันอีกคน
“จริงสิ เดี๋ยวกินข้าวเสร็จฉันต้องรีบกลับแล้วนะ มีงานต้องกลับไปเคลีย์ต่อ”
“จะกลับแล้วเหรอ...” เธอเริ่มไม่อยากให้แสนดีกลับบ้าน เพราะอยากรู้เรื่องที่สงสัย
“ใช่ ไว้พรุ่งนี้ตอนเย็นฉันจะมาหาใหม่นะ”
“…” คนหน้าหวานเงียบนิ่งไป และไม่ได้พูดตอบกลับแสนดีถึงเรื่องที่เธอบอกเมื่อครู่
“โอเคไหมญะญ๋า?” แสนดีถามซ้ำ
ผมมองหน้าของญะญ๋าแล้วก็รู้ว่าเธอไม่สบายใจกับเรื่องที่ได้ยิน แล้วดูเหมือนว่าตอนนี้เธอจะไม่อยากให้แสนดีกลับบ้านแล้วด้วย
“แสนดี นอนเป็นเพื่อนญ๋าสิ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปทำงานพร้อมกัน”
“จริงด้วย แกนอนเป็นเพื่อนฉันนะ นะแสนดี”
“…” เธอหันไปมองหน้าของหมอปืน ซึ่งเธอรู้ว่าเขาทำแบบนั้นเพราะไม่อยากให้ญะญ๋าต้องคิดมาก เลยยอมตอบตกลงไป “ก็ได้ ฉันนอนที่นี่ก็ได้”
“งั้นคืนนี้ญ๋านอนกับแสนดีแล้วกันนะเดี๋ยวอานอนที่ห้องคนเดียว…”
“แต่ญ๋าอยากนอนกับอาด้วย” ฉันไม่อยากนอนห่างอาแล้ว เพราะติดอ้อมกอดอุ่นของเขา แต่ก็อยากให้แสนดีนอนอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่างเหมือนกัน ฉันอยากให้เขาสองคนตัวติดอยู่กับฉันตลอดเพราะมันทำให้ฉันสบายใจขึ้นและไม่รู้สึกโดดเดี่ยว
“นอนกับอาด้วยเหรอ แล้วจะนอนกันยังไงล่ะ?”
“เราออกมานอนที่โซฟาด้านนอกกันดีไหมคะ นอนดูหนังตลกกันนะคะ นะแสนดีฉันอยากดูเรื่องนั้น เรื่องที่แกบอก…” ญะญ๋าเสนอทางออกที่จะให้เธอได้ทำในสิ่งที่เธอต้องการ
“ไหนว่าดูทั้งวันแล้วไง”
“ก็…หัวเราะคนเดียวมันไม่สนุกนี่นา ดูแล้วดูอีกก็ไม่เห็นเป็นไรเลย”
“ก็ได้” แสนดีตอบรับอย่างเอาใจเพราะคิดว่าวันนี้ทั้งวันญะญ๋าน่าจะเหงาที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว
ตกดึก…
“พรุ่งนี้อากับแสนดีก็ต้องไปทำงาน ส่วนญ๋าก็ต้องอยู่บ้านคนเดียว…” สาวสวยหน้าหวานที่นอนอยู่ตรงกลางระหว่างคนสองคนพูดขึ้นพรางถอนหายใจเฮือกใหญ่
“งั้นถ้าญ๋าไม่อยากอยู่บ้าน ไปนั่งรออาทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลดีไหมครับ”
“แบบนั้นจะดีเหรอคะหมอ?” แสนรักพูดดักขึ้น เพราะแชทล่าสุดที่มีคนพูดถึงญะญ๋ากับหมอปืนเรื่องนั้น เธอได้อ่านทั้งหมดนั้นแล้ว และก็รอไปเช็คบินกับพวกขี้เม้าในวันรุ่งขึ้น ซึ่งหมอปืนก็ยังไม่รู้เรื่องนี้เพราะเธอยังไม่มีโอกาสได้พูดบอกเรื่องสำคัญนั้นกับเขา
“ดีค่ะ ญ๋าขอไปด้วย ญ๋าไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว”
“แต่…” แสนดียังไม่ทันพูดค้านหมอปืนก็ตอบตกลงซะก่อน
“ได้ครับ งั้นพรุ่งนี้เราตื่นไปโรงพยาบาลด้วยกันนะ…”
ตลอดทั้งคืนที่ฉันนอนอยู่ หัวของฉันกลับคิดถึงเรื่องของกลุ่มคนพวกนั้นไม่หยุด และนึกสงสารญะญ๋าที่โลกใจร้ายกับเธอทั้งที่เธอน่ารักและเป็นมิตรกับคนอื่นอย่างจริงใจ แต่สิ่งที่เธอได้ตอบแทนนั้นเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจเกินกว่าจะรับไหว ต่อให้เป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็งกว่าเธอเจอเรื่องเช่นนี้ก็คงเสียใจไม่น้อย ไม่อยากจะคิดเลยถ้าหากว่าเธอต้องรับรู้เรื่องทั้งหมดนี้เธอจะเป็นเช่นไร
โรงพยาบาลในเช้าวันรุ่งขึ้น…
“แต่งตัวเสร็จหรือยังคะคุณหมอแสนดี” เสียงหวานของญะญ๋า เรียกหาเพื่อนสาวคนสนิทที่ห้องน้ำ ด้านในห้องนอนส่วนตัวของเธอ
“เสร็จแล้ว...”
แสนดีเดินออกมาในชุดทำงานของญะญ๋า และเธอก็ใส่มันได้พอดีราวกับเป็นเสื้อผ้าของเธอเอง
“ชุดฉันวันนี้เป็นยังไง น่ารักไหม” ญะญ๋าทำตัวสดใสให้แสนดีเห็น เพื่อให้อีกคนยิ้มตามและไม่กังวลกับอาการป่วยของเธอ
“อือ น่ารักมาก ๆ”
หมับ! คนสวยเดินเข้าไปกอดเพื่อนของเธออย่างไม่มีเหตุผล และยืนนิ่งอยู่แบบนั้น
“จู่ ๆ มากอดฉันทำไม จะอ้อนเอาอะไรฮะ?” แสนดีเอ่ยถาม
“ฉันรักแกนะ” จุ๊บ ญะญ๋าประทับริมฝีปากของตัวเองลงที่แก้มของแสนดีอย่างที่อีกคนไม่คิดว่าเธอจะทำเช่นนั้น เพราะมันเป็นสิ่งที่ญะญ๋าเคยบอกกับเธอว่าเขินอายที่จะทำมันมาตลอด
“พร้อมไปโรงพยาบาลกันหรือยังครับ?” หมอปืนที่เดินเข้ามาด้านในห้องเอ่ยถามกับสองสาว
“พร้อมแล้วค่ะ ญ๋าพร้อมแล้ว~” ญะญ๋าตอบเสียงใสก่อนจะวิ่งไปเกาะแขนแฟนของเธอและหอมฟอดใหญ่ไปที่แก้มของเขา รอยยิ้มที่สดใสของเธอเริ่มทำอีกคนมีหวังว่าเธอจะดีขึ้นและหายในเร็ววัน
“งั้นไปกันเถอะครับ…”
@โรงพยาบาล แผนกฉุกเฉิน…
ญะญ๋าที่ตามมาโรงพยาบาลด้วย เธอแยกตัวไปกับหมอปืนที่ห้องทำงานของเขา มีเพียงแสนดีที่เดินมาที่แผนกฉุกเฉินเพื่อเข้างานเหมือนทุกวัน แต่วันนี้เธอเดินมาด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียวพร้อมบวก
“น้องแสนดี มาแล้วเหรอ~”
“ไม่เหนื่อยเหรอคะ?” เธอเอ่ยถามทันทีถึงเรื่องที่คาใจอยู่ เพราะอยากจะเอาเรื่องคนขี้เม้าท์เต็มทน หลังจากอ่านแชทนั้นเป็นสิบ ๆ ครั้ง จนความโกรธที่มีประทุอยู่ภายในไม่หยุด
“เหนื่อยเหรอ เอ่อ...ไม่นะ พี่เพิ่งมาเข้างานตอนเช้านี่เอง”
“หนูหมายถึง ไม่เหนื่อยเหรอคะ ที่แสร้งปั้นหน้ายิ้มใส่คนที่ตัวเองแอบเอาไปนินทาลับหลัง”
“นะ…น้องแสนดีพูดเรื่องอะไร?”
“พี่ พี่ แล้วก็พี่ ทั้งสามคนยังมีความเป็นคนเหลืออยู่ไหมคะ ถึงได้พูดถึงคนอื่นลับหลังเสีย ๆ หาย ๆ แบบนั้น ถ้าไม่หยุดสร้างกลุ่มแชทอุบาทว์ ๆ พวกนั้น เรื่องนี้ถึงหูผู้ใหญ่ในโรงพยาบาลแน่” เธอพูดอย่างไม่เกรงกลัว และไม่สนว่าอายุของเธอจะน้อยกว่า
“มันเกินไปนะน้องแสนดี พวกพี่ไปทำอะไรพวกนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ อย่ามากล่าวหากันนะ” หนึ่งในสามคนที่แสนดีชี้หน้าพูดเถียงขึ้นอย่างไม่พอใจ
“รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่หน่อยก็ดีนะ มาทำตัวก้าวร้าวใส่รุ่นพี่แบบนี้มันใช่เหรอ?”
“แล้วที่พวกพี่เอาคนอื่นไปนินทาลับหลังมันใช่เหรอคะ?! พูดถึงพี่แสนรักเสีย ๆ หาย ๆ ว่าญะญ๋าไม่ดีแบบนั้นแบบนี้ แต่ต่อหน้าพวกพี่ก็แสร้งทำเหมือนว่าเป็นมิตรกับพวกเธอ พอตอนอยู่ในแชทกลับเป็นอีกอย่าง ทุเรศ!”
“มีหลักฐานเหรอ...”
“มีค่ะ เดี๋ยวส่งให้นะคะ แต่คงต้องส่งให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลก่อน เพราะเรื่องแบบนี้ คงต้องให้ผู้ใหญ่เข้ามาช่วยจัดการ”
“แสนดี…” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นด้านหลังของแสนดี และเมื่อหันไปก็เห็นว่าเป็นญะญ๋า เธอตั้งใจจะเดินมาที่แผนกฉุกเฉิน เพื่อมาทักทายพี่ ๆ พยาบาลกลุ่มนั้น เพราะเธอยังไม่รู้ว่าคนที่นินทาเธออยู่ในกลุ่มแชทเป็นคนพวกนี้
“ญะญ๋า มานี่ทำไม?”
“ไหนบอกว่าไม่มีอะไรไง ไหนบอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดไง ฮึก”
“ญ๋า…”
“พวกเขาเป็นคนในแชทนั้นเหรอ บอกฉันสิ ฮึก ๆ”
“…” เธอไม่รู้จะพูดตอบญะญ๋ายังไง เพราะรู้ว่าเธอจะต้องเสียใจมากๆ หากได้ยินความจริงที่ว่าคนพวกนี้ไม่เคยชอบเธอจริง ๆ อย่างที่พวกเขาแสดงออกกับเธอในต่อหน้า
“ตอบสิแสนดี อย่าเงียบสิ...”
“มานี่เถอะ เดี๋ยวฉันเดินไปส่งที่ห้องหมอปืนนะ” แสนดีพูดเสียงนุ่มอย่างใจเย็น และจูงมือญะญ๋าออกจากที่ตรงนั้น เพื่อไปฝากเธอไว้กับหมอปืนที่ห้องทำงาน
“อีแสนดีมันรู้ได้ยังไงวะ!?” หนึ่งในสามคนพูดขึ้นหลังจากที่สองสาวเดินออกไป และพวกเธอก็เริ่มสุมหัวกันอีกครั้งเพื่อหาทางออกกับเรื่องที่แสนดีพูดขู่ ว่าจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องผู้อำนวยการโรงพยาบาล เพราะหากเธอทำเช่นนั้นจริง ๆ พวกเธอคงเดือดร้อนไม่น้อย
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] • [Follow the next episode]
• เพิ่มเข้าชั้น • กดหัวใจ • คอมเมนท์ •กดติดตาม และฝากซัพพอร์ตนักเขียนด้วยนะครับ~
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ตอนพิเศษ~--------------------------------------------------------------------------วันแรกของการเสียคนที่รักไป หมอปืนยังคงเฝ้าเธออยู่ไม่ห่างที่หน้าหลุมฝังศพ แม้คนอื่นจะทยอยกลับกันไปจนหมดแล้ว แต่เขาก็ยังคงนั่งเหม่อลอยอยู่เช่นนั้นเพราะรับไม่ได้กับการจากไปของสาวสวยผู้เป็นที่รักการจากลาครั้งนี้ มันยากเกินกว่าที่เขาจะรับไหว ใจที่เคยเข้มแข็งพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มอบอุ่นให้เห็น เวลานี้กลับเลื่อนลอยและมีแต่ความน่าสงสารเวทนาให้เห็นบนใบหน้า เพราะความสุขเดียวของเขาถูกพรากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับคืนหัวใจที่ไม่อาจเดินต่อไปได้ สมองจึงต้องช่วยประคับประคองให้ร่างกายที่ยังมีลมหายใจนั้นใช้ชีวิตต่อไปได้ในช่วงที่หัวใจสลายเป็นเสี่ยงๆ เรื่องราวในหัวฉายภาพความทรงจำดี ๆ เกี่ยวกับเธอ และเรียกคืนแฟนสาวในจินตนาการคนนั้นกลับมา เพื่อให้เธอได้ใช้ชีวิตต่อกับเขาในโลกที่สร้างขึ้นเพื่อรักษาจิตใจของตัวเองไว้“กลับบ้านเถอะญะญ๋า กลับบ้านกันนะครับ”ชายหนุ่มที่ใบหน้าเปียกปอนไปด้วยคราบน้ำตา ทำท่าจูงมือใครบางคนและพาคนในจินตนาการออกมาจากที่แห่งนั้น
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : END.--------------------------------------------------------------------------ช่วงพักเบรก เวลาสิบโมง…ผมติดคนไข้ยาวจนถึงช่วงพักเบรก ซึ่งผมก็ไม่มีเวลาว่างที่จะลงไปหาญะญ๋าที่ร้านกาแฟชั้นล่างตามสัญญาก๊อก ๆ!“เข้ามาครับ” หมอปืนที่นั่งคุยอยู่กับคนไข้ พูดเชิญแขกหน้าห้องที่เดินมาเคาะประตู“เอ่อ หมอติดคนไข้อยู่เหรอคะ?”“มีอะไรแสนดี” เขาเอ่ยถามถึงธุระของเธอ“ญะญ๋าอยู่ไหนเหรอคะ”“ร้านกาแฟชั้นล่างน่ะ ถ้าจะไปหาญ๋าฝากบอกญ๋าด้วยนะว่าฉันติดคนไข้อยู่”“ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูบอกให้” เธอตอบรับคำของหมอปืน ก่อนจะเดินออกจากห้องไป และปล่อยให้เขาได้ทำการรักษาคนไข้ต่อ ส่วนเธอก็จะรีบไปอยู่กับญะญ๋าเพราะกลัวว่าเธอจะเหงา และคิดมากขึ้นมาอีกเกี่ยวกับเรื่องเมื่อเช้าร้านกาแฟชั้นล่างของโรงพยาบาล…เมื่อเดินมาถึงที่ร้านกาแฟ ฉันก็ไม่เห็นว่าญะญ๋านั่งอยู่มุมไหนในร้าน ไม่มีวี่แววของเธอเลย โทรหาก็ไม่รับ “อยู่ไหนนะ?”แสนดีพูดพร้อมกับต่อสายหาเธอสลับกับส่งข้อความเป็นระยะ แต่ก็ไม่มีข้อความตอบกลับจากเธอ จึงกลับขึ้นไปหาหมอปืนที่ห้องทำงานของเขา เพื่อให้เขาลองโทรหาญะญ๋าดูเผื่อว่
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ความรักรอบตัวญะญ๋า--------------------------------------------------------------------------ห้องทำงานหมอปืน…“ผมมีเรื่องจะคุยกับพี่สองคน วันหยุดนี้เดี๋ยวผมพาญะญ๋าไปหาที่เขาใหญ่นะครับ”“มีอะไรวะ?” ผู้เป็นพ่อของสาวหน้าหวานเอ่ยถาม เมื่อได้ยินรุ่นน้องคนสนิทเกิ่นมาแบบนั้น“ไว้ผมจะเล่าให้ฟังตอนไปถึงแล้วกันนะครับ…” ผมคิดว่าควรจะพูดเรื่องนั้นต่อหน้าพวกพี่ ๆ และขอรับผิดชอบเธอกับทุกสิ่งที่ผมทำไป ผมไม่อยากให้ญะญ๋าต้องมีเรื่องติดค้างคาใจแล้วเก็บไปคิดมากอยู่ลำพังแบบนั้น ทุกเรื่องที่เธอเป็นกังวลอยู่ผมจะแก้ไขมันให้หมด จะทำให้เธอสบายใจมากที่สุด“โอเค งั้นวันหยุดนี้เจอกัน…”“ครับ” หลังจากที่วางสายไป ญะญ๋าที่บอกว่าจะเดินไปหาพวกพี่ๆ พยาบาลที่แผนกก็เดินกลับมาพร้อมน้ำตา แถมคนที่พาเธอมาส่งก็เป็นแสนดี“ญ๋าเป็นอะไร?”“อาคะ ฮือ!” เธอเดินไปซบอกของหมอปืนด้วยความผิดหวังเพราะคิดว่าที่ผ่านมาคนพวกนั้นเป็นรุ่นพี่ที่น่ารักของเธอมาตลอด แต่แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น ภายใต้รอยยิ้มที่เป็นมิตรกลับซ่อนมีดแหลมคมไว้อยู่“เกิดอะไรขึ้นแสนดี?”“รอพี่แสนรักมาก่อนนะคะ เ
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : ปกป้องคนรัก--------------------------------------------------------------------------โต๊ะทานข้าว…หลังจากที่หมอปืนเตรียมอาหารเย็นเสร็จ ทั้งสามคนก็มานั่งทานข้าวด้วยกัน แต่ญะญ๋าก็ยังไม่หยุดคิดถึงเรื่องแชทที่มีคนส่งมาหาแสนดี“ไหนบอกว่าจะให้ดูแชทไง”“มันไม่มีอะไรแล้ว กินข้าวเถอะ” ฉันกลัวว่าญะญ๋าเห็นข้อความพวกนั้นแล้วจะคิดมากอีก เลยจะรีบกินข้าวและรีบหนีกลับบ้านซะ“มีอะไรเหรอครับ”“มีคนส่งภาพแชทมาหาแสนดี ญ๋าเห็นว่าเขาพูดถึงญ๋าด้วย” เธอพูดสีหน้าเป็นกังวล“มันไม่มีอะไรหรอก แค่เรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อย ฉันโทรไปเคลียร์มาแล้ว แกอ่านก็จะคิดมากเปล่า ๆ อีกอย่างฉันลบแชททิ้งไปแล้วด้วย” แสนดีพยายามอธิบายสิ่งที่ญะญ๋าอยากรู้เพื่อไม่ให้กระทบจิตใจของเธอมากที่สุด“จริงเหรอ แกโกหกให้ฉันสบายใจหรือเปล่า?” เธอพูดอย่างรู้ทันอีกคน“จริงสิ เดี๋ยวกินข้าวเสร็จฉันต้องรีบกลับแล้วนะ มีงานต้องกลับไปเคลีย์ต่อ”“จะกลับแล้วเหรอ...” เธอเริ่มไม่อยากให้แสนดีกลับบ้าน เพราะอยากรู้เรื่องที่สงสัย“ใช่ ไว้พรุ่งนี้ตอนเย็นฉันจะมาหาใหม่นะ”“…” คนหน้าหวานเงียบนิ่งไป และไม่ได้
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : คนท็อกซิก--------------------------------------------------------------------------@เพนท์เฮ้าส์หมอปืน หลังเลิกงาน…วันนี้แสนดีขอติดรถผมกลับบ้านเพื่อจะมาเยี่ยมญะญ๋า ซึ่งเมื่อเธอเห็นหน้าเราสองคนก็เหมือนจะมีสีหน้าที่ดีขึ้นกว่าตอนที่ผมเห็นผ่านจอมือถือเมื่อช่วงเที่ยง“กลับมาแล้ว”ใบหน้าที่เศร้าอยู่เริ่มยิ้มออกเมื่อเห็นว่าหมอปืนและแสนรักมาถึง หลังจากที่เธอนั่งมองนาฬิกาอยู่นานว่าพวกเขาจะเปิดประตูเข้ามาในบ้านตอนกี่โมง“วันนี้กินข้าวกินยาไปหรือยังครับ?”“…” ถ้าบอกว่าฉันไม่ได้กินข้าวทั้งวัน อาคงเป็นห่วงแน่ “กินแล้วค่ะ”“เก่งมาก ญ๋าต้องกินข้าวกินยาให้ตรงเวลานะรู้ไหม” เขาลูบหัวเธอโดยที่ไม่รู้ว่านั่นเป็นคำโกหก แต่เธอทำเพราะอยากให้เขารู้สึกสบายใจ ซึ่งมันไม่เป็นผลดีกับร่างกายของเธอเลย“วันนี้แกอยากให้ฉันนอนด้วยไหม?” แสนดีเอ่ยถามความต้องการของญะญ๋าเพราะเธอเองก็อยากทำเช่นนั้น“ไม่เป็นไร แค่แกมาหาก็พอแล้ว ไม่ต้องนอนเป็นเพื่อนหรอก”“แล้ววันนี้เป็นยังไงบ้าง เล่าให้ฟังหน่อยสิ” แสนดีถามอย่างให้ความสนใจ“ฉันดูหนังที่แกบอกเกือบจบเรื่อง นั่งหัวเราะท้อง
[ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ] • [Have fun reading]Part : กลุ่มแชทลับ--------------------------------------------------------------------------กลุ่มแชทลับ..A (หมอเซฟกับหมอแสนรักเปิดตัวว่าคบกันแล้วเหรอ ไหนบอกว่าเดทกับหมอปืนอยู่ไง)C (ใช่ น้องสาวบอกว่าเดทอยู่กับหมอปืน แต่ไปคบกับหมอเซฟที่เป็นรุ่นน้องคนสนิทของหมอปืนเนี่ยนะ สรุปยังไงควบสองเหรอ)D (เห็นใส ๆ เรียบร้อย แต่มั่วมาก)C (สงสัยเมื่อวานที่หยุดงานพร้อมกัน คงจะมันส์กันจนลืมการลืมงาน)D (เหอะ จะเอากันทั้งทีก็ทำคนอื่นเขาเดือดร้อนไปหมด)C (เออ เมื่อวานกูเหนื่อยชิปหาย คนไข้โคตรเยอะ หมอก็ไม่พอ)A (นี่ถ้าวันไหนจะเอากันอีก ก็ไม่ต้องหยุดงานอีกเหรอว่ะ ไม่ไหวเด้อ)D (หมอแสนรักก็แรดใช่ย่อยนะ ก่อนจะคบกัน กูก็เห็นเดินมาอ่อยหมอเซฟที่แผนกแทบทุกวัน)A (มึงพึ่งรู้เหรอว่าเขาแรดอ่ะ กูดูออกมาตั้งนานแล้ว)C (เห็นสวย ๆ เรียบร้อยแบบนี้ กินหมอในโรงพยาบาลไปกี่คนแล้วว่ะ ฮ่า ๆ เน่า)A (เลิกเม้าท์ ๆ นางเดินมาแล้ว)“หมอแสนรักสวัสดีค่ะ เดินมาแผนกฉุกเฉินแต่เช้า มาหาใครเหรอคะ?” เสียงแซวของพยาบาลสาวคนนึงในกลุ่มแชทลับเอ่ยถามแสนรักท่าทางเป็นมิตร ต่างจากตัวตนที่แท้จริ







